บทที่ 3 เฉินจูจู! หยางเทียนเหอ! พวกเขาเลวจริง ๆ!
เฉินจูจูรู้สึกว่าตัวเองโดนเสิ่นเฉินิหลอกมาตลอด เมื่อสามปีก่อนเธอเริ่มตามจีบเขา ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน เสิ่นเฉินิก็ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเธอ
หลังจากนั้นก็มีทหารหญิงในกองพลมาชอบและตามจีบเขาอีกหลายคน แต่ก็ไม่มีใครสมหวัง
ทุกคนเลยซุบซิบนินทากันลับหลังว่า ร่างกายของเสิ่นเฉินิคงจะาเ็หนักระหว่างฝึก คงจะแต่งงานมีเมียไม่ได้ตลอดชีวิต ไม่งั้นทำไมอายุขนาดนี้แล้วยังไม่แต่งงานสักทีล่ะ?
ใครจะไปรู้ว่าอยู่ ๆ ก็มีม้ามืดโผล่มา เสิ่นเฉินิไม่ได้พิการอะไร แค่รอให้ฉินซวงซวงโตขึ้นต่างหาก
เฉินจูจูรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็มะนาวเปรี้ยวไปแล้ว*[1] ตอนนั้นเธออ้อนวอนขอร้องให้เสิ่นเฉินิรับรัก เธอทำแบบนั้นจนคนทั้งกองทัพรู้กันทั่ว
แต่เขาก็ยังคงทำตัวเ็าใส่เธอเหมือนเดิม สุดท้ายเธอเลยตัดใจ เพราะอายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว เธอเลยหันไปตามจีบหยางเทียนเหอแทน
หยางเทียนเหอเป็คนบ้านนอกก็จริง ความสามารถก็งั้น ๆ แต่เขาดูดีมาก ถึงแม้จะเทียบกับเสิ่นเฉินิที่หล่อเหลาเหมือนเทพเ้าไม่ได้ แต่ถ้าเทียบกับคนอื่น เขาก็ถือว่าดีกว่ามาก
ไม่คิดเลยว่าผู้ชายแบบนี้จะมีเ้าของแล้ว ทั้งยังเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเสิ่นเฉินิอีกต่างหาก ตอนนั้นถ้าเธอไม่เลิกตามจีบเสิ่นเฉินิ แล้วหันไปจีบหยางเทียนเหอแทน ฉินซวงซวงคงจะแต่งงานกับเขาไปแล้วแน่ ๆ
ถ้าเป็แบบนั้น เสิ่นเฉินิก็คงจะเป็ของเธอไปแล้ว
ตอนนี้เธอกุมมือหยางเทียนเหอไว้แน่น เหมือนตั้งใจจะให้เขาลงเอยกับเธอจริง ๆ ในใจเฉินจูจูจะไม่รู้สึกอิจฉาได้ยังไง?
ฉินซวงซวงปัดมือของเสิ่นเฉินิออก "ตอนนั้นคุณสติไม่ค่อยดี พูดจาเลอะเทอะ ฉันไม่เคยตกลงแต่งงานกับคุณสักหน่อย"
เสิ่นเฉินิชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลูบหัวฉินซวงซวง "ยัยหนู ตอนนั้นฉันมีสติสัมปชัญญะดี ไม่ได้พูดจาเลอะเทอะ ฉันจริงจังนะ เพียงแต่ตอนนั้นเธอยังเด็ก ฉันก็เลยคิดว่ารออีกสักห้าหกปีเธอก็คงโตแล้ว
ไม่ได้เจอกันห้าปี เธอโตขึ้นจริง ๆ ฉันเห็นแล้วดีใจมาก ว่าแต่เธอไม่ได้มาหาฉัน แล้วมาหาใครล่ะ?"
ฉินซวงซวงไม่ปิดบัง ชี้ไปที่หยางเทียนเหอที่อยู่ด้านหลัง "มาหาเขา"
"ทำไมถึงมาหาเขา?"
ใจของเสิ่นเฉินิกระตุกวูบ คงไม่ใช่อย่างที่เขาคิดหรอกนะ
หยางเทียนเหอรู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก ไม่รู้จะอธิบายยังไง เฉินจูจูยิ่งรู้สึกอึดอัดกว่า จ้องเขม็งไปที่ฉินซวงซวงอย่างดุร้าย ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไป
สถานการณ์แบบนี้ทำให้เธออึดอัดใจเหลือเกิน ผู้ชายที่เธอแอบรักมาสามปี กลับไปชอบสาวบ้านนอกคนหนึ่ง
แล้วแบบนี้เธอจะทนได้ยังไง?
ยังไงเฉินจูจูก็เป็ถึงตัวชูโรงคณะโอเปร่า รูปร่างหน้าตาก็งดงาม ทั้งยังเป็ลูกสาวรองผู้บัญชาการ มีชาติตระกูลที่ดีอีก ทำไมเสิ่นเฉินิถึงไม่สนใจเธอ
ต่อให้ไม่ชอบ ก็ไม่เห็นต้องไปหาสาวชาวบ้านมาแทนนิ หรือนี่เป็การบอกเป็นัยว่า แม้แต่สาวชาวบ้านเธอก็เทียบไม่ได้รึไง?
เสิ่นเฉินิทำหน้าเหลอหลา ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไร
หากเทียบกับสาวชาวบ้านทั่วไป จะเป็อย่างไรก็ไม่รู้หรอก แต่รับรองว่าเมื่อเทียบกับสาวน้อยของเขาคงเทียบไม่ได้แน่นอน
"ฉันกับเขาเราหมั้นกันมาได้สามปีแล้ว พ่อแม่เขาบอกว่าเขาไม่ใช่เด็กแล้ว และควรจะแต่งงานสักที เลยให้ฉันมาคุยกับเขาที่กองทัพ"
"แต่เขากลับไปคลุกคลีอยู่กับลูกสาวรองผู้บัญชาการ แล้วยังบอกอีกว่าไม่รับรู้เื่การหมั้นหมายจากทางบ้าน"
พอได้ยินแบบนั้น เสิ่นเฉินิก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ตราบใดที่ฝ่ายชายไม่ยอมรับ เื่แต่งงานกับน้องสาวเขาก็ไม่มีทางเกิดขึ้น
"แล้วเธอจะทำยังไงต่อ?" เสิ่นเฉินิถามอย่างระมัดระวัง อยากรู้ว่าหญิงสาวคิดเห็นอย่างไรกับเื่นี้
ถ้าเป็ผู้หญิงคนอื่น เจอเื่แบบนี้เข้าไปคงร้องไห้ฟูมฟายไปแล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้กลับไม่ใช่ เธอไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด กลับพูดจาโวหารเสียอย่างนั้น
เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ใส่ใจหยางเทียนเหอนัก ถ้าเธอรักเขามาก เธอคงทำใจเย็นแบบนี้ไม่ได้แน่ คงต้องเสียใจไปแล้ว
"จะทำยังไงดี? ง่ายมาก บอกเลิกไง! จะเลิกก็เลิกได้ แต่ที่ทำให้ฉันเสียเวลามานานหลายปีแบบนี้ ค่าเสียเวลาใน่วัยเยาว์ต้องจ่ายมา ฉันให้เขานำเงินหนึ่งพันหยวน กับตั๋วอาหารห้าร้อยจินมา ไม่งั้นเื่นี้ไม่จบแน่"
"ถึงฉันจะเป็คนบ้านนอก แต่ฉันก็อ่านหนังสือออก ไม่ได้โง่เขลา ฉันรู้ว่าจะหาห้องทำงานของหัวหน้าหน่วยได้จากที่ไหน"
"ฮ่า ๆๆ พูดถูกใจมาก!" เสิ่นเฉินิหัวเราะ จากนั้นเขาก็พูดกับหยางเทียนเหอที่อยู่ด้านหลังว่า "คุณไปเตรียมของที่เธอ้ามา ฉันจะไปส่งเธอที่โรงแรม ส่วนเื่ที่เหลือ คุณไม่ต้องมายุ่งแล้ว"
"ถ้าของยังไม่ครบ เธอจะโวยวายยังไง ฉันก็ห้ามไม่อยู่ คุณก็คิดเอาเองแล้วกัน"
"ครับ หัวหน้า! ผมจะไปเตรียมเดี๋ยวนี้ พรุ่งนี้ตอนเที่ยงจะรีบเอาเงินกับตั๋วมาให้ครับ!"
หยางเทียนเหอตอบตกลงอย่างกล้ำกลืน ฝืนยิ้มให้เสิ่นเฉินิ แล้วเดินหันหลังกลับไป เขาไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะฉินซวงซวง ตั้งใจแน่วแน่ที่จะไม่ปล่อยเขาไป เขาก็ไม่มีทางเลือก
ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินจูจูมายุ่งวุ่นวายกับเขา เขาก็ไม่เคยคิดที่จะบอกเลิกกับฉินซวงซวง นี่เป็เื่หมั้นหมายที่คุณปู่เป็คนตัดสินใจไว้ ทั้งยังเป็หลานสาวที่คุณปู่ของฉินซวงซวงรักและเอ็นดูมาก
ถ้าครอบครัวของฉินซวงซวงรู้ว่าเขาเนรคุณ พวกเขาจะไม่มีวันปล่อยครอบครัวของตนไปอย่างแน่นอน หยางเทียนเหอได้แต่หวังว่า หลังจากเขาจ่ายเงินที่เก็บสะสมมาหลายปีไปแล้ว ฉินซวงซวงจะยอมห้ามครอบครัวไม่ให้มาหาเื่ครอบครัวของเขาได้ไหม
ขณะมองตามหลังของหยางเทียนเหอ นึกถึงเื่เลวร้ายของเขาที่ทำให้เ้าของร่างเดิมต้องตาย ฉินซวงซวงก็อดไม่ได้ที่จะสบถคำด่าด้วยภาษาต่างประเทศทั้งหกภาษาที่เธอถนัดออกมาเบา ๆ ว่า “ไอ้สารเลว!”
“สาวน้อย! เธอพูดภาษาต่างประเทศได้ด้วยเหรอ?” เสิ่นเฉินิได้ยินเข้า เขาซึ่งมักจะไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศจึงฟังออก “แถมยังได้ตั้งหลายภาษา?”
ฉินซวงซวงถอนหายใจเบา ๆ “ฉันเรียนจบ ม.ต้น พูดภาษาอังกฤษพื้นฐานได้มันแปลกตรงไหน? ถึงกับทำให้คุณใได้ขนาดนี้”
เสิ่นเฉินิยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบา ๆ “ฉันฟังดูเธอน่าจะพูดได้มากกว่าภาษาอังกฤษนะ ที่โรงเรียนนอกจากภาษาอังกฤษแล้วยังสอนภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ด้วยเหรอ?”
“ไม่มีหรอกค่ะ ตอนเด็ก ๆ ฉันเรียนกับคุณปู่มาน่ะ” ฉินซวงซวงไม่รู้จริง ๆ ว่าจะอธิบายเื่ที่เธอพูดได้หลายภาษายังไงดี จึงกุเื่ขึ้นมา
ฉินซวงซวงถูกส่งไปชทบทให้ไปอยู่กับคุณปู่ของเธอจริง ๆ แต่นั่นมันตอนที่เธอยังเด็กอยู่เลย ยังไม่ได้เรียนอะไรกับท่านเลยสักนิด ถ้าเธอยืนยันแบบนี้ไปใครจะทำอะไรได้
ทว่าตอนนี้คุณปู่จากโลกนี้ไปแล้ว ถึงอยากจะถามให้รู้ความจริงก็ไม่มีโอกาสนั้นแล้ว เธอจะพูดว่าอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ
“อืม! ไม่เลวเลยนะ สาวน้อยของฉันทั้งขยันทั้งเรียนเก่ง สมควรได้รับคำชม คืนนี้ฉันจะพักที่โรงแรมด้วย คอยอยู่เป็เพื่อนเธอนะ”
"ตามใจคุณสิ"
พวกเขาทั้งสองคนเข้าไปในโรงแรม แล้วขอห้องพักสองห้องที่อยู่ติดกัน จากนั้นก็ขึ้นไปชั้นบน
่นี้เป็เดือนสิงหาคม เป็่ที่อากาศร้อนที่สุดของปี ฉินซวงซวงเข้ามาในห้องแล้วอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย
เธอจ้องมองตัวเองในกระจกอย่างเหม่อลอย ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าแค่เป็ลมหมดสติไปตอนเรียนหนังสือ พอตื่นขึ้นมา เธอก็มาอยู่ในร่างของเ้าของร่างเดิมซะแล้ว
อายุลดฮวบจากสามสิบสี่เหลือสิบเก้าปี รูปร่างหน้าตาของเ้าของร่างเดิมกับเธอก็คล้ายกันมาก เป็คนรูปหน้าไข่ ตาสองชั้น ตาโต ผิวขาว ปากแดง ฟันขาวสะอาด
ผมหางม้าสูงรวบด้วยริบบิ้นผ้าไหมที่กำลังเป็ที่นิยมในสมัยนี้ นี่เป็ของที่แม่ของเ้าของร่างเดิมตั้งใจซื้อให้ เพราะเธอจะมาหาคู่หมั้นที่กองทัพ
ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาแห้วแบบนี้
ผู้ชายเฮงซวยถูกผู้หญิงคนอื่นคว้าไปแล้ว ก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไม่ต้องตกเป็เหยื่อของเขา
ถ้าพ่อแม่ของเ้าของร่างเดิมรู้ว่าลูกสาวเจอเื่เหล่านี้ พวกเขาคงจะเสียใจร้องไห้แน่ ๆ ลูกสาวดี ๆ ต้องมาจบชีวิตลงที่กองทัพแบบนี้...
เฉินจูจู! หยางเทียนเหอ! พวกเขาเลวจริง ๆ!
[1] เป็มะนาวเปรี้ยว หมายถึง อิจฉาริษยาผู้อื่น