หลี่ิแบกเย่ฟานฝ่าความวุ่นวายของเมืองจินไห่กลับมาถึง "โรงเตี๊ยมเมฆาเคลิ้ม" เขาถีบประตูห้องพักเข้าไปแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า หลิวรั่วเฉินไม่อยู่ในห้อง สงสัยนางคงจะทนความรู้อยากเห็นไม่ไหว แอบไปดูการปะาร่างแยกของเขาที่ลานกลางเมืองเสียแล้ว
หลี่ิวางร่างที่ชุ่มไปด้วยเืของเย่ฟานลงบนเตียงไม้ "เอาล่ะ... ถ้าปล่อยไว้แบบนี้เ้าได้ไปคุยกับท่านยมบาลก่อนจะได้ล้างแค้นแน่ๆ"
หลี่ิยกมือขึ้นเบื้องหน้า พลางเรียกใช้ "วิชาแพทย์เทพ (ฝ่ามือรักษา) " ที่เขาเคยได้รับเป็รางวัลจากการลงชื่อ แสงสีเขียวนวลตาพลันสว่างวาบขึ้นที่ฝ่ามือ เขาแปะมือลงบนหน้าท้องของเย่ฟาน ตรงจุดที่ตันเทียนแหลกสลาย
พริบตาเดียว แสงสีเขียวนั้นก็ซึมลึกเข้าไปในร่างกาย เย่ฟานที่สลบไสลอยู่พลันกระตุกเฮือก! เขารู้สึกเหมือนมีสายน้ำอุ่น ๆ ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรที่เคยขาดสะบั้น าแภายนอกสมานตัวอย่างรวดเร็ว แม้แต่จุดตันเทียนที่ควรจะกลายเป็ขยะไปแล้ว กลับถูกถักทอขึ้นมาใหม่ด้วยพลังลึกลับที่เหนือล้ำกว่าปราณทั่วไป
เย่ฟานค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพบว่าความเ็ปที่เคยมีหายไปเป็ปลิดทิ้ง! "ข้า... ข้ายังไม่ตาย? และตันเทียนของข้า..."
ปัง! ประตูห้องถูกผลักออกอีกครั้ง หลิวรั่วเฉินวิ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกและปนไปด้วยความอยากหัวเราะ นางรีบพูดจนลิ้นพันกัน
"พี่หลี่! ท่านรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นที่ลานปะา!" นางหอบหายใจ "พวกสามตระกูลใหญ่นั่งรอคอยดูความตายของท่านอย่างสะใจ เพชฌฆาตเงื้อดาบั์ขึ้นสุดแขนแล้วฟันลงที่คอของ 'ตัวท่าน' อย่างจัง! ชาวเมืองต่างหลับตาเพราะไม่อยากเห็นภาพสยดสยอง..."
นางเว้นวรรคแล้วทำตาโต "แต่พอเสียงดาบกระทบเนื้อดัง เคร้ง! กลับมีควันะเิออกมาดัง ปุ้ง! พอควันจางลง... ร่างของท่านหายไป กลายเป็ ขอนไม้เก่าๆ หนึ่งท่อนที่ถูกฟันขาดเป็สองซีก! พวกผู้าุโตระกูลใหญ่ถึงกับตกเก้าอี้ ส่วนแม่ทัพไป๋เหลียนโกรธจนหน้าเขียวปั๊ด สั่งองครักษ์เกราะเหล็กทั้งเมืองให้พลิกแผ่นดินหาตัวจริงเดี๋ยวนี้!"
หลี่ิฟังจบก็ยิ้มมุมปาก "ขอนไม้นั่นคงจะแข็งน่าดูนะ... ในเมื่อพวกเขากระหายอยากจะจับข้านัก ข้าก็จะจัดให้ชุดใหญ่"
หลี่ิประสานอินด้วยท่าทางแปลกตา "คาถาแยกเงาพันร่าง!"
ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง!
พริบตาเดียว ห้องพักที่เคยกว้างขวางกลับอัดแน่นไปด้วย "หลี่ิ" ในชุดพเนจรนับสิบคน และพอมองออกไปนอกหน้าต่าง บนหลังคาบ้านเรือนและตามท้องถนน ก็ปรากฏร่างของหลี่ินับร้อยนับพันเดินลอยหน้าลอยตาอยู่เต็มไปหมด!
เย่ฟานที่เพิ่งฟื้นตัวถึงกับอ้าปากค้างจนกรามแทบค้าง "เป็... เป็ไปไม่ได้! ท่านไม่มีพลังปราณแม้แต่น้อย แต่กลับสร้างร่างแยกได้มากมายมหาศาลขนาดนี้เชียวรึ? แถมทุกร่างยังมีตัวตนจริง ๆ อีกด้วย!"
ณ ใจกลางเมืองจินไห่ แม่ทัพไป๋เหลียนกำลังควบม้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง ทหารองครักษ์เกราะเหล็กวิ่งมารายงานไม่ขาดสาย
"ท่านแม่ทัพ! พบเป้าหมายที่ตลาดปลาครับ!" "ท่านแม่ทัพ! เป้าหมายอีกคนกำลังนั่งกินบะหมี่อยู่ทางทิศใต้ครับ!" "ท่านแม่ทัพ! เป้าหมายโผล่มาท้าเตะตะกร้อหน้าจวนเ้าเมืองครับ!"
ไป๋เหลียนมองไปรอบตัว เห็นหลี่ิคนหนึ่งเดินสวนไป อีกคนนั่งโบกมือให้อยู่บนหลังคา และอีกคนกำลังช่วยยายแก่ข้ามถนน "โธ่โว้ยยย! นี่มันวิชาภูตผีปีศาจชนิดไหนกัน! จับมันมาให้หมด! ร่างไหนเป็ควันก็ช่างมัน จับมาให้หมด!!!" เสียงะโของแม่ทัพดังลั่นเมืองท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเหล่าร่างแยก
ในห้องพักโรงเตี๊ยม หลี่ิตัวจริงนั่งจิบชาดูความโกลาหลข้างนอกอย่างอารมณ์ดี เย่ฟานมองแผ่นหลังของชายผู้ลึกลับคนนี้ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เขาไม่ได้มองว่าหลี่ิคือคนไร้ค่าอีกต่อไป แต่คือ "ตัวตนระดับพระเ้า" ที่อยู่เหนือสามัญสำนึก
เย่ฟานรวบรวมกำลังกายทั้งหมด คุกเข่าลงกับพื้นแล้วโขกศีรษะเสียงดัง ปัง!
"ท่านาุโ... โปรดรับข้าเป็ศิษย์ด้วยเถิด!" เย่ฟานกล่าวเสียงสั่นเครือ "ข้าถูกทำลายตันเทียน แม้ท่านจะช่วยรักษาชีพจรให้ข้า แต่ข้าก็ไม่อาจฝึกฝนปราณได้เหมือนเดิมอีกแล้ว... ข้า้าแก้แค้นสำนักกระบี่เมฆาครามด้วยมือของข้าเอง! โปรดสอนวิชาที่ไม่ได้ใช้พลังปราณให้ข้าที!"
หลี่ิวางถ้วยชาลงช้า ๆ เขาหันมามองเย่ฟานที่กำลังคุกเข่าอ้อนวอน แววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยไฟแค้นที่คุโชน หลี่ิถอนหายใจยาว "สอนเ้าเรอะ? ข้ามันพวกี้เีซะด้วยสิ... แต่เอาเถอะ ในเมื่อเ้าอยากจะเก่งแบบข้า ข้าจะบอกเคล็ดวิชาอย่างแรกให้เ้าทำตาม"
หลิวรั่วเฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ นางเองก็อยากรู้มานานแล้วว่าพี่หลี่ฝึกวิชาอะไรถึงได้เทพขนาดนี้
"ฟังให้ดีนะ..." หลี่ิเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เ้าต้องวิดพื้นหนึ่งร้อยครา ลุกนั่งหนึ่งร้อยครา ย่อเข่าหนึ่งร้อยครา และออกวิ่งเป็ระยะทางยี่สิบลี้ (10 กิโลเมตร) ทำเช่นนี้ทุกวี่ทุกวันอย่าได้ขาด! แล้วเ้าจะเข้าถึงแก่นแท้แห่งพลังที่ข้ามี!"
เย่ฟานได้ยินดังนั้นก็ดวงตาเป็ประกาย เขารีบโขกศีรษะรับคำทันที "ศิษย์รับทราบ! ข้าจะหมั่นฝึกฝนตามที่ท่านอาจารย์สั่งอย่างเคร่งครัด!"
ขณะที่เย่ฟานกำลังฮึกเหิม หลิวรั่วเฉินกลับยืนนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง นางมองหลี่ิด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย 'วิดพื้น? วิ่งยี่สิบลี้? ั้แ่ข้าอยู่กับพี่หลี่มา ข้าเห็นเขาทำอย่างมากก็แค่เดินจากเตียงไปโต๊ะตกปลา กับเดินจากป้อมยามไปร้านซาลาเปา... นี่เขาแอบไปวิ่งตอนไหนกันน่ะ!'
หลี่ิหันไปมองออกนอกหน้าต่าง เห็นแม่ทัพไป๋เหลียนกำลังวิ่งไล่กวดร่างแยกอย่างเอาเป็เอาตาย "เอาล่ะ... วันนี้เ้าพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มวิ่ง ส่วนตอนนี้ก็นั่งดูพวกนั้นวิ่งเล่นแก้เบื่อไปก่อนนะ"