บทที่ 3 นักแม่นปืน
“อย่านะ!” เมื่อได้ยินคำสั่งของตำรวจนายหนึ่ง หลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็หน้าซีดเผือดทันที
เธอรีบวิ่งไปกางแขนทั้งสองข้างเพื่อป้องกันเฉินเซิงไว้
ดวงตาของเฉินเซิงเริ่มพร่ามัวเพราะมีน้ำตาคลอเบ้า
หลังจากได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง เขาตั้งใจจะปกป้องแฟนสาวของตัวเองแท้ ๆ แต่ใน่เวลาวิกฤตินี้กลับเป็หลินเสวี่ยเอ๋อร์ที่ก้าวออกมาปกป้องเขาแทน
ตำรวจหลายนายรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย พวกเขารู้ว่าสาวน้อยคนนี้คงไม่ใช่คนร้าย แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงออกมาปกป้องชายหนุ่มคนนี้ที่ถือปืนอยู่
“เขาไม่ใช่คนร้าย เขาเป็ฮีโร่ต่างหาก!” เสียงหวานที่ฟังดูเข้มแข็งดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
สาวสวยอกอึ๋มที่เคยชนกับเฉินเซิงที่ประตูทางเข้าก่อนหน้านี้ ก้าวออกมาจากกลุ่มคนที่อยู่ในนั้น
“หัวหน้าเซี่ย คุณทำอะไรที่นี่ครับ?” ตำรวจนายหนึ่งรู้จักสาวอกอึ๋มคนนั้น จึงเรียกชื่อของเธอด้วยความประหลาดใจ
แม้สาวอกอึ๋มจะรู้สึกไม่พอใจที่เฉินเซิงไปโดนหน้าอกของเธอ แต่เธอก็ไม่คิดบิดเบือนความจริงที่เห็น
“ฉันคือหัวหน้ากองปราบปรามอาชญากรรมเซี่ยซิน ฉันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เมื่อครู่หากพลเมืองคนนี้ไม่รีบแย่งปืนและยิงคนร้าย ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนตายอีกกี่คน…” หญิงสาวพูดกับตำรวจทุกนาย
เฉินเซิงมองสาวอกอึ๋มด้วยความประหลาดใจ เธอเป็ถึงหัวหน้ากองปราบเลยงั้นเหรอ?!
ไม่แปลกใจเลยที่ในเหตุการณ์ครั้งก่อน ไม่มีใครกล้าออกมาต่อสู้กับคนร้ายเลย แม้แต่ตอนที่คนร้ายสังหารเหยื่อ คนส่วนใหญ่ก็ยังคงนิ่งเฉยราวแกะที่รอถูกเชือด แต่เธอคนนี้กลับยอมเสี่ยงชีวิตต่อสู้กับคนร้ายด้วยมือเปล่า
“คุณคะ ทุกอย่างจบแล้ว วางปืนได้แล้วค่ะ” หัวหน้าเซี่ยพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกับเฉินเซิงที่มีสีหน้าเคร่งเครียด
เฉินเซิงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาจึงไม่ยอมวางปืน ปลายกระบอกปืนยังคงชี้ไปที่เซี่ยซิน ตำรวจหญิงที่อยู่ไม่ไกลออกไป
ในสายตาของคนอื่น การกระทำของเขาถือเป็การไม่ให้เกียรติอย่างร้ายแรง และเป็การกระทำที่อันตรายอย่างยิ่ง
“ถ้ายังชี้ปืนไปที่หัวหน้าเซี่ยอีก เราคงต้องเสียมารยาทแล้ว” ตำรวจนายหนึ่งะโและเล็งปืนไปที่เฉินเซิง
ตำรวจนายอื่น ๆ เห็นเหตุการณ์นี้ก็คิดในใจว่า ‘เขาไม่ใช่คนร้ายไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมเขาถึงยังจ่อปืนไปที่หัวหน้าเซี่ยอีกล่ะ ? หรือว่าสมองของเขาได้รับการกระทบกระเทือนจากการต่อสู้ จนทำให้เขาทำในสิ่งที่คนปกติไม่สามารถเข้าใจได้’
ตำรวจเ่าั้จึงหันกระบอกปืนไปจ่อที่เฉินเซิงอีกครั้ง จากหลาย ๆ มุม ถ้าหากเขากล้ายิงปืน แม้ว่าเขาจะได้รับผลกระทบทางจิตใจจริง พวกเขาก็จะยิงเฉินเซิงให้ตายในทันที
“ปัง!”
แม้ว่าจะมีตำรวจหลายนายจ่อปืนใส่ร่างของเขา แต่เฉินเซิงก็ยังลั่นไกออกไป ประกายไฟพุ่งเร็วไปยังหญิงสาวหน้าอกโตที่อยู่ตรงข้าม
“ทุกคนอย่ายิง!” แม้จะไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่เซี่ยซินก็สั่งห้ามตำรวจที่กำลังจะยิงด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
มีเสียงโอดโอยมาจากทางด้านหลังของเซี่ยซิน ะุปืนที่แล่นออกมาด้วยความเร็วสูงได้พุ่งเข้าไปยังร่างของคนร้ายที่ลุกขึ้นยืนและจ่อปืนใส่เธอ
ะุพุ่งผ่านลำคอด้านหน้าและออกมาจากลำคอด้านหลังของคนร้ายคนนั้น เขาล้มลงกับพื้นและเสียชีวิตคาที่ในทันที เืสีแดงฉานได้กระเด็นไปที่ผนังสีขาวสะอาด
เมื่อเห็นคนร้ายล้มลงและมีเืไหลออกมาจากลำคอไม่หยุด ตำรวจทุกนายต่างก็ใจนเหงื่อแตก พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะยังมีคนร้ายที่รอดชีวิตอยู่ และกำลังลอบยิงหญิงสาวหน้าอกโตคนนั้นอย่างลับ ๆ
หากไม่ใช่เพราะชายหนุ่มคนนี้สังเกตเห็นและช่วยไว้ได้ทันเวลา ป่านนี้เซี่ยซินคงต้องจบชีวิตลงแล้ว
เมื่อเห็นศพของคนร้าย ตำรวจเ่าั้ก็ยังคงสงสัยว่าชายหนุ่มนักศึกษาคนนี้ รู้ได้ยังไงว่าคนร้ายยังมีชีวิตอยู่ และกำลังลอบยิงเซี่ยซิน พวกเขาจึงมองไปที่เฉินเซิงด้วยสีหน้าที่สงสัย
หลังจากยิงคนร้ายแล้ว เฉินเซิงก็วางปืนลง
เขาเองก็เหงื่อแตกไม่แพ้กัน โชคดีที่เซี่ยซินะโห้ามทัน ไม่อย่างนั้นเหตุการณ์ในครั้งนี้อาจจะจบลงด้วยการที่เขาช่วยชีวิตตำรวจสาว แต่กลับถูกตำรวจเหล่านี้ยิงตายในที่เกิดเหตุ
เหตุผลที่เฉินเซิงไม่ยอมวางปืนลงก็เพราะในชาติก่อน เขาเคยเห็นตำรวจหลายนายถูกคนร้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ยิงตายขณะที่กำลังเก็บกู้ที่เกิดเหตุ
เวลานี้มีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่เฉินเซิงยังคงไม่กล้าประมาท
ขณะที่เขากำลังมองสำรวจคนร้ายที่ถูกยิงไปแล้วนั้น เขาเห็นคนร้ายคนหนึ่งที่อยู่ข้างหลังเซี่ยซินขยับนิ้ว จึงจ่อปืนไปที่คนร้ายคนนั้น
ทั้งคนร้ายและเซี่ยซินอยู่ในแนวระนาบดียวกัน ตำรวจคนอื่น ๆ อาจคิดว่าเขาจะลงมือกับตำรวจหญิงคนนี้ แต่ที่จริงแล้วเขากำลังจะสังหารคนร้ายที่าเ็สาหัสและกำลังจะจับคนอื่นเป็ตัวประกัน
แม้ว่าสถานการณ์เมื่อครู่จะอันตราย แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็ออกมาดี
นับั้แ่ได้รับชีวิตใหม่ เฉินเซิงก็ไม่เคยประมาทอีก หลังสังหารคนร้ายคนนั้นไปแล้ว ความตึงเครียดก็คลายลง และเขาก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
‘ภารกิจช่วยเหลือแฟนสาวสำเร็จ ปลดล็อกพลังปราณอู๋จี๋…’ จู่ ๆ ก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นในหัวของเฉินเซิง
เฉินเซิงรู้สึกเหนื่อยมาก เขาไม่สนใจว่าพลังปราณอู๋จี๋คืออะไร เขาแค่อยากนอนพักผ่อนยาว ๆ สามวันสามคืน
แต่ทางการ้าให้เฉินเซิงไปที่สถานีตำรวจเพื่อบันทึกการให้ปากคำ
เซี่ยซินให้คนไปส่งหลินเสวี่ยเอ๋อร์ที่ดูท่าทางไม่ค่อยดีกลับบ้าน ก่อนจะพาเฉินเซิงไปสถานีตำรวจด้วยกัน
เมื่อรถจอดที่หน้าสถานีตำรวจ เซี่ยซินที่เดินนำหน้าก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจึงหยุดเดิน
เฉินเซิงที่เดินตามหลังได้แต่แอบมองสำรวจรูปร่างของตำรวจสาวที่อยู่ตรงหน้า
เซี่ยซินมีหน้าอกที่ใหญ่ เอวบาง ก้นกลมงอนสวย ใต้กระโปรงสั้นเป็คู่ขาเรียวยาวขาวเนียนดุจงาช้าง
อาจเป็เพราะออกกำลังกายมาก ขาของเธอจึงดูแน่นกระชับ แข็งแรงแต่ไม่หนา ไร้ไขมันส่วนเกิน ผู้ชายปกติเห็นเข้าคงห้ามความรู้สึกนึกอยากััลูบคลำต้นขาคู่นั้นไม่ได้
เฉินเซิงมั่นใจว่าเขามีสติมาก แต่เมื่อมองก้นงอนและต้นขาเรียวยาวของเซี่ยซิน จิตใจก็ว้าวุ่นไปหมด
เพราะเฉินเซิงมัวแต่มองรูปร่างอันน่าหลงใหลของตำรวจสาว จึงไม่ทันสังเกตว่าเธอหยุดเดิน เขาจึงชนหลังเธอไปอย่างจังโดยไม่ตั้งใจ
เพราะก่อนหน้านี้เขาแอบมองสำรวจเรือนร่างอันเย้ายวนของเซี่ยซิน ส่วนล่างของชายหนุ่มจึงค่อย ๆ แข็งตัวขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้เมื่อร่างกายของทั้งสองแนบชิดกัน ส่วนนูนของเขาจึงชนเข้ากับร่องก้นอันกลมกลึงของคนตรงหน้าอย่างพอดิบพอดี
แม้จะมีกระโปรงบาง ๆ กั้นอยู่ แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มของเซี่ยซิน จิตใจของเขาถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ทำให้ส่วนล่างของชายหนุ่มแข็งขึ้นมากกว่าเดิม
เฉินเซิงคิดว่าตัวเองเอาเปรียบสาวอกโตคนนี้โดยไม่ได้ตั้งใจ และครั้งนี้ร้ายแรงกว่าครั้งก่อนด้วยซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ส่วนล่างของเขาแทรกเข้าไปในสะโพกอันกลมกลึงและนุ่มนิ่มของคนตรงหน้า ใบหน้าของเขาก็ดูใขึ้นมาทันที
เขาคิดในใจว่าเธอคงจะโกรธจัดและตบหน้าเขาแน่ ๆ
“โรคจิต! ทำอะไรของคุณน่ะ?!” เซี่ยซินถามพร้อมกับกัดฟันกรอด
ในขณะที่ต่อว่าเขา เซี่ยซินก็รู้สึกถึงวัตถุแข็ง ๆ ที่ััตรงจุดอ่อนไหวบริเวณก้น ทำให้ขาของหญิงสาวอ่อนแรง และร่างกายเริ่มไม่มั่นคง
เฉินเซิงกลัวเธอจะล้มลง จึงรวบเอวบางของเธอไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง
เพราะกลัวว่าเธออาจจะเข้าใจผิด เขาจึงรีบอธิบายว่า “จู่ ๆ คุณก็หยุดเดินกะทันหัน ผมก็เลยชนคุณโดยไม่ได้ตั้งใจ…”
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้นไม่หยุด เซี่ยซินไม่สนใจสถานการณ์ที่ชวนให้อึดอัดตรงหน้าอีก เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายทันที
“พ่อ ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงโทรมาหาหนูได้ล่ะคะ?”
“ซินซิน พ่อได้ยินข่าวว่ามีคนร้ายบุกปล้นธนาคาร ลูกไม่ได้เป็อะไรใช่ไหม?”
“หนูไม่เป็ไรค่ะ หนูเป็ใครพ่อก็รู้ ตอนเรียนโรงเรียนตำรวจ หนูยังเคยเป็แชมป์มวยสากลรุ่นนั้นเลยนะคะ” เซี่ยซินบิดตัวไปมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
เมื่อเห็นเซี่ยซินรับโทรศัพท์และไม่ได้สนใจสถานการณ์ในตอนนี้ เฉินเซิงก็ลังเลว่าจะปล่อยมือจากเอวบางของเธอหรือควรจับไว้ต่อไปดี
นอกจากนี้ส่วนล่างของเขายังคงกดอยู่ที่ก้นกลมน่ารักของเธอ และเมื่อเซี่ยซินขยับร่างกายไปมาด้วยท่าทางออดอ้อน ก็ทำให้ส่วนล่างของเขาถูกถูไถกับจุดอ่อนไหวบริเวณก้นขาวนวลของเธออย่างต่อเนื่อง
เมื่อรู้สึกถึงความยืดหยุ่นน่าประทับใจบริเวณก้นนุ่มนิ่มของเธอ เขาก็เกือบจะควบคุมตัวเองไม่ไหว หากไม่มีคนอื่นอยู่บริเวณนั้น ชายหนุ่มคงจะจับเธอกระทำการอนาจารไปแล้ว
เซี่ยซินวางสายด้วยสีหน้าผ่อนคลาย เมื่อเห็นสายตาแปลก ๆ ของเพื่อนร่วมงานหลายคน เธอจึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองยังถูกเฉินเซิงกอดรัดไว้อยู่ ใบหน้าสวยของหญิงสาวพลันแดงก่ำราวกับแอปเปิลที่กำลังสุกงอม
“ทำไมคุณถึงยังไม่ปล่อยฉันอีก? อยากตายจริง ๆ หรือไง!?” เซี่ยซินรู้สึกอับอายขายหน้า เธอหันไปผลักอกเฉินเซิงออกอย่างแรง
“อ๊ะ!…”
เฉินเซิงยืนทรงตัวอย่างมั่นคงอยู่แล้ว พอเซี่ยซินผลักเขาอย่างแรงก็กลับเป็เธอที่เสียหลักและกำลังจะล้มลงไปแทน จึงร้องออกมาด้วยความใ
“ระวัง!” เฉินเซิงรวบเอวของหัวหน้าเซี่ยเข้ามากอดแนบชิดไว้กับตัว เพื่อป้องกันไม่ให้เธอล้มลงไปที่พื้น
หลังจากร่างบางของหัวหน้าเซี่ยถูกเฉินเซิงกอดรัดไว้ เธอจึงไม่ได้ล้มลงไปที่พื้น แต่กลับพุ่งชนเข้ากับร่างหนาของเฉินเซิงแทน เมื่อร่างกายของทั้งสองแนบชิดติดกัน ส่วนนูนของเฉินเซิงก็พุ่งเข้าไปในร่องก้นของหัวหน้าเซี่ย และค่อย ๆ ลึกเข้าไปเรื่อย ๆ
เฉินเซิงรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าส่วนล่างของเขาได้ทะลุทะลวงผ่านสิ่งกีดขวางทุกอย่าง และแทรกเข้าไปในบริเวณนุ่มนิ่มส่วนลึกของก้นหัวหน้าเซี่ย
หากจะเปรียบการกระทำของเฉินเซิงในขณะนี้ก็เหมือนการยิงปืน เพราะตอนนี้เขาได้เหน็บะุเข้าที่เป้าหมายอย่างพอดิบพอดี!