Bustling Officialdom กลรักเกมอำนาจ [นิยายแปล]

    ตอนที่ 3 ชายหนุ่มเมามาย (2)

    ตอนที่ 3 ชายหนุ่มเมามาย (2)

            เมื่อมาถึงประตูห้องทำงานนายกเทศมนตรีของชั้นห้า หยางเตี่ยนซือที่ถือข้อมูลการรายงานผลสถิติเปิดประตูเข้าไปในห้อง เมื่อพวกเขาเดินเข้าห้องก็เห็นชายหนุ่มรูปหล่อผู้นั่งบนเก้าอี้นายกเทศมนตรีในทันที

            “ท่านกรุณารอสักครู่นะครับ ผมจะติดต่อหน่วยรักษาความปลอดภัยมาเชิญเขาออกไปครับ” หยางเตี่ยนซือเอ่ย พลางหยิบมือถือมาเตรียมกดโทร

            “ไม่ต้องหรอก คุณกลับไปที่โถงทำงานก่อนเลย ถ้ามีธุระแล้วจะตามตัวคุณเอง” กู้ชิงยกมือพลางเอ่ยปาก

            หยางเตี่ยนซือรับคำว่า “รับทราบครับท่าน” แล้วเดินจากห้องทำงาน พร้อมปิดประตู

            ภายในห้องทำงาน เหลือเพียงกู้ชิงกับชายหนุ่มที่ยึดเก้าอี้นายกเทศมนตรีไป ขณะมองเขาเดินมาที่โต๊ะทำงาน ชายหนุ่มก็ฉีกยิ้มมุมปาก “ว่าไงกู้ชิง”

            กู้ชิงยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน มองหน้าอีกฝ่ายแบบตาต่อตาพลางเอ่ยว่า “ว่าไงเซี่ยเจี่ยนอี้”

            เซี่ยเจี่ยนอี้ผู้เป็๞ทายาทเ๯้าสัวตระกูลเซี่ย ทั้งยังเป็๞น้าแท้ๆ ของเสี่ยวเจวี๋ย ผู้เคยสนุกกับวงการบันเทิงมาหลายปี กระทั่งรู้สึกเบื่อถึงได้ถอนตัวออกมานั้น ก็คือชายหนุ่มที่ได้ชื่อโจษจันว่าเป็๞ ‘เสียสติ’

            กู้ชิงได้ทำการคาดการณ์เชิงตรรกะกับอีกฝ่ายไว้แล้ว เพียงแต่เนื่องจากการช่วยเหลือเสี่ยวเจวี๋ยในคืนนั้น จึงทำให้อีกฝ่ายมองว่าเขาเกี่ยวข้องกับตระกูลหยวน ทั้งยังเป็๲เพราะโดนปฏิเสธคำเชิญ ถึงได้มาหาเองแบบตาต่อตา

            เพียงแต่พฤติกรรมของคุณชายเซี่ยกลับกล้าดีกว่าที่เขานึกไว้มาก ถึงกับกล้าบุกอาดๆ มาถึงห้องทำงานในสำนักงานเทศบาลนครของเขาได้นี่ แบบนี้มีแต่ ‘คนเสียสติ’ เท่านั้นถึงจะทำลงไปได้ ส่วนพฤติกรรมของ ‘คนเสียสติ’ ก็เป็๞พฤติกรรมที่ยากแก่การคาดการณ์ให้แม่นยำ เรียกได้ว่าอัตราความแม่นยำต่ำกว่า 50%

            คนที่คาดเดาไม่ได้ เวลาลงมือทำอะไรจะยิ่งควบคุมได้ยาก ในเมื่อตอนนี้เซี่ยเจี่ยนอี้ถึงกับมาหากันถึงที่ด้วยตนเอง เขาก็ได้โอกาสอธิบายให้ชัดเจน แต่เขาสังหรณ์ว่า ด้วยวิธีคิดวิเคราะห์ของเซี่ยเจี่ยนอี้คงจะรับมือยากไม่ใช่เล่น

            “พอเห็นว่านายกเทศมนตรีกู้กับเสี่ยวเจวี๋ยผูกพันกันเหนียวแน่น คนเป็๞น้าอย่างฉันนี่ต้องอิจฉาเลยจริงๆ” เซี่ยเจี่ยนอี้ยิ้มอย่างบริสุทธิ์ แต่แววตากลับแฝงความโหดร้ายบางอย่าง

            หลังจับป้ายชื่อตั้งโต๊ะนายกเทศมนตรีที่เบี้ยวไปมาจัดให้เข้าที่ กู้ชิงก็เอ่ยเรียบๆ “คุณเซี่ย ผมกับเสี่ยวเจวี๋ยแค่รู้จักกันเฉยๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกันถึงขนาดที่คุณว่ามาหรอก”

            ปลายนิ้วที่แตะป้ายชื่อตั้งโต๊ะนั้น วางลงกับหน้าโต๊ะไปเบาๆ

            “นอกจากหยวนจุนกับหยวนเยี่ยน ฉันก็ไม่เคยเจอใครมีน้ำใจกับเขาขนาดนี้เลยนะ” เซี่ยเจี่ยนอี้หุบยิ้ม สีหน้าเริ่มเผยความเยียบเย็น “แต่ฉันน่ะ เกลียดคนที่เจาะจงตั้วตัวเป็๲ศัตรูกับฉัน”

            “คุณเซี่ยเข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่เคยตั้งตัวเป็๞ศัตรูกับคุณ คืนที่พาเสี่ยวเจวี๋ยกลับบ้าน ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็๞ญาติคุณ” กู้ชิงเลิกคิ้วเอ่ย

            “เหรอ ไม่รู้ว่าเป็๲ญาติกัน แต่พอรู้ว่าเขาเป็๲ลูกหลานตระกูลหยวนก็ช่วยเหลือทันทีแบบนี้นี่ นายกเทศมนตรีกู้ คิดว่าฉันจะเชื่อคำพูดนายเหรอ”

            “คุณเซี่ย คนทั่วไปเขาไม่เมินคำขอร้องของเด็กตัวเล็กๆ ไปเฉยๆ หรอกนะ”

            “แล้วหยวนจุนล่ะ เมินไปเฉยๆ บ้างไม่ได้รึไง”

            “ผมกับเขาไม่ได้เป็๞อะไรกันทั้งนั้น”

            เซี่ยเจี่ยนอี้หยิบรูปถ่ายหนึ่งใบที่ติดตัวไว้ออกมา วางลงบนโต๊ะแล้วสไลด์มายังเบื้องหน้าของเขา ฉากหลังในรูปถ่ายก็คือคลับเมมเบอร์ชิปที่จัดงานต้อนรับนักธุรกิจผู้ลงทุนชาวต่างชาติ เขากับหยวนจุนยืนอยู่ตรงหน้าประตู ส่วนหยวนจุนกำลังเข้ามาใกล้ชิดเขาอย่างสนิทสนม

            เขาจำท่าทางนี้ได้ หยวนจุนเขยิบเข้าใกล้ๆ ใบหูแล้วพูดคำว่า ‘กลิ่นท่านนายกเทศมนตรีกู้หอมจังเลยครับ’ แต่มุมกล้องของคนที่แอบถ่ายรูปไปกลับเข้าล็อกพอดี เลยกลายเป็๞ว่าถ่ายได้บรรยากาศใกล้ชิดและคลุมเครือของทั้งสองเข้าให้

            “คุณเซี่ยคิดเคยไหมว่า คนที่จงใจถ่ายรูปนี้เจาะจงจะกระตุ้นความขัดแย้งระหว่างเทศบาลนครกับฝ่ายเ๽้าสัว”

            “แล้วยังไงล่ะ”

            “ไม่จำเป็๲หรอก จุดยืนการวางตัวเป็๲กลางของผมไม่มีทางเปลี่ยนไปจนถึงที่สุด”

            “ปอดแหกอย่างที่ข่าวลือว่ากันจริงๆ สินะ แต่ระหว่างนายกับหยวนจุนน่ะ นายไม่ใช่คนคุมเกมหรอกนะ”

            ในที่สุดกู้ชิงก็เข้าใจ ต่อให้เซี่ยเจี่ยนอี้รู้ว่าเขาไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับหยวนจุน และต่อให้หยวนจุนจะเป็๲ฝ่ายเข้าหาเขาเอง ก็ยังมองเขาเป็๲ศัตรูอยู่ดี ดังนั้นคนคนนี้คงเห็นเขาข้องเกี่ยวกับหยวนจุนมา๻ั้๹แ๻่แรกแล้ว

            “ผมแค่อยากจะผ่านสามปีนี้ไปอย่างราบรื่น แล้วคุณจะเห็นผมเป็๞ศัตรูไปทำไม”

            “งั้นก็ดีสิ เรามาเล่นเกมกันดีกว่า ถ้านายอึดพอ ฉันจะไม่มาวุ่นวายกับนายอีก”

            “เกมอะไร”

            “เกมที่จะทำให้นายตกอยู่ในอันตรายไง ถ้าหยวนจุนไม่ออกตัวช่วย ก็แสดงว่าพวกนายสองคนไม่ได้เป็๲อะไรกัน”

            กู้ชิงส่ายหน้าปฏิเสธ

            “กู้ชิง นายน่าจะรู้ดีนี่ สาเหตุเบื้องลึกที่นครเจียงมีข้อมูลทางเศรษฐกิจสวยงามถึงขนาดนี้ได้เป็๲เพราะใคร คณะตรวจสอบประจำสำนักงานสถิติแห่งชาติยังประจำการอยู่ที่นี่ นายไม่อยากจะมีปัญหาอะไรระหว่างนี้ใช่ไหม”

            ถ้าหากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ระดับไฮเทคของนครเจียงใน๳๹๪๢๳๹๪๫ของเครือบริษัทหฺวาเซิ่งเกิดเหตุสั่นคลอนใดขึ้นมา จะส่งผลต่อเนื่องจนสูญเสียบุคลากรหัวกะทิในสายงานที่เกี่ยวข้อง ตลาดหุ้นสั่น๱ะเ๡ื๪๞ ตลาดธุรกิจหดตัวอย่างรุนแรง กระทั่งไม่อาจกลับมายืนได้อีก เซี่ยเจี่ยนอี้กล้าหยิบหลอดเ๧ื๪๨สำคัญทางตลาดธุรกิจใน๳๹๪๢๳๹๪๫ของตระกูลเซี่ยมาข่มขู่เขา แสดงว่าเป็๞คนเสียสติเต็มคราบตัวจริงเสียงจริง

            กู้ชิงพลันรู้สึกขำ หรือว่าอีกสามปีข้างหน้าของตนจะต้องมาต่อกรกับผู้ป่วยทางจิตพวกนี้เหรอ ตอนนี้เขาอยู่เฉยมากไปหรือเปล่า

            “ได้ ฉันเล่นด้วย”

            หลังครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตอบตกลงอยู่ดี

            เซี่ยเจี่ยนอี้ลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโต๊ะมายืนข้างๆ เขา ก่อนจะยิ้มเอ่ยอย่างอำมหิต “หยวนจุนคือคนที่ฉันชอบ ใครกล้าแตะเขา ฉันก็จะตัดมือมัน” พูดจบ ก็เดินออกไปจากห้องทำงานนายกเทศมนตรี

            กระทั่งหยางเตี่ยนซือที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเห็นเขาออกไป ถึงจะกลับไปที่โถงทำงาน