ระหว่างที่นั่งสังเกตการณ์ องค์รัชทายาทหยวนจางได้ถามหลี่ซูเม่ยถึงหน้ากากที่นางใส่อยู่
"หน้ากากที่เ้าใส่อยู่ เ้าได้มาั้แ่เมื่อใดหรือ"
"ข้าได้มาั้แ่เมื่อ 4 ปีก่อนที่แล้วตอนเทศกาลหยวนเซียว"
"ครานั้นเ้าโดนคนเดินมาชนใช่หรือไม่"
"ใช่ ท่านรู้ได้อย่างไร หรือว่า..."
"อืม ข้าคือคนที่ชนเ้าเอง ไม่น่าเชื่อว่าเ้าคือคนเดียวกันกับคนที่ข้าตามหาอยู่"
"ไม่น่าเชื่อจริงๆ แล้วท่านตามหาตัวข้าทำไมหรือ"
"ข้าอยากรู้ว่าวันนั้นเ้าเก็บของอะไรได้หรือไม่"
"อืม...เหมือนข้าจะเก็บกำไลได้วงหนึ่ง มันเป็ของท่านหรือ"
"ใช่แล้ว กำไลวงนั้นเป็ของที่ท่านแม่ของข้ามอบให้ มันมีความสำคัญต่อข้ามาก ข้าจึงอยากรู้ว่าใครเป็คนที่เก็บไป"
"เช่นนั้นวันพรุ่งนี้ข้าจะเอามาคืนให้ท่าน"
"ก่อนหน้าที่จะรู้ว่ากำไลวงนั้นอยู่กับเ้า ข้าก็อยากจะได้คืน แต่ตอนนี้ข้าว่าให้เ้าเก็บเอาไว้ดีเหมือนกัน ข้าฝากเ้าเก็บรักษากำไลวงนั้นแทนข้าด้วยแล้วกัน"
"ท่านจะให้ข้าช่วยเก็บรักษาจริงๆ นะหรือ"
"ใช่ ข้าคิดดีแล้วละ ข้าถือว่ากำไลวงนี้เป็หนึ่งในสิ่งที่ข้ามอบให้เ้าเพื่อตอบแทนที่เ้าช่วยชีวิตข้า เ้าจะรับเอาไว้หรือไม่"
"ก็ได้ ข้าจะรับไว้ หากท่านอยากได้คืนเมื่อไหร่ท่านก็บอกข้าแล้วกัน ข้าจะนำมาคืนให้"
"อืม หากเ้ากลัวว่าจะทำมันหายหรืกลัวว่าจะเก็บรักษามันได้ไม่ดีพอ เ้าก็เอามันมาใส่ได้นะ ใส่เอาไว้ตลอดเวลาจะได้ไม่ต้องกลัวว่ามันจะหายไปไหน นอกจากนี้เ้าจะได้รู้สึกอุ่นใจ เพราะกำไลวงนั้นเคยเป็ของข้ามาก่อน เมื่อเ้าเห็นมัน เ้าจะได้คิดถึงข้า และรู้สึกว่าข้าอยู่กับเ้าตลอดเวลา เป็อย่างไร ความคิดของข้าเป็ความคิดที่ดีใช่หรือไม่"
"อะไรของท่านกัน แน่นอนว่านั่นย่อมเป็ความคิดที่ดี เพียงแต่เหตุผลบางอันของท่าน ดูแล้วไม่ใช่เหตุผลที่ดีเสียทีเดียว อย่างเหตุใดข้าจึงต้องรู้สึกอุ่นใจเพราะรู้สึกว่าท่านอยู่กับข้าตลอดเวลาด้วย ข้าไม่เข้าใจจริงๆ "
"ตอนนี้เ้าอาจยังไม่รู้ ไม่เข้าใจ เอาไว้เ้าโตกว่านี้ก่อน หากเ้ายังคงไม่เข้าใจ ข้าจะบอกเ้าเอง แล้วตกลงเ้าจะใส่กำไลวงนั้นหรือไม่"
"ข้าจะลองใส่ดู"
"ได้ ข้าจะรอดู"
หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้เห็นน้องชายของหลีซูเม่ยเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม ปีนี้น้องชายของนางอายุ 8 ปี อายุน้อยกว่านางสองปี น้องชายของนางมีหน้าตาและส่วนสูงที่โดดเด่นกว่าเด็กคนอื่นๆ ในกลุ่มจึงสังเกตเห็นได้ง่าย
จางหยวนเล่าให้นางฟังว่างานประลองยุทธรุ่นเยาว์ โดยปกติแล้วจะกำหนดเพียงอายุของผู้เข้าร่วมเท่านั้น คนที่มีอายุไม่ครบ 13 ปีเต็มสามารถเข้าร่วมได้ทุกคน ดังนั้นแต่ละสำนักจึงพาศิษย์มาเยอะที่สุดเท่าที่คนในสำนักจะดูแลได้ สำนักในแผ่นดินต้าชิงแห่งนี้มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่ที่โดดเด่นมีอยู่เพียง 6 สำนัก
สำนักแรกที่โดเด่นที่สุด เรียกได้ว่าเป็อันดับหนึ่งคือสำนักของนักพรตหญิง สำนักนี้มีศิษย์เพียง 5 คนเท่านั้น แต่เมื่อใดก็ตามที่ศิษย์จากสำนักนี้เข้าร่วมการประลองจะได้ที่หนึ่งมาครองเสมอ
ดังนั้นเพื่อเป็การให้เปิดโอกาสให้คนจากสนักอื่น ท่านนักพรตหญิงจึงตั้งกฎขึ้นมาว่าศิษย์แต่ละคนของท่านจะสามารถลงแข่งได้เพียงหนึ่งครั้งต่อหนึ่งรายการการประลองเท่านั้น
ตอนนี้เหลือเพียงศิษย์คนที่สี่กับคนที่ห้าเท่านั้นที่ยังไม่เคยเข้าร่วมการประลองรายการนี้ ซึ่งโดยปกติแล้วศิษย์จากสำนักนี้จะเริ่มเก็บประสบการณ์จากการประลองตอนอายุครบ 12 ปี
ปีนี้ศิษย์คนที่สี่มีอายุครบ 12 ปีพอดี หลายๆ คนคาดการณ์ว่านางจะต้องเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้อย่างแน่นอนเพราะเป็ปีสุดท้ายที่นางจะสามารถเข้าร่วมประลองในรายการนี้ได้
ส่วนสำนักที่เหลืออีก 5 สำนัก ลำดับมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างบ่อย ผลัดกันนำผลัดกันตามคนละปี โดยสำนักเหล่านี้ล้วนมาจากคนละแคว้นกัน
สำนักจากแคว้นหวงหลงมีชื่อว่าสำนักัทอง
สำนักจากแคว้นชิงหลงมีชื่อว่าสำนักัเขียว
สำนักจากแคว้นจูเชวี่ยมีชื่อว่าสำนักหงส์แดง
สำนักจากแคว้นไป๋หู่มีชื่อว่าสำนักเสือขาว
สำนักจากแคว้นเสวียนอู่มีชื่อว่าสำนักเต่าดำ
แน่นอนว่าน้องชายของหลี่ซูเม่ยคือหนึ่งในตัวแทนจากสำนักหงส์แดง ปีนี้ทางสำนักหงส์แดงได้ส่งตัวศิษย์จำนวน 50 คนมาเข้าร่วมในการประลองครั้งนี้
หลังจากที่น้องชายของหลี่ซูเม่ยเข้าห้องพักเป็ที่เรียบร้อย จางหยวนได้ขอตัวกลับไปยังวังตะวันออก พร้อมทั้งเสนอให้นางมาพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ เพื่อความสะดวกในการดูแลความปลอดภัยให้กับน้องชายและความสะดวกของตัวนางเองด้วย
เมื่อได้ฟังข้อเสนอของจางหยวน นางได้ลองคิดดูและพบว่าตอนนี้เหลือเวลาอีก 7 วันจึงจะถึงวันประลอง นางต้องอยู่ดูแลความปลอดภัยให้น้องชายของนางอีกหลายวัน โรงเตี๊ยมแห่งนี้ยังมีห้องว่างอยู่ นางจึงทำตามข้อเสนอของจางหยวน
ก่อนจากกันจางหยวนได้บอกกับนางว่าหลังจากวันนี้เขาต้องคอยดูแลความปลอดภัยของทั้งวังตะวันออก องค์รัชทายาทและประชาชนในเมืองทำให้ไม่ว่างมาอยู่เป็เพื่อนนางได้เหมือนวันนี้ เขาคาดว่าตนเองจะว่างก็ต่อเมื่องานประลองนี้สิ้นสุดลง
เช้าวันถัดมานางได้ย้ายมาอยู่ที่โรงเตี๊ยมพันลี้เป็การชั่วคราว โดยมีมู่ไป๋อันมาอยู่เป็เพื่อนนางที่โรงเตี๊ยมแทนจางหยวนที่มีหน้าที่ต้องไปทำ วันนี้หลี่ซูเม่ยไม่ลืมที่จะเอากำไลของจางหยวนมาใส่
ผ่านไปสองวัน ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียง 5 วัน ่นี้โรงเตี๊ยมต่างๆ ในเมืองหลวงเริ่มเต็มกันหมดแล้ว เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันได้เริ่มทะยอยเดินทางมายังสถานที่จัดการประลอง ด้วยเหตุนี้ทำให้ร้านค้า รวมไปถึงถนนหนทางต่างๆ ในเมืองต่างคึกคักและคลาคล่ำไปด้วยผู้คน
รถม้าจอดเรียงรายเต็มสองข้างทาง บ้างจอดเพื่อแวะพักรับประทานอาหาร บ้างจอดเพื่อซื้อของตามร้านค้า ดูแล้ววุ่นวายไปหมด ดีที่น้องชายของนางไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอก ทำให้นางไม่ต้องไปเจอกับบรรยากาศอันแสนจะวุ่นวายในเมืองหลวงบ่อยนัก
ศิษย์พี่ทั้งสามของนางได้มาเยี่ยมเยียนนางที่โรงเตี๊ยม ทั้งสี่พูดคุยกันถึงเื่ต่างๆ มากมาย รวมไปถึงเื่การประลองที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งศิษย์พี่สี่ของนางจะเข้าร่วมในการประลองครั้งนี้ด้วย
เมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับสำนัก ศิษย์พี่ทั้งสามของนางจึงกลับไป เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดวันประลองของเหล่าจอมยุทธรุ่นเยาว์ก็มาถึง
-----------------------------------------------------
* ฝากติดตามตอนต่อไปของไรท์ด้วยน้าาา ขอบคุณค่ะ♥️