“ตู้เซ่าฝู่ เจ้าแถอีกแล้ว พวกข้าถูกเจ้าทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสนะ!” ตู้เฮ่าทนไม่ไหวแล้ว จึงลุกขึ้นมาพูดเสียงดังใส่ตู้เซ่าฝู่
“ทำไมข้าต้องทำร้ายพวกเจ้าด้วยล่ะ?” ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถาม
“พวกข้าพาญาติผู้พี่ไปหาเจ้าเพื่อทวงโลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือกับยาสร้างรากฐานปราณกลับคืนมาเจ้าไม่ยอมให้คืนทั้งยังโจมตีพวกเราจนบาดเจ็บหนักสุดท้ายยังแย่งชิงของมีค่าบนตัวพวกเราไปอีก” ขณะตู้เฮ่าพูดก็มองตู้เซ่าฝู่ด้วยความโกรธแค้น
“ญาติผู้พี่ของเจ้าฌานอยู่ในระดับใด?” ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถาม
“ขั้นเบิกนภา” ตู้เฮ่าสงสัย แต่ก็ยังคงพูดด้วยเสียงดังน้ำเสียงหนักแน่นดูภูมิใจ เขามีญาติผู้พี่ฝั่งมารดาที่มีฌานถึงระดับขั้นเบิกนภาทั้งยังเป็นถึงอัศวินของแคว้นอีกนี่ก็เป็นเรื่องสมควรให้เขารู้สึกภูมิใจเป็นธรรมดา
“แล้วญาติผู้พี่ของเจ้าล่ะ?” ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถามในบรรดาผู้บาดเจ็บสิบกว่าคนตรงนี้ต่างเป็นลูกหลานของบ้านสกุลตู้ชายหนุ่มที่สวมชุดเกราะเมื่อวันนั้นไม่ได้มาด้วย
ตู้เฮ่าตะลึงกับคำถามจากนั้นตอบอย่างโมโหว่า “ญาติผู้พี่ของข้าถูกเจ้าโจมตีใส่จนบาดเจ็บสาหัสเมื่อคืนเดินทางกลับไปประจำการแล้ว”
ตู้เซ่าฝู่สีหน้าสงบมั่นคงดังเดิมพูดต่อไปว่า “โลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือกับยาสร้างรากฐานปราณข้าเป็นคนชนะได้มันมาทำไมข้าต้องให้พวกเจ้าด้วยล่ะ?”
“พูดอะไรซี้ซั้ว เจ้าเป็นคนแย่งพวกข้าไป เจ้าแย่งโลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือกับยาสร้างรากฐานปราณไปจากพวกเรา” ตู้เฮ่าตอบเสียงดัง มีอย่างนี้ที่ไหนที่เอาแต่เฉไฉไม่ยอมรับเสียที
“เปล่านี่ ก็ข้าชนะนี่ ข้าไม่ได้แย่งไปจากพวกเจ้า” ตู้เซ่าฝู่รั้น บอกแต่ว่าตนไม่ได้แย่ง
“ทุกคนเห็นๆ กันอยู่ เจ้าอย่าคิดจะขี้โกงไปหน่อยเลย!” ตู้เฮ่าเสียงดังขึ้จนแทบจะตะโกนแล้ว
“งั้นที่พวกเจ้าแย่งเงินกับยาลูกกลอนของข้าไปเป็นสิบปีนี่จะคิดอย่างไร?” ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถาม
“แย่งยาลูกกลอนกับเงินพวกนั้นของเจ้าสิบปีรวมกันยังไม่เท่ากับมูลค่าหนึ่งในสิบของโลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือกับยาสร้างรากฐานปราณเลย”ตู้เฮ่าทนไม่ไหวจนตะโกนออกมา เมื่อพูดออกไปแล้วสักประเดี๋ยวก็รู้สึกตัวได้ว่าตนพูดอะไรลงไป สีหน้าเขาจึงเปลี่ยนไปทันที
ตู้เซ่าฝู่สีหน้าพอใจจากนั้นก็กวาดสายตามองทุกคนในห้องโถง สุดท้ายมองไปที่ตู้เจิ้นอู่ กล่าวว่า “ท่านลุงใหญ่ท่านได้ยินแล้วใช่หรือไม่ พวกตู้เฮ่าแย่งเงินกับยาลูกกลอนไปจากข้าเป็นสิบปี เขายอมรับจากปากของตัวเองจริงแท้แน่นอน บวกกับครั้งนี้ เขาพาญาติผู้พี่ของเขามาดักรอข้าเพื่อจะปล้นข้าสุดท้ายกลับมาป้ายสีว่าข้าทำร้ายพวกเขาจนบาดเจ็บสาหัส ปล้นชิงของของพวกเขาญาติผู้พี่ของเขาเป็นถึงผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาบอกว่าข้าทำให้พวกเขาบาดเจ็บสาหัสเนี่ยนะ ข้าจะทำได้อย่างไรท่านลุงใหญ่ช่วยคืนความเป็นธรรมให้ข้าด้วย”
“ตู้เซ่าฝู่ นี่มันป้ายสีสาดโคลนกันชัดๆ!”
ตู้เฮ่าจ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็งพร้อมตะคอกใส่สุดท้ายไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการบาดเจ็บหรือว่าโมโหมากเกินไปสุดท้ายก็กระอักเลือดออกมาเฉยเลย
“เจ้าเป็นคนยอมรับจากปากเองว่าแย่งเงินกับยาลูกกลอนของข้าเป็นสิบปีข้าไม่ได้พูดโกหกเลย” ตู้เซ่าฝู่ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ต่อให้เป็นเช่นนี้ แต่ว่าเจ้าแย่งยาสร้างรากฐานปราณกับโลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือของพวกเราไปนี่คือเรื่องจริง เมื่อวานเจ้าโจมตีพวกเราจนได้รับบาดเจ็บ แล้วก็ปล้นชิงของบนตัวทั้งหมดของพวกเราไปนะ!” ตู้เฮ่าตะโกนดังลั่น มาถึงขนาดนี้แล้วเขาคงต้องพูดตามความจริงทั้งหมดไปแล้วเขาไม่คิดว่าตู้เซ่าฝู่จะเจ้าเล่ห์พูดแถจนไร้ความผิดได้
“อย่างแรก ตามกฎของตระกูล การประลองฝีมือของพวกวัยรุ่นผู้ชนะจะได้รับโลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือกับยาสร้างรากฐานปราณข้าเองก็มีคุณสมบัติเข้าร่วม พวกเจ้าสามคนรวมกันยังสู้ข้าไม่ได้เลยโลหิตสกัดอสูรหมาป่าเป้าสือกับยาสร้างรากฐานปราณก็สมควรจะเป็นของข้าพวกเจ้ามีคุณสมบัติพอที่จะครอบครองมันไว้อย่างไรหรือ?”
ตู้เซ่าฝู่มองตู้เฮ่าขณะพูดเสียงของเขาดังชัดเจนกึกก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ มีหลายคนที่มีแววตาเปลี่ยนไปถูกต้อง ที่ตู้เซ่าฝู่พูดไม่ผิดเลยเขาเองก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าร่วมการประลองของตระกูลครั้งนั้นและตู้เฮ่ากับพรรคพวกรวมกันสามคนยังสู้เขาไม่ได้เลยเขาจึงเป็นทรัพยากรบุคคลที่ดีที่สุดในตระกูล และถือว่าเป็นทายาทวัยรุ่นที่แข็งแกร่งที่สุดแม้ตู้เซ่าฝู่รับรางวัลไว้ทั้งสามชิ้นอาจดูเกินเลยไปหน่อยแต่ว่านี่ก็เป็นการพิสูจน์ความสามารถของเขา เขาสู้หนึ่งต่อสามเลยนะดึงดันจะเอาไปทั้งสามชิ้น แล้วก็เอาไปได้แล้ว ตอนนี้จะยังทำอะไรได้อีกหากจะต้องโทษ พวกตู้เฮ่าก็คงต้องโทษตัวเองที่ไม่มีความสามารถเพียงพอล่ะมั้ง
ตู้เซ่าฝู่จ้องมองตู้เฮ่าจากนั้นพูดต่อไปว่า “อย่างที่สอง พวกเจ้าไม่มีความสามารถ ยังจะไปเรียกคนนอกมารังควานข้าอีกข้าไม่มีที่ไปหลบตรงไหนได้ ทำได้เพียงป้องกันตัวเองยังจะมาบอกว่าข้าทำร้ายพวกเจ้าจนบาดเจ็บสาหัสอีกข้าโจมตีจนพวกเจ้าบาดเจ็บแล้วจะอย่างไรล่ะ ก็พวกเจ้าไร้ความสามารถเองสู้ข้าไม่ได้เองจะไปโทษใครได้ แต่พวกเจ้าคิดหน่อยญาติผู้พี่ของเจ้าเป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภา ข้าจะไปสู้ชนะเขาได้อย่างไร? เขาต่างหากที่โจมตีข้าจนได้รับบาดเจ็บ แล้วก็แย่งชิงของในตัวทั้งหมดของข้าไปข้าไม่ไปฟ้องร้องก็ดีแค่ไหนแล้ว กะไว้ว่าจะนิ่งไว้ ยอมถอยให้นึกไม่ถึงว่าพวกเจ้ายังจะมาใส่ร้ายข้า ทำให้ข้าเสื่อมเสียบ้านสกุลตู้มีทายาทแบบพวกเจ้าช่างเป็นความอับอายให้แก่บรรพบุรุษของบ้านสกุลตู้จริงๆ”
“...”
ในห้องโถงใหญ่เงียบสงัดทุกคนต่างมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ สีหน้าของแต่ละคนประหลาดใจอย่างมากนี่ยังคงเป็นตู้เซ่าฝู่คนเดิมอีกหรือ ไม่เหมือนตู้เซ่าฝู่ในแต่ก่อนเลยจริงๆพวกตู้เฮ่าและพวกป้าๆ น้าๆ ปากร้ายของเขาหลายสิบคนไม่มีใครเถียงชนะเขาเลย
ใครๆก็ฟังออก ตู้เซ่าฝู่ไม่เพียงแต่พูดลบมลทินให้ตัวเองได้ยังด่าพวกตู้เฮ่าสิบกว่าคนได้ ความหมายก็คือพวกเจ้าสิบกว่าคนมาหาเรื่องข้าเลยทำให้ข้าต้องโจมตีพวกเจ้าสิบกว่าคนกลับไป ไร้ฝีมือก็ยังไม่พอขณะนี้ยังมีหน้ามาฟ้องอีก แบบนี้ไม่ยิ่งน่าอายพอหรือเป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติบรรพบุรุษของตระกูลเลยจริงๆ
“ตู้เซ่าฝู่ เจ้าโกหกหน้าด้านๆ ญาติผู้พี่ของตู้เฮ่าเมื่อวานถูกเจ้าโจมตีใส่หนึ่งกระบวนท่าจนล้มคลานลุกไม่ขึ้น สู้เจ้าไม่ได้เลยเจ้าต่างหากที่แย่งของของพวกเราไป” ตู้เหยียนกับตู้ชงต่างก็ทนไม่ไหวแล้วออกมาพูดเสริม ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคนโมโหจนหน้าแดง ท่าทางอึดอัดใจราวกับจะอกแตกตายแล้ว
“ตู้เหยียน ตู้ชง นับตามลำดับพวกเจ้าก็ถือว่าเป็นญาติผู้พี่ของข้ากันนะข้าเป็นน้องชายของพวกเจ้า ปกติพวกเจ้าไม่เคยห่วงใย สนใจ ดูแลข้าเลยแต่ก็ไม่เห็นต้องปฏิบัติกับข้าที่เป็นน้องเช่นนี้เลย!”
ตู้เซ่าฝู่ทำสีหน้าทางเจ็บปวดจากนั้นพูดใส่ตู้เหยียนกับตู้ชงเสียงดังว่า “ใช้สมองของพวกเจ้าคิดให้ดีผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาคนหนึ่งจะรับการโจมตีหนึ่งกระบวนท่าของข้าไม่ได้จนบาดเจ็บสาหัสได้อย่างไรข้าเป็นคนที่ชีพจรลมปราณมีปัญหานะ แม้ว่าตอนนี้ข้าพอฝึกวิทยายุทธได้บ้างแต่เจ้าคิดว่าข้าคือท่านลุงใหญ่ ท่านลุงสอง หรือว่าท่านผู้อาวุโสท่านอื่นๆ หรือที่สามารถโจมตีผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาจนล้มหมอบได้ในหนึ่งกระบวนท่าหากไม่ได้เพราะข้าหนีได้เร็ว วันนี้ข้าคงมาร่วมที่ห้องโถงใหญ่ไม่ได้แล้ว”
คนในห้องโถงใหญ่เริ่มมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปผู้อาวุโสหลายคนก็เริ่มเปลี่ยนความคิดผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาคนหนึ่งจะมาถูกตู้เซ่าฝู่โจมตีใส่กระบวนท่าเดียวก็ล้มหมอบเนี่ยนะต่อให้ตู้เซ่าฝู่แข็งแกร่งอย่างไร ก็คงไม่มีความสามารถถึงขนาดนั้นได้หรอก
มีหลายคนในห้องโถงที่เริ่มคิดว่าอาจเป็นเพราะตู้เฮ่า ตู้เหยียนและคนอื่นเสียเปรียบสู้แพ้มา เลยมากุเรื่องแต่งพอมีญาติผู้พี่ของตู้เฮ่ามา ตู้เซ่าฝู่คงทำอะไรไม่ได้น่าจะถูกทำร้ายมาบ้างเหมือนกัน
นอกจากนั้นที่ตู้เซ่าฝู่พูดก็ไม่ผิดตู้เฮ่าและตู้เหยียนต่างเป็นพี่ชายของตู้เซ่าฝู่กลุ่มคนที่อายุมากกว่าสิบกว่าคนมารุมคนที่เด็กกว่าเพียงคนเดียวเรื่องแพร่ออกไปคงฟังดูไม่ดีเท่าไร แถมยังพาคนนอกมาจัดการตู้เซ่าฝู่ให้อีกแบบนี้ดูไม่สมควรเลย
“ใส่ร้ายป้ายสี บิดเบือนความจริง”
“ฟู่ด...”
มีวัยรุ่นหลายคนโมโหจนความดันขึ้นเป็นเหตุให้เส้นเลือดแตกกระอักเลือดพ่นโลหิตออกมาทางปาก ทำไมถึงมีคนแบบนี้ได้ทำไมถึงปลิ้นปล้อนได้ขนาดนี้ ทำเอาซะตอนนี้พวกเขาหมดหนทางโต้เถียงได้เลยสุดท้ายยังกลับตาลปัตรว่าตู้เซ่าฝู่เป็นผู้ถูกทำร้ายแทน
“ข้าบิดเบือนความจริงอย่างไรกันไม่อย่างนั้นพวกเจ้าก็เรียกญาติผู้พี่ของตู้เฮ่ามาไต่สวนสิ เขาเป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาแต่มาถึงบ้านสกุลตู้เพื่อรังแกข้าเขาคงกลัวว่าคนของบ้านสกุลตู้อาจจะต้องคิดบัญชีกับเขาดังนั้นเลยไม่กล้าอยู่ต่อกระมัง” ตู้เซ่าฝู่มองบนใส่พวกตู้เหยียนอย่างไรก็ตามญาติผู้พี่ของตู้เฮ่าก็กลับไปแล้ว จะเรียกมาไต่สวนก็ยากและต่อให้มาร่วมการไต่สวนก็ไม่เห็นจะเป็นไร ปากของคนนอกจากมีไว้กินข้าวยังมีไว้พูดยังไงล่ะ
“เจ้า...เจ้า...ฟู่ด...”
ตู้เฮ่าตู้เหยียน และตู้ชงโมโหปี๊ดขึ้นสมองอีกครั้งจนสำลักพ่นออกมาเป็นเลือดผู้ใหญ่ของบ้านสกุลตู้หลายคนเห็นเหตุการณ์นี้ก็แทบจะลมจับพวกเขารีบลุกเข้าไปหาเพื่อตรวจดูอาการบาดเจ็บของพวกเขา
“ท่านลุงใหญ่ ข้าบาดเจ็บสาหัสมากเมื่อวานข้ารับปากจะเข้าร่วมการประลองระหว่างทายาทของสุดยอดห้าสกุลในอีกหนึ่งเดือนที่จะถึงนี้แต่ตอนนี้อาการบาดเจ็บของข้ารุนแรงมาก คงออกไปไหนไม่ได้อีกนานลุกออกจากเตียงไม่ไหว ข้าคงไปไม่ได้แล้วล่ะ ข้าเชื่อว่าพวกพี่ๆ ตู้เฮ่า ตู้เหยียนคงสร้างเกียรติให้กับบ้านสกุลตู้ได้ เอ้อใช่ ตู้เฮ่า ตู้ชงตู้เหยียนพวกเขาแย่งเงินกับยาลูกกลอนไปจากข้าเป็นสิบปี เมื่อวานยังทำร้ายข้าและแย่งทรัพย์สินติดตัวของข้าไปอีก แต่ข้าก็ช่างมันเถิดท่านลุงใหญ่ไม่ต้องไปเค้นความผิดและลงโทษพวกพี่ตู้เฮ่า ตู้เหยียนเลยเพราะในอีกหนึ่งเดือน พวกเขาต้องไปต่อสู้เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับบ้านสกุลตู้ข้าขอตัวก่อนนะ”
เมื่อพูดจบตู้เซ่าฝู่ก็ลุกขึ้นหอบกระบี่ดับวิญญาณที่ทุกคนอยากได้ออกไปโดยไม่แม้แต่หันกลับไปมองข้างในโถงใหญ่
“...”
ในห้องโถงใหญ่เงียบสงัดไม่มีใครพูดอะไรทุกคนต่างตกตะลึงกัน ตู้เซ่าฝู่พูดเสริมประเด็นอื่นเพิ่มเข้าไปเรื่องการประลองระหว่างทายาทของสุดยอดห้าสกุลในอีกหนึ่งเดือนที่จะถึงนี้ขณะนี้เขาไม่คิดจะเข้าร่วมอีกแล้ว ให้พวกตู้เฮ่า ตู้เหยียนไป ทว่าตอนนี้ใครๆก็รู้ดีว่าพวกตู้เฮ่าร่วมมือกันยังต่อสู้ชนะตู้เซ่าฝู่ไม่ได้เลยถ้าอย่างนั้นยังจะไปอีกทำไม ความหวังของบ้านสกุลตู้ในตอนนี้ก็คือตู้เซ่าฝู่แล้ว
ใครๆต่างก็เข้าใจว่า ตู้เซ่าฝู่บอกเจ้าบ้านไปว่าเขาไม่โทษพวกตู้เฮ่า ตู้ชงตู้เหยียนและคนอื่นๆ ที่แย่งชิงเงินและยาลูกกลอนของเขาเป็นสิบปี รวมถึงเรื่องเมื่อวานแต่ความหมายที่แท้จริงคือ หากเรื่องนี้ได้บทสรุปที่เขาไม่พอใจการประลองระหว่างทายาทของสุดยอดห้าสกุลในอีกหนึ่งเดือนที่จะถึงนี้ก็ไม่ต้องเรียกเขาแล้ว
ทั้งโถงใหญ่เงียบสงัดใครๆ ก็ไม่คิดว่าสุดท้ายเรื่องจะดำเนินมาเป็นเช่นนี้ ตู้เซ่าฝู่ในตอนนี้ ไม่เหมือนตู้เซ่าฝู่ในตอนแรกอีกแล้วพวกตู้เฮ่า ตู้เหยียนจะมาทำเล่นๆ ไม่ได้อีกแล้ว
คนส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่าพวกตู้เฮ่าเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบเพราะอาการบาดเจ็บของพวกตู้เฮ่าเห็นได้ชัดเจนด้วยตา เสียดายที่พวกตู้เฮ่าตู้เหยียนและป้าๆ น้าๆ คนอื่นๆ เถียงไม่ชนะตู้เซ่าฝู่แถมยังโดนตู้เซ่าฝู่ตอกกลับไปจนพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว
“เจ้าตู้เซ่าฝู่นั่นเจ้าเล่ห์เหลือเกิน”
“หรือว่าในสิบปีที่ผ่านมา หมอนั่นเอาแต่ปกปิดความจริงเอาไว้ซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้เป็นสิบปีเลยหรือ”
ทุกคนต่างประหลาดใจเขาต้องทนการดูถูก เหยียดหยาม ด่าทอ เยาะเย้ยจากคนในบ้านสกุลตู้มาเป็นสิบปีในใจเขาต้องมีความอดทนและเข้มแข็งเพียงใดกันทว่าตอนนี้เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ทนอีกต่อไปแล้ว และพวกตู้เฮ่า ตู้เหยียนตู้ชงก็ไม่มีอะไรที่เขาต้องกลัวอีกแล้ว