เจ็ดวัน
สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว เป็เพียงชั่วพริบตา
แต่สำหรับสำนักเมฆาคราม เจ็ดวันนี้กลับเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
ศิษย์ทุกคนต่างเตรียมตัวเข้าสู่สระชำระกระบี่ บางคนเก็บตัวฝึกฝน
บางคนใช้หินิญญาทั้งหมดที่มีเพื่อเพิ่มระดับพลัง
บางคนถึงขั้นเดิมพันอนาคตของตนเอง
เพราะนี่คือโอกาสครั้งใหญ่ ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากจิตกระบี่ภายในสระ ย่อมมีโอกาสก้าวไกลกว่าคนทั่วไป
[กระท่อมหลังเขา]
หลินเย่ยังคงใช้ชีวิตเรียบง่าย
ตัดฟืน
ตักน้ำ
ฝึกโคจรปราณพื้นฐาน ราวกับทุกอย่างไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนเอง
แต่ความจริง ภายในร่างกายของเขา กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ
ลมปราณที่เคยติดขัด กลับไหลเวียนได้ลื่นไหลขึ้น
แม้ยังเป็เพียง รวมปราณขั้นหนึ่ง แต่รากฐานกลับมั่นคงกว่าคนทั่วไปมาก
จนแม้แต่หลินเย่เอง ยังเริ่มรู้สึกถึงความแตกต่าง
"หรือเพราะพลังนั่น..."
เขาก้มมองฝ่ามือตนเอง พลังลึกลับยังคงสงบนิ่ง ไม่ตอบสนอง ไม่แสดงอำนาจ
เหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
[ลานฝึกศิษย์ชั้นนอก]
เสียงฝีเท้าดังขึ้น
"หลินเย่!"
ชายหนุ่มร่างสูงเดินเข้ามา ชุดศิษย์ชั้นนอกสีเขียวเข้ม
ดวงตาเฉียบคม หลี่เทียนเฟิง
หนึ่งในศิษย์ชั้นนอกอันดับต้น ๆ
รวมปราณขั้นหก
"มีอะไรหรือ?"
หลินเย่ถามเรียบ ๆ อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ
"ได้ยินว่าคราวก่อน เ้าประลองกับรวมปราณขั้นสามแล้วไม่แพ้"
"ข้าจึงอยากเห็นด้วยตาตนเอง"
บรรยากาศรอบข้างเงียบลงทันที หลายคนหยุดฝึก หันมามอง
เพราะหลี่เทียนเฟิง ไม่ใช่คนที่จะหาเื่ใครง่าย ๆ หากเขามาที่นี่ ย่อมต้องมีเหตุผล
บนระเบียงหินไกลออกไป
ศิษย์ชั้นในสองคนกำลังยืนมอง
"เ้าคิดว่าหลี่เทียนเฟิงจะชนะกี่กระบวนท่า?"
"ไม่เกินสาม"
อีกคนหัวเราะ
"แต่ข้าสนใจเด็กคนนั้นมากกว่า"
"ศิษย์ไร้พร์ที่จู่ ๆ กลับเปลี่ยนไป..."
สายตาของพวกเขา เต็มไปด้วยความสงสัย
หลี่เทียนเฟิงยิ้มบาง
"ไม่ต้องกังวล"
"ข้าจะกดพลังลงเหลือรวมปราณขั้นสาม"
"ถือเป็การแลกเปลี่ยนประสบการณ์"
หลินเย่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
"ได้"
เขาเองก็อยากรู้ ว่าตนเปลี่ยนไปมากแค่ไหน
[เริ่มประลอง]
เพียงชั่วพริบตา หลี่เทียนเฟิงก็เคลื่อนไหว เร็วกว่าอีกคนก่อนหน้าหลายเท่า
หมัดแรก
ตรงไปยังไหล่ซ้าย หลินเย่ถอย
หมัดที่สอง
กวาดเข้าหาลำตัว เขาหลบได้อีกครั้ง เสียงฮือฮาดังขึ้น
เพราะการเคลื่อนไหวของหลินเย่ สงบนิ่งเกินไป
ไม่เหมือนคนกำลังต่อสู้ แต่เหมือน...
มองเห็นทุกอย่างล่วงหน้า
ทันใดนั้น
หลี่เทียนเฟิงเร่งความเร็วขึ้น
ปัง!
ฝ่ามือปะทะกัน หลินเย่ถอยหลังห้าก้าว ลมหายใจเริ่มไม่สม่ำเสมอ
ส่วนหลี่เทียนเฟิง กลับมีสีหน้าประหลาดใจ เพราะแรงสะท้อนเมื่อครู่
ไม่เหมือนพลังของรวมปราณขั้นหนึ่งเลย ราวกับ...
มีบางอย่างคอยสลายพลังของเขา
"เ้าฝึกวิชาอะไรกันแน่?"
หลินเย่าส่ายหน้า
"ข้าเองก็ไม่รู้"
คำตอบนั้น ทำให้ทุกคนคิดว่าอีกฝ่ายกำลังปิดบัง
แต่ความจริง เขาไม่รู้จริง ๆ
[หอผู้าุโ]
ผู้าุโโม่นั่งจิบชา เบื้องหน้ามีภาพจากกระจกวารี
ซึ่งสะท้อนเหตุการณ์ทั้งหมด หลังจากเฝ้ามองอยู่นาน
ชายชราจึงถอนหายใจเบา ๆ
"ไม่ใช่วิชายุทธ์..."
"ไม่ใช่เคล็ดวิชา..."
"แต่เป็สัญชาตญาณที่ฝังอยู่ในจิติญญา..."
สายตาของเขาลุ่มลึกขึ้น ในชีวิตนับร้อยปี
เขาเคยพบอัจฉริยะมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีใครเช่นนี้
เหมือนกับว่า...
เด็กหนุ่มคนนี้ เคยผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน แม้ความทรงจำจะสูญหายไป
แต่ร่างกายและิญญา ยังคงจดจำมันอยู่
หลังจบการประลอง หลินเย่กลับมายังกระท่อม
คืนนี้
เขาฝันอีกครั้ง คราวนี้ ชัดเจนกว่าทุกครั้ง
เขาเห็นชายผู้หนึ่ง ยืนอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าแห่งความว่างเปล่า
เื้ัคือดวงดาวนับไม่ถ้วนที่แตกสลาย ชายผู้นั้นหันหลังให้
มองไม่เห็นใบหน้า แต่เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น
กลับทำให้์และปฐีต้องสั่นะเื ในมือของเขา
คือดาบหักครึ่งเล่มนั้น และเสียงหนึ่ง
ดังขึ้นจากความว่างเปล่า
"หากวันหนึ่ง..."
"เ้าตื่นขึ้นจริง ๆ..."
"จงอย่าเชื่อทุกสิ่งที่ผู้คนเรียกว่าประวัติศาสตร์..."
"เพราะผู้ชนะ..."
"คือผู้เขียนเื่ราวเสมอ..."
ทันใดนั้น
ภาพทั้งหมดก็แตกสลาย หลินเย่สะดุ้งตื่น
เหงื่อเย็นปกคลุมทั่วร่าง เขาหอบหายใจ มองออกไปนอกหน้าต่าง
ท้องฟ้ายามราตรียังคงเงียบสงบ แต่ในใจเขา
กลับไม่อาจสงบได้อีกต่อไป เพราะเป็ครั้งแรก
ที่ความฝันนั้น ไม่เหมือนความทรงจำที่กระจัดกระจาย แต่เหมือน...
มีใครบางคน กำลังส่งข้อความมาถึงเขา และในอีกสามวัน
สระชำระกระบี่จะเปิดออก บางที คำตอบแรกของทุกสิ่ง
อาจอยู่ที่นั่น