-16-
อยากลองดีใช่ไหมอาเจียว
(ติสรณ์)
คอนโด
ครืด ครืด ครืด
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดรับสาย
“อืม”
[แกโทรหาฉันมีธุระอะไร โทรมาก็ไม่พูด ฉันโทรกลับก็ไม่รับ]
“เปล่า ไม่มีอะไร”
[อะไรของแกวะ]
“เจียวเจียวสละสิทธิ์ที่จะเข้าเรียนการแสดงแล้วนะ”
[งั้นเหรอ ฉันก็คิดไว้อยู่แล้วแหละ หลานฉันคงไม่อยากมีปัญหากับที่บ้าน]
“แสดงว่าม๊าแกไม่รู้เื่นี้เหรอ”
[ก็ไม่รู้นะสิ ถ้ารู้คงเป็เื่ใหญ่ แต่ก็ดีนะที่หลานฉันฉลาด ยอมตัดไฟแต่ต้นลมซะก่อน]
“แล้วจะให้เจียวเจียวไปทำงานที่ไหน”
[ก็ให้มาช่วยงานที่บริษัทของฉัน ม๊าไม่ว่าหรอก กะจะให้อาเจียวมาดูเื่การตลาดให้ซะหน่อย งานที่นี่ก็เยอะแยะจนฉันแทบจะไม่ได้นอนอยู่ล่ะ]
“เจียวเจียวจะไปหรือไง”
[ไปสิ อาเจียวไม่อยากไปทำงานกับพี่ของฉัน เธอก็ต้องมาทำงานกับฉัน]
“อืม”
[แกจะมาห่วงอะไร ฉันไม่ปล่อยให้หลานสาวของฉันอดตายหรอก]
“ฉันรู้”
[ว่าแต่แกเถอะ เื่โยลีดังไปถึงต่างประเทศแล้วนะ เวลาจะแก้ข่าวอะไรสักข่าว น่าจะเป็เื่ใหญ่]
“แล้วจะให้ทำยังไง ในเมื่อฉันยังไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่าง”
[แกก็ลองใช้สมองอันชาญฉลาดของแกสิ]
“ถ้าฉัน…ถ้าฉันไม่คิดจะหาคำตอบเื่นี้แล้วล่ะ”
[อะไรของแกวะไอ้ติ]
“ฉันว่า…บางทีโยอาจจะพูดความจริงก็ได้ แล้วการที่ฉันมาคอยหวาดระแวงอยู่แบบนี้มันดูไม่ค่อยให้เกียรติเธอ”
[แกจะยอมรับในสิ่งที่แกยังไม่แน่ใจเนี่ยนะ]
“…”
[พ่อแม่โยรู้เื่นั้นหรือยัง]
“ยัง”
[แล้วแม่แกล่ะ]
“ฉันยังไม่ได้บอก”
[ไอ้ติ…ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าเป็ฉัน สิ่งที่ฉันจะทำคือตามหาความจริงว่าโยลีท้องจริงหรือเปล่าและอีกเื่หนึ่ง ถ้าเธอท้องจริงแล้วใครเป็พ่อของเด็กในท้อง]
“แต่โยเป็เพื่อนฉัน…ถ้าฉันทำแบบนั้นแล้วโยจะรู้สึกยังไง”
[เพื่อนไม่ใช่ทุกสิ่ง การที่แกทำตามสมองมากกว่าหัวใจทำให้ฉันเบื่อหน่ายมากเลยรู้ตัวหรือเปล่าแล้วตอนนี้จะมานึกถึงจิตใจคนอื่น…ทำไมไม่คิดถึงจิตใจหลานสาวฉันบ้างล่ะ]
“มันไม่เหมือนกัน…เื่ของโย ถ้าวันนั้นฉันไม่บอกไปแบบนั้น โยก็ต้อง…”
[โยมันขู่แกนะไอ้ติ ทำไมแกโง่จังวะ แกเลือกที่จะทิ้งสิ่งที่สำคัญที่สุดไปเพื่อเลือกสิ่งที่ไม่ชัดเจนนะเหรอ]
“…”
[ไม่คุยด้วยล่ะ หงุดหงิด แค่นี้แหละ]
ผมวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ ก่อนจะนวดขมับตัวเองช้าๆ สมองพลางครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพื่อนสนิทพูดและคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับเจียวเจียว
ผมรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ความรับผิดชอบ ทั้งที่โยลีคือคู่หมั้นที่แท้จริงและผมควรให้เกียรติเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเลิกทำไม่ได้ก็คือเลิกเป็ห่วงเจียวเจียว…ผมทำไม่ได้แล้วยิ่งมีผู้ชายคนนั้นเข้ามาในชีวิตของเธออีกผมยิ่งรู้สึกแย่
เื่เมื่อตอนบ่ายทำให้เห็นว่าตัวผมไม่ใช่คนเก็บอารมณ์เก่ง การที่อยู่ใกล้เธอมันเหมือนมีแรงจุดชนวนให้ร่างกายได้ตื่นตัว การที่เธอพยายามอ่อย มันเป็อีกสิ่งที่ผมต้องบังคับตัวเองไม่ให้ทำอะไรมากเกินไปกว่านั้นและมันก็ไม่ใช่เื่ง่าย
ผมควรทำยังไง…ทำตามหัวใจหรือทำตามสิ่งที่เรียกว่าถูกต้อง
_________________________
17.21 น.
คอนโด
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย ฉันก็เดินมานั่งที่โต๊ะห้องครัว เปิดโน้ตบุ๊กเพื่อทำงานที่ยังเหลืออยู่นิดหน่อย ข้างกายมีขนมถุงที่พร้อมแกะกินอยู่ตลอดเวลา
“เอาล่ะ วันนี้ฉันต้องทำงานให้เสร็จ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
พอตั้งใจจะเริ่มทำงานก็มีคนมาป่วนอีก…
ฉันลุกขึ้น เดินไปเปิดประตูห้องก็เห็นอาติยืนอยู่พร้อมกับกล่องอะไรบางอย่างในมือ
“อะไรคะ”
“ขอเข้าไปได้ไหม”
“ค่ะ” ฉันหลีกทางให้อาติเดินเข้ามาด้วยความงุนงง ไม่รู้อะไรเข้าสิงให้เขามาหาถึงที่ห้อง “อาติมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ฉันเอามาให้”
อาติวางกล่องลงบนโต๊ะอาหาร ฉันเดินเข้าไปเปิดดูแค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าคืออะไร
“ไข่หวานเหรอคะ”
“อืม…ฉันลองหัดทำดู แต่ทำเยอะไปหน่อยก็เลยเอามาให้ลองชิม”
“อาติทำเองเหรอ!!”
“อืม”
ครั้งแรกเลยนะที่จะได้กินอาหารฝีมืออาติ ตื่นเต้นจัง
“มันอาจจะไม่อร่อย”
“ไม่หรอกค่ะ มันต้องอร่อยแน่” มันต้องอร่อยอยู่แล้ว ถึงไม่อร่อยก็ต้องอร่อย คิดแต่เื่กินจนลืมเื่ที่ไม่สบายใจระหว่างเราสองคนไปเลย
ฉันหยิบช้อนและนั่งลง หยิบกล่องขึ้นมาเปิดออก ตักไข่หวานกินโดยไม่ได้สนใจผู้ชายร่างใหญ่ที่ยังยืนอยู่…อืม…ถึงจะหวานไปหน่อยแต่ก็อร่อยดีนะ
“เธอทำอะไรอยู่”
“หนูกำลังพิมพ์งานค่ะ ต้องรีบส่งวันพรุ่งนี้”
“ใกล้สอบหรือยัง”
“สิ้นเดือนนี้ก็สอบแล้ว”
“ดีล่ะ”
“อาคะ อานึกยังไงถึงทำไข่หวาน อาอยากกินเหรอ”
“ก็…อืม”
“ความจริงอาบอกหนูก็ได้นะ หนูจะทำเค้กครีมสดมะพร้าวอ่อนให้”
“เสียเวลา”
“ไม่เสียเวลาหรอก ทำให้อาหนูทำให้ได้ตลอดนั่นแหละ”
เดี๋ยว…อาเจียว…แกกำลังทำตัวเหมือนเดิมอีกแล้วนะ ไหนบอกว่าจะเว้นระยะห่างไง อยู่กับเขาเกินสามวิก็กลับมาเป็เหมือนเดิมอีกแล้วเหรอ อย่าลืมสิ แกเพิ่งร้องไห้เพราะเขาไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเองนะ
“หนูหมายถึงว่า…เสียเวลามากเลยต่างหาก หนูต้องทำอะไรเยอะแยะ ่นี้คงไม่ว่างทำขนมให้อากินหรอกค่ะ” ฉันซดน้ำจนหมดและยัดไข่หวานสองฟองเข้าปากอย่างรวดเร็ว “ส่วนขนมนี่ ขอบคุณนะคะ มันก็งั้นๆ แหละ เดี๋ยวหนูล้างกล่องให้”
ฉันลุกขึ้นและเดินไปที่อ่างล้างจานเพื่อทำความสะอาดภาชนะที่ใส่ไข่หวานของอาติ จากนั้นก็ใช้ผ้าแห้งเช็ดให้เรียบร้อย
“เสร็จแล้วค่ะ”
“นี่เธอไล่ฉัน?”
“ไม่ได้ไล่ แต่อามีธุระแค่นี้ไม่ใช่เหรอคะ ในเมื่อหมดธุระแล้วก็เชิญค่ะ”
ฉันยิ้มหวานกลับมานั่งที่โต๊ะ ตั้งหน้าตั้งตาพิมพ์งานในโน้ตบุ๊กตามเดิม
ฉันไม่ได้สนใจว่าอาติกลับออกไปจากห้องหรือเปล่าเพราะตอนนี้สมาธิกำลังจดจ่ออยู่กับงานที่ต้องทำ เนื่องด้วยมันต้องส่งพรุ่งนี้แล้ว และฉันยังทำได้ไม่ถึงครึ่งของเพื่อนคนอื่นเลยด้วยซ้ำก็เลยต้องเร่งเวลาทำให้เสร็จ
ครืด ครืด ครืด ครืด
ฉันเหล่สายตาไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังขึ้นชื่อของฐานัส ก็เอื้อมมือไปกดรับสายและเปิดลำโพง
“ฮัลโหล”
[ทำอะไรอยู่ครับ]
“ฉันนั่งทำงานอยู่”
[วันนี้คุณถึงบ้านตอนไหน]
“ก็่บ่ายๆ นั่นแหละ”
[คุณทานอะไรหรือยัง]
“ฉันกินอะไรไปแล้วนิดหน่อย”
[ไปหาอะไรกินกันไหม ผมจะไปรับ]
“มารับตอนไหน”
[คุณว่างตอนไหน ผมจะไปรับ]
“งั้น…”
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
เอ้า!! ฉันเห็นมือหนาของใครคนหนึ่งกดวางสายโทรศัพท์ของฉันไปหน้าตาเฉย พอเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นอาติยืนขมวดคิ้วอยู่
ขอบคุณที่ยังรอตามอ่านนะคะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลงทุกวัน แต่ไม่ดองแน่นอนค่ะ ขอบคุณน้าาาาาาาาาาาาา คนอ่านน้อยไม่ใช่ปัญหา เพราะอย่างน้อยก็ยังมีคนอ่าน รักค่าาาา