ณ สุดขอบของระบบดาวฤกษ์ชั้นใน รอยต่อระหว่างมิติจักรวาลปกติกับ "เขตแดนา" ที่ถูกปิดตายมานานนับกัลป์ สถานที่แห่งนี้ถูกขนานนามว่า "เนบิวลาซากเทวะ"
มันไม่ใช่เนบิวลาที่เกิดจากฝุ่นก๊าซธรรมดา แต่มันคือก้อนเมฆพลังงานหลากสีสันขนาดมหึมาที่กินพื้นที่กว้างกว่าหนึ่งล้านปีแสง เกิดจากการะเิของร่าง "เทพา" นับหมื่นองค์ในายุคก่อน กลิ่นอายความตายและพลังงานที่บิดเบี้ยวยังคงหลงเหลืออยู่ ทำให้พื้นที่นี้เต็มไปด้วยพายุแม่เหล็กและรอยแยกมิติที่พร้อมจะฉีกกระชากยานอวกาศทุกลำที่บังอาจรุกล้ำ
แต่วันนี้ ความเงียบสงบของเนบิวลาได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง
กองยานรบระดับดาราจักรจำนวนกว่า หนึ่งแสนลำ ลอยเรียงรายปิดกั้นน่านฟ้าหน้าทางเข้า "ประตูมิติา" จนแน่นขนัดราวกับฝูงตั๊กแตนเหล็ก ยานทุกมีลำสีแดงเพลิง หัวยานแกะสลักเป็รูปหัวัไฟที่พ่นเปลวเพลิงออกมาตลอดเวลา ธงสัญลักษณ์รูป "ดวงอาทิตย์สามดวง" โบกสะบัดไสวท้าทายกฎเกณฑ์แห่งอวกาศ
นี่คือขุมกำลังหลักของตระกูล "สุริยันศักดิ์สิทธิ์"!
บนดาดฟ้าของ "ยานแม่สุริยันวินาศ" ซึ่งมีขนาดใหญ่โตเท่าดาวเคราะห์น้อย ร่างของชายวัยกลางคนร่างั์ยืนตระหง่านอยู่บนบัลลังก์เปลวเพลิง ผมสีแดงเพลิงของเขาลุกโชนเหมือนไฟบรรลัยกัลป์ ิัมีรอยสักอักขระโบราณที่เรืองแสงสีส้ม ดวงตาทั้งสองข้างลุกไหม้ด้วยโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญจักรวาล
เขาคือ "อัคคี โชติ่" ผู้นำตระกูลสุริยันศักดิ์สิทธิ์คนปัจจุบัน และเป็บิดาของ "อัคคี เพลิงกัลป์" ที่เพิ่งถูกสุริยันควักลูกตาและเตะออกจากวังไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
ระดับพลังของโชติ่นั้นสูงส่งจนน่าสะพรึงกลัว... "มหาจักรพรรดิเทพ์" (1,000 มหายุค / 1 แสนล้านปี)!
แรงกดดันของเขาเพียงคนเดียว ทำให้มิติรอบข้างยานแม่บิดเบี้ยวเป็ริ้วคลื่น ความร้อนที่แผ่ออกมาระเหยอุกกาบาตในรัศมีหมื่นลี้ให้กลายเป็ไอในพริบตา
"อัศวเทพ สุริยัน..." โชติ่คำรามเสียงต่ำ เสียงของเขาก้องกังวานผ่านระบบถ่ายทอดเสียงไปทั่วทั้งกองทัพ "มันบังอาจทำลายดวงตาสุริยันของลูกข้า... มันบังอาจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลข้า! วันนี้ หากข้าไม่ได้หัวของมันมาเซ่นไหว้ธงรบ ข้าจะไม่ขอเหยียบย่างกลับเข้าตระกูล!"
"ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!"
เสียงโห่ร้องของนักรบตระกูลสุริยันศักดิ์สิทธิ์นับล้านคนดังกึกก้อง จิตสังหารของพวกเขารวมตัวกันจนกลายเป็เมฆสีแดงเืปกคลุมเนบิวลา
ผู้ฝึกตนอิสระและตระกูลอื่นๆ ที่มารอเข้าเขตแดนาต่างพากันถอยร่นออกไปไกลด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้าใกล้กองทัพบ้าคลั่งนี้
"ตระกูลสุริยันศักดิ์สิทธิ์เอาจริงแล้ว... ผู้นำตระกูลมาด้วยตัวเอง!"
"อัศวเทพ สุริยัน จบสิ้นแล้ว... ต่อให้ตระกูลอัศวเทพยกทัพมาช่วย ก็คงเกิดมหาาล้างจักรวาลแน่"
ทันใดนั้น!
วิ้ง...
จุดแสงเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้า ไกลออกไปทางทิศตะวันออก มันเคลื่อนที่เข้ามาด้วยความเร็วคงที่ ไม่รีบร้อน และไม่หวาดหวั่น
เมื่อมันเข้ามาใกล้ ทุกสายตาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
มันไม่ใช่กองยานรบอันเกรียงไกรของตระกูลอัศวเทพ...
ไม่ใช่เรือรบระดับเทพเ้า...
แต่มันคือ "เรือเหาะไม้เก่าๆ" ลำเล็กเพียงลำเดียว! สภาพของมันดูเหมือนเรือแจวโบราณที่ลอยคว้างอยู่กลางมหาสมุทรดวงดาว ไม้กระดานส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนจะพังมิพังแหล่
และบนหัวเรือนั้น... มีร่างของชายหนุ่มชุดขาวนั่งขัดสมาธิอยู่อย่างสงบนิ่ง
"อัศวเทพ สุริยัน" มาเพียงลำพัง!
เขาหลับตาพริ้ม สายลมแห่งจักรวาลพัดผ่านเส้นผมสีดำสลวยและชายเสื้อคลุม ข้างกายเขามีเพียงกาน้ำชาหยกวางอยู่หนึ่งใบ ราวกับเขากำลังมาปิกนิกชมดาว ไม่ใช่มาเผชิญหน้ากับกองทัพนับแสนที่หมายหัวเขาอยู่
"ฮ่าๆๆๆ! ดูนั่นสิ! ตระกูลอัศวเทพตกอับถึงเพียงนี้เชียวรึ?"
"ส่งนายน้อยมาตายด้วยเรือผุๆ ลำเดียว! หรือว่าตระกูลอัศวเทพทอดทิ้งมันแล้ว?"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังกระหึ่มมาจากกองยานของตระกูลสุริยันศักดิ์สิทธิ์
โชติ่หรี่ตามองภาพนั้นด้วยความเดือดดาล การที่สุริยันมาคนเดียวด้วยท่าทีสบายใจเช่นนี้ คือการดูถูกเขาอย่างถึงที่สุด!
"ไอ้เด็กจองหอง..." โชติ่กัดฟันกรอด "เ้าคิดว่ามีวิชาประหลาดที่ลบไฟของลูกข้าได้ แล้วจะไร้เทียมทานงั้นรึ? วันนี้ข้าจะสอนให้เ้ารู้ว่า 'พลังที่แท้จริง' คืออะไร!"
"หน่วยสังหารดารา! ออกไปเด็ดหัวมันมาให้ข้า!"
"ขอรับท่านผู้นำ!"
ฟู่ววว! ฟู่ววว! ฟู่ววว!
เงาร่างสามสายพุ่งออกจากยานแม่ทันที พวกเขาคือ "สามเพชฌฆาตสุริยัน" ผู้าุโระดับ "เทพ์ ขั้นต้น" (50 มหายุค)!
ทั้งสามคนสวมเกราะหนัก ถืออาวุธระดับเทพศาสตรา ทั้งดาบใหญ่ ขวานั์ และหอกยาว พลังของพวกเขาสามคนรวมกันเพียงพอที่จะถล่มระบบสุริยะให้ราบเป็หน้ากลองได้ในพริบตา
"ตายซะ! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!"
สามเพชฌฆาตแยกย้ายกันโจมตีจากสามทิศทาง ประสานพลังกันสร้างเป็ "ค่ายกลสามตะวันดับสูญ"
เปลวเพลิงร้อนแรง กฎแห่งการทำลายล้าง และแรงกดดันมหาศาล ก่อตัวเป็ตาข่ายเพลิงั์ครอบคลุมพื้นที่แสนลี้ ปิดตายทุกทางหนีของเรือเหาะไม้ลำน้อย
ผู้คนนับล้านกลั้นหายใจ หลายคนเบือนหน้าหนีไม่อยากเห็นภาพสยดสยองที่เรือไม้และร่างของเด็กหนุ่มจะถูกเผาเป็เถ้าถ่าน
แต่ทว่า...
บนเรือไม้ที่โครงเครงไปมาตามแรงกดดัน สุริยันค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ดวงตาสีดำสนิทไร้ก้นบึ้ง ไร้ซึ่งความกลัว ไร้ซึ่งความโกรธ มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกซึ้งเกินกว่าใครจะเข้าใจ
"มดปลวกที่น่ารำคาญ"
สุริยันเอ่ยเสียงเรียบ เขาไม่ได้ลุกขึ้นยืนด้วยซ้ำ เพียงแค่ยกมือขวาขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน แล้วตบลงไปในอากาศเบาๆ ราวกับตบแมลงวัน
เคล็ดวิชาจักรพรรดิเอกภพ : ฝ่ามือสูญสภาวะ
วูบ!
วินาทีนั้น กฎเกณฑ์แห่งฟิสิกส์ มิติเวลา และพลังงานในบริเวณนั้น ดูเหมือนจะ "หยุดชะงัก" ไปชั่วขณะ
ฝ่ามือเงาสีดำทมิฬขนาดมหึมา—ใหญ่โตกว่ายานแม่ของตระกูลสุริยันศักดิ์สิทธิ์—ปรากฏขึ้นเหนือหัวของสามเพชฌฆาตและกองทัพหน้า
มันไม่ใช่ฝ่ามือที่เกิดจากพลังปราณ... แต่มันคือ "รอยขาดของมิติ" ที่มีรูปร่างเป็ฝ่ามือ!
ภายในฝ่ามือนั้น ไม่มีแสง ไม่มีเสียง ไม่มีอากาศ มีแต่ "ความว่างเปล่าสัมบูรณ์" ที่พร้อมจะลบทุกอย่างออกจากความเป็จริง
"นี่มันพลังบ้าอะไรกั—!"
เสียงสุดท้ายของสามเพชฌฆาตขาดหายไปในลำคอ
ตุบ! (เสียงที่ดังขึ้นในจิติญญา แต่ไร้เสียงในสุญญากาศ)
ฝ่ามือสีดำตบลงมาอย่างนุ่มนวล แต่ผลลัพธ์คือความพินาศ
ร่างของเทพ์ทั้งสามคนไม่ได้ะเิ ไม่ได้ถูกเผา แต่พวกเขาถูก "ยุบรวม" เข้าไปในความว่างเปล่า! ร่างกาย อาวุธเทพ และิญญา ถูกแยกส่วนในระดับอนุภาคและหายสาบสูญไปตลอดกาล!
และฝ่ามือนั้นยังไม่หยุด มันกดทับลงต่อไปยังกองทัพหน้าของตระกูลสุริยันศักดิ์สิทธิ์
ยานรบระดับดาราจักรนับร้อยลำที่ขวางทางอยู่ ถูกฝ่ามือสีดำกลืนกินเข้าไปเหมือนกระดาษที่ถูกหย่อนลงในกรดเข้มข้น โลหะหนาหนักระเหยหายไป เกราะพลังงานแตกสลายโดยไร้แรงต้าน
เมื่อฝ่ามือยกขึ้น...
ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย
ไม่มีซากยาน ไม่มีเศษเื ไม่มีแม้แต่ฝุ่นผง พื้นที่ตรงนั้นกลายเป็ "หลุมดำรูปฝ่ามือ" ขนาดมหึมาที่ลอยเด่นอยู่กลางอวกาศ มันคือรอยแผลเป็ของจักรวาลที่ถูกประทับตราไว้
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งเนบิวลาอีกครั้ง คราวนี้มันคือความเงียบแห่งความตายที่หนาวเหน็บเข้าไปถึงกระดูกดำ
ผู้ฝึกตนระดับเซียนนับล้านคนอ้าปากค้าง ตัวสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ ดวงตาเบิกโพลงมองดูความว่างเปล่าที่สุริยันสร้างขึ้น
บนดาดฟ้าเรือรบหลัก โชติ่ที่เคยเกรี้ยวกราด บัดนี้ยืนตัวแข็งทื่อ ขาของเขาสั่นจนแทบพยุงตัวไม่อยู่
"ทะ... เทพ์สามคน... ยานรบร้อยลำ... หายไป... หายไปในฝ่ามือเดียว..." เสียงของโชติ่สั่นเครือ "กฎแห่งความว่างเปล่า? เป็ไปไม่ได้! นั่นมันพลังระดับ 'เหนือเอกภพ'! เด็กอายุ 20 ปีจะมีพลังแบบนั้นได้ยังไง!"
สุริยันค่อยๆ ลุกขึ้นยืนบนหัวเรือเหาะไม้ที่ยังคงลอยลำอยู่อย่างปลอดภัย เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ผู้ฝึกตนคนไหนที่สบตาเขา ต่างรีบก้มหน้าหลบสายตาทันที ราวกับกลัวว่าสายตานั้นจะลบพวกเขาให้หายไปอีกคน
"ตระกูลสุริยันศักดิ์สิทธิ์..."
สุริยันเอ่ยขึ้น เสียงของเขาไม่ได้ะโ แต่ดังก้องกังวานไปทั่วจิติญญาของทุกคนในรัศมีล้านลี้ด้วยอำนาจจิตที่เหนือชั้น
"ส่งคนแก่ใกล้ลงโลงมาตายเปล่าทำไม? หากอยากให้ข้าลงมืออีกครั้ง จงส่งคนที่มีค่าพอให้ข้าฆ่ามาเสียดีกว่า"
เขาหันไปมองโชติ่ที่ยืนหน้าซีดอยู่บนยานแม่
"อัคคี โชติ่... ข้ารู้ว่าเ้าอยากจะฉีกอกข้าใจจะขาด แต่กฎของเขตแดนาห้ามผู้มีตบะระดับ 'มหาจักรพรรดิ' ขึ้นไปเข้าสู่ประตู... เ้าโชคดีนะที่กฎนั้นคุ้มกะลาหัวเ้าอยู่ มิฉะนั้น ตระกูลสุริยันศักดิ์สิทธิ์คงต้องเปลี่ยนผู้นำคนใหม่ในวันนี้"
คำพูดที่เหยียดหยามศักดิ์ศรีที่สุด แต่กลับไม่มีใครกล้าเถียง! เพราะหลักฐานความแข็งแกร่งคือหลุมดำรูปฝ่ามือที่ยังคงลอยเด่นอยู่ตรงหน้า!
โชติ่กำหมัดแน่นจนเืไหลซึมจากฝ่ามือ เขาอยากจะะเิพลังเข้าไปฆ่าสุริยันด้วยตัวเอง แต่สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขากำลังกรีดร้องเตือนภัยว่า... "อย่าเข้าไป! เข้าไปคือตาย!"
ความรู้สึกนี้มันบ้าบอที่สุด! เขาคือมหาจักรพรรดิเทพ์ (1 แสนล้านปี) ส่วนเด็กนั่นแค่ 80 ล้านปี แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกกลัว!?
"ดี... ดีมาก..." โชติ่กัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงอาฆาต "อัศวเทพ สุริยัน... วันนี้เ้าอาจจะชนะด้วยวิชาประหลาด แต่ในเขตแดนาไม่มีกฎคุ้มกัน! ข้าจะส่งคำสั่งล่าสังหารระดับสูงสุด! ใครก็ตามที่เอาหัวเ้ามาได้ ข้าจะมอบดวงดาวให้ร้อยดวง!"
สุริยันยิ้มมุมปาก "ข้ารออยู่... ยิ่งมาเยอะ ข้ายิ่งชอบ ดาบของข้ากำลังหิวพอดี"
ครืนนนนนนนนน!
ทันใดนั้น ประตูมิติขนาดั์ใจกลางเนบิวลาก็เริ่มสั่นะเื แสงสีรุ้งเจิดจ้าสาดส่องออกมา เป็สัญญาณว่า "เขตแดนา" ได้เปิดออกอย่างสมบูรณ์แล้ว!
"ประตูเปิดแล้ว!" เสียงะโดังขึ้นทำลายความเงียบ
แต่ทว่า ไม่มีใครกล้าขยับยานรบเข้าไปก่อน กองยานนับแสนลำจอดนิ่งสนิท ทุกสายตาจับจ้องไปที่เรือเหาะไม้ลำเล็ก
สุริยันบังคับเรือเหาะให้ลอยตรงไปยังประตูมิติอย่างช้าๆ ผ่านหน้ากองทัพยานรบระดับดาราจักรที่แหวกทางให้โดยอัตโนมัติ ราวกับแหวกทะเลให้าาเดิน
ก่อนจะหายลับเข้าไปในประตูมิติ สุริยันหันกลับมามองโชติ่เป็ครั้งสุดท้าย
"อ้อ... ข้าลืมบอกไป" สุริยันกล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ทุกคนขนลุก
"ในเขตแดนา... ใครก็ตามที่คิดว่าเป็ศัตรูกับข้า จงเตรียมหลุมศพของตัวเองไว้ให้พร้อม เพราะข้าจะไม่ฝังให้! ข้าจะลบพวกมันให้หายไปเหมือนที่ข้าทำเมื่อกี้!"
เรือเหาะพุ่งหายเข้าไปในแสงสว่าง
ทิ้งให้เหล่าอัจฉริยะและผู้นำตระกูลผู้ยิ่งใหญ่จากทั่วจักรวาลต้องยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า... มหกรรมล่าสมบัติที่ควรจะสนุกสนาน บัดนี้ได้กลายเป็ "ลานปะา" ที่มีมัจจุราชเดินนำหน้าเข้าไปแล้ว!
และตำนานบทใหม่ของ "จักรพรรดิผู้ลบเลือนตัวตน" ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้
(จบตอนที่ 3)