ตอนที่ 12
ม่อหลาน สตรีที่ถูกชุบเลี้ยงให้เป็มือสังหาร ในตอนนี้มีสองชีวิตที่ต้องดูแล รวมไปถึงชาวบ้านที่น่าสงสารพวกนั้น
การล่าสัตว์ในครั้งนี้ จึงอยากได้ในปริมาณที่มากหน่อย เพื่อที่จะพอแบ่งปันกันได้
ซึ่งไม่ใช่เื่ยากเย็นสำหรับนางเลย ไม่นานหญิงสาวก็ล่าสัตว์ได้ตามที่้า ทั้งไก่ป่า กระต่าย รวมไปยังโชคดีได้หมูป่าตัวใหญ่ที่คิดจะเข้ามาเล่นงาน นางจึงลงมือฆ่าเสีย
หญิงสาวจัดการชำแหละเนื้อหมูป่าออกเป็ชิ้น ๆ ไม่อย่างนั้น นางคนเดียวไม่สามารถนำกลับออกไปจากป่าได้แน่
เมื่อดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ ม่อหลานก็นำเนื้อสัตว์ที่ล่าได้แบกกลับบ้าน ปานนี้เด็กทั้งสองคงหิวมากแล้วแน่ ๆ เพราะตลอดทั้งวันไม่มีอาหารตกถึงท้องเลย
"ท่านแม่มาแล้ว"
ฉิงชวนที่นั่งชะเง้อคอมอง ว่ามารดาจะกลับออกมาจากป่าเมื่อไร พอเห็นมารดาเท่านั้นแหละ เด็กน้อยรีบวิ่งเข้าไปหาทันที
"โห ท่านแม่ได้ตัวอะไรมาเยอะแยะเลยเ้าคะ มีไก่ย่างที่ท่านแม่พูดไหมเ้าคะ"
ม่อหลานยิ้มออกมาเป็ครั้งแรก ที่เกิดเื่ นางวางเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้ลงบนแคร่หน้าบ้าน ฉิงเจียกับฉิงชวนพากันมายืนมองอยู่ใกล้ ๆ
"พวกเ้าเอาผลไม้นี้ไปกินรองท้องก่อน เดี๋ยวข้า ไม่สิ เดี๋ยวแม่แบ่งเนื้อพวกนี้ไปให้คนในหมู่บ้าน แล้วจะกลับมาทำอาหารให้พวกเ้ากิน"
"ท่านหามาแบ่งคนอื่นด้วยหรือ" ฉิงเจียถาม เพราะนึกไม่ถึงว่าสตรีตรงหน้าจะมีน้ำใจถึงเพียงนี้
"ใช่สิ พวกเ้าทานแต่ผัก แล้วก็อาหารที่เหมือนไม่ใช่อาหารคน ที่พวกนั้นให้มา ร่างกายถึงผอมแห้งแบบนี้"
"ถ้าอย่างนั้น ให้ข้านำไปให้เอง ท่านก็ลงมือย่างไก่ให้ฉิงชวนเถอะ นางหิวมากแล้ว"
แต่เด็กน้อยที่ถูกกล่าวถึง ตอนนี้กำลังนั่งแกะผลไม้เข้าปากเคี้ยวอย่างมีความสุข
กว่าฉิงเจียจะนำเนื้อหมูป่าแจกจ่ายให้ทุกบ้าน เวลาก็มืดค่ำมากแล้ว พอเด็กสาวเดินกลับเข้ามาในบ้าน พบว่าม่อหลานกับฉิงชวนนั่งรออยู่บนโต๊ะ ที่มีไก่ย่างตัวอ้วน ๆ สองตัวที่ส่งกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก ชวนให้น้ำลายสอ
"มาแล้วหรือ รีบนั่งลงสิ"
ม่อหลานลงมือฉีกไก่วางลงบนจานที่อยู่ตรงหน้าของเด็กทั้งสอง
ทั้งสามลงมือทานไก่ย่างอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะฉิงเจียกับฉิงชวน ที่ไม่เคยได้ลิ้มลองรสชาติเนื้อสัตว์แบบนี้มาก่อน เพราะว่ามารดาล่าสัตว์ไม่เป็
หลังจากอิ่มหนำกันดีแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันเข้านอน โดยม่อหลานกลับไปนอนในห้องของผู้มีพระคุณ
แต่พอเอนกายลงนอน หลับตาไปได้พักหนึ่ง ม่อหลานรู้สึกว่าเตียงขยับเขยื้อน มือบางจึงสอดเข้าไปใต้หมอนหนุนหยิบมีดสั้นออกมา
ฉิงชวนชะงักค้าง ที่เห็นมารดาถือมีดชี้มาทางตนเอง เด็กน้อยหน้าเสีย ตัวสั่น
"ท่านแม่"
ม่อหลานรีบเก็บมีดสั้นไว้ใต้หมอนตามเดิม ด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว พอมีความเคลื่อนไหวรอบตัว ทำให้นางเผลอหยิบอาวุธออกมาป้องกันตัว
"ฉิงชวน แม่ขอโทษ นึกว่าเป็คนร้าย" หญิงสาวมองเด็กน้อยที่ค้างนิ่งอยู่ที่ปลายเตียง "เ้าจะมานอนกับแม่หรือ มาสิ"
ฉิงชวนลังเลว่าจะกลับไปนอนกลับพี่สาวดีหรือไม่ แต่พอเห็นสองแขนที่อ้ารอรับ เด็กน้อยจึงคลานเข้าไปสู่อ้อมแขนนั้น
"ไม่ต้องกลัวแม่นะ แม่ไม่คิดจะทำร้ายฉิงชวนอยู่แล้ว"
ม่อหลานกอดปลอบเด็กน้อย แล้วกล่อมให้ฉิงชวนนอน เหมือนที่ครูปรานีเคยกล่อมเด็ก ๆ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่นานทั้งคู่ก็พากันนอนหลับสนิท
ทางด้านฉิงเจียที่รู้สึกตัวตื่น พบว่าน้องสาวไม่ได้นอนอยู่ข้าง ๆ เด็กสาวใ รีบออกจากห้องนอน กลัวว่าฉิงชวนคงจะแอบเข้าไปในห้องของม่อหลาน ถึงแม้นางบอกจะดูแลน้องสาวให้ดี แต่ฉิงเจียยังไม่วางใจ เพราะสตรีนางนั้นไม่ใช่แม้แท้ ๆ เสียหน่อย
แต่พอเปิดประตูห้องของมารดา พบว่าม่อหลานกับฉิงชวนนอนกอดกันหลับสนิททั้งคู่
เด็กสาวมองภาพนั้นอยู่นาน ก่อนจะค่อย ๆ ปิดประตูแล้วกลับห้องของตนเองไป
หรือว่าจะคิดมากไป บางทีม่อหลาน นางอาจจะเป็คนดีกว่าที่คิดก็เป็ไปได้...
ความเหนื่อยเพลีย ทำให้ฉิงเจียหลับสนิท และยังฝันเห็นมารดาที่จากไป ท่านมาให้เด็กสาวนอนหนุนตัก และสั่งความว่าไม่ให้เศร้าเสียใจในการตายของท่าน
พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีก็สายมากแล้ว
"ตายละ ปานนี้ชวนเอ๋อร์ไม่โวยวายโมโหหิวแล้วหรือนี่"
เด็กสาวรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วรีบออกมาจากห้องนอน กะว่าจะออกมาหาอาหารให้น้องสาว
แต่ว่าตอนนี้ฉิงชวนกำลังนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยอยู่บนโต๊ะ
"อันอี่อาแอ้ว อาอินอ้วยอัน" เด็กน้อยร้องเรียกพี่สาว ทั้ง ๆ ที่มีอาหารอยู่เต็มปาก
ฉิงเจียเดินมานั่งข้าง ๆ น้องสาว หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดปากที่เลอะเทอะ
"กินดี ๆ เคี้ยวแล้วกลืนก่อนค่อยพูด ไม่อย่างนั้นติดคอ พี่ไม่ช่วยนะ"
เด็กน้อยจึงรีบเคี้ยว ๆ แล้วกลืนอาหารคำโตลงท้องไป
"ท่านแม่ ผัดเนื้อกระต่ายให้ ท่านพี่รีบกินสิเ้าคะ"
ฉิงเจียมองไปรอบ ๆ ห้อง แต่ไม่พบสตรีผู้นั้นอยู่
ฉิงชวนมองตามสายตาของพี่สาว จึงเอ่ยปากขึ้น
"ท่านแม่เข้าป่าแต่เช้า บอกว่าจะไปหาเสบียงมาตุนไว้"
ฉิงเจียพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะลงมือตักผัดกระต่ายป่าเข้าปาก รสชาติก็อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว...