ตอนที่ 3 โจ วิทยะ
โจ วิทยะ เด็กหนุ่มฐานะปานกลางค่อนไปทางล่าง ผู้ที่มีความตั้งใจั้แ่เด็กๆแล้วว่าโตขึ้นเค้าจะเป็ครูให้จงได้และด้วยความบากบั่นพยายามในท้ายที่สุดเค้าก็ทำมันจนสำเร็จแต่หลังจากที่เค้าสอบบรรจุครูได้ที่โรงเรียนแห่งนึงไม่นานคุณพ่อที่เป็ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของเค้าก็จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
และหลังจากที่โจไปเป็ครูผู้ช่วยที่โรงเรียนแห่งนั้นได้ไม่นานเค้าก็ได้ย้ายมายังที่โรงเรียนอีกแห่งตรงใจกลางเมืองหลวงซึ่งมันทำให้เค้าได้รับเงินเพิ่มขึ้นจากที่เก่าเล็กน้อยแต่สำหรับโจแล้วเื่เงินนั้นไม่ใช่ปัญหาของเค้าเลยแม้แต่น้อย เพราะเหตุผลที่เค้าอยากจะเป็ครูนั้นมันก็เป็เพราะว่าเค้าแค่อยากจะสอนเด็กๆก็แค่นั้น
และหลังจากที่โจเข้ามาทำงานที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ไม่นาน เค้าก็กลายเป็ที่รักของนักเรียนทุกเพศทุกวัยได้อย่างง่ายดายโดยเฉพาะนักเรียนหญิงที่หลงใหลในรูปร่างหน้าตาของเค้าแต่นอกจากนักเรียนแล้วนั้น ครูบาอาจารย์ร่วมโรงเรียนต่างก็พากันชื่นชมในตัวครูหนุ่มที่ทั้งนิสัยดีและขยันขันแข็งคนนี้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน
และถึงแม้ว่าด้วยรูปร่างและหน้าตาที่หล่อเหลาของเค้าจะดึงดูดเพศตรงข้ามไม่ว่าจะครูหรือนักเรียนให้เข้ามาหาเค้าอย่างไม่ขาดสายแต่โจก็ไม่เคยคิดจะสานสัมพันธ์กับพวกเธอเ่าั้เลยแม้แต่น้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนหญิงเค้าจะยิ่งรักษาระยะห่างเป็พิเศษ
“ครูโจคะไปห้องสมุดหรอคะ” ครูสาวที่นั่งอยู่ในห้องพักครูคนนึงทักขึ้นหลังจากเห็นโจลุกขึ้นหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จเรียบร้อย
“อ๋อ....ใช่ครับขอตัวนะครับ” โจหันไปยิ้มทักทายครูสาวที่ชะม้อยตาชม้ายเนตรใส่เค้าอย่างไม่มียั้งก่อนเดินออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว……
โจไม่ได้เป็เกย์หรือเป็อะไรก็ตามที่คนส่วนใหญ่ใช้เรียกคนที่มีรสนิยมชมชอบเพศเดียวกันเลยแม้แต่น้อยแต่แค่ในตอนนี้นั้นเค้ายังไม่ได้เจอผู้หญิงที่ถูกใจ ซึ่งมันไม่ใช่แค่เื่ของหน้าตาเพราะผู้หญิงที่เข้ามาหาเค้านั้นก็มีที่หน้าตาสวยอยู่ไม่ใช่น้อยๆแต่ถ้าจะให้พูดเจาะจงไปว่าเค้านั้น้าคบผู้หญิงแบบไหนนั้นมันก็ยากจะเจาะจงลงไปให้ชัดเจนโจจึงตั้งหน้าตั้งตาทำงานสอนเด็กๆที่จะเติบโตไปเป็ผู้ใหญ่ที่ดีของชาติต่อไปจะดีกว่าส่วนเื่ของคู่ครองนั้น ก็ทำได้แค่รอให้พรหมลิขิตขีดเขี่ยให้เค้าไปเจอคนที่ใช่ก็แค่นั้น.......
ในระหว่างทางที่กำลังเดินไปยังห้องสมุดสายตาเค้าก็ไปชนเข้ากับสาวแว่นลูกศิษย์หัวกระทิของเค้าเข้าจนได้ครูหนุ่มเห็นเฟย์เดินนำหน้าเค้าอยู่ไม่ไกลจึงเดินเข้าไปใกล้ๆก่อนทักทายขึ้น “ณิชชา ไปห้องสมุดหรอ”
เสียงเรียกของครูหนุ่มทำเอาสาวน้อยที่กำลังนึกถึงหน้าของเค้าอยู่มีอันต้องสะดุ้งโหยงเฟย์หันขวับมามองด้วยท่าทีที่ดูใก่อนตอบออกไป “คะ......ค่ะ”
โจเข้าใจไปเองว่าสาวน้อยคงจะรู้สึกหวาดกลัวที่เค้าเข้าไปประชิดตัวโดยไม่ได้บอกกล่าวจึงถอยห่างออกมานิดนึงก่อนยิ้มแล้วพูด“งั้นเดินไปด้วยกันนะ”
โจไม่เคยรู้สึกเลยว่าลูกศิษย์สาวคนนี้นั้นประหลาดเลยแม้แต่น้อยแม้ว่าครูหรือนักเรียนคนอื่นๆจะบอกเค้าแบบนั้นมาโดยตลอด เพราะเค้าคิดมาเสมอว่าคนเก่งๆบางคนก็อาจจะไม่ได้พูดจาฉะฉานไปซะทุกคนเหมือนเช่นพ่อของเค้าที่ดูเป็คนเคร่งขรึมพูดน้อยไม่ค่อยจะตลกโปกฮาแต่พอเค้าอยากจะรู้เื่อะไรขึ้นมาพ่อก็สามารถสอนเค้าได้ในทุกเื่อย่างคล่องแคล่ว
แล้วยิ่งกับเด็กสาวคนนี้ที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอดเค้ายิ่งไม่เคยคิดเช่นนั้นกับเธอเลยกลับกันเค้ายิ่งอยากจะเข้าไปพูดคุยกับเธอให้มากขึ้นไปอีกต่างหากไม่ใช่เพราะว่าเธอมีใบหน้าสวยงามที่เ้าตัวชอบปกปิดเก็บซ่อนไว้ใต้ทรงผมยุ่งเหยิงและแว่นตาหนาเตอะเพียงเท่านั้น...ใช่...เค้าคิดว่าเธอนั้นเป็ผู้หญิงที่สวยเอามากๆ
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้เค้านั้นอยากจะพูดคุยกับเธอ แต่เป็เพราะนอกจากเธอจะเรียนเก่งมากๆแล้วเธอยังมีน้ำใจคอยอาสาช่วยเหลือครูหรือนักเรียนคนอื่นๆยามลำบากอยู่เสมอนั่นต่างหากและในฐานะครูแล้วนั้นโจก็ไม่อาจจะคิดเกินเลยกับเธอในเชิงชู้สาวได้เลยแม้แต่น้อย
ที่จริงแล้วโจก็อยากจะสอบถามพูดคุยกับเธอให้มากกว่าที่เคยทำด้วยซ้ำแต่ทุกครั้งที่เค้าเข้าไปใกล้เธอ เฟย์ก็ดูจะหวาดกลัวเค้าไปซะทุกครั้ง จนในตอนแรกโจคิดเอาเองว่าเฟย์อาจจะโดนล่วงละเมิดทางเพศจากที่บ้านแต่ทว่าพอเค้าไปค้นประวัติดูก็พบว่าเธอนั้นอาศัยอยู่กับแม่เพียงแค่สองคนพอได้รู้อย่างนั้นแล้วจึงทำให้เค้าเบาใจลงมาได้เปราะนึงจากนั้นเค้าก็คิดไปเองว่าเธอคงจะแค่เกลียดหรือถ้าเบากว่านั้นหน่อยเธอก็คงจะแค่ไม่ค่อยชอบให้เค้าเข้าไปใกล้ซักเท่าไหร่นักโจจึงเลือกที่จะรักษาระยะห่างจากเฟย์ไว้ให้ห่างพอสมควรแต่ก็ไม่ห่างมากเกินกว่าที่เค้าจะสอดส่องมองเธอเห็นได้……..
เวลา 17.20 น. ที่โรงเรียน
เฟย์กลับมาเอากระเป๋าที่ห้องเรียนหลังจากที่เธอช่วยครูประจำวิชาคณิตศาสตร์หิ้วกระเป๋าและบรรดาเอกสารกองโตไปส่งจนถึงรถให้ครูคนนั้นจนแล้วเสร็จ
และด้วยความที่ตอนนี้นั้นมันเลยเวลาเลิกเรียนมาซักพักแล้วอาคารเรียนเลยดูเงียบเหงาต่างจากเดิมไปพอสมควร แต่เฟย์นั้นไม่ใช่เด็กขวัญอ่อนเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆที่จะหวาดกลัวความเงียบสงัดของอาคารเรียนเธอจึงรีบเก็บหนังสือเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็วพร้อมกับคิดในใจว่าขากลับจะแวะตลาดเพื่อซื้อของแล้วทำอาหารอะไรเพื่อรอให้คุณแม่คนสวยของเธอกลับมากินดี แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงของเด็กผู้ชายคนนึงดังขึ้นมาจากประตูทางเข้าห้องเรียน
“อ้าวน้องเฟย์ ยังไม่กลับอีกหรอครับเนี่ย” รุ่นพี่ผู้ชายคนนึงที่ชอบทำตัวเป็หัวโจกของโรงเรียนเอ่ยทักทายและเรียกชื่อเล่นเธอราวกับรู้จักเธอมาอย่างยาวนาน
เฟย์หันหน้าไปมองรุ่นพี่คนนี้ซึ่งเธอจำได้ดีว่าเค้าเป็นักเลงหัวไม้ที่มีลูกหาบคอยเดินตามไปไหนมาไหนด้วยกันเป็โขยงอยู่เป็ประจำที่มีชื่อว่า‘แฮ็ค’ก่อนนึกค้นไปว่าเธอเคยพูดคุยกับรุ่นพี่คนนี้บ้างหรือเปล่า ซึ่งเธอก็ตอบได้ในทันทีเลยว่า ‘ไม่’ จึงถามออกไป“รู้จักหนูด้วยหรอคะ”
แฮ็คยิ้มกว้างก่อนตอบ “รู้จักซิจ๊ะน้องเฟย์นม...เฮ้ย...น้องเฟย์เด็กเรียนเก่งของโรงเรียนเราใครเค้าจะไม่รู้จักหล่ะจ๊ะ”
เฟย์ได้ยินคำว่านมเข้าเต็มหูจึงก้มมองสำรวจเสื้อผ้าตัวเองตามสัญชาติญาณก่อนจะพบว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรผิดปรกติแต่ที่ไม่ปรกติในตอนนี้คือเฟย์นั้นเริ่มอยากจะออกไปจากห้องเรียนนี้อย่างรวดเร็วซะแล้ว
เฟย์ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรกับแฮ็คต่อ นอกจากรวบจับกระเป๋าไว้แน่นแล้วพยายามเดินตรงไปที่ประตูอีกบานที่ไม่มีอะไรขวางกั้นอยู่แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเดินไปถึงประตูบานนั้นดีก็มีเด็กผู้ชายอีกคนมายืนขวางทางอย่างรวดเร็ว
คราวนี้เฟย์ที่ถึงแม้จะไม่ใช่เด็กขวัญอ่อนก็มีอันต้องหวาดกลัวขึ้นมาอย่างกะทันหันบ้างเพราะกลายเป็ว่าในตอนนี้ทางออกทั้งสองทางโดนปิดไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“จะรีบไปไหนหล่ะจ๊ะน้องเฟย์ อยู่คุยกับพี่ก่อนซิ” แฮ็คพูดพร้อมกับก้าวเดินเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว
เฟย์ไม่ได้ตอบอะไรออกไปยังคงมองจ้องไปที่ประตูบานที่แฮ็คเดินจากมา และพอเห็นแฮ็คไม่ได้ประจำการอยู่ที่นั่นแล้วเธอก็ทำท่าจะออกวิ่งไปยังประตูที่ว่างลงนั้นทันทีแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวเท้าออกวิ่งประตูบานนั้นก็ถูกเด็กผู้ชายอีกสองคนมายืนออกันแล้ว และพอเธอมองกลับไปยังประตูอีกบานก็พบว่าที่นั่นก็ยังมีอีกสองคนปิดทางออกอยู่ไม่ต่างกัน
เฟย์ไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะต้องเจอกับอะไรต่อจากนี้จึงเลือกที่จะหยุดดิ้นหนีแล้วประจันหน้าถามอย่างองอาจ“พะ....พี่แฮ็คจะทำอะไรคะเนี่ย”
พอได้ยินคำถามตะกุกตะกักอันแสนกล้าหาญของสาวแว่นแล้วแฮ็คก็ฉีกยิ้มกว้างก่อนหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่าๆๆๆๆนี่น้องเฟย์คนเก่งรู้จักพี่แฮ็คคนนี้ด้วยหรอจ๊ะ รู้สึกเป็เกียรติมากเลยนะเนี่ย”
เฟย์ไม่รู้จะพูดอะไรตอบไปจึงทำได้แต่แค่ยืนขาสั่นอยู่ที่เดิม และพอเห็นรุ่นน้องสาวคนเก่งไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับมาแฮ็คจึงสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้และพอเห็นแฮ็คเดินเข้ามาใกล้เฟย์ก็ยิ่งเดินถอยห่างออกไปจนในท้ายที่สุดเธอก็ถอยไปจนหลังของเธอชนเข้ากับผนังของห้องเรียนจนได้
“น้องเฟย์รู้ไหมจ๊ะว่าน้องเฟย์น่ะดังในหมู่ผู้ชายมากๆเลยนะ” แฮ็คเดินมาหยุดที่ตรงหน้าของสาวแว่นก่อนพูดขึ้น
“หึๆแต่ไม่ใช่เพราะว่าเื่เรียนเก่งหรอกนะ…..เพราะไอ้นั่นต่างหากหล่ะ” แฮ็คพูดพร้อมชี้นิ้วไปยังอกอวบของสาวน้อยที่นูนเด่นดันเสื้อนักเรียนสีขาวออกมาถึงแม้ว่าเฟย์จะพยายามใส่เสื้อนักเรียนที่ไม่รัดรูปขับเน้นเรือนกายของเธอก็ตามที
เฟย์สะดุ้งตัวยกสองมือขึ้นมาปกป้องหน้าอกของตัวเองอย่างรวดเร็วสาวน้อยรู้ตัวดีว่าเธอนั้นเป็คนที่มีหน้าอกใหญ่มากมันใหญ่กว่าเพื่อนร่วมชั้นหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่บางคนซะอีกซึ่งมันก็ทำให้เธอกังวลมากจึงเลือกที่จะใส่เสื้อตัวใหญ่ๆหลวมๆเพื่อจะพยายามไม่ให้มันดูล่อหูล่อตาใครเป็พิเศษแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยคิดซักครั้งเลยว่าจะมีผู้ชายคนไหนมาคิดกับเธอในเชิงนี้เพราะไม่ว่าจะเป็รูปลักษณ์ภายนอกหรือผมเผ้าที่เหมือนผีญี่ปุ่นหรือการแต่งกายที่ปกปิดมิดชิดมาโดยตลอดมันจึงทำให้เธองุนงงเป็อย่างมากว่าทำไมถึงมีคนมาคิดกับเธออย่างนี้ได้
“รู้ไหมพวกผู้ชายส่วนใหญ่ในโรงเรียนเรียกน้องเฟย์ว่าอะไร” แฮ็คถามขึ้น แต่เฟย์ที่ไม่รู้คำตอบจึงทำได้แค่ยืนกอดอกเม้มปากแน่นคล้ายกับจะร้องไห้ พอแฮ็คเห็นว่าสาวน้อยไม่ตอบจึงพูดขึ้นอีกครั้ง “เราเรียกว่า ‘น้องเฟย์นมวัว’ ยังไงหล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ”
คำพูดนี้ของแฮ็คทำเอาเฟย์อยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆเธอไม่อยากจะเชื่อหูเลยว่าจะมีคนกล้าใช้คำอย่างนี้เรียกเธอลับหลังทั้งๆที่เธอก็ไม่เคยจะไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครเลยแม้แต่คนเดียว
และในขณะที่เฟย์กำลังเศร้าโศกกับสิ่งที่เพิ่งจะได้ยินอยู่นั้นเองแฮ็คก็ได้เดินเข้ามาใกล้เธอมากกว่าเดิมก่อนพูดขึ้น “น้องเฟย์จ๊ะ เรามามีความสุขกันดีกว่านะ”
พอเห็นเฟย์ไม่ได้ต่อต้านหรือขัดขืนอะไรแฮ็คก็เอื้อมสองมือขึ้นไปจับที่หัวไหล่ทั้งสองของเฟย์ทันทีก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปหวังจะจูบเธอแต่ยังไม่ทันที่ปากของแฮ็คจะแตะไปโดนส่วนไหนของร่างบาง….