ทันทีที่ชเวฮันข้ามกำแพงเมืองมามีลูกแมวตัวหนึ่งถูกแมวเ้าถิ่นแถวนั้นกระแทกปลิวจนกลิ้งมาตรงตำแหน่งใต้กำแพงเมืองซึ่งเป็จุดที่เขาะโลงมาจึงทำให้ต้องบิดตัวเบี่ยงหลบอย่างรวดเร็วและนี่คือโลกที่ความบังเอิญได้ถูกจัดฉากเอาไว้
สมกับเป็คนดีจริง ๆ
ชเวฮันกลัวจะทำให้ลูกแมวาเ็จึงรีบเบี่ยงตัวหลบจนตนเองข้อเท้าแพลงโดยไม่ได้ตั้งใจทั้งที่ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่จะได้รับาเ็ง่าย ๆ จากการเปลี่ยนทิศทางกะทันหันเช่นนี้
หลังจากปลิดชีพคนนับสิบเป็ครั้งแรกชเวฮันได้ฝังศพจำนวนมากและออกวิ่งอย่างบ้าคลั่งในตอนนี้เขาถึงขีดจำกัดของตนเองแล้วจึงเผลอทำเื่ผิดพลาดขึ้นมา
เมี้ยวววว เมี้ยวววว
เคลทอดสายตามองลูกแมวที่นอนขดตัวสั่นระริกโดยมีลูกแมวอีกตัวคอยเลียขนให้อยู่ข้างๆ ราวกับพวกมันทั้งสองเป็พี่น้องกัน จากนั้นก็เบนสายตามองไปทางอื่น
จุดที่เคลจ้องมองไปคือตรอกตรงข้ามกับทิศทางที่เพิ่งเดินผ่านมา
เจอตัวแล้ว
เด็กหนุ่มนอนคู้ตัวอยู่ตรงนั้นในสภาพมอมแมมเหมือนขอทานและคนจรจัดที่พบเห็นได้ทั่วไปหลังกำแพงเมืองผมสีดำของเขากระเซอะกระเซิง อีกทั้งเสื้อผ้ายังขาดรุ่งริ่งจากการโดนไฟไหม้
ตามเหตุการณ์ในนิยายแล้วเคลกับชเวฮันจะได้พบกันในวันพรุ่งนี้ ส่วนคืนนี้เคลจะได้รับแผลเป็ตรงสีข้างจากตอนที่ดื่มเหล้าแน่นอนว่าถึงจะเป็แค่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆแต่เื่ราวในหนังสือก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว
เคลที่ก่อนหน้านี้เอาแต่ก้มมองลูกแมวยืดตัวขึ้นบางทีชเวฮันคงััได้ถึงสายตาที่จับจ้องตนอยู่ จึงค่อย ๆเงยหน้าขึ้นและหันมามองด้วยดวงตาสีดำสนิทผ่านเส้นผมที่พันกันยุ่งเหยิง
อา ตื่นเต้นจัง
หัวใจของเคลเต้นโครมคราม
เพราะอยู่ในความมืดจึงมองได้ไม่ชัดเจนนักทว่าั์ตาที่เผยออกมาระหว่างเส้นผมไม่เพียงจะดูเ็าเท่านั้นแต่ยังน่าขนลุกอีกด้วย
เคลคิดว่าดีแล้วที่ตนดื่มเหล้ามาเขาชื่นชมการตัดสินใจของตนเองและผ่อนคลายร่างกายให้มากที่สุดแล้วลองหยั่งเชิงไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความประทับใจแรกที่ดีเอาไว้ด้วย
เคลกลืนนํ้าลายและกล่าวกับชเวฮันที่กำลังจ้องมองเขาอยู่
“แกดูหิวนะ”
เคลเดาะปากพลางหยิบอกไก่ออกมาแต่กลับไม่ได้ส่งให้ชเวฮันเขายกอกไก่ย่างชิ้นนั้นให้กับแมวทั้งสองตัวด้วยท่าทางที่ใจดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
“น่าสงสารจริง กินซะสิ”
เขาไม่คิดว่าลูกแมวจะตัวเล็กขนาดนี้จึงไม่มั่นใจว่าพวกมันสามารถกินอกไก่ได้หรือไม่
เคลเดาะปากอีกครั้งแล้วแบ่งอกไก่เป็ชิ้นเล็ก ๆเพื่อให้พวกลูกแมวเคี้ยวได้ง่าย ๆ พลางนึกสงสัยว่าตนกำลังนั่งยอง ๆทำอะไรอยู่กันแน่
ที่จริงเขาไม่ชอบแมวเลยแม้แต่น้อยทว่าชเวฮันกลับชื่นชอบสัตว์ตัวเล็กเอามาก ๆ
ครืด ครืด
ลูกแมวตัวที่ได้รับาเ็แยกเขี้ยวส่งเสียงขู่ราวกับรับรู้จิตใจของเคลทว่าเขาก็ยังพูดด้วยอย่างใจดีพลางลูบหัวเ้าแมวขนสีเงินที่มีดวงตาสีทองอย่างลวก ๆแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ชอบััของเคลเท่าไรนักจึงพยายามเบี่ยงตัวหนี
“กินซะ แล้วหายป่วยเร็ว ๆ ล่ะ เ้าพวกน่าสงสาร”
จากนั้นเขาก็เอ่ยปากถามโดยไม่แม้แต่จะมองไปทางชเวฮันเพราะคิดว่าตนเองก็กำลังถูกจับตาดูอยู่เช่นกัน
“นายมีที่ให้ไปไหม”
ไม่มีคำตอบกลับมา แต่เคลก็ยังคงพูดต่อไปเหล่าทหารยามกำลังจะมาลาดตระเวนบริเวณนี้ในอีกไม่ช้าและชเวฮันก็จะต้องเดินกะโผลกกะเผลกหลบหนีไปจากตรงนี้ก่อนที่ทหารจะมาเจอตัว
“มีที่นอนหรือเปล่า”
เคลเอ่ยถามขณะลูบขนลูกแมวสีเงินซึ่งส่งเสียงครางเบาๆ ในลำคอ ขณะเดียวกันก็ผลักลูกแมวตัวสีแดงที่กำลังคลอเคลียเขาออกไปลูกแมวตัวนั้นเอาแต่พันแข้งพันขาเคลอย่างน่าประหลาดดวงตาสีทองที่คล้ายกับพี่น้องของมันเปล่งประกายเป็พิเศษท่ามกลางความมืด
อย่างไรก็ตามเคลต้องมุ่งความสนใจไปที่ชเวฮันก่อน
“แล้วนายไม่หิวหรือไง”
ยังคงไม่มีคำตอบเหมือนเดิมแต่เคลก็คิดไว้อยู่แล้ว
ตอนนี้ชเวฮันคงกำลังประเมินเขาอยู่แต่ก็น่าจะอยากพักด้วยเช่นกัน
ร่างกายและจิตใจของเด็กหนุ่มคงถึงขีดจำกัดแล้วบวกกับความใครั้งใหญ่ที่ต้องเผชิญภายในวันเดียวสำหรับชเวฮันที่อาศัยอยู่ลำพังมานานหลายสิบปีโดยไม่เคยสุงสิงกับใครนอกจากชาวบ้านที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนั้น อาจกล่าวได้ว่าเมืองเวสเทิร์นเปรียบเสมือนโลกภายนอกที่แท้จริงต่อให้เขาจะมีชีวิตอยู่มาหลายสิบปี แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็เด็กอยู่วันยังคํ่า
“ไม่ตอบหน่อยเหรอ”
“...หิว”
ในที่สุดชเวฮันก็ดูเหมือนจะตัดสินใจได้แล้วว่าเคลอ่อนแอเกินกว่าจะเป็ตัวอันตราย
อ่อนแอมากพอที่จะฆ่าได้อย่างง่ายดายแม้ว่าพละกำลังของตนจะถึงขีดจำกัดแล้วก็ตามดังนั้นต่อให้ไม่ทราบเจตนา แต่ก็ดูเป็คนที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีและดูเหมือนว่าชเวฮันจะรับความปรารถนาดีนั้นได้
เคลยืนขึ้นและเดินเข้าไปหาชเวฮันทหารยามกำลังจะมาลาดตระเวนตรงบริเวณนี้ในอีกไม่ช้าแล้ว
“นี่”
เมื่อเข้าไปใกล้มากขึ้นเขาก็มองเห็นชเวฮันได้ชัดเจนกว่าเดิม อีกฝ่ายอยู่ในสภาพยํ่าแย่สุด ๆแต่อาจเป็เพราะเด็กหนุ่มคือตัวเอกของนิยาย ั์ตาจึงยังคงใสกระจ่างเคลรู้สึกยินดีอยู่หน่อย ๆเมื่อได้เห็นเรือนผมและดวงตาสีดำอันเป็สัญลักษณ์ของคนเกาหลีเขาจึงแย้มยิ้มออกมาและเอ่ยขึ้นสั้น ๆ
“ตามมา ฉันจะเอาข้าวให้กิน”
ความประทับใจแรกพบที่ดีที่สุดก็คือการเป็คนให้ของอร่อยไงล่ะ
ชเวฮันที่กำลังนั่งอยู่กับกำแพงค่อย ๆ ลุกขึ้นแม้ร่างกายจะเอียงเล็กน้อยเพราะเจ็บข้อเท้าขวาแต่เคลก็ไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยประคองหรือพูดอะไรทั้งสิ้นเพราะเขาไม่จำเป็ต้องแสดงความมีนํ้าใจกับอีกฝ่ายอีกต่อไปแล้ว
เคลบอกให้ชเวฮันตามมาจากนั้นก็มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ตระกูลเคานต์ แต่แล้วก็ถูกขัดจังหวะโดยสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่ง
เมี้ยวววว
แมวตาตัวสีแดงวิ่งมาหาเคลและเอาแก้มถูไถรองเท้าของเขาเคลขมวดคิ้วมุ่น แน่นอนว่าเขาเกลียดแมว แต่พฤติกรรมของมันก็น่ารักมากทีเดียวแต่แล้วจู่ ๆ เคลก็รู้สึกขนลุกเกรียวไปทั่วร่างจึงหันหลังกลับไปมอง และพบว่าชเวฮันกำลังจับจ้องตนอยู่
ให้ตายสิ
เคลลูบเ้าแมวด้วยท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ
“ดูเหมือนแกจะชอบฉันน่าดูนะเนี่ยแต่ฉันต้องไปแล้ว ไว้เจอกันใหม่”
เขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจพฤติกรรมการพูดคุยกับสัตว์ต่างๆ เท่าไรนัก ทว่าเคลซึ่งได้กลายเป็คนในแบบที่ตนเองไม่เคยเข้าใจไปแล้วพลันรีบลุกขึ้นยืนและเว้นระยะห่างออกมาจากแมวตัวนั้น
ครืด
ลูกแมวตัวสีเงินร้องขู่ใส่แมวตัวนั้นราวกับจะเรียกให้กลับไปหาและไล่เคลไปในเวลาเดียวกัน
ขณะที่ลูกแมวตัวสีแดงเดินกลับไปมันก็คอยเหลียวมองมาที่เคลอยู่หลายครั้งด้วยท่าทางอาลัยอาวรณ์แต่เขาพยายามทำเป็ไม่สนใจ
เหมียว เมี้ยวววว
เสียงร้องเศร้าสร้อยของลูกแมวทั้งสองค่อย ๆห่างออกไปชายหนุ่มแอบเหลียวกลับไปมองแวบหนึ่งแล้วก็เห็นชเวฮันกำลังเดินกะโผลกกะเผลกตามมา
ชั่วขณะที่พวกเขาสบตากันอีกครั้งเคลก็รู้สึกขนลุกวาบขึ้นมาจึงรีบหันกลับไปและชะลอฝีเท้าลงเพื่อปรับให้เข้ากับความเร็วของชเวฮัน
ก่อนอื่นเขาต้องผ่านย่านที่อยู่อาศัย
เคลยกเหล้าขึ้นจิบอีกครั้ง
เมื่อผ่านร้านเหล้า ตลาด และจัตุรัสไปพวกเขาก็มาถึงย่านที่อยู่อาศัยของพวกคนรวยและในที่สุดฝีเท้าของเคลก็พาชเวฮันมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ตระกูลเคานต์ที่อยู่ด้านหลังปราสาท
“ทำอะไรอยู่”
เคลมองไปยังชเวฮันที่ชะงักฝีเท้าขณะที่เดินผ่านปราสาทเด็กหนุ่มคงได้เห็นภาพเหล่าทหารในอาณาเขตกล่าวทักทายเมื่อเห็นเคลรวมถึงบรรดาชาวเมืองที่พากันหลบเลี่ยงเขา
นั่นคงทำให้ชเวฮันเกิดฉุกคิดขึ้นมาอีกครั้งว่าเคลเป็คู่ต่อสู้ที่ตนสามารถฆ่าได้อย่างง่ายดายจริงหรือเปล่า
เคลเอ่ยถามอีกครั้ง
“ไม่ตามมาเหรอ”
ชเวฮันเดินตามมาอย่างที่เคลคาดไว้บางทีคราวนี้เขาอาจตามมาเพื่อถามข้อมูลเกี่ยวกับงานศพของผู้คนในหมู่บ้านแฮร์ริสก็เป็ได้
“นะ...นายน้อย”
ทันทีที่เคลมาถึงหน้าประตูใหญ่ทหารยามและเหล่าอัศวินก็ทักทายเขาอย่างตะกุกตะกัก
เฮ้อ ถ้าเ้าพวกนั้นเลิกพูดว่า ‘นะ...นายน้อย’ สักทีก็คงจะดี
เนื่องจากเข้ามาสวมร่างของอันธพาลเขาจึงพยายามทำตัวให้อยู่ในกรอบนั้นมากที่สุดและการเป็อันธพาลก็สบายกว่าการเป็คุณชายผู้มีคุณธรรมถึงอย่างนั้นเคลก็ยังรู้สึกพิลึกทุกทีเวลาได้ยินคนพูดตะกุกตะกักใส่
ฉันอุตส่าห์ทำตัวสบาย ๆ แล้วแท้ ๆ
เมื่อเห็นว่าเคลขมวดคิ้วด้วยสีหน้าไม่ชอบใจเอามากๆ อัศวินที่พูดตะกุกตะกักอยู่เมื่อครู่ก็เปิดประตูให้อย่างรวดเร็ว
“เชิญด้านในครับ”
เคลหันกลับมามองชเวฮันส่งผลให้คนอื่นเบนสายตามองตามไปและอาจนึกสงสัยว่าไอ้ขอทานที่ติดตามนายน้อยมาเป็ใครกันแน่เหล่าอัศวินจึงมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาระแวดระวัง
“ตามมา”
มาจนถึงตอนนี้ชเวฮันคงพอจะรู้ระดับชนชั้นของเขาแล้วเด็กหนุ่มจึงเดินกะโผลกกะเผลกเข้าไปหา เคลมองชเวฮันที่ยืนอยู่ข้างหลังก่อนจะหันกลับไปโดยไม่พูดอะไรแล้วเดินผ่านประตูใหญ่เข้าไปด้านใน
แต่ก็ยังรู้สึกใจสั่นหวิว ๆ อยู่ดี
ถ้ามีเื่อันตรายเกิดขึ้นในอนาคต เขาคงคิดจะใช้ฉันเป็ตัวประกันแหงๆ ดังนั้นก็เลยต้องมายืนติดอยู่ข้างหลังฉันน่ะสิ
แน่นอนว่าชเวฮันคงจะไม่ฆ่าเขาแต่การต้องตกเป็ตัวประกันก็สร้างาแทางจิตใจได้เช่นกันเคลจึงตีหน้าเข้มแล้วจ้องเขม็งไปยังอัศวินทั้งสองที่ติดตามมา
‘ไม่ต้องตามมา’
อัศวินทั้งสองมีท่าทีละล้าละลังเมื่อเห็นสายตาที่สื่อความหมายอย่างชัดเจนพวกเขามองเคลสลับกับชเวฮันไปมาก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เพราะเหล่าอัศวินให้ความสำคัญกับระเบียบข้อปฏิบัติเหนือสิ่งอื่นใดสมกับเป็อัศวินที่เดรูธให้ความสำคัญ
เอาเถอะ แบบนี้ก็สมกับเป็อัศวินนั่นแหละ
เคลค่อนข้างพอใจกับปฏิกิริยาของเหล่าอัศวินที่มีต่อคนนอกต่อให้คนคนนั้นจะมีสภาพเหมือนยาจกและดูอายุน้อยเพียงใดก็ตามดังนั้นเขาจึงยอมปล่อยให้อัศวินคนหนึ่งติดตามมาด้วยแล้วพาชเวฮันไปที่อาคารหลักในคฤหาสน์ทั้งแบบนั้น
“กลับมาแล้วเหรอครับ”
“...อืม รอน”
ตาแก่นี่น่ากลัวชะมัดรอนกำลังรอนายน้อยของตนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าอาคารหลักเคลไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะรออยู่จริง ๆ ถึงแม้เขาจะรู้สึกหวาดหวั่นแต่คิดว่าอย่างน้อยก็ผ่านไปได้ด้วยดี
เพราะว่ารอยยิ้มใจดีของรอนพลันแข็งทื่อขึ้นทันทีหลังจากชำเลืองมองไปทางชเวฮัน
รอนอยู่ในระดับที่สามารถคาดเดาความสามารถของชเวฮันได้นี่นะ
ส่วนชเวฮันเองก็จ้องรอนตาเขม็งเช่นกันแต่เคลไม่สนใจว่าทั้งสองจะโจมตีกันทางสายตาอยู่หรือไม่ และทำในสิ่งที่ตนต้องทำก่อนเพราะงานของเขายังไม่เสร็จสมบูรณ์
“ตามมา”
เคลเรียกชเวฮันอีกครั้งแล้วเดินนำไปข้างหน้าเมื่อเห็นดังนั้นรอนจึงรีบตามมาอย่างรวดเร็ว
“นายน้อยมีเื่อะไรหรือเปล่าครับขอเพียงบอกมาแล้วกระผมจะดูแลคนผู้นี้ให้เอง”
“ไม่ต้อง”
มีใครอีกคนเข้ามาใกล้เคลที่กำลังเดินอยู่
“นายน้อย วันนี้ออกไปดื่มแท้ ๆแต่ก็ยังกลับบ้านนะครับ”
ผู้ช่วยพ่อบ้านฮันส์นั่นเอง
อา หมอนี่มีหน้าที่ดูแลฉันนี่นา
เคลเดาะปากและเมินคำพูดนั้นไปก่อนจะยกขวดเหล้าขึ้นมาแล้วชี้ไปยังอีกฝ่าย
และในตอนนั้นเอง
“อ๊ะ!”
ฮันส์ยกแขนสองข้างขึ้นบังหน้าพลางหดหัวลงบริเวณโดยรอบพลันเงียบลงทันที
“จิ๊”
เมื่อเขาเดาะปากฮันส์จึงเงยหน้าขึ้นและเหม่อมองเคลด้วยใบหน้าที่เริ่มกลายเป็สีแดง
“เอาไป”
“ครับ?”
ฮันส์รับขวดเหล้าที่เคลส่งมาด้วยอาการมึนงง
“ไว้ครั้งหน้าฉันจะโยนให้”
ใบหน้าของฮันส์พลันซีดเผือดเมื่อได้ยินแบบนั้นทว่าเคลยังคงก้าวต่อไปโดยไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย พอนับรวมฮันส์เข้าไปอีกคนตอนนี้เขามีผู้ติดตามรวมสี่คนเข้าไปแล้ว
เคลคอยแอบเหลือบมองพวกเขาเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนยังคงเดินตามมาและในที่สุดก็มาถึงจุดหมาย
‘ครัวที่สอง’
ทันทีที่เห็นป้ายเขาก็ผลักประตูให้เปิดออกสุดแรง
“นายน้อย?”
เคลได้ยินนํ้าเสียงสับสนของฮันส์ดังมาจากด้านหลังทว่าริมฝีปากของเขากลับปรากฏรอยยิ้มกว้าง จุดสิ้นสุดของภารกิจนี้อยู่อีกไม่ไกลแล้ว
ตอนนี้บีครอสกับชเวฮันจะได้พบกันแล้วหัวใจของเคลเต้นโครมครามขณะเปิดประตูออกโดยปราศจากความลังเล ทว่าพอผ่านประตูเข้าไปใบหน้าของเขาพลันแข็งทื่อขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นภาพที่ปรากฏตรงหน้า
ฉับ ฉับ
บีครอสหัวหน้าพ่อครัวประจำครัวที่สองกำลังลับมีดพร้อมกับรอยยิ้มประดับใบหน้าเ้าตัวดูเพลิดเพลินกับการลับมีดอยู่ในครัวตามลำพังด้วยท่าทางไร้ที่ติแต่ทันทีที่เห็นหน้าเคล รอยยิ้มนั้นก็หายวับไป
เพราะแบบนั้นเคลถึงได้รู้สึกหวาดหวั่นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการเข้าไปยุแหย่คนบ้าเนื่องจากไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนบ้าคนนั้นมันบ้าที่ตรงไหน
เคลเป็ฝ่ายออกตัวก่อนที่บีครอสจะทันได้ตอบสนองเขาวางมือลงบนไหล่ของชเวฮันและชี้ไปที่เด็กหนุ่ม
“หาอะไรให้เขากินหน่อย”
“ครับ?”
บีครอสถามกลับด้วยสีหน้าแข็งกระด้างมีดทำครัวคมกริบในมือสะท้อนแสงวาววับเคลพยายามสงบจิตใจที่สั่นสะท้านแล้วพูดออกไปอีกครั้ง
“หาอะไรให้เขากินหน่อย เขาหิว”
เสียงพ่นลมหายใจของอัศวินดังมาจากด้านหลังทว่าเคลไม่มีแม้แต่เวลาให้หันไปสนใจ
เขาเฝ้ารอคำตอบของบีครอสด้วยใจที่เต้นไม่เป็สํ่าและในที่สุดพ่อครัวหนุ่มก็ตอบกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ได้ครับ นายน้อย”
เรียบร้อย
บีครอสกับชเวฮันรวมไปถึงคนที่ไม่ได้คาดหวังไว้อย่างรอน ทั้งสามคนได้มารวมตัวกันแล้ว
รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเคลใน่เวลานั้นความตึงเครียดพลันเบาบางลงก่อนที่เขาจะออกคำสั่งอีกอย่างกับบีครอสด้วยโทนเสียงที่สูงขึ้นกว่าเดิม
“เตรียมของฉันด้วยล่ะ ฉันเองก็หิวเหมือนกัน”
ชเวฮันจ้องมองเคลทว่าเ้าตัวกลับไม่รู้สึกถึงสายตาของเด็กหนุ่มและสั่งงานบีครอสเพิ่มไปอีก
“แน่นอนว่าต้องเป็ของคุณภาพชั้นยอดที่สุดทั้งหมดนะ”
เคลนึกถึงสเต๊กที่กินเป็มื้อเย็นเมื่อวาน
“สเต๊กที่นายทำเมื่อวานนี้รสชาติเยี่ยมเลยนี่ดูท่านายจะเป็พ่อครัวที่มีฝีมือนะ”
ปลายมีดของบีครอสสั่นเล็กน้อย
“ถ้าได้แบบสเต๊กชิ้นนั้นที่นายทำเมื่อวานอีกก็คงจะอร่อยสุดยอดไปเลยรีบเตรียมเร็ว ๆ เข้าล่ะ”
เคลหันหลังกลับโดยไม่รอฟังคำตอบของบีครอสแล้วเดินออกจากครัวเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องนอนโดยมีอัศวินกับฮันส์ติดตามอยู่ข้างกายไม่นานนักฮันส์ก็ถามขึ้น
“จะทำยังไงกับคนคนนั้นดีครับ”
“เขาเป็แขกของฉัน นายก็จัดการเอาเองเลย”
เขาผูกทุกคนไว้ด้วยกันเรียบร้อยดังนั้นวันนี้เคลจึงไม่อยากวุ่นวายไปมากกว่านี้แล้ว
บีครอสและรอนจะรับรู้ได้ถึงทักษะของชเวฮันในนิยายความสามารถนั้นทำให้บีครอสสาบานว่าจะจงรักภักดีกับอีกฝ่ายครั้งนี้เขาก็คงจะทำเช่นเดิมหากรับรู้ถึงความสามารถของเด็กหนุ่มแต่หากตอนนี้เ้าตัวยังประเมินความสามารถของชเวฮันไม่ได้แน่นอนว่าเคลก็ยังพอมีวิธีอื่นอยู่
ก็แค่ให้ชเวฮัน ‘เอาชนะ’ บางสิ่งหรือใครบางคนที่ไม่ใช่เคลและให้บีครอสได้เห็นเหตุการณ์นั้นก็พอแล้วนี่
แม้ว่ามันจะเป็แผนการที่หละหลวมแต่เคลก็คิดแผนการมากมายในแบบของตนเอาไว้ในใจ
“ฮันส์ ฉันเหนื่อยแล้วถ้าอาหารเสร็จแล้วเอาไปให้ฉันที่ห้องนอนทีนะ”
รอนไม่ได้ตามมาอย่างที่คิด
เคลทิ้งอัศวินและฮันส์ไว้ด้านนอกแล้วปิดประตูห้องนอนก่อนจะโถมตัวลงบนเตียงอย่างสุขใจเนื่องจากความเหนื่อยล้าผสานกับฤทธิ์สุราที่ดื่มเข้าไปส่งผลให้เขาผล็อยหลับไปก่อนอาหารจะมาถึง
ดังนั้นเคลจึงไม่อาจรู้ได้เลยว่ามีดทำครัวของบีครอสกำลังบินฉิวพุ่งตรงไปที่คอของชเวฮันและมีดสั้นอันคมกริบของรอนก็เล็งไปที่หัวใจของเด็กหนุ่ม ทว่าสุดท้ายสองพ่อลูกต่างคว้านํ้าเหลว
แน่นอนว่ามันเป็เพียงเหตุการณ์เล็ก ๆที่ไม่มีใครรู้นอกจากผู้เกี่ยวข้องทั้งสาม