หลังออกจากเรือนฮูหยินใหญ่หลันหลันพลันเดินไปนึกถึงอาการของฮูหยินใหญ่ไปแม้โรคฝีในยุคของหลันหลันจะเป็โรคที่รักษาไม่ยากแต่เหตุใดฮูหยินใหญ่ถึงได้เป็หนักและลุกลามถึงเพียงนี้กัน
“จางจูเ้ารู้เื่โรคของท่านย่าหรือไม่”
“เ้าค่ะบ่าวได้ยินคนเก่าคนแก่ของจวนบอกว่าเดิมฮูหยินใหญ่เป็สตรีที่งดงามแม้จะอายุมากแล้วแต่ความงดงามนั้นมิได้ลดลงตามวัยจนเป็ที่อิจฉาของสตรีหลายคนแต่เพราะเหตุใดไม่ทราบจู่ ๆ ฮูหยินใหญ่ได้ถูกนกบินมาโฉบใส่ใบหน้าทำให้ฮูหยินใหญ่ได้แผลมาเล็กน้อยตอนนั้นมิได้มีอาการอันใด แต่หลังจากนั้นไม่นานแผลนั้นกลับบวมใหญ่ขึ้นมาแม้จะให้หมอหลวงหรือหมอที่ใดมารักษากลับหายได้เพียงระยะหนึ่งแต่กลับมาเป็อีกมากกว่าเดิมทุกครั้งที่รักษาหายเ้าค่ะ”
“ท่านย่าคงทรมานน่าดู”
“เ้าค่ะบ่าวได้ยินมาว่าทุกคืนฮูหยินใหญ่จะร้องครวญครางด้วยความเ็ปแม้จะได้ยาบรรเทาปวดมาดื่มแต่ก็มิได้ช่วยให้อาการดีขึ้นมากนัก”
“แล้วเหตุใดท่านย่าถึงต้องขังตัวเองไว้ด้วย”
“เอ่ออ...”
“อย่างบอกนะว่าเพราะกลัวว่าข้าจะกลัว”
“เ้าค่ะ”
หลันหลันถอนหายใจใหญ่‘ถิงหลันนะถิงหลัน เธอช่างเป็ที่รักของทุกคนจริง ๆ’ ขณะที่หญิงสาวกำลังจะเดินกลับเรือนพลันนึกขึ้นได้ถึงเื่ที่เคยได้ยินจางจูเล่าให้ฟังถึงการไปขอพรยังวัดไร้ทุกข์เด็กหญิงจึงเปลี่ยนเส้นทางไปยังห้องหนังสือของบิดาในทันที
“คุณหนูจะไปที่ใดกันเ้าคะ”
“ไปหาท่านพ่ออาการท่านย่ารอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว”
แม้จะไม่เข้าใจเื่ที่คุณหนูตนพูดแต่เด็กหญิงก็พอจะรู้ว่าสิ่งที่คุณหนูทำนั้นเพื่อฮูหยินใหญ่อย่างแน่นอนหน้าประตูห้องหนังสือของราชครูถิงถังหู่คนสนิทของราชครูถิงได้เดินออกมาจากห้องหนังสือพอดีจึงพบเข้ากับหลันหลันที่เดินมาหน้าประตู
“คุณหนู”
“ลุงถังหู่ท่านพ่ออยู่ข้างในหรือไม่”
“นายท่านอยู่ด้านในขอรับ”
“เช่นนั้นช่วยแจ้งท่านพ่อให้ทีว่าข้า้าขอพบ”
“ขอรับ”
แม้จะเป็บุตรีที่ถูกตามใจแต่เด็กหญิงรู้ดีว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควรและสิ่งใดคือทำเกินไปจนมิอาจละเว้นโทษได้เพราะห้องหนังสือของถิงหลงนั้นถือได้ว่าเป็ห้องที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้แม้แต่ไป๋จื่อท่านแม่ของถิงหลันเมื่อเด็กหญิงได้รับอนุญาตให้เข้าไป เด็กหญิงจึงค่อย ๆก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวังและหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของถิงหลงผู้เป็บิดา
“หลันหลันคารวะท่านพ่อ”
บุรุษมากอายุเงยหน้าขึ้นมาจากกองหนังสือก่อนจะมองตรงมายังบุตรสาวอันเป็ที่รัก‘เมื่อก่อนข้าพยายามจะให้หลันหลันเรียนรู้หนังสือและอยู่ข้างข้าแต่นางกลับร้องไห้งอแงและปฏิเสธที่จะไม่เรียนจนถึงกับไม่มาเหยียบห้องหนังสือของข้าอีกแต่วันนี้นางกลับเลือกที่จะมาหาข้าถึงที่นี่เื่ที่ทำให้นางยอมมาหาข้าในนี้ต้องเป็เื่สำคัญไม่น้อย’ เมื่อคิดเช่นนี้สายตาที่มองบุตรสาวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“มีเื่อันใดหรือหลันหลันไม่รอให้พ่อเสร็จงานแล้วค่อยออกไปพบเ้าและคุยกันไม่ดีกว่าหรือ”
เด็กหญิงตัวน้อยยิ้มน่ารักก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างๆ บิดา
“ท่านพ่อจะว่าอะไรลูกหรือไม่เ้าคะหากลูกจะขอยืมตำราของท่านพ่อไปอ่าน”
ตำราที่อยู่ในมือราชครูถิงถึงกับหล่นจากมือบุรุษมากอายุคิดว่าตนเองหูฝาดไปอย่างแน่นอน
“เ้าว่าอะไรนะ”
หลันหลันมองหน้าบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็บิดาก่อนจะพูดออกมาอีกครั้ง
“ลูกอยากยืมตำราของท่านพ่อไปอ่านบ้างได้หรือไม่เ้าคะ”
“ได้ๆ ๆ ย่อมได้อย่างแน่นอน”
บุรุษมากอายุยิ้มด้วยความยินดีที่บุตรสาวของตนเริ่มสนใจเล่าเรียนอีกครั้ง
“เ้าชอบเล่มไหนหยิบไปได้ตามใจชอบหากที่นี่ไม่มีพ่อจะหามาให้เ้าเอง”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อความจริงลูกยังมีอีกเื่”
คิ้วเข้มของบุรุษมากอายุขมวดเข้าหากันในทันทีเขาจ้องไปทางเด็กหญิงตัวน้อยด้านข้างตนที่ทำหน้าลำบากใจที่จะพูด
“มีอะไรก็บอกมาเถิด”
“คือ…..ท่านพ่อเ้าคะ คำว่ากตัญญูนั้นสำคัญมากใช่หรือไม่เ้าคะ”
“แน่นอนว่าย่อมต้องสำคัญที่สุดแม้แต่องค์ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็ยังให้ความสำคัญกับความกตัญญูนี้”
“เช่นนั้นลูกอยากจะขอแสดงความกตัญญูแทนท่านพ่อท่านแม่ที่มีให้กับท่านย่าได้หรือไม่เ้าคะ”
“แสดงความกตัญญูแทนพ่อกับแม่เช่นนั้นหรือ”
“เ้าค่ะลูกอยากไปถือศีลสวดมนต์ขอพรที่วัดไร้ทุกข์สักเดือนจะได้หรือไม่เ้าคะมิเพียงแต่จะทำให้ท่านย่าได้รับพรเมื่อผู้คนเล่าลือถึงตระกูลเราพวกเขาย่อมชื่นชมคนตระกูลถิงรวมถึงท่านพ่อที่ได้รับการสรรเสริญเื่ความกตัญญูด้วยนะเ้าคะ”
บุรุษมากอายุขมวดคิ้วเข้าหากันมากขึ้นใบหน้านิ่งของถืงหลงทำให้หลันหลันกังวลในใจ
“ตะ…แต่ความจริงยังมีเื่ที่สำคัญกว่านั้นเพียงแต่ตอนนี้ลูกยังบอกท่านพ่อและท่านแม่ไม่ได้เกี่ยวกับ….ท่านย่า”
เด็กน้อยก้มหน้าเพื่อหลบสายตาถืงหลงผู้เป็บิดาถิงหลงลูบเคราของตนเองอย่างครุ่นคิด ‘ั้แ่ที่ท่านแม่เกิดเื่ข้าเองก็ได้พยายามหาหมอมารักษาจนสุดความสามารถแต่ก็มิอาจรักษาโรคนั้นให้หายขาดได้จนเมื่อท่านแม่ปฏิเสธที่จะรับการรักษาและขังตนเองอยู่แต่ในเรือนข้าเองก็รู้สึกเศร้าใจอยู่มากทีเดียวและมิรู้จะทำเช่นใดแต่หากหลันหลันสามารถทำให้ท่านแม่รับการรักษาได้เื่หนักใจของข้าคงจะคลายคงได้อีกเื่’บุรุษมากอายุลูบศีรษะบุตรสาวของตนเบา ๆ
“อื่ม..เื่นี้เ้าแน่ใจแล้วหรือ”
“เ้าค่ะแต่...”
“หากเ้ามั่นใจเช่นนั้นเื่ท่านแม่ของเ้าเดี๋ยวพ่อจะช่วยพูดให้เอง”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ”
เด็กหญิงสวมกอดบิดาก่อนจะช่วยบิดาฝนหมึกและพูดคุยกันอยู่นานเด็กหญิงหยิบตำรามาอ่านและคอยถามบิดาเป็ระยะ ๆ บุรุษมากอายุมองบุตรสาวเ้าคำถามด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและตอบคำถามเ่าั้อย่างไม่เหนื่อยหน่ายจนถึงเวลาอาหารเย็นทั้งสองจึงได้ออกจากห้องหนังสือไป
“อะไรนะหลันหลันจะไปถือศีลขอพรที่วัดไร้ทุกข์งั้นหรือ ไม่ได้นะท่านพี่หลันหลันยังเด็กนักนางเพิ่ง 8 ขวบเอง”
“ท่านพี่อย่าให้หลันหลันไปเลยนะเ้าคะนางยังเล็กนัก”
“ท่านพ่อให้ข้าไปเป็เพื่อนหลันหลันเถอะขอรับ”
“ท่านพ่อให้ข้า..”
ทุกคนบนโต๊ะอาหารต่างเอ่ยห้ามทันทีที่รู้เื่มีเพียงหลันหลันเท่านั้นที่ยังคงนั่งนิ่งเหมือนเื่ที่ทุกคนพูดนั้นมิใช่เื่ของตนเองบุรุษมากอายุมองเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอยู่ด้านข้างของตน
“เื่นี้ข้าได้ตัดสินใจแล้วอีกสองวันหลันหลันจะออกเดินทางพวกเ้าสองคนช่วยนางเตรียมของและหาคนที่ไว้ใจได้ให้คอยดูแลนางด้วยก็แล้วก้นส่วนเ้าทั้งสอง พวกเ้ายังมีหน้าที่ทางนี้อีกมิใช่หรือเื่ของหลันหลันนางโตแล้วพวกเ้าควรเชื่อใจนางมากกว่านะ”
พูดจบถิงหลงได้เดินออกจากโต๊ะอาหารไปในทันทีทิ้งให้ไป๋จื่อและอนุหวังนั่งเกลี้ยกล่อมถิงหลันที่นิ่งเงียบไม่เอ่ยตอบสิ่งใดจนทั้งสองถอนหายใจออกมาและยอมแพ้ในการตัดสินใจของสองคนพ่อลูก
“ท่านแม่ท่านก็รู้ว่าหลันหลันได้นิสัยนี้จากผู้ใด หากตัดสินใจไปแล้วย่อมไม่มีเปลี่ยนแปลง”
“พวกท่านแม่วางแผนจัดของและเตรียมบ่าวรับใช้ให้น้องเล็กเถิดขอรับเพราะน้องเล็กไปนานนับเดือนทีเดียวเื่คนอารักขาน้องเล็กเดี๋ยวพวกเราจะจัดการเองขอรับ”
ไป๋จื่อและอนุหวังได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะถอนหายใจให้กับความหัวดื้อของบุตรสาวของตนอีกครั้งทั้งสองเดินออกไปโดยมีเด็กหญิงเดินตามอย่างว่าง่ายแม้กระนั้นทั้งสองก็ยังไม่ละความพยายามที่จะเกลี่ยกล่อมเด็กหญิงให้เลิกไปถือศีลยังวัดเพียงผู้เดียวไม่นานข้าวของต่าง ๆ ถูกจัดเตรียมไว้เป็กอง ๆหลันหลันมองของและสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็มารดาของนางและอนุของบิดาก่อนจะยกยิ้มอย่างมีความสุข
“ท่านแม่อนุหวัง ข้าไปจำศีลเพียงเดือนเดียวแต่พวกท่านทำเหมือนกับข้าย้ายบ้านอย่างนั้นแหละ”
“เอ๊ะ!!!เด็กคนนี้”
ไป๋จื่อเดินมาหยิกแขนเด็กหญิงเบาๆ
“โอ๊ยยยท่านแม่ หยิกข้าทำไม”
“ก็ใครใช้ให้เ้าดื้อไปถือศีลเพียงผู้เดียวกันล่ะเ้ามิรู้หรือว่าพวกเราเป็ห่วงเ้าเพียงใดกัน”
หลันหลันยิ้มเต็มหน้าก่อนจะกอดไป๋จื่อดั่งเป็มารดาของถิงหลันดั่งเป็มารดาของตนเองจริงๆ
“ลูกรู้เ้าค่ะแต่เื่นี้ลูกรับรองได้ว่าเป็เื่ที่ดีต่อพวกเราในจวนทุกคนท่านแม่อย่าเพิ่งถามเหตุผลกับลูกได้หรือไม่ เมื่อลูกกลับมาแล้วลูกจะเล่าให้พวกท่านฟังนะเ้าคะ”
ไป๋จื่อและอนุหวังมองเด็กหญิงตรงหน้าที่ส่งแววตามุ่งมั่นมาให้นางทั้งสองสตรีทั้งสองได้แต่ถอนหายใจก่อนจะกลับมาสำรวจของให้หลันหลันเพื่อมิให้ตกหล่นสิ่งใด