๓ สาวน้อยจอมยุ่ง
“อุ๊ย!!”คนที่ถลาวิ่งมาอย่างเร็วเบรกกายจนศีรษะตุงคว้างไปข้างหน้า “คุณป๋านะเอง ใหมดเลย”มธุรสปรับสีหน้าตื่นตระหนกให้เป็ปกติที่สุด พลางสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ มือเล็กลูบอกสลับหันมองไปด้านหลังก่อนผ่อนลมออกจากปอดเต็มๆ แรง เมื่อไอ้คนบ้าไม่ตามมาอย่างที่คิด
“น้ำผึ้งหายไปไหนมาคุณป๋ากำลังจะออกไปตามอยู่เลย”ภาวัติเอ่ยถามหลังจากชะเง้อคอมองออกไปหลายต่อหลายครั้งเดินวนไปเวียนมาอย่างไม่กลัวเมื่อยน่องก็ยังไม่เห็นสาวน้อยน้ำผึ้งกลับมาทำให้เป็ห่วงเป็ใย ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ ขืนวิ่งทะเล่อทะล่าไปเกิดเหตุเภทภัยเข้าคงยุ่งด้วยใบหน้าสาวน้อยน้ำผึ้งใช่จะขี้ริ้วขี้เหร่ ถ้าไปเจอกับฝรั่งอัปรีย์เข้าเขาไม่น่าตกลงให้หญิงสาวเที่ยวไกลถึงขนาดนี้เลย
“ไปทำอะไรมาล่ะเราเหงื่อเต็มหน้าเลย แล้วไหนหมวกที่ไปเก็บ” ปลายมืออวบอูมยกขึ้นซับเหงื่อเม็ดเล็กๆบนวงหน้านวลผ่องแดงปลั่งไล่ไปถึงลำคอ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นร่องรอยแดงเป็จ้ำบนผิวกายเนียนนุ่ม
“แล้วนี่รอยอะไรน้ำผึ้ง”ภาวัติเอ่ยถาม แม้น้ำเสียงจะไม่คาดคั้น แต่สายตาจ้องจับผิด ด้วยสิ่งที่เห็นมันคือรอย...
“ระ...รอยนี้นะหรือคะ”ยกมือทาบบนลำคอ “เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ตอบกลับเสียงกระอึกกระอัก ยิ้มแหยๆ
“หมวกน้ำผึ้งปลิวไปเกี่ยวยอดต้นไม้ค่ะใช้ไม้เขี่ยหวังให้ตก แต่ไปโดนรังมดตกลงมาใส่ เลยถูกกัดเอาน่ะค่ะ” บอกเสียงอ่อยอย่างพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกประหลาดในใจและหลบสายตาคล้ายรู้เท่าทันที่ทำให้ร้อนไปถึงใจ
“เจ็บจังเลยค่ะคุณป๋าแสบด้วย” ออดอ้อนเสียงหวานใส มือเล็กยกขึ้นกดซับเหงื่อ พร้อมถูไถหลังมือตรงส่วนที่ถูกไอ้บ้าหื่นกามจูบเอาๆจนผิวแก้มนวลผ่องแดงปลั่งแต่กลิ่นกายแห่งบุรุษเพศและความร้อนผ่าวก็ยังทาบทับอยู่บนผิวกายมิได้จางหายไปเลยสักนิด
“ก็น่าอยู่หรอก ดูสิแดงไปหมดทั้งคอและหน้าเลยเรานี่ไม่รู้จักระมัดระวังตัวเองเอาเสียเลย มันน่าจับตีก้นซ้ำมากกว่า”เอ่ยอย่างระอิดระอาใจ แต่น้ำเสียงนั้นค่อนข้างห่วงใยและรักใคร่
“แหม...คุณป๋าน่ะไม่ปลอบแล้วยังจะมาทำโทษอีก” ตวัดใบหน้าคมค้อนขวับโต ก่อนคลี่ยิ้มอย่างออดอ้อนสอดมือเล็กจับแขนอวบใหญ่ ถูไถใบหน้ากับต้นแขนแกร่ง “คุณป๋าเช็กอินเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะน้ำผึ้งจะได้เข้าห้อง อาบน้ำอาบท่าให้สบายเนื้อสบายตัวเสียหน่อยนอนสักตื่นแล้วลงมาเล่นน้ำทะเลให้ชุ่มปอด” พูดอย่างเริงรื่นกลบความรู้สึกพลุ่งพล่านที่เหลืออยู่ในเรือนกายให้จางหายมลายไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ทว่า...
ในอกสาวหวั่นไหวอีกครั้งเมื่อรู้สึกเหมือนมีไอเย็นพุ่งมากระทบแผ่นหลังจนต้องรีบเหลือบสายตากวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ภาวัติจับได้
‘ไม่เห็นจะมีอะไรสักหน่อยเธอคงคิดมากไปเอง’ ศีรษะทุยสะบัดเล็กน้อย ผ่อนลมหายใจออกจากปอดแ่เบาอย่างโล่งอกแต่ถึงจะบอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก ด้วยมองแล้วไม่เห็นมีอะไรทว่ายังรู้สึกเสียวที่แผ่นหลังและต้นคอวูบๆ คล้ายมีไอเย็นครอบคลุมในหัวใจก็แฝงไว้ด้วยความวิตกระคนกังวลไม่ใช่น้อย
“มีอะไรปิดบังคุณป๋าอยู่หรือเปล่าน้ำผึ้ง”
แม้น้ำเสียงที่ถามจะไม่ได้คาดคั้น้าคำตอบทว่าคนถูกถามกลับเสียววูบในอก หวาดหวั่นกลัวถูกจับพิรุธได้ มธุรสฝืนยิ้มแหยๆ
“ปะ...เปล่านี่คะไม่มีอะไรสักหน่อย คุณป๋านั่นแหละ ถามน้ำผึ้งแปลกๆ มีอะไรหรือเปล่า”เอ่ยถามกลับเสียงค่อนข้างสั่น เหงื่อผุดไหลตามร่องรูขุมขน
‘นี่ไง...ว่าแล้วเชียวไม่ยอมให้หลุดรอดสายตาเลยนะคะคุณป๋าขา’
“คำนี้คุณป๋าควรเป็คนถามเรามากกว่านะเป็อะไรไป ทำไมถึงได้มีทีท่าลุกลี้ลุกลน หรือไปทำอะไรผิดมาถึงได้ไม่กล้าบอกความจริง”
มธุรสรีบสอดมือเข้าไปคล้องแขนทาบวงหน้ากับอกกว้าง “ใครจะกล้าปกปิดคุณป๋าล่ะคะ อีกอย่างน้ำผึ้งออกจะน่ารักขนาดนี้มีแต่คนอยากปกป้องต่างหาก”
“ไม่หลงตัวเองเอาเสียเลยนะเรานี่”โต้กลับพลางหัวเราะลงคอจนพุงกระเพื่อม ยกมือทาบบนศีรษะทุยขยี้เบาๆ อย่างเอ็นดู
“คุณป๋านะ...ทำอย่างนี้ได้ไงผมน้ำผึ้งยุ่งหมดแล้วเห็นไหม” ทำหน้าบึ้งงอง้ำ ก่อนั์ตาใสแจ๋วเป็ประกายราวเพชรสะท้อนแสงไฟ
“คุณป๋าขา...”เอ่ยเรียกเสียงหวานแ่พลิ้วหลอมละลายหัวใจคนถูกเรียกให้คล้อยตามในสิ่งที่เธอปรารถนาอยากจะได้
“เรียกทำไมมีอะไรอีกละเรา” เรียกเสียงหวานอย่างไม่กลัวว่ามดจะขนน้ำตาลทรายอย่างนี้ต้องมีอะไรอีกแน่นอนเลิกคิ้วขึ้นสูงมองสาวน้อยร่างบอบบางตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์มธุรสดูแปลกไปจริงๆ นั่นแหละ หายไปไม่ถึงชั่วโมงกว่านิดๆ เธอไปเจอกับอะไรมาใครทำให้ไม่พอใจหรือว่าใกลัวอะไร ถึงได้มีท่าทางแปลกๆ หน้าตาตื่นๆและลุกลี้ลุกลนชอบกล กังวลจนหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน
“เกิดอะไรขึ้นน้ำผึ้งใครกล้าทำร้ายดวงใจของคุณป๋า”มือใหญ่จับรั้งสองแขนเล็กและพาเดินไปนั่งบนโซฟาตัวนุ่มทาบทับบนพวงแก้มนุ่มแดงด้วยเืฝาดสาวให้มองสบตาด้วย“บอกมาคุณป๋าจะไปเอาเืหัวมันออก!” เอ่ยเสียงเข้มดุกร้าวไม่แพ้ั์ตา
โอบสองแขนรอบบ่ากว้างซึ้งใจจนน้ำตาเอ่อล้นกับความห่วงใยใส่ใจที่ได้รับมาแม้ขาดบางคนไปแต่ภาวัติก็เติมเต็มความรู้สึกให้จนเธอคิดว่าตัวเองไม่ได้ขาดแต่มีมากจนล้นเสียด้วยซ้ำ
“โธ่...จะมีใครกล้าทำอะไรคนเก่งของคุณป๋าได้ล่ะคะน้ำผึ้งแค่เห็นว่าคุณป๋าทำงานหนักมาตลอด อุตส่าห์ได้มาที่สวยๆ ทั้งทีก็อยากให้เที่ยวด้วยเท่านั้นเอง” รู้ว่าเหตุผลที่เอ่ยออกไปอ่อนมากแต่ถ้าบอกความจริงไป ถึงภาวัติจะเก่งแค่ไหน แต่นี่เป็ต่างบ้านต่างเมือง กลัวการได้รู้ความจริงจะนำมาสู่เื่ร้ายๆมากกว่า
ศีรษะทุยส่ายแรงๆั์ตากลมใสวาวจ้า กลีบปากอิ่มนุ่มขบเม้มเข้าหากันด้วยความคั่งแค้นเต็มอกใจหนึ่งก็อยากเจอไอ้ั์ใหญ่จอมฉวยโอกาสนั่น ตอกกลับให้หน้าหงาย จะได้ไม่กล้าเอาเปรียบผู้หญิงอีกแต่อีกใจก็ไม่อยากเจอ ด้วยรู้ตัวเองเป็รองอยู่หลายขุมอีกทั้งกลัวระงับอารมณ์ไม่ไหว ทำอะไรบุ่มบ่ามจะกลายเป็ยื่นเนื้อเข้าปากเสือเสียเปล่าๆ
กรามเล็กขบกัดจนมีเสียงดังกรอดๆไว้ใจไอ้ผู้ชายบ้านั่นได้ที่ไหนกัน อีกอย่างถ้าภาวัติรู้ความจริง เธอถูกจูบ! ไม่ต้องซื้อหวยหรอกคุณป๋าสุดหวงเธออย่างกับไข่ในหิน ได้รีบพากลับอย่างรวดเร็วนะสิ
“คุณป๋าอยู่เที่ยวกับน้ำผึ้งสักสองวันนะคะ...นะคะ”คราวนี้ไม่เพียงแค่เสียงออดอ้อนใสแจ๋ว แต่ทั้งสีหน้าและดวงตาที่ทอดมองภาวัติเว้าวอนหน้าเศร้าระคนคาดหวัง
“คุณป๋าติดงานสำคัญน่ะน้ำผึ้ง”ไม่ใช่ว่าไม่อยากอยู่ ใครจะกล้าปล่อยปลาย่างสวยๆ ไว้กับแมวฝรั่งตัวโตๆที่ไม่รู้เมื่อไหร่จะมีคนดอดเข้ามาแอบคว้าปลาย่างหวานๆ ไปครอง คิดแล้วอยากยอมเสียเงินค่าห้องโดยไม่ใช้บริการพามธุรสตามติดไปทำงานด้วยดีกว่าแต่พอนึกถึงจำนวนเงินที่จ่ายไปแล้วก็อดเสียดายไม่ได้
“คุณป๋าใจร้ายไม่รักน้ำผึ้งแล้วใช่ไหมล่ะ ถึงได้ปล่อยให้อยู่คนเดียว” มธุรสทำเสียงน้อยใจ สองแขนสอดไขว้ระหว่างอกเชิดหน้านวลผ่องขึ้นสูง หันมองออกไปนอกบริเวณฟรอนต์แต่ยังแอบเหลือบสายตามองภาวัติเป็ระยะ
“น้ำผึ้งอย่าทำให้คุณป๋าหนักใจสิก็รู้อยู่คุณป๋าไม่ได้อยากให้สาวน้อยแสนน่ารักอยู่คนเดียวหรือไปด้วยกันดีไหม”
น้ำเสียงห้าวอบอุ่นแต่เด็ดขาดบ่งบอกถึงความหนักอกหนักใจดังมาทำให้คนแสนงอนเก่งถึงกับถอนใจ แต่ก็ยังอยากลองดูอีกครั้ง มธุรสปรับเปลี่ยนสีหน้าบูดบึ้งให้เป็ยิ้มหวานระรื่น
“นะคะคุณป๋าขาอยู่เที่ยวกับน้ำผึ้งสักวัน ไม่เห็นจะเสียหายอะไรนี่นา ป๋าแก่แล้วนะ...สี่สิบกว่าแล้วนะคะอย่าหักโหมใช้ร่างกายหนักมากสิ เงินทองเรามีตั้งมากมาย ถึงไม่ทำงานเราก็มีเงินให้ใช้เป็สิบปีก็ไม่หมด” กะพริบตาปริบๆ ส่งไปให้อย่างน่ารัก เพื่อหลอมละลายหัวใจภาวัติให้ทำตามความ้า
ภาวัติถอนหายใจเฮือกใหญ่อายุเยอะขึ้นเป็อุปสรรคสำหรับการเดินทางและการทำงานจริงๆ นั่นแหละไหนจะเสียงออดอ้อนหวานแ่พลิ้วราวกับแมวเหมียวตัวน้อยคลอเคลียเ้าของแต่เหงาเศร้าเหมือนกับนกบินกลับรังไม่ถูกอีก ทำให้เขาเป็ห่วงจนร้อนใจแล้วต้องทอดถอนใจ
“เรานี่นะ...อยากได้อะไรต้องเอาให้ได้จริงๆ”บีบจมูกเล็กเบาๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม “เดี๋ยวรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ คุณป๋าจะไปจัดการเื่ห้องให้เรียบร้อย”
“เย้...คุณป๋าน่ารักที่สุดเลยในโลกเลย”อยากไชโยโห่ร้องด้วยการะโกอดภาวัติเหมือนตอนอยู่ที่บ้านแต่ยังกริ่งเกรงและอายเล็กๆ กับสายตาหลายคู่ที่มองมา เลยได้แต่ส่งยิ้มหวานๆให้กับคนใจดีที่น่ารักที่สุด
เชื่อว่าถ้ามีภาวัติอยู่ด้วยผู้ชายคนนั้นต้องไม่กล้าทำอะไร แต่ถึงจะเป็เช่นนั้นมธุรสก็ยังไม่ไว้วางใจ ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบบริเวณด้วยหัวใจสั่นไหวก่อนผ่อนลมหายใจออกจากปอดเมื่อไม่เห็นคนที่ทำให้เธอกลัว...กลัวผู้ชายคนนั้นไม่เท่ากลัวหัวใจตัวเอง ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรหัวใจถึงได้เต้นแรงรัวเร็วราวกับจะทะลุอกยามถูกแตะต้อง ร่างกายก็ร้อนผ่าวราวกับถูกเปลวเพลิงเผาไหม้คล้ายน้ำถูกต้มเดือดจนกลายเป็ไอยามถูกแนบชิดและบดคลึงริมฝีปากนุ่ม
มธุรสยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองเบาๆเมื่อรู้ตัวว่าเผลอไปคิดถึงเื่น่าอับอายที่เกิดขึ้น ถ้าใครรู้เข้าเธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเพราะไอ้คนฉวยโอกาสนั่นแท้ๆ กรามเล็กขบกัดจนแก้มนูนขึ้นสัน
อยากรู้นักว่าเขาเป็ใครคงดีถ้าเป็แค่พนักงานในโรงแรมนี้ จะได้ฟ้องให้ถูกไล่ออกจากงานไปเสียเลยขืนปล่อยไว้รังแต่จะทำให้โรงแรมเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะพนักงานเลวทรามชอบลวนลามทำอุกอาจกับผู้หญิง แต่...
กลีบปากอวบอิ่มขบกัดจนแบนราบเรียบในดวงตาเป็ประกายเจิดจ้าด้วยโกรธกรุ่นระคนเ็ปใจ ไม่รู้เป็อย่างนี้ได้ยังไงเพียงแค่คิดว่ามือคู่นั้นไปจับต้องผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เธออ้อมแขนเขามีผู้หญิงคนอื่นเป็เ้าของ
โอ๊ย!เธอเป็บ้าไปแล้วแน่ๆ เลยที่ดันไปคิดแบบนั้นกับผู้ชายเพิ่งแรกเจอชักเพี้ยนไปแล้วจริงๆ ตื่น...ตื่นได้แล้วมธุรส มาคิดอะไรบ้าๆ ไม่เป็กุลสตรีอย่างนี้ได้ไงกันสองมือนุ่มยกขึ้นตบแก้มแรงๆ เรียกสติกลับคืนมาปรับเปลี่ยนวงหน้ารูปไข่ที่บูดบึ้งให้แย้มยิ้มหวาน
“คุณป๋าขา...”ปกติแล้วเธอจะพูดไทยกับภาวัติ แต่ในครั้งนี้เธอเลือกเรียกขานอีกฝ่ายด้วยภาษาอังกฤษเพราะคิดว่าสิ่งนี้จะกลายเป็เกราะคุ้มกันภัยให้ได้ดีที่สุดไม่มีผู้ชายคนไหนอยากยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีเ้าของแล้วแน่นอนไม่มีใครอยากเป็ชู้!
ใบหน้างามเริ่มมีแวววิตกกังวลเมื่อภาวัติเดินกลับมาพร้อมสีหน้ายุ่งเหยิงคล้ายไม่สบอารมณ์ หรือว่า...แย่แน่เลย“เกิดอะไรขึ้นคะคุณป๋า หรือว่า...”
“อือ...”
“อย่างนี้ก็แย่สิคะ อย่างนี้น้ำผึ้งก็ต้องนอนคนเดียวสิ”มธุรสเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อรู้ว่าภาวัติเปลี่ยนโปรแกรมที่วางไว้ไม่ได้ใบหน้าฉายแวววิตกกังวล หัวคิ้วโค้งได้รูปขมวดมุ่นเข้าหากันกัดแคะปลายเล็บอย่างลืมตัว
“มีอะไรปกปิดคุณป๋าอยู่ใช่ไหมน้ำผึ้ง”เชื่อสายตาตัวเอง มองไม่ผิดแน่ มธุรสต้องมีเื่ปกปิดเขาชัวร์!
“ไม่นี่คะ”ใบหน้าเศร้าหมองลงมองพื้น ด้วยกลัวจะเปิดเผยทุกอย่างทางสายตา สอดมือเข้ากอดแขนอวบแนบหน้ากับต้นไหล่กว้างอย่างประจบ
“แค่เสียดายคุณป๋าทำงานหนักและทำเพื่อคนอื่นมาตลอด ทำไมวันนี้ถึงไม่ยอมทำให้ตัวเองมีความสุขบ้างล่ะคะน้ำผึ้งไม่อยากให้วันที่ได้พักคือวันที่ต้องจากโลกนี้ไป”
ความรักความห่วงใยที่สื่อมาทำให้ภาวัติเต็มตื้นไปทั้งหัวใจแขนใหญ่โอบรัดรอบกายอรชร ทาบมือบนศีรษะทุยเขย่าเบาๆ “ถ้าคุณป๋าพักด้วยอย่างที่น้ำผึ้งคิดจะไม่เป็การกีดกันหนุ่มๆ ที่จะมาจีบสาวน้อยแสนสวยหรือไง มันน่าเสียดายอยู่นะแถวนี้ฝรั่งหน้าตาดีเยอะเสียด้วยสิ” เอ่ยถามพลางหัวเราะกลั้วคอ
‘เอ๊ะ...คำพูดนี้ฟังดูแล้วแปลกพิกล’ มธุรสรีบเงยหน้ามองภาวัติ คิ้วโค้งได้รูปเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนทำหน้าง้ำเมื่อเข้าใจความนัยในคำพูด
“คุณป๋าน่ะแกล้งน้ำผึ้งอีกแล้ว”
“ก็เรามันน่าแกล้งนี่น่า”ภาวัติหัวเราะ นี่มันต่างบ้านต่างเมืองนะ ทำอะไรก็ต้องเตรียมตัวให้เรียบร้อยก่อนสิไม่ใช่นึกอยากทำอะไรก็ทำ
“งอนคุณป๋าแล้วไปห้องอาบน้ำให้สดชื่นสบายใจสบายกายดีกว่า” ถึงจะบอกว่างอนทว่ามธุรสก็ยังสอดมือกอดแขนอวบดึงภาวัติให้ลุกขึ้นเดินไปหาพนักงานโรงแรมซึ่งยืนรออยู่หน้าลิฟต์ด้วยสีหน้าแช่มชื่นดวงตาใสแจ๋วเป็ประกายด้วยยามนี้หัวใจเธอก็เริงรื่นราวกับได้บินไปบนท้องฟ้าซึ่งไร้เมฆหมอกควันไฟให้ระคายเคืองขุ่นใจ