บทที่ 18 เป็เธอจริง ๆ!
เฉียวอันอันมองไปยังชายวัยกลางคนคนนี้ เธอรู้จักเขา เขาเป็หนึ่งในผู้ก่อตั้งเฉียวกรุ๊ปร่วมกับคุณพ่อ ตามลำดับ เธอควรจะเรียกเขาว่าลุงก็จริง แต่เธอไม่สามารถเรียกเขาว่าลุงได้
เลขาเหยียนบอกเธอว่า เขาคือคนแรกที่สนับสนุนฉินเหลียน ถ้าเขาเป็คนของฉินเหลียน แสดงว่าเขาคือศัตรูของเธอ
จะมีใครเรียกศัตรูว่าลุงไหม? อย่างน้อยเธอก็ไม่เคยเห็น!
"กรรมการลั่วพูดเกินไปแล้ว ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเฉียวกรุ๊ป วันสำคัญขนาดนี้ ฉันจะพลาดไปได้ยังไงคะ แต่ฉันก็สงสัยว่า ทำไมไม่มีใครแจ้งให้ฉันทราบเื่การประชุมผู้ถือหุ้นครั้งสำคัญนี้เลย มีใครพอจะอธิบายให้ฉันได้ไหมคะ?" เฉียวอันอัน พูดด้วยน้ำเสียงเ็า สายตาเหลือบมองผู้ถือหุ้นทุกคนที่มาประชุม
ผู้ถือหุ้นที่สบตากับเธอต่างก็รู้สึกละอายใจและอึดอัด
กรรมการลั่วหัวเราะอาย ๆ สองสามที "บางทีทุกคนอาจลืมแจ้งไป แล้วก็นะหลานสาว เธอก็มาแล้วนี่"
"ฟังจากน้ำเสียงของกรรมการลั่ว ดูเหมือนคุณจะไม่ค่อยพอใจที่ฉันมานะคะ" เฉียวอันอันมองเขาด้วยสายตายิ้มแย้ม
"จะเป็ไปได้อย่างไร หลานสาวพูดเกินไปแล้ว ฮ่า ๆ ๆ"
เฉียวอันอันเองี้เีจะพูดกับเขา จึงเดินตรงไปนั่งที่เก้าอี้ว่าง รอการประชุมเริ่ม
ประมาณสิบนาทีต่อมา ฉินเหลียนกับผู้ช่วยมาถึง เมื่อเห็นเฉียวอันอันสีหน้าของเธอก็ดูไม่ดีเท่าไหร่
"เธอมาที่นี่ได้ยังไง?" ฉินเหลียนถามเสียงแหลม
"กรรมการฉินเป็อะไรไปคะ ในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัท ฉันมาที่นี่มันแปลกตรงไหน?" เฉียวอันอันเงยหน้าขึ้นมองอย่างเกียจคร้าน มองไปด้านข้างแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ
ฉินเหลียนไม่มีทางโต้ตอบคำพูดของเฉียวอันอัน เธอจึงเพียงแค่ขมวดคิ้วมองเธออย่างดุดัน แล้วเดินไปนั่งที่ประธาน "อีกไม่กี่นาทีก็จะเก้าโมงแล้ว ผู้ถือหุ้นอีกท่านยังไม่มา เรารอเขาอีกสักครู่ดีไหม"
"กรรมการฉิน ผู้ถือหุ้นคนสุดท้ายเป็ใคร ทำตัวสำคัญขนาดนี้ ให้พวกเราต้องรอเขาคนเดียว!" บางคนเริ่มไม่พอใจ
ตอนนี้เฉียวอันอันก็อยากรู้คำตอบนี้เหมือนกัน
สัญชาตญาณบอกเธอว่า ผู้ถือหุ้นรายนี้อาจเป็อุปสรรคใหญ่ที่สุดในแผนการของเธอวันนี้
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ สีหน้าของเฉียวอันอันที่เดิมทีสงบนนิ่งก็เปลี่ยนเป็เคร่งขรึมขึ้นมา แม้กระทั่งมือที่วางอยู่ใต้โต๊ะประชุมก็อดกำแน่นไม่ได้
ราวกับรู้ว่าเฉียวอันอันกำลังคิดอะไร ฉินเหลียนก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย มองเฉียวอันอันด้วยสายตาที่แปลกประหลาด “เขาไม่ได้โอ้อวดสถานะ แต่ตัวตนของเขามีสิทธิ์ให้พวกเราทุกคนรอคอย ถ้าพูดถึงเื่นี้คุณเฉียวกับผู้ถือหุ้นคนนี้เรารู้จักกันมาก่อนนะ”
"คุณหมายความว่ายังไง?"
เฉียวอันอันขมวดคิ้ว ความไม่สงบเกิดขึ้นในใจโดยไม่มีสาเหตุ เธออยากจะถามให้กระจ่าง ฉินเหลียนก็พูดขึ้นอีกครั้ง "คุณจะรู้ในไม่ช้า"
ทันทีที่เธอพูดจบก็มีความเคลื่อนไหวอยู่นอกประตูห้องประชุม
ประตูเปิดออก และจิ้นเฉินสวมชุดสูทเรียบหรูเดินเข้ามาด้วยขายาว ๆ ตามมาด้วยเฉียวอวี่โม่ในชุดเดรสสีเดียวกัน
"ทำไมถึงเป็คุณ?"
รูม่านตาของเฉียวอันอันขยายออก ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
ฉินเหลียนไม่พอใจ มองเฉียวอันอันแล้วเตือนด้วยเสียงต่ำ “เฉียวอันอัน ระวังกิริยามารยาทของคุณไว้ คุณจิ้นเป็ผู้ถือหุ้นของบริษัทเรา”
เฉียวอันอันราวกับไม่ได้ยิน สายตาของเธอยังคงจดจ้องไปที่จิ้นเฉินไม่ละสายตา สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสับสน
จิ้นเฉินเหลือบมองเธออย่างเ็า ไม่ได้พูดอะไรแล้วก็ละสายตา ทำเหมือนว่าเธอมองไม่เห็น
ขณะที่เฉียวอวี่โม่เงยคางขึ้นพลางยิ้มเยาะเย้ยเธอ จากนั้นก็ไปนั่งลงข้าง ๆ จิ้นเฉิน
ทำไมถึงเป็แบบนี้
เฉียวอันอันรู้สึกขมขื่นในใจ
ทำไมจิ้นเฉินถึงเป็ผู้ถือหุ้นปริศนานั้น เขาซื้อหุ้นของตระกูลเฉียวเพื่ออะไรกัน?
คำถามมากมายครุ่นคิดอยู่ในใจของเฉียวอันอัน
เลขาเหยียนสังเกตเห็นว่าอารมณ์ของเฉียวอันอันไม่ดี จึงเข้าไปกระซิบข้างหูของเธออย่างแ่เบาว่า “คุณเฉียวอย่าลืมจุดประสงค์ของวันนี้”
คำพูดของเลขาเหยียนทำให้เฉียวอันอันรู้สึกตัว เธอพลันยืดหลังตรง สีหน้ากลับเป็ปกติ “เลขาเหยียนไม่ต้องกังวล ฉันยังไม่ลืม”
โชคดีที่มีเลขาเหยียนไม่เช่นนั้นเธออาจลืมไปเลยว่าเธอ้าทำอะไร
เฉียวอันอันหายใจลึก รีบจัดระเบียบอารมณ์ของตนเอง เธอจะไม่ยอมให้จิ้นเฉินส่งผลกระทบกับเธอได้ ไม่ว่าวันนี้จิ้นเฉินจะมาเพื่อจุดประสงค์อะไร เธอก็ต้องไม่แพ้ เธอแพ้ไม่ได้!
เลขาเหยียน เห็นว่าเธอสงบลงแล้วก็พยักไหล่ให้ด้วยความโล่งใจ
เวลาเก้านาฬิกา การประชุมเริ่มแล้ว
"เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกันดีแล้ว จิ้นเฉิน ประธานบริษัทจิ้นกรุ๊ป" ฉินเหลียนแนะนำกับทุกคน เธอจงใจเรียกชื่อ เพราะ้าบอกแก่ผู้ถือหุ้นที่อยู่ในที่ประชุมว่าเธอและจิ้นเฉินมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา
ผู้ถือหุ้นที่อยู่ในที่ประชุมล้วนแล้วแต่ฉลาดหลักแหลม ข่าวการหมั้นหมายระหว่างเฉียวอวี่โม่และจิ้นเฉิน พวกเขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่ตกลงเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นในวันนี้
“รู้จัก… รู้จัก… คุณจิ้นมาที่นี่ ทำให้ตระกูลเฉียวของเรามีเกียรติอย่างมาก” กรรมการลั่วพูดประจบสอพลอ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
จิ้นเฉินได้ยินคำพูดประจบสอพลอก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบโต้อะไร ทำให้กรรมการลั่วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะเขาคิดจะกระชับความสัมพันธ์กับอีกฝ่าย
“เมื่อทุกคนรู้จักกันแล้ว ฉันจะไม่แนะนำตัวอีก เนื้อหาการประชุมในวันนี้ทุกคนก็ทราบกันดีอยู่แล้ว นับั้แ่สามีของฉันเสียชีวิต ตำแหน่งประธานและประธานกรรมการก็ว่างลง ดังนั้น วันนี้เราจะเลือกตั้งประธานและประธานกรรมการคนใหม่ ทุกคนมีความเห็นอย่างไร?” ฉินเหลียนพูดพลางมองไปที่ทุกคนในที่ประชุม
ทุกคนที่สบตากับเธอก็ส่ายหัวแสดงความไม่มีความเห็น
แท้จริงแล้ว ทุกคนต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าทั้งหมดนี้เป็แค่ฉากที่ฉินเหลียนพูดขึ้นมาเท่านั้น คนที่จะได้ดำรงตำแหน่งประธานและประธานกรรมการนั้นถูกกำหนดไว้แล้ว การประชุมในวันนี้ก็เป็เพียงพิธีการเท่านั้น
เวลานั้นเสียงของเฉียวอันอันก็ดังขึ้น "ฉันมีความคิดเห็น"
ท่ามกลางเสียงเห็นด้วยของทุกคน การคัดค้านของเธอดูแปลกประหลาดและโดดเด่น
ทุกคนรวมถึงจิ้นเฉินก็มองมาที่เธอ
เฉียวอันอันเผลอสบตากับดวงตาที่ลึกล้ำของจิ้นเฉิน ก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็กัดริมฝีปากและละสายตามาก่อน ไม่มองเขาอีก
"คุณมีความเห็นอย่างไร?" ฉินเหลียนท่าทางไม่พอใจ ทุกคนไม่มีข้อคัดค้าน แต่เฉียวอันอันตัวน้อย ๆ คนนี้กลับคัดค้าน นี่ไม่ใช่เป็การตบหน้าเธอเหรอ!
เฉียวอันอันโยนแฟ้มในมือลงบนโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ฉันไม่มีปัญหาเื่การเลือกตั้งประธาน แต่การเลือกตั้งประธานกรรมการบริหารนี่ คุณเอาน้องชายฉันไว้ที่ไหน? ตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของเขายังไม่ถูกปลดออกเลยนะ!"
"ยังไม่ถูกปลดออก แต่ฉันได้ยินมาว่า น้องชายของคุณถูกลักพาตัวไป จนทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เขาอาจจะถูกฆ่าปิดปากไปแล้วก็ได้นะ" กรรมการลั่วเคาะนิ้วบนโต๊ะ มองเฉียวอันอันและพูดด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
เฉียวอันอันรู้สึกหวั่นไหวในใจ เขารู้ได้ยังไง
หรือว่า...
เฉียวอันอันหันมองไปทางฉินเหลียนโดยไม่รู้ตัว
ฉินเหลียนนั่งอยู่ที่ตำแหน่งสำคัญ กำลังลูบนิ้ว ริมฝีปากคลี่ยิ้มอย่างมีชัย
เป็เธอจริง ๆ! เฉียวอันอันหายใจหนักและหอบถี่ หน้าอกของเธอขยับขึ้นลงไม่เป็จังหวะ
แล้วในเวลานั้นก็มีคนถามขึ้นมา "คำพูดของกรรมการลั่วเป็ความจริงเหรอ ที่เขาถูกลักพาตัวจริงหรือ?"
"ไม่มีเื่แบบนั้น!" เฉียวอันอันกัดฟันเล็กน้อย หายใจลึกหลายครั้งเพื่อควบคุมความโกรธ จากนั้นจึงพูดอย่างเยือกเย็น "น้องชายของฉันไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ถ้าไม่เชื่อก็ถามคุณจิ้นได้"
เธอมองไปทางจิ้นเฉินที่นิ่งเงียบมาตลอด เธออยากรู้ว่าเขาจะตอบยังไงเหมือนกัน
"กรรมการจิ้น เฉียวอันซวี่ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศจริงเหรอครับ" มีคนถาม
จิ้นเฉินไม่สนใจ เพียงแค่หันมามองเฉียวอันอันแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างสบาย ๆ "คุณเฉียวพูดเล่นแล้ว ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าน้องชายของคุณอยู่ที่ไหน"
เฉียวอันอันไม่เชื่อสายตาของตนเอง จึงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "คุณ..."
เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะตอบแบบนี้