บทที่ 09.เพิ่งจะทะลุมิติมาก็โดนแล้ว (2)
ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นมาในหัวของ อิทธิพงษ์
[ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไงถึงได้บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างนี้มันจำเป็ต้องให้ “บทเรียน” กับเธอซะหน่อยแล้ว]
จากนั้นก็มีเสียงยั่วยุในหัวพูดต่อว่า
[เธอทำตัวเองให้เป็แบบนี้ ก็อาจจะตั้งใจมายั่วแกก็ได้ดูสิ น้ำที่ไหลออกมาจากร่องสวาทนั้นก็เปื้อนผ้าปูที่นอนไปหมดแล้ว ไม่รู้เตรียมตัวมามากแค่ไหน]
‘นั่นสิเราไม่ควรปล่อยให้ความตั้งใจดีของเธอต้องสูญเปล่า…’
ตอนนี้อิทธิพงษ์เข้าสู่โหมด “เงี่ยนขึ้นสมอง” เต็มรูปแบบแล้ว เขาไม่สนใจที่จะพิจารณาว่าการคาดเดาของตัวเองมีเหตุผลรองรับหรือไม่ เขายัดเยียดเหตุผลให้กับแรงจูงใจของตัวเองทันที
เขาเริ่มถอดเสื้อผ้าออก เมื่อปลดปล่อยพันธนาการทั้งหมดแล้ว อิทธิพงษ์ก็เดินเปลือยเปล่าไปยืนข้างปาริฉัตร โดยมีท่อนเอ็นที่แข็งผงาดกำลังชี้โด่เด่อยู่
เนื่องจากมุมที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ และการที่เขาเพิ่งจะกระชากผ้าห่มออก ทำให้ร่างกายของปาริฉัตรั้แ่หัวไหล่ขึ้นไปถูกผ้าห่มบังไว้อย่างแเี ดังนั้น อิทธิพงษ์ จึงไม่สามารถยืนยันตัวตนของเธอได้ แต่ในใจเขาก็พอจะคาดเดาได้รางๆ
อิทธิพงษ์ ยื่นมือออกไปหวังจะดึงผ้าห่มออก แต่เมื่อปลายนิ้วััโดนผ้า เขาก็ชะงักตัวลง เมื่ออยู่ต่อหน้าความจริง คำโกหกที่หลอกตัวเองก็เหมือนฟองสบู่ แค่แตะเบาๆ ก็แตกสลายแล้ว
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง คิดแล้วคิดอีก จึงพลิกตัวดึงผ้าห่มออก แต่ไม่กล้าที่จะมองให้ชัดเจน กลับเดินเข้าไปในห้องน้ำข้างๆ เพื่ออาบน้ำแทน
‘เราไม่ได้ตั้งใจที่จะเก็บเสียง การเคลื่อนไหวก็ไม่ดังไม่เบา ตามปกติเธอควรจะตื่นแล้ว ถ้าไม่ตื่น งั้นเราก็… งั้นก็… ทำยังไงดี’
อิทธิพงษ์ ไม่กล้าคิดต่อ กลัวว่าความคิดชั่วช้าต่ำทรามของตัวเองจะลุกลามราวกับไฟป่าเข้ายึดครองสมอง เขาจึงรีบเปิดน้ำเย็นรดหัวพยายามขับไล่ความคิดชั่วร้ายที่สลัดไม่หลุดนี้ออกไป
เขาแต่งงานกับภรรยาด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ในใจของภรรยามีชายอื่นอยู่แล้วตลอดเวลา ดังนั้นทั้งสองจึงไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางกายกันเลย ลูกชายที่ร่วมกันให้กำเนิด นที ก็เป็ผลมาจากการทำ เด็กหลอดแก้ว
เมื่อ นทีบรรลุนิติภาวะ ทั้งสองก็ตกลงหย่าร้างกันอย่างรวดเร็ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชีวิตของอิทธิพงษ์เต็มไปด้วยเื่งาน เขาไม่สนใจคนในที่ทำงาน ไม่เคยมีความรักในออฟฟิศ ส่วนผู้หญิงคนอื่นที่เข้าใกล้เขาก็มีแต่พวกที่หวังผลประโยชน์มากกว่า แม้ว่ามันจะเป็เื่ที่เหลือเชื่อ แต่อิทธิพงษ์ใช้ชีวิตเหมือนคนถือศีลมานานกว่ายี่สิบปีแล้ว
ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็คนอื่น อิทธิพงษ์ อาจจะไม่ได้ “คึก” ขนาดนี้ก็ได้ แต่ที่เขาเป็แบบนี้ ก็เพราะเขามีความรู้สึกที่เปิดเผยไม่ได้ต่อผู้หญิงคนนั้นที่อยู่ในใจมาตลอด
เขาเห็นเธอเติบโตขึ้นมาจากต้นกล้าเล็กๆ จนกลายเป็ดอกไม้ที่สวยสดงดงาม และใช่ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปจากความเอ็นดู ความทะนุถนอม ความผูกพันในครอบครัว จนกลายมาเป็ความรักใคร่แบบชู้สาว
อายุของเขาสามารถเป็พ่อของเธอได้เลย ดังนั้น เขาจึงไม่กล้าและไม่สามารถพูดออกมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเธอมาเป็แฟนของลูกชายเขา และตอนนี้ก็กลายเป็ลูกสะใภ้ของเขาไปแล้ว
……
ปาริฉัตร จริงๆ แล้วตื่นขึ้นมาได้สักพักหนึ่งแล้วหลังจากที่ อิทธิพงษ์ เดินเข้าห้องมา เมื่อได้ยินเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันตอนที่เขาถอดชุด เธอก็ถึงกับ "มึนตึ๊บ" ไม่รู้จะทำยังไงดี เธอจึงทำได้แค่แกล้งหลับอยู่เท่านั้น ทำเป็ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น โชคดีที่ความทรงจำของร่างเดิมผุดขึ้นมา ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของเธอไปได้มาก
เวรเอ้ย อิทธิพงษ์ เป็ NPC ก็จริง แต่คนที่มีอะไรกับเธอเมื่อครู่นี้คือ หุ่นยนต์ต่างหาก
หุ่นยนต์เป็แค่การจำลองบุคลิกของ NPC มาใช้เท่านั้น เธอโคตรจะซวยเลย! ิญญาจากโลกยุคปัจจุบันอย่างเธอ ไม่เคยัักับเทคโนโลยีโลกอนาคต จะไปรู้ได้ยังไงว่าอะไรคือความเป็จริงอะไรคือเกมเสมือนจริง
แถมยังโง่คิดว่าเกมมันทำสมจริงเกินไป พอเธอมีอะไรกับ NPC จนหลับไป ระบบป้องกันตัวเองจะพาเธอออกจากเกม แล้วไปตื่นที่ห้องของตัวเอง
ปาริฉัตรโทษตัวเองที่ไม่ควรมัวแต่จมอยู่กับความสุขจากการมีเซ็กส์ จนละเลยการรับรู้ความทรงจำสำคัญของร่างเดิม เฮ้อ ความหล่อทำให้คนตาบอดจริงๆ
ไม่สิ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่เื่นั้นหรอก ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ เธอเป็คนที่มีสามีแล้ว แต่กลับมานอนเปลือยกายอยู่บนเตียงพ่อผัว แถมยังแยกขาเปิดร่องสวาทให้เขาเห็นอีกต่างหาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนึกถึง หุ่นยนต์อิทธิพงษ์ แล้ว ความทรงจำเื่การโดนกระทำก็ตามมา ทำให้ร่างกายที่ไวต่อความรู้สึกของเธอหลั่งน้ำรักออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ผ้าห่มที่บังหน้าอยู่ถูกเปิดออกไปแล้ว
ปาริฉัตรหลับตาพยายามแกล้งทำเป็หลับ แต่ฝีมือการแสดงไม่ดีพอ ดวงตาของเธอขยับไปมาอย่างควบคุมไม่ได้เพราะความตื่นเต้น เธอทนไม่ไหวแล้วจึงตัดสินใจลืมตาขึ้นมา
ภายในหัวคิดถึงสารพัดวิธีแก้ตัว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่ามาอยู่ในห้องคุณได้ยังไง ฮ่าๆ ๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลย พูดขอโทษคำเดียว แล้ววิ่งหนีไปด้วยความเร็ว และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อที่จะแถให้ผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ ยังไงซะเื่แบบนี้ อีกฝ่ายก็คงไม่อยากเอาเื่เอาราวอะไรหรอกใช่ไหม
แต่เมื่อปาริฉัตรเตรียมใจ กล้าที่จะอ้าปากพูด เธอกลับเห็นอิทธิพงษ์หันหลังเดินจากไป เขาหันข้างให้เธอไม่แม้แต่จะเหลือบมองเลยสักนิด
ความรู้สึกคุ้นเคยและหดหู่ก็เกิดขึ้นในใจของปาริฉัตรขึ้นมาทันที เอ๊ะ จริงๆ แล้วมันไม่มีร่างเดิมร่างใหม่อะไรหรอก ฉันก็คือตัวฉันเองนี่แหละ
ฉากและความทรงจำก่อนหน้านี้เป็เพียงสิ่งที่เธอ ซึ่งเป็นักสะกดจิต สร้างขึ้นมาตามบุคลิกของตัวเธอเอง เพื่อให้ อิทธิพงษ์ บังเอิญมาเห็นฉากนี้
เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ถูกพ่อใจสัตว์ทำร้ายจนตาย อิทธิพงษ์ เป็คนช่วยเธอไว้ จัดการให้เธอไปอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีชื่อเสียง และดูแลเธอมาโดยตลอด
ภายใต้ร่างกายของเด็กหญิง คือจิติญญาของผู้ใหญ่ เธอจึงค่อยๆ หลงรักเขาในตอนที่เขายังอายุเพียงแค่ยี่สิบกว่าๆ เท่านั้น เธอรักเขาอย่างเงียบๆ ไม่กล้าพูดอะไรออกไป ทำได้แค่แกล้งทำตัวเป็เด็กที่ขาดความรักจากพ่อ อ้อนและพูดคุยอยู่ข้างๆ เขาเท่านั้น
จนกระทั่งวันหนึ่ง นที ที่มองออกว่าเธอคิดอะไรอยู่ ก็เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับบอกเธอว่า ‘พ่อกับแม่ฉันแต่งงานกันแค่ชื่อ ไม่มีความรักให้กันหรอก เมื่อนานมาแล้วพวกเขาตกลงกันไว้ว่า พอฉันบรรลุนิติภาวะก็จะหย่ากัน พวกเขานึกว่าฉันไม่รู้ แต่จริงๆ แล้วฉันรู้อยู่แล้ว’
‘ฉันรู้ว่าเธอชอบพ่อฉัน อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธนะ แม่ฉันอยู่กับผู้ชายคนอื่น ฉันก็ไม่สนใจ และตอนนี้ฉันก็ไม่ได้รังเกียจที่พ่อจะหาคนอื่นมาเป็คู่ชีวิต’
‘ตอนนี้ฉันยังไม่มีแผนที่จะหาแฟน ดังนั้น ถ้าเธอ้า ฉันจะเป็ฉากบังหน้าให้เธอเอง’
และนั่นก็เป็ที่มาของการคบกันและการแต่งงานของทั้งสอง วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือปาริฉัตรสารภาพรักกับอิทธิพงษ์ไปเลย แต่ตอนนั้น ปาริฉัตรเพิ่งจะอายุสิบห้าปีเท่านั้น เธอเลยสวมรอยเป็แฟนของนทีเพื่อเข้าใกล้เขา
ทั้งสองวางแผนว่าจะเลิกกันเมื่อปาริฉัตรอายุครบสิบแปดปี แต่ไม่คาดคิดว่า นทีจะประสบอุบัติเหตุและหายตัวไประหว่างการเดินทางในอวกาศ
เพื่อให้สามารถย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของ อิทธิพงษ์ ได้อย่างราบรื่น ปาริฉัตรจึงตัดสินใจโกหกคำโต ใช้ไม้ตายที่เธอกับนทีเคยปรึกษากันไว้ก่อนนทีจะหายตัวไปเพื่อบีบให้อิทธิพงษ์เปิดเผยความรู้สึก บอกอิทธิพงษ์ว่า นทีขอเธอแต่งงานแล้ว และเธอก็ตอบตกลง
แต่ไม่คาดคิดว่า อิทธิพงษ์จะยอมรับสถานะลูกสะใภ้ของเธอไว้เฉยๆ
และสิ่งที่เธอทำในวันนี้ก็คือ แผนแตกหัก ที่ปาริฉัตรจำต้องใช้ ยั่วยวนทางเพศ เธอไม่เชื่อหรอกว่า ต่อให้อิทธิพงษ์ไม่มีความรู้สึกต่อเธอ แต่ในฐานะผู้ชายที่อดกลั้นมานานหลายปี เขาจะไม่มีความ้าเลยงั้นเหรอ เมื่ออิทธิพงษ์ได้ลิ้มรสร่างกายของเธอแล้ว ครั้งหนึ่ง สองครั้ง พอติดใจ สักวันเขาก็ต้องยอมจำนน
ดังนั้น เมื่อปาริฉัตรเห็นอิทธิพงษ์เดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมา กลไกที่เธอตั้งไว้ก่อนหน้านี้จึงทำงาน ความทรงจำจึงได้ตื่นขึ้น เดิมทีเธอตั้งใจสะกดจิตตัวเองเพื่อไม่ให้โป๊ะแตก เพื่อให้ฉากที่เกิดขึ้นดูเหมือนเป็เื่บังเอิญ ถ้าเป็แบบนี้ ต่อให้อิทธิพงษ์เห็นร่างกายเปลือยเปล่าของเธอแล้วไม่แสดงอาการอะไร ก็ยังมีโอกาสที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองจะพัฒนาต่อไปได้
แต่เมื่อเธอได้เห็นเขาละทิ้งเธอไปจริงๆ ความรู้สึกเสียใจและเหงาหงอยก็ผุดขึ้นมาในใจของปาริฉัตรอย่างบอกไม่ถูก