หลังจากที่ซูเชี่ยวได้ป้ายเข้าออกสำนักเธอก็ตรงดิ่งกลับมาที่ห้องพักทันที เธอรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวออกไปเจอโลกข้างนอกสำนักครั้งแรก ทำให้เธอยิ้มรื่นอย่างตื่นเต้น เธอหมุนตัวเพื่อดูความเรียบร้อยหน้ากระจก วันนี้จะออกไปข้างนอกไม่จำเป็ต้องใส่ชุดที่เป็เครื่องแบบของทางสำนัก เธอเลือกชุดสีเขียวอ่อนมิ้นเรียบๆ มาตัวหนึ่ง ช่วยเพิ่มให้หญิงสาวงามสง่าเรียบร้อยแบบหญิงสาวที่โตขึ้นมานิดหนึ่ง ถึงหน้าตาเธอจะดูอ่อนเยาว์ก็ตาม ผมดำยาวครึ่งบนถูกจัดทรงเล็กน้อยและปักด้วยปิ่นรูปผีเสื้อ และไม่ลืมนำหยกสีเขียวมิ้นมาห้อยไว้ที่เอว
ก๊อกๆ!!
“ใคร" หญิงสาวร้องถามคนที่มาเยือน
“ข้าเองเจียอี่” ทันทีที่ได้ยิน ซูเชี่ยวรีบเดินไปเปิดประตูให้ วันนี้เจียอี่ก็ไม่ได้แต่งกายด้วยเครื่องแบบสำนักเช่นกัน นางแต่งด้วยชุดสีม่วงอ่อน ด้วยหน้าตาที่น่ารักของนางยิ่งทำให้นางดูอ่อนเยาว์เพิ่มไปอีก
“เ้าพร้อมหรือยัง” เจียอี่ถามหญิงสาวตรงหน้า
“เอ่อออคือว่า คนที่นี่เขาใช้อะไรในการซื้อขายหรือ” เธอถามเจียอี่เพราะเธอไม่รู้จริงๆ ั้แ่มาที่โลกนี้ก็อยู่แต่ในสำนักไม่มีเื่ให้ต้องใช้เงินสักครั้ง พอเห็นสีหน้าของเจียอี่ที่ทำหน้าสงสัย จึงได้รีบพูดดักไว้
“ข้าหมายถึงเงินน่ะ พอดีแต่ก่อนข้ามีคนค่อยดูแลเื่พวกนี้ จึงไม่ค่อยรู้เื่สักเท่าไหร่” ซูเชี่ยวรีบพูด จากนั้นเดินไปหยิบถุงผ้าที่เธอคาดว่าเป็เงินมา 2 ถุงให้เจียอี่ดู เจียอี่รับมาและเปิดดูข้างใน ทั้ง 2 ถุงด้วยสีหน้าตกตะลึง เพราะเงินข้างในเยอะมาก
“พระเ้า! นี่เ้าจะเอาไปหมดนี่เลยเหรอ” เจียอี่ถามซูเชียวด้วยสีหน้าใ ซูเชี่ยวไม่ตอบแต่ยังจ้องหน้าเจียอี่ด้วยความสงสัย นี่เธอหยิบออกมาจากกล่องในตู้เสื้อผ้าน้อยแล้วนะ ในนั้นยังมีอีก 20 กว่าถุง เธอเห็นว่ามันมีเยอะเลยคิดว่ามันคงไม่มีค่ามากหรอก เพราะคนบ้าที่ไหนจะเอาเงินมาไว้กับตัวเยอะๆแบบนี้ แทนที่จะฝากธนาคารไว้ แต่เธอไม่รู้เลยว่าเหตุที่เ้าของร่างเก่าเอาเงินมาไว้ติดตัวเยอะถึงเพียงนี้เพราะว่า นานมากกว่าจะได้กลับบ้านและเ้าของร่างเก่าเป็คนที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยขนาดไหน
เจียอี่ถอนหายใจจากนั้นเริ่มอธิบายให้ซูเชี่ยวฟัง
“เฮ้อ นี่คือเหรียญภู่ทอง 1 เหรียญภู่ทองมี 100 เหรียญภู่เงิน” เจียอี่อธิบาย และหยิบเงินเหรียญภู่เงินของตัวเองออกมาให้ซูเชี่ยวดู ซูเชี่ยวได้แต่ยกมือเกาที่ท้ายทอย และยิ้มออกมา
“เ้าเอาไปแค่ 1 ถุงผ้าก็พอ ขื่นเ้าเอาไปหมด 2 ถุงนี้เราจะซวยโดนโจรป้นกันแน่” เจียอี่พูดออกมาเพื่อตักเตือน ถึงเธอจะมีพลังระดับสูง แต่ก็สามารถปกป้องได้แค่ตัวเอง ไม่สามารถช่วยหญิงสาวอีกคนได้แน่ ซูเชี่ยวที่ได้ยินดังนั้นก็นำอีกถุงไปเก็บให้เรียบร้อย เธอยังไม่อยากที่จะจบชีวิตตอนนี้ และพากันเดินออกมาที่หน้าประตูสำนัก
ซูเชี่ยวและเจียอี่แสดงป้ายที่หน้าประตูสำนักจากนั้นก็พากันเดินออกมา ทั้งสองคนเลือกที่จะเดินแทนการจ้างรถม้า ด้วยความที่ตลาดอยู่ไม่ห่างจากสำนักมากนัก และซูเชี่ยวอยากที่จะเดินสำรวจวิถีชีวิตของคนที่นี่ ในโลกใบก่อนเธอเลือกห้องพักที่ใกล้กับที่ทำงานเพื่อที่จะเดินไปทำงานได้ในตอนเช้าเป็การออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง ส่วนเจียอี่นางมีพลังภายในอยู่แล้วแค่นี้ไม่อาจจะทำให้นางเหนื่อยได้ หญิงสาวทั้ง 2คนใช้เวลาเกือบ 2 เค่อก็ได้ยินเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวมาจากด้านหน้า ทำให้ทั้ง 2 ยิ้มให้กันเพราะนั้นแสดงว่าพวกนางมาถึงจุดมุ่งหมายแล้ว กว่าจะมาถึงได้ทำเอาซูเชี่ยวต้องปาดเหงื่อทีเดียว โลกก่อนเธอเดินไหว แต่โลกใบนี้และในร่างกายที่อ่อนแอนี้ทำให้นางต้องหยุดพัก 1 ครั้งถึงเดินมาถึง ทั้ง 2 คนเดินเข้าไปข้างในตลาดตามทางเดิน ที่2ข้างทางเป็ร้านค้าชาวบ้านที่ต่างยืนเรียกลูกค้าอย่างครึกครื้น ซูเชี่ยวที่เห็นภาพตรงหน้าก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด ตลาดที่เธอเคยเห็นแค่ในหนังหรือซีรี่ย์ที่เธอดูบ้างบางคราวในวันหยุด วันนี้เธอได้เห็นของจริงทำให้เธอมีความสุขเป็อย่างมาก
“เ้าเดินดูของ และหาโรงเตี๊ยมแถวนี้รอข้าไปก่อน อีก 2 ชั่วยามเรามาพบกันที่นี่ ข้าต้องไปทำธุระก่อน” เจียอี่บอกซูเชี่ยวที่กำลังยืนมองนั้นมองนี่อย่างตื่นตา
“ได้ๆ เ้าไปเถอะ” ซูเชี่ยวพูดและยิ้มให้เจียอี่ หลังจากที่เจียอี่เดินออกไป ซูเชี่ยวเเวะร้านนั้นเข้าร้านนี้อย่างมีความสุข เป็คุณหนูแห่งจวนแม่ทัพเงินก็มี งานก็ไม่ต้องทำเหมือนโลกก่อนนี่มันสบายจริงๆเลยนะ เธอใช้เวลาเลือกซื้อของประมาณ 1 ชั่วยาม ก็รู้สึกพึงพอใจกับของที่เธอได้ ล้วนเป็ของที่ไม่ได้แพงอะไร แต่เป็ของที่เธอชอบและตั้งใจเลือกเป็อย่างดี และไม่ลืมที่จะซื้อของเผื่อเจียอี่ด้วย ก็ในโลกนี่เธอพึ่งมีเพื่อนแค่คนเดียวจะให้เธอซื้อให้ใครได้อีก คิดไปแล้วก็ทำให้เธอคิดถึงเพื่อนสนิทเธอในโลกเก่า เซี่ยวหลินเป็เพื่อนสนิทของเธอั้แ่เรียนมหาวิทยาลัยจนทำงาน เธอและเซี่ยวหลินเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน ไม่รู้ตอนนี้นางจะเป็อย่างไรบ้าง หญิงสาวถอนหายใจออกมาเมื่อคิดถึงเื่ที่เธอมาอยู่ที่นี่
“จ๊อก~~”
เสียงท้องหญิงสาวร้องดัง เธอพึ่งนึกได้ว่านี้ก็เลยยามจื่อมาแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเลย จึงเดินเข้าโรงเตี๊ยมใกล้ๆ หลังหญิงสาวเดินเข้าไปแล้ว ที่ซอกซอยเล็กๆ มีชายฉกรรจ์ 3 คนยืนอยู่ที่มุมมืด พวกเขาตามดูเธอั้แ่เธอเดินเข้ามาในตลาดจนแยกกับเจียอี่ แต่แล้วก็หาจังหวะเข้าไปไม่ได้สักที พวกมันคิดว่าจะจัดการเมื่อซูเชี่ยวออกมา
ในโรงเตี๊ยมเยี่ยนฮวา
“เชิญแม่นางท่านนี้ขอรับ ไม่ทราบว่าท่าน้านั่งตรงไหนขอรับ” พนักงานชายวัย 20 กว่าปีเข้ามาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ข้าขอที่นั่งเงียบๆ สักที” เธอตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มกลับไป รอยยิ้มและความสวยของเธอทำให้พนักงานชายหน้าแดง ปกติแล้วคนที่ไม่ค่อยคุยหรือยิ้มแย้มแบบนี้ให้บ่าวหรือลูกจ้างพนักงานมากนัก เพราะเขาถือว่าคนพวกนี้เป็คนชั้นต่ำสุดในที่นี้ แต่ไม่ใช่กับเธอที่มาจากโลกที่แล้วที่มนุษย์มีความเท่าเทียมกัน
“เชิญแม่นางท่านนี้ที่ชั้น 2 ขอรับ “พนักงานชายเดินนำขึ้นไปที่ขั้น 2 มีฉากกั้นเป็ล๊อคๆ ดูเป็ส่วนตัว มีทางเดินตรงกลาง 1 ข้างเป็วิวที่มองลงไปเห็นสีสันของตลาดที่ดูครึกครื้น อีกด้านเป็วิวแม่น้ำที่ทอดยาวสุดลูกหนูลูกตา และดูสงบ ซูเชี่ยวเลือกนั่งฝั่งแม่น้ำเพื่อดูวิวระหว่างทานอาหาร และรอเจียอี่ทำธุระ เธอสั่งอาหารมา 3-4 อย่าง ระหว่างกินเธอก็หยิบหนังสืออ่านเล่นที่เธอซื้อติดมือมาอ่านข้ามเวลา เธอกินและอ่านไปด้วย ดูวิวไปด้วยเป็นิสัยที่เธอทำจนติดมา เธอใช้เวลาผ่านไปประมาณ ครึ่งชั่วยาม ก็จ่ายเงินและเดินออกมาเพื่อไปรอเจียที่ตามที่นัดกันไว้ เมื่อหญิงสาวเดินออกมาจากร้าน เธอเห็นเด็กสาวคนหนึ่งอายุราว 12-13 ปี เดินมาประกบเธอแล้วขอความช่วยเหลือ
“พี่สาวช่วยข้าด้วย ข้าพลัดหลงกับพ่อแม่” เด็กสาวสีหน้าเศร้า เสื้อผ้าหน้าตามอมแมม
“เ้าพลัดหลงที่ใด จำได้เหรอไม่” ซูเชี่ยวย่อตัวลงให้ตัวเท่ากับเด็กหญิง และถามด้วยความเป็ห่วง
“ข้าจำไม่ได้ พี่สาวไปส่งข้าหน่อยได้หรือไม่” ซูเชี่ยวที่เห็นอย่างนั้นก็ทำหน้าหนักใจ เธอพึ่งมาที่นี่ครั้งเเรกจะไปรู้จักทางได้อย่างไร หากเธอหลงเข้าเธอคงหาทางกลับมาไม่ได้แน่ เด็กหญิงตรงหน้าที่เห็นว่าซูเชี่ยวกำลังปฏิเสธก็รีบพูดขึ้นว่า
“น๊าพี่สาว ไปส่งข้าหน่อยบ้านข้าไม่ไกลจากที่นี่ รับรองท่านไม่หลงแน่นอน หากท่านพาข้ากลับท่านพ่อท่านแม่จะได้ไม่ตีข้า” ซูเชี่ยวคิดหนัก แต่เห็นว่าเด็กสาวตรงหน้าดูไม่มีพิษภัยเลยคิดว่าจะเดินไปส่งเเค่ครึ่งทางพอ ซูเชี่ยวจูงมือเด็กหญิงเดินเข้าซอยนั้นออกซอยนี้มา 1 เค่อแล้วจนไม่ได้ยินเสียงผู้คนที่ตลาดแล้ว
“อีกไกลหรือไม่เด็กน้อย" เธอถามเด็กสาวเพราะกลัวจะเกินเวลาที่เธอนัดกับเจียอี่เอาไว้ เเต่เธอยังพูดไม่ขาดคำก็มีกลุ่มชาย 5-6 คนเดินมาล้อมเธอและเด็กสาวไว้
“ไม่ต้องกลัวหลบหลังพี่สาว” เธอปลอบเด็กที่เธอกำลังจับมืออยู่ พวกชายฉกรรจ์ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน เด็กหญิงที่จับมือเธออยู่ จู่ๆ ก็สะบัดมือเธอทิ้งและวิ่งออกไปอย่างไว ติดกับแล้วนี่นางโดนหลอกหรือเนี้ยซูเชี่ยวคิดในใจ ทำดีไม่ได้ดีจริงๆ เลยเธอเนี่ย เธอมองชายฉกรรจ์ที่ค่อยๆ เดินเข้ามาเรื่อยๆ
“พวกเ้า้าอะไรข้ามีเงินข้ามีเงิน” ซูเชี่ยวตวาดออกไปด้วยความหวาดกลัว และล้วงถุงเสื้อเพื่อหาเงิน แต่แล้วกลับไม่พบถุงเงิน เป็ไปไม่ได้หายไปไหน
“สาวน้อยเ้าหาสิ่งนี้อยู่หรือ” 1 ในชายฉกรรจ์พูดขึ้น พร้อมทั้งหัวเราะและโยนถุงเงินของเธอเล่น ไปอยู่ที่นั้นได้อย่างไร เธอพยายามนึกถึงและคิดได้น่าจะเป็ตอนที่เด็กผู้หญิงคนนั้นมาประกบเธอและเอาไปตอนที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเเน่ๆ ชายทั้ง 5 คนเริ่มเข้ามาหาเธอเรื่อยๆ
“เงินก็ไม่มี สวยๆ แบบนี้คืนนี้อยู่เป็เพื่อนพวกพี่หน่อยก็แล้วกัน" ซูเชี่ยวตอนนี้นางรู้สึกหวาดกลัวเป็อย่างมากได้แต่ถอยหนีจนล้มลงไปกับพื้น เธอหยิบไม้ที่หาได้ใกล้ตัวซูขึ้นเพื่อป้องกันตัว แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้าก็หัวเราะและก้าวเข้ามาใกล้เธอ จังหวะที่พวกนั้นยื่นมือหวังจะจับหน้าเธอ ดวงอาทิตย์ก่อนหน้านี้ถูกบังด้วยเมฆหนาได้โผล่พ้นออกมา แสงอาทิตย์ส่องกระทบกับหยกที่ห้อยอยู่ที่ข้างเอวหญิงสาวเกิดเเสงสะท้อน และจู่ๆ ก็มีหลุมน้ำวนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เมตรที่หน้าเธอทำให้ชายฉกรรจ์ 5 คนกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง
“ลูกพี่มันมีพลังภายในธาตุน้ำ เอาไงต่อดี” 1 ในชายฉกรรจ์พูดขึ้น
“แค่ผู้หญิงนางเดียวพวกเรามีถึง 5 คนกลัวอะไรว่ะ จับนาง” ชายฉกรรจ์ที่คาดว่าเป็หัวหน้าสั่งเสียงเข้ม แต่ก่อนที่พวกชายฉกรรจ์จะได้ก้าวเท้าเข้าไปกลับมีพัดสีแดงรูปัติดปีก ด้ามสีดำกระเเทบพวกชายฉกรรจ์ทั้ง5 พร้อมกันจนทำให้พวกมันที่พึ่งลุกขึ้นได้ล้มไปอีกที การกระแทกครั้งนี้แรงกว่าพลังจากน้ำวนเมื่อสักครู่มาก
“ใครว่ามีนางคนเดียวมีข้าอีกคนตั้งหาก” เสียงนั้นพูดขึ้นมาพร้อมกับการปรากฏตัวของชายผมสีน้ำเงินเข้มยาวแต่ดวงตากลับเป็สีดำเทาใบหน้าคมคาย ดูหล่อเหลา สวมชุดสีขาวร่างกายสูงสง่าอย่างกับเทพเซียน ทันทีที่เขาย่างกรายถึงพื้นดินใบพัดเมื่อสักครู่ก็กลับมาอยู่ที่มือของเขา ชายฉกรรจ์พวกนั้นต่างพากันถอยหนี ชายหนุ่มที่พึ่งปรากฏตัวเดินไปก้มเก็บถุงเงินของซูเชี่ยวที่พวกนั้นทำตกไว้ และเดินมาตรงหน้านาง
“ขอบคุณคุณชายเป็อย่างมากที่ช่วยข้าเมื่อครู่นี้” ซูเชี่ยวที่มัวแต่ตะลึงอยู่ได้สติและลูกขึ้นกล่าวขอบคุณ
“ไม่ทราบว่าเเม่นางเจ็บตรงไหนหรือไม่” เสียงทุ่มกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ข้าไม่เป็อะไรเ้าค่ะ” เธอยิ้มและตอบออกไปตามความจริง
“ไม่ทราบว่าเเม่นางจะไปที่ใดให้ข้าไปส่งหรือไม่”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ พวกนั้นคงไม่กล้ามาแล้วข้ามีนัดกับเพื่อน นี้ก็ใกล้เวลาแล้วขอเสียมารยาทไป และขอบคุณคุณชายอีกครั้งเ้าค่ะ” ซูเชี่ยวกล่าวออกไปอย่างจริงใจ
“ไม่เป็ไร เชิญแม่นาง” ซูเชี่ยวเพียงยิ้มตอบและเดินออกมา ชายหนุ่มที่เหลือบตาไปเห็นป้ายที่เขียนว่าสำนักวารีหยกซูเชี่ยว ที่ทำตกไว้แต่ก็ไม่ทันได้บอก เธอก็เดินออกมาจนไม่เห็นเงาหลังแล้ว
—————-
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
——————————
ใครกันน๊าาาที่มาช่วยนางเอกของเรา แล้วพระเอกไปอยู่ที่ไหนเนี้ย อดใจรอกันหน่อยน๊าคนหล่อเขาเล่นตัวเยอะ
ไรท์จะพยายามลงทุกวันน๊าาาทุกคน ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา????