เมื่อคืนเควินปล่อยให้ผมนอนคนเดียวทำให้ผมต้องนอนกอดตัวเองร้องไห้ทั้งคืนเพราะผมคิดถึงเควินมากจนผมไม่ได้นอนเลยผมจึงมาหลับเอาตอนใกล้สว่างและพอตอนสายใกล้เที่ยงแม่นมของเควินก็ขึ้นมาตามผมลงไปทานข้าวเพราะใกล้จะเที่ยงแล้ว แม่นมบอกผมว่า
"คุณวายุ...แม่มาตามคุณวายุไปทานน่ะข้าวลูก"
"ผมยังไม่หิวครับ...ผมขอไม่ไปได้ไหมครับ?"
"ไม่ได้นะลูก...คุณเควินสั่งให้แม่มาตามตอนนี้คุณเควินกับ...เอ่อ...คุณคิวท์กำลังรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้วค่ะ"
"ครับ...ถ้างั้นผมขออาบน้ำแป๊บเดียว แล้วผมจะตามลงไปนะครับ?"
"ได้ค่ะ...แต่อย่านานนะลูก?"
"ครับ"
พอผมได้ยินจากแม่นมว่า...เควินกับคิวท์กำลังรอผมอยู่ที่โต๊ะอาหารผมก็พอจะเดาออกแล้วล่ะว่า...ผมต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่ผมบอกกับตัวเองว่า...จะต้องไม่ร้องไห้อีก ผมจะต้องเข้มแข็งผมจะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้พวกเขาได้เห็นเด็ดขาด ผมจะต้องทำให้ได้
ผมเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองรวมทั้งปล่อยน้ำตาให้มันได้ทำหน้าที่ของมันจนเสร็จเรียบร้อยแล้วผมถึงเดินออกจากห้องน้ำมาแต่งตัวด้วยชุดลำลอง แล้วผมก็เดินลงไปที่โต๊ะอาหาร
พอผมไปถึงโต๊ะอาหารเควินก็บอกให้ผมนั่งลงข้าง ๆ เขา แต่ด้านข้างอีกฝั่งของเควินมีคิวท์นั่งอยู่และกำลังส่งยิ้มมายิ้มเยาะเย้ยผมอยู่ แต่ผมไม่ได้สนใจอีกต่อไปจนแม่บ้านเอาอาหารมาเสริฟผมก็ก้มหน้าทานอาหารของผมไปเงียบ ๆ และในระหว่างที่ทานอาหารอยู่ เควินก็ถามผมขึ้นว่า
"วายุ...เมื่อคืนนอนหลับสบายดีหรือเปล่า?"
"ครับ...หลับสบายดีครับ"
"อืม...แล้วทำไมถึงตาบวมขนาดนั้น?"
"ผมร้องไห้นิดหน่อย"
"ทำไมถึงร้องไห้?"
"เพราะผมคิดถึงพ่อกับแม่ครับ"
"อืม...รีบทานเถอะ "
"ครับ"
ผมก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อไปและพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด ทั้ง ๆ ที่ในใจของผมกำลังปวดร้าวอยู่ผมกลืนข้าวแทบจะไม่ลง แต่ผมก็ฝืนกลืนมันลงไปจนหมด ผมทำทีเหมือนกับว่า...อาหารมื้อนี้มันอร่อยที่สุดแต่มันไม่ใช่เลย เพราะผมต้องทนนั่งดูเควินตักอาหารให้คิวท์ต้องทนนั่งดูคนที่เมื่อก่อนเคยตักอาหารให้ผมจนล้นจานแต่ตอนนี้เขากลับกำลังตักอาหารให้คนอื่นอยู่
ผมกล้ำกลืนฝืนทานอาหารจนเสร็จพร้อมๆ กับเควิน หลังจากทานเสร็จแล้วเควินเขาก็บอกผมว่า
"วายุ...ทานข้าวเสร็จแล้วคุณอยากกลับขึ้นไปนอนดูทีวีอยู่บนห้องก็ได้นะ? หรือว่าคุณอยากไปเลี้ยงกระต่ายที่หลังบ้านก็ได้ตามใจคุณ"
"แล้วคุณเควินล่ะครับ? วันนี้คุณจะออกไปไหนไหมครับ?"
"วันนี้ผมไม่ได้ออกไปไหนหรอก เพราะผมต้องอยู่บ้าน พอดีคิวท์เขาบอกว่า...เขาอยากเรียนว่ายน้ำกับผมผมก็เลยคิดว่าจะใช้เวลาสอนเขาว่ายน้ำทั้งวันเลย"
"ขอวายุเรียนด้วยคนได้ไหมครับ?"
"เอาไว้คราวหลังก็แล้วกันนะ? เพราะผมไม่อยากดูคุณวิ่งไล่ตบคิวท์ในสระว่ายน้ำน่ะ"
"แต่เมื่อคืนวายุไม่ได้เป็คนเริ่มนะครับ"
"พอ!!! ผมไม่อยากฟังคำแก้ตัวของเด็กเลี้ยงแกะอย่างคุณเพราะผมรู้ดีว่าคุณมันชอบก่อเื่จนติดเป็นิสัย"
"ครับ...ถ้างั้นวายุขอตัวนะครับ?"
"อืม"
พอเควินตำหนิผมว่า...ผมนิสัยไม่ดีเหมือนเด็กเลี้ยงแกะก็ทำให้ผมเสียใจมากผมจึงรีบขอตัวลุกออกจากโต๊ะอาหารทันทีเพราะผมไม่อาจทนฟังเขาพูดจาทิ่มแทงใจของผมแบบนี้ได้อีกแล้ว
ผมเดินออกมาจากบ้านอย่างรวดเร็วแล้วผมก็เดินเลยออกไปสนามหญ้าหลังบ้านเพื่อที่จะไปเยี่ยมเ้าโอโม่
พอผมเดินออกมาถึงสนามหญ้าเ้าโอโม่มันก็วิ่งเข้ามาคลอเคลียผมอย่างกับว่ามันก็กำลังรอผมอยู่ผมจึงนั่งลงลูบหัวของมัน แล้วผมก็อุ้มมันขึ้นมากอดไว้ และในขณะที่ผมกอดเ้าโอโม่อยู่ผมก็ปล่อยให้น้ำตาของผมได้ทำหน้าที่ของมันอีกครั้งต่อหน้าของเ้าโอโม่เพื่อนใจเพียงตัวเดียวที่ผมเหลืออยู่ตอนนี้
ผมร้องไห้ออกมาอย่างเต็มที่เพราะผมคิดว่า...ถึงเ้าโอโม่มันจะเป็แค่สัตว์ตัวน้อยสีขาวบริสุทธ์ไร้เดียงสาตัวหนึ่งเท่านั้นแต่อย่างน้อยมันก็ไม่มีวันหัวเราะเยาะผมแน่นอนผมจึงเลือกที่จะร้องไห้ต่อหน้ามันในวันที่ผมอ่อนแอที่สุด
แต่พอเ้าโอโม่มันเห็นผมร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ มันกลับมีปฏิกิริยาตอบสนองผมโดยการซุกตัวของมันเข้ามาแถว ๆ ซอกคอผมแล้วมันก็มุดเข้าไปในเสื้อของผม แล้วก็กลับออกมาใหม่วนไปมาไม่หยุดจนผมรู้สึกว่ามันกำลังปลอบใจผมอยู่ ผมจึงรีบเช็ดน้ำตาของผมออกจนแห้งแล้วผมก็พูดกับมันว่า
"โอโม่นายรู้ด้วยเหรอว่า...ฉันกำลังอกหักน่ะ? นายรู้ด้วยเหรอว่าเขาไม่ได้เอ็นดูฉันอีกแล้ว? ฉันขอโทษนะที่ร้องไห้ต่อหน้านายแต่ถ้าฉันไม่ร้องไห้กับนาย ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะไปร้องไห้ที่ไหนฉันไม่อยากร้องไห้คนเดียวอีกแล้วถ้านายรู้ว่าวันนี้ฉันเ็ป...นายก็ช่วยอยู่ข้าง ๆ ฉันหน่อยนะโอโม่ที่บ้านหลังนี้ฉันไม่เหลือใครแล้วจริง ๆ นอกจากนาย"
ผมพูดกับเ้าโอโม่ในขณะที่เ้าโอโม่มันก็เล่นซนไม่เลิกผมไม่รู้ว่ามันเข้าใจที่ผมพูดกับมันไหม แต่อย่างน้อยมันก็เป็ผู้ฟังที่ดีมันยอมอยู่ตรงนี้ไม่ยอมหนีไปไหน มันยอมอยู่ข้าง ๆ ผม เพื่อรับฟังความในใจของผมไม่ว่าเ้าโอโม่มันจะเข้าใจสิ่งที่ผมพูดหรือไม่ก็ยังดีกว่าผมเก็บความเ็ปนี้ไว้เพียงคนเดียว อย่างน้อยผมก็ได้ระบายมันออกมา
ผมนั่งอยู่สนามหญ้าหลังบ้านระบายความในใจกับเ้าโอโม่จนอาการเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ แล้วผมก็เห็นแม่นมถือถาดขนมเดินออกมาให้ผม และแม่นมบอกผมว่า
"คุณวายุ...ทานขนมกับนมสักหน่อยนะลูก?"
"ขอบคุณครับ...แต่ว่าผมยังไม่หิวครับ"
"ไม่หิวก็ทานสักหน่อยเถอะลูก แม่เห็นวายุดูเพลีย ๆแล้วแม่ใจไม่ไม่ดีเลย เป็อะไรมากหรือเปล่าลูก?"
"เขาไม่สนใจผมอีกแล้วล่ะครับ"
"แล้วทำไมคุณหนูเควินถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือแบบนี้นะ เมื่อสองวันก่อนแม่ยังเห็นรักกันดีอยู่ไม่ใช่เหรอลูก? แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น? ทะเลาะกันเหรอลูก?"
"ไม่ได้ทะเลาะหรอกครับ...แต่บางทีเขาอาจจะเบื่อผมแล้วก็ได้ เขาถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้"
"แต่แม่ว่า...มันแปลก ๆ นะ"
"แปลกยังไงเหรอครับ?"
"ก็หลังทานอาหารเที่ยงเสร็จ คุณหนูเควินก็ปล่อยให้คุณคิวท์ไปว่ายน้ำอยู่คนเดียวส่วนคุณหนูเควินก็ขึ้นห้องไปไม่ลงมาข้างล่างอีกเลยจนถึงตอนนี้"
"คุณเควินอยู่บนห้องเหรอครับ?"
"ใช่ค่ะ...แม่เลยคิดว่า...บางทีคุณหนูเควินอาจจะกำลังรอคุณวายุอยู่นะคะ"
"งั้น...ผมขอตัวขึ้นห้องก่อนนะครับ?"
"ค่ะ...อ้าว!!! แล้วอาหารว่างล่ะคะคุณวายุ? ไม่ทานก่อนเหรอคะ?"
"ไม่ล่ะครับ...ขอบคุณครับ"
เมื่อผมได้ยินว่าเควินอยู่บนห้องผมก็รีบบอกเ้าโอโม่ว่า
"โอโม่? ฉันไปก่อนนะ? เขากำลังรอฉันอยู่ นายก็อย่าเล่นซนล่ะ? อย่านอนดึกเข้าใจไหม? แล้วพรุ่งนี้ฉันจะเอาแครอทมาฝาก...ฝันดีนะโอโม่ฉันรักนายนะ"
พอผมบอกเ้าโอโม่มันเสร็จผมก็รีบวิ่งเข้าบ้านไปทันที ผมวิ่งขึ้นบันไดและตรงไปเปิดประตูห้องโดยไม่เคาะเลยเพราะผมดีใจมากที่ผมได้รู้ว่าเขาอาจจะกำลังรอผมอยู่ในห้อง
แต่พอผมเปิดประตูเข้าไปหัวใจของผมก็พังทะลายลงอีกครั้งเพราะคิวท์กำลังนั่งคร่อมเควินอยู่บนเตียงที่ผมเคยใช้นอนกับเควินเป็ประจำตลอดสามเดือนที่ผ่านมา
ผมค่อย ๆ เดินเข้าไปช้า ๆจนถึงข้างเตียง แล้วผมก็มองดูตามพื้นห้องที่ตอนนี้เปียกแฉะไปหมดและผมยังคงยืนดูคิวท์จูบเควินต่อหน้าต่อตาของผมต่อไปถึงแม้ว่ามันจะเป็ภาพที่ผมเคยเห็นเควินทำกับเพื่อนสาวของเขามาก่อนแต่ผมก็ยังอยากจะดู เพราะผมอยากดูให้รู้ว่า...ถ้าผมไม่หนีไปไหน ถ้าผมทนยืนมองภาพบาดตาอยู่ตรงนี้ แล้วผมจะตายไหม
ผมแค่อยากจะรู้ว่า...การยืนดูคนที่เรารักมาก ๆมีความสัมพันธ์กันคนอื่น มันจะทำให้ผมตายไหมผมอยากรู้ว่าความรักมันจะทำให้ผมเจ็บได้มากสักแค่ไหน และในขณะที่ผมยืนดูอยู่นั้นคิวท์ก็จะครางออกมาเรื่อย ๆ ไม่หยุดว่า
คุณเควิน...ผมรักคุณ ผมรัก...คุณ...เควิน...
อืม...ดีมาก...คิวท์...นาย...เด็ดมาก...จริง ๆ
ผมยังคงยืนเฝ้าดูบทรักของคิวท์กับเควินดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยที่คิวท์กับเควินไม่รู้สึกอายผมบ้างเลย พวกเขาไม่คิดที่จะสนใจผมเลย ทั้ง ๆที่พวกเขาก็รู้ว่าผมยืนอยู่ตรงนี้ เพราะผมเห็นคิวท์หันมายิ้มเยาะเย้ยผมบ่อย ๆผมปล่อยให้หัวใจของผมเจ็บปวดจนถึงที่สุดอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับไปไหนจนตอนนี้ผมคิดว่าผมคงถึงจุดที่เรียกว่า...หัวใจได้ตายไปแล้วล่ะเพราะหัวใจของผมมันไม่อยากจะหายใจอีกต่อไปแล้ว
ผมตัดสินใจหันหลังให้พวกเขาและเตรียมตัวก้าวขาพาหัวใจที่บอบช้ำออกไปจากตรงนั้น แต่ผมกลับก้าวขาไม่ออกเลยเพราะมันปวดมันชาไปหมดซ้ำร้ายไปกว่านั้นดวงตาของผมยังไม่อาจมองเห็นทางเดินข้างหน้าได้อีกเลยผมจึงไม่รู้ว่าผมจะเดินไปทางไหนดี ผมไม่รู้เลยว่าประตูทางออกอยู่ทางไหนด้วยซ้ำ
ผมฝืนก้าวขาออกไปทั้ง ๆที่มองไม่เห็นอะไรเลย แต่ผมก็ก้าวขาได้เพียงแค่ก้าวเดียวสมองของผมก็สั่งปิดสวิตซ์ทันที เพราะมันไม่สามารถที่จะคิดอะไรต่อไปได้อีกแล้วผมมองไม่เห็นอะไรอีกแล้ว ผมรู้แค่ว่าผมล้มลงไปข้าง ๆ เตียงนอนของเควินนั่นเอง
หลังจากนั้นหูของผมก็ได้ยินเสียงร้องเรียกผมเหมือนกำลังใแว่วๆ มา เสียงเหมือนดังมาจากที่ไหนสักแห่งที่ไกลมาก แต่ถึงผมจะได้ยินเพียงน้อยนิดผมก็ยังรู้ว่านั่นเป็เสียงของเควิน ผมได้ยินเสียงของเขาร้องเรียกผมว่า
"วายุ! วายุ!!! ลืมตาสิ!!! วายุ!!! วายุ!!! ผมสั่งให้คุณลืมตา!!! ลืมตาขึ้นมา!!!วายุ!!! วายุ!!! อย่ามาทำเมินใส่ผมนะ!!! วายุ!!! วายุได้ยินไหมวะ? ห๊ะ!!!วายุ..."
หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย...
.....
Sundog