ณ บริษัท นพเก้าคอนสทรัคชั่น จำกัด
“ยินดีต้อนรับนะคะคุณลัน”
“สวัสดีค่ะพี่หวานรบกวนแนะนำลันด้วยนะคะ”
ชลันธรเดินตามพี่หวาน ผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่พาเธอไปแนะนำกับแผนกต่างๆให้รู้จักในฐานะเลขาคนใหม่ของท่านประธานก่อนหน้านี้ท่านประธานไม่เคยมีเลขามาก่อนเพราะเขาคิดว่าไม่จำเป็แต่เมื่อบริษัทรุ่งเรืองใหญ่โตขึ้น เขาเริ่มรู้สึกยุ่งยากกับการจัดสรรเวลาและงานจึงให้ฝ่ายบุคคลประกาศรับเลขาส่วนตัวโดยมีเงื่อนไขว่าเลขาของเขาจะต้องสื่อสารภาษาอังกฤษและจีนได้เพราะเขาดิวงานกับต่างชาติด้วย เลยเป็สิ่งจำเป็อย่างยิ่งและเงื่อนไขสำคัญอีกอย่างก็คือ ความคล่องแคล่ว ว่องไว แต่ต้องรอบคอบด้วยและชลันธรก็คือผู้ที่ผ่านการทดสอบและสัมภาษณ์จากฝ่ายบุคคลจนได้เข้ามาทำงานที่นี่
“นี่เธอเลขาคนใหม่ สวย หุ่นดีมากๆเลยเนอะ แถมเก่งเวอร์ คุยได้ตั้งสี่ภาษาแน่ะ”
“ใช่ๆ นี่แหละเวลาทำงานหรือเดินคู่กับท่านประธานสุดหล่อของเราคงเหมาะสมกันน่าดู”
พนักงานต่างมีความเห็นไปทิศทางเดียวกันเพราะชลันธรดูดี มีออร่า อย่างที่ใครเห็นก็แทบจะหันกลับมามองซ้ำกันทุกคน
“นี่โต๊ะทำงานน้องลันนะคะ”พี่หวานผายมือไปทางโต๊ะทำงานเพียงโต๊ะเดียวที่จัดอยู่หน้าห้องท่านประธานบนชั้น 9บนโต๊ะมีอุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็เตรียมไว้พร้อมสรรพ
“ขอบคุณค่ะพี่หวานอ่อ นี่ค่ะพี่หวานใบตรวจสุขภาพกับสำเนาใบขับขี่ แล้วก็สำเนาสมุดบัญชีค่ะ”ชลันธรยื่นเอกสารให้กับหวาน
“โอเคเลยค่ะ เออแล้วนี่น้องลันเดินทางมาทำงานยังไงคะ”
“วันนี้ลันขับรถมาค่ะ”
“ดีเลยค่ะงั้นเดี๋ยวน้องลันนั่งรอพี่สักครู่นะคะ เดี๋ยวพี่จะไปเอาเอกสารแนะนำบริษัทแล้วก็กฎระเบียบมาให้นั่งอ่านฆ่าเวลารอท่านประธานก่อนค่ะปกติท่านจะเข้าสายๆหน่อยค่ะ” ว่าแล้วพี่หวานก็เดินลงลิฟต์ไป
ชลันธรเดินสำรวจไปทั่วทั้งชั้นก็พบว่ามีเพียงเธอเท่านั้นที่นั่งทำงานอยู่ชั้นนี้แล้วก็คงจะเป็ท่านประธานอีกคนที่คงจะนั่งทำงานในห้องใหญ่ตรงข้ามโต๊ะทำงานของเธอ ชั้นนี้มีห้องประชุมและมีห้องครัวเล็กๆสำหรับชงกาแฟและเตรียมเครื่องดื่ม ตรงโถงหน้าลิฟต์จะเป็โซฟารับแขกที่ผนังจะเป็กระจกใสทั้งบาน มองเห็นทิวทัศน์ในมุมสูง
ยืนมองออกไปด้านนอกพลางคิดถึงจุดประสงค์ของเธอที่ต้องเข้ามาทำงานที่นี่
‘คุณต้องสมัครเข้าไปทำงานเป็เลขาประธานให้ได้อันดับแรกประธานชื่อนพเก้า เรียนรู้งานให้’ละต้องทำงานจนประธานไว้ใจแล้วจากนั้นผมจะบอกว่าคุณต้องทำอะไร’
นึกถึงคำพูดของเขตวิทย์และน้ำเสียงที่แฝงนัยของเขาเธอก็นึกหวั่นขึ้นมาแต่มันก็ไม่เท่ากับห่วงความเป็ความตายของพ่อและอนาคตของครอบครัวในตอนนี้
“คุณเป็ใคร?”
“อุ๊ย....!”
เสียงเข้มที่เอ่ยทักทำให้ชลันธรใหันกลับมามองต้นเสียง ผู้ชายร่างสูงสมส่วน หน้าคมออกไปทางดุโดยเฉพาะสายตาคู่นั้นที่กำลังเพ่งมองมายังเธอเต็มไปด้วยคำถามดูจากการแต่งตัวเธอก็พอจะเดาได้ว่านี่อาจจะเป็ท่านประธาน หรือไม่ก็ผู้บริหารในนี้
“สวัสดีค่ะชลันธรค่ะ เป็เลขาท่านประธานมาทำงานวันนี้วันแรกค่ะ”เธอก้มไหว้เขาพร้อมเอ่ยแนะนำตัวเอง
“ทำไมคุณหวานไม่แจ้งผม”เขาพูดออกมาเชิงพูดกับตัวเองเสียมากกว่า
ติ้ง!!
“อ้าวคุณเก้า ขอโทษทีค่ะพอดีหวานลงไปเอาเอกสารมาให้คุณลันเธอน่ะค่ะ น้องลันนี่คุณนพเก้าประธานบริษัท เ้านายน้องลันค่ะ”
“สวัสดีค่ะ”
“ส่วนนี่คุณชลันธร เกียรติกำจรเป็เลขาที่หวานแจ้งคุณเก้าไปในเมลล์ค่ะว่าจะมาเริ่มงานวันนี้”
“อ่อผมคงไม่ได้ดูเมลล์เลยไม่รู้” เขาว่าแล้วจ้องมองชลันธรอย่างพิจารณา
“งั้นเดี๋ยวอีก5 นาทีเข้ามาหาผมที่ห้อง” เขาหันไปบอกเธอ แล้วเดินเข้าห้องไป
“นี่จ้ะว่างๆก็อ่านดูนะส่วนเื่งานพี่เตรียมบางส่วนที่เกี่ยวกับงานทั่วๆไปส่งให้ในเมลล์แล้วงานของคุณเก้า เดี๋ยวลันไปรับและคุยรายละเอียดกับคุณเก้าได้โดยตรงเลยนะพี่ขอตัวนะจ๊ะ” ว่าแล้วพี่หวานก็เดินเข้าลิฟต์ไปอีกคน
‘ฟู่.....สู้สิลัน’ ให้กำลังใจตัวเองก่อนจะเตรียมตัวเข้าไปหาเ้านายคนใหม่ของเธอ
ก๊อกๆ
ลันเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไปห้องทำงานโอ่โถง มีโต๊ะรับแขกมุมด้านในเป็โต๊ะทำงานของนพเก้าที่พื้นถูกยกระดับไว้ทำให้ดูโดดเด่นด้านหลังเขาเป็กระจกใสทั้งหมด ทำให้มองเห็นวิวกรุงเทพได้มุมกว้าง
“นั่งสิ” เขาบอกปรายตาไปทางเก้าอี้ที่อยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา
“ค่ะ”ลันเลื่อนเก้าอี้ นั่งลงตรงหน้าเขาให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกสัมภาษณ์งานกับผู้บริหารอีกครั้ง
“ผมดูประวัติคุณคร่าวๆแล้วนะพูดได้ตั้งสี่ภาษา แถมที่บ้านยังทำธุรกิจร้านค้าอุปกรณ์ก่อสร้างอีกทำไมถึงอยากทำงานประจำเสียล่ะ”
“เอ่อ..คือตอนนี้พ่อของลันท่านป่วยค่ะส่วนเื่ร้านลันก็เพิ่งจะเรียนจบยังไม่มีประสบการณ์ในการบริหารตอนนี้ก็มีคุณน้ากับน้าเขยช่วยดูแลอยู่ค่ะบอกตามตรงคือที่ร้านยังขาดสภาพคล่องไหนจะค่ารักษาคุณพ่ออีก คุณแม่ก็ไม่ค่อยสบายค่ะลันคิดว่าต้องหารายได้ที่มั่นคงไว้ก่อนค่ะ” ลันเล่าถึงครอบครัวคร่าวๆอย่างไม่ปิดบัง ยกเว้นเื่ที่ถูกกดดันให้มาสมัครงานที่นี่
“งั้นหมายความว่าคุณมาหาประสบการณ์จากที่นี่ด้วยงั้นสิ” เขาถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“จะว่าแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอกค่ะแต่ท่านประธานไม่ต้องห่วงนะคะ ลันจะตั้งใจทำงานและยังไม่ได้คิดว่าจะทำแค่ระยะเวลาสั้นๆค่ะเพราะบางทีธุรกิจที่บ้านลันก็อาจจะไปไม่รอด” ปลายเสียงแ่ลง
“เรียกชื่อผมก็พอไม่ต้องถึงขั้นท่านประธานหรอกส่วนเื่งานผมก็ไม่ติดหรอกนะ หากว่าจะมาทำงานเพื่อหาประสบการณ์เพียงแต่สิ่งที่ผมซีเรียสมากที่สุดก็คือความซื่อสัตย์ของพนักงานคนหนึ่งที่พึงมีให้กับองค์กร”
คำพูดของเขาทำให้ชลันธรสะอึกไปเลยเพราะเธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่เธอต้องทำอะไรที่มันไม่ซื่อสัตย์กับองค์กรหรือเปล่า
“ค่ะ”เลือกที่จะตอบสั้นๆ
“ในประวัติคุณบอกว่าโสดหมายถึงมีแฟนแต่ยังไม่แต่งงานหรือว่ายังไม่มีแฟน”
“ยังไม่มีแฟนค่ะ”
“ที่ถามเพราะคุณคงรู้นะว่างานเลขาบางครั้งอาจต้องมีไปดูงานนอกสถานที่ หรือไม่ก็อาจจะมีไปต่างประเทศกับผมบ้างเพราะงั้นผมถึงเจาะจงคนที่ต้องได้ภาษาถ้าหากว่ามีแฟนอาจจะทำให้การทำงานตรงนี้มันยากขึ้น” เขาบอกเหตุผลที่ต้องถาม
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงนะคะลันไม่มีแฟนค่ะถึงมีลันก็คิดว่าจะแยกแยะเื่งานกับเื่ส่วนตัวได้ค่อนข้างดีค่ะ”เธอมั่นใจแบบนั้น
“ก็ดีครับจะได้ทำงานให้ผมเต็มที่ถ้าหากว่าคุณทำงานได้ดีผ่านโปรแล้วผมก็จะพิจารณาเื่เงินเดือนให้อีกที”
“ขอบพระคุณค่ะลันจะตั้งใจเรียนรู้งานและทำงานให้เต็มที่ค่ะ”
หญิงสาวยกมือไหว้เขาลำพังเงินเดือนเริ่มต้นที่ได้รับมันก็ถือว่าไม่น้อยสำหรับเธอแล้วลันนึกชื่นชมเขาอยู่ในใจโดยลืมคิดถึงจุดประสงค์ที่เข้ามาทำงานที่นี่ไปชั่วขณะ
3 สัปดาห์ผ่านมา
ชลันธรตั้งใจศึกษางานอย่างเต็มที่และมันก็ค่อนข้างไปได้สวยเพราะความที่เธอหัวไว ความจำดีและมีความคล่องตัวสูงจึงทำงานเข้าขากับนพเก้าเป็อย่างดีนพเก้าเองก็ดูจะพอใจในตัวเลขาใหม่อยู่ไม่น้อย ช่วยเบาแรงเขาไปได้มากเลยทีเดียวทำให้ทั้งคู่เริ่มสนิทกันมากขึ้นกว่าวันแรก
“ลันผมขอกาแฟหน่อยครับ”
“วันนี้คุณเก้าทานไปสองแก้วแล้วนะคะเปลี่ยนเป็ชาเปปเปอร์มิ้นท์อุ่นๆแทนไหมคะ”
“ได้ครับ”
นอกจากจะเบาแรงเื่งานชลันธรยังดูแลเื่อาหารการกินของเขาระหว่างทำงานให้อีกด้วย
“นี่ค่ะชาเปปเปอร์มิ้นท์อุ่นๆ”
ชลันธรทำงานจนลืมคิดเื่ที่เขตวิทย์จะให้ทำแล้วทางเขตวิทย์ก็เงียบหายไปไม่ติดต่อมาอีกหลังจากที่ทราบว่าชลันธรได้เข้าทำงานกับนพเก้าแล้วเธอเลยทำงานด้วยความสบายใจ แต่ก็มีหนึ่งสิ่งที่ชลันธรรับรู้ก็คือเขาทั้งสองคนใช้นามสกุลเดียวกัน แต่เธอก็ยังไม่ได้มีโอกาสถามเขตวิทย์