มู่เลี่ยงหรงก้าวออกจากถ้ำ ปรับสีหน้ากลับมาเป็อ๋องผู้สูงส่งและเยือกเย็นฝ่ายเยี่ยนเยว่ฉีมองซ้ายมองขวาหาซูจิ้ง พอเห็นดังนั้นเขาจึงใช้ลมปราณช่วยเปล่งเสียงดังออกไป
“ซิ่นเฉิง! นำคนของคุณหนูเยี่ยนกลับมา”
เพียงไม่นานชายผู้หนึ่งก็เดินนำหน้าซูจิ้งออกมาจากสวนอีกด้าน
สาวใช้ตัวน้อยเอาแต่เดินก้มหน้าก้มตาตามหลังคนผู้นั้นมาอย่างเงียบๆ ยามนางเดินเข้ามาใกล้พอสมควร ก็ต้องใเมื่อเห็นใบหน้าของฉินอ๋องครั้นนึกถึงคำที่ตนก่นด่าซิ่นเฉิงกับ ‘นายท่าน’ ของเขาใบหน้าจึงซีดเผือด มีเหงื่อเม็ดน้อยๆ ผุดขึ้นบนหน้าผาก แต่พอหวนคำนึงเื่น่าอายของตนเองกับองครักษ์หนุ่ม ซูจิ้งก็กลับมาหน้าแดงซ่านอีกครั้ง
เยี่ยนเยว่ฉีเห็นสาวใช้คนสนิทมีท่าทีแปลกๆ เดี๋ยวหน้าซีดเดี๋ยวหน้าแดง ก็รีบเข้าไปถามด้วยความห่วงใย
“ซูจิ้งเ้าไม่เป็อะไรใช่ไหมเขาทำอะไรรุนแรงกับเ้าหรือเปล่า”
“มะ...ไม่มีอะไรเ้าค่ะคุณหนู” ซูจิ้งก้มหน้าตอบไม่ยอมสบตา
ผู้เป็นายมองสาวใช้ของตนสลับไปมากับองครักษ์ “ทำไมเ้าเอาแต่ก้มหน้าก้มตาบอกข้ามาเขาทำร้ายเ้าหรือไม่ ถ้าเขาแตะต้องเ้าข้าจะขอให้ท่านอ๋องลงโทษคนผู้นี้อย่างสาสม”
“ไม่มีอะไรจริง ๆเ้าค่ะคุณหนู องครักษ์ซิ่นแค่ขอให้บ่าวอยู่เงียบ ๆ จะได้...จะได้”ซูจิ้งอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่นาน
“จะอะไรเล่า ซูจิ้งบอกข้ามา”นายหญิงคาดคั้น
‘จะได้ไม่จับข้ากินซาลาเปาเ้าค่ะ’สาวน้อยเพียงร่ำร้องในใจ ไม่กล้าบอกความจริง
“บ่าวแค่ใเท่านั้นจริง ๆคุณหนูไม่ต้องเป็ห่วงหรือกเ้าค่ะ ว่าแต่คุณหนูเถอะ เหตุใดถึงได้เข้าไปอยู่ในนั้นกับฉินอ๋องหรือคุณหนูถูกท่านอ๋องตำหนิโทษเื่เมื่อเช้านี้อีก” ซูจิ้งเปลี่ยนเื่โยนเผือกร้อนให้ผู้เป็นายแทน
เมื่อโดนถามเื่ของตนเอง เยี่ยนเยว่ฉีก็หน้าแดงแปร๊ดนางเหลือบตามองอย่างขอความช่วยเหลือไปยังบุรุษต้นเหตุ
“เราพบขลุ่ยหยกจึงนำมาคืนนายของเ้าเราเองเป็ผู้ชื่นชอบดนตรีจึงขอให้นางสอนเคล็ดลับการเป่าขลุ่ยวิเศษเลานี้ให้เล็กน้อย”
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้เอง”ซูจิ้งยอบกายคำนับมู่เลี่ยงหรงอย่างนอบน้อม แล้วหันไปกล่าวกับนายหญิงของตนเองด้วยความโล่งอก“บ่าวเป็ห่วงคุณหนูแทบแย่ นึกว่าเกิดอะไรร้ายแรงขึ้นเสียอีก”
“คุณหนูของเ้ายอดเยี่ยมมากจริงๆ เราเองก็เพลิดเพลินจนลืมเวลาเสียสนิท” มู่เลี่ยงหรงยิ้มกริ่มมองสบตาเยี่ยนเยว่ฉีอย่างลึกซึ้งทีหนึ่ง
หญิงสาวรู้สึกเหมือนตนกำลังจะละลายกลายเป็แอ่งน้ำจึงรีบเปลี่ยนเื่เพื่อเบนความสนใจของทุกคนเสีย “พวกเรากลับเข้างานกันเถอะเพคะ อย่าลืมว่าหม่อมฉันต้องไปแสดงต่อหน้าพระพักตร์นี่ก็ใกล้ถึงเวลาแล้ว”
“เ้านำไปก่อนเถิด แล้วเราค่อยตามไป”อ๋องหนุ่มไม่อยากเดินกลับเข้าไปพร้อมกับนางเพราะเกรงว่าหญิงสาวจะเสื่อมเสียที่เดินหายออกจากงานแล้วกลับเข้าไปอีกครั้งพร้อมบุรุษ
“เพคะ” เยี่ยนเยว่ฉีคลี่ยิ้มอ่อนหวานย่อตัวทำความเคารพแล้วเดินจากไปทางกระโจมจัดงานพร้อมกับซูจิ้ง
เมื่อหญิงสาวทั้งสองเดินจากไปเกินระยะการได้ยินมู่เลี่ยงหรงก็เหลือบมองไปยังซิ่นเฉิงเขาเห็นความผิดปกติขององครักษ์คนสนิทและท่าทีของสาวใช้นามซูจิ้งจึงเอ่ยถามด้วยเสียงอันราบเรียบ
“ซิ่นเฉิง เ้าทำอะไรนาง”
“เรียนท่านอ๋องนางโวยวายเสียงดัง กระหม่อมจึงจูบปิดปากนางเท่านั้นเองพ่ะย่ะค่ะ” ซิ่นเฉิงไม่ได้ปิดบังซ่อนเร้นอะไรบอกผู้เป็นายไปตามความจริงด้วยใบหน้านิ่งเฉย
“เ้าชอบนางหรือ”
ซิ่นเฉิงเป็องค์รักษ์คนสนิทของเขามาั้แ่ยังอาศัยอยู่ในวังหลวงเป็ผู้มีวรยุทธ์ล้ำเลิศ รูปร่างกำยำล่ำสัน หน้าตาก็ถือว่าหล่อเหลามีหญิงสาวกับนางกำนัลจำนวนไม่น้อยหมายตาองครักษ์หนุ่ม
ปกติองครักษ์ผู้นี้จะระวังตัวอย่างมากไม่ปล่อยตัวปล่อยใจผูกพันใกล้ชิดกับสตรีใด แม้แต่นางกำนัลในจวนที่มีโอกาสใกล้ชิดบ่อยครั้งเขาก็ยังระวังตัวไม่ไปเกี้ยวพาแล้วนี่เป็สาวใช้ของจวนกั๋วกงจะไม่ระวังตัวได้อย่างไร
“กระหม่อมแค่จะตรวจสอบวรยุทธ์ของนางเท่านั้น”ด้วยความไม่แน่ใจว่าจะถูกเอาโทษหรือไม่ องครักษ์หนุ่มเลยตอบไปแบบเป็งานเป็การ
“แล้วได้ความว่าอย่างไร”เ้านายหนุ่มเลิกคิ้ว
“นางไร้วรยุทธ์พ่ะย่ะค่ะเป็แค่สตรีที่ไม่มีแม้แรงจะฆ่าไก่ด้วยซ้ำ”
“ก็ดีแล้ว และในเมื่อเ้าไม่ได้ชอบนางข้าก็ไม่ต้องเป็ธุระอะไรให้สินะ”
“ทะ...ท่านอ๋องวันนี้ท่านดูแปลกไปนะพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่มีอะไรปกติข้าไม่เคยเห็นเ้าไปไล่จูบนางกำนัลสวย ๆ ในจวนสักคนข้าจึงประหลาดใจอยู่ไม่น้อย” อ๋องหนุ่มยิ้มมุมปาก “เ้าไม่ชอบก็ไม่เป็ไร จะได้ให้เยี่ยนเยว่ฉียกนางให้คนอื่นเห็นว่าทหารจวนกั๋วกงหมายตานางอยู่หลายคน”
“ท่านอ๋องรู้ได้ยังไงว่ามีคนมากมายหมายปองนาง”ซิ่นเฉิงรีบถาม
“ก็เยี่ยนเยว่ฉีบอกข้าเมื่อครู่กลัวเ้าจะทำมิดีมิร้ายสาวใช้ของนางแล้วไม่รับผิดชอบ” ฉินอ๋องนึกสนุกจึงแกล้งพูดเพื่อดูปฏิกิริยาขององครักษ์จะดูว่าเขาจะปากแข็งไปถึงไหน คนอย่างฉินอ๋องไม่ได้ตาบอดจะได้มองไม่เห็นอะไร
“จูบไป...แค่นิดเดียวเอง” ซิ่นเฉิงหลบตาแล้วพูดอู้อี้ในลำคอ
‘จริง ๆ ก็ไม่นิด แถมเกือบได้กินซาลาเปาของนางด้วย’ เขาคิดในใจแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปอีก
“นางก็เป็แค่สาวใช้เ้าไม่ชอบก็ช่างเถอะ”
มู่เลี่ยงหรงเลิกคุยเสียดื้อ ๆเดินตรงลิ่วกลับกระโจมงานเลี้ยงทันที นึกแปลกใจตัวเองเล็กน้อยที่อยู่ ๆก็นึกสนุกแกล้งองครักษ์คนสนิทเสียอย่างนั้น อาจจะเป็เพราะนาน ๆครั้งที่ซิ่นเฉิงจะเผยจุดอ่อนให้เห็นและคงเป็เพราะเยี่ยนเยว่ฉีที่ทำให้เขาอารมณ์ดีมากกระมัง
ซิ่นเฉิงเดินตามผู้เป็นายเงียบ ๆในใจก็คิดถึงซูจิ้งขึ้นมา เขาชอบนางหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจแต่ถ้าเป็ไปได้ก็ไม่อยากให้แต่งกับชายอื่นโอกาสที่ตนจะได้เจอสาวใช้คนนี้จะมีอีกแค่ไหนก็ยังไม่รู้
ภาพของซูจิ้งลอยเข้ามาให้หัวซิ่นเฉิงไม่หยุดใบหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มได้รูป ผิวพรรณก็ขาวนวลเนียน ตัวนุ่มนิ่มกอดแล้วอุ่นปากเล็กบางสีชมพู
นางปากจัดเหลือเกิน เวลาด่าก็น่าประกบปากบดขยี้แล้วไหนจะ ‘ซาลาเปาใบน้อย’ เต่งตึงนั่นอีก
‘น่าอายนัก นี่ข้าคิดอะไรอยู่ ท่านอ๋องข้าเพิ่งเจอนางแค่ครั้งเดียวจะไปรู้ได้อย่างไรว่าชอบนางหรือเปล่า’ ซิ่นเฉิงได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจเพียงผู้เดียว