บทที่ 6 พบเจอไอ้โรคจิตอีกครั้ง
บนถนนในตรอกซอยหนึ่งซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านหนาตา หนุ่มน้อยหน้าใสในวัย 13-14 ปี รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นหญิงก็ไม่ใช่ชายก็ไม่เชิง แถมมีหน้าอกใหญ่เท่าูเาขนาดย่อมนั่นอีกดูไปแล้วช่างแปลกพิลึกชอบกล สองมือหิ้วของกินพะรุงพะรังพยายามยกมือข้างหนึ่งยัดซาลาเปาไส้เนื้อเข้าปาก
“์ !พ่อหนุ่มน้อยผู้นั้นเหตุใดปากถึงได้กว้างขนาดนั้นเล่า ซาลาเปาลูกใหญ่เกือบเท่าใบหน้าของเขาแต่กลับอ้าปากยัดเข้าไปได้ภายในคำเดียว”
เสียงร้องอุทานและพูดซุบซิบนินทาของผู้คนดังเซ็งแซ่ ทั้งสองฝั่งข้างถนน
“ไอ้หยา !หน้าตาก็ออกจะหล่อเหลาปานนั้น แต่เหตุใดถึงได้ตะกละตะกลามขนาดนั้นกันเล่า”
“เฮ้อ !คนเรามองแต่รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้จริง ๆ ช่างเสียดายความหล่อเหลานั้นนัก เป็โรคหน้าอกโตก็น่าสงสารมากพออยู่แล้ว…นั่นๆ ดูนั่นสิ เ้าหนุ่มหน้ามนกำลังจะยัดซาลาเปาอีกลูกเข้าปากอีกแล้ว”
เฮือก !
สองลูก !
สามลูก !
สี่ลูก !
เอิ๊กกกกกก…!
ทุกคนตกตะลึงจนปากอ้าตาค้างได้แต่คิดว่าเ้าหนุ่มนี่ไปอดอยากปากแห้งมาจากไหนกันนะ
ภายในห้องรับรองชั้นสองของโรงน้ำชาชื่อดัง
บุรุษหนุ่มรูปงามสวมใส่อาภรณ์สีทองอร่ามดูหรูหราและสูงศักดิ์เป็อย่างยิ่งเขาเบิกตากว้าง จอกน้ำชาที่กำลังจะยกขึ้นจิบชะงักค้างอยู่กลางอากาศ สายตาจดจ้องมองผ่านหน้าต่างไปยังหนุ่มน้อยหน้ามนผู้นั้นไม่วางตาใบหน้านี้เขาไม่มีวันลืมได้ลงไปชั่วชีวิต จากนั้นความโกรธก็ปะทุขึ้นในจิตใจ
เพล้ง !
จอกน้ำชาอันหรูหราถูกเขวี้ยงลงกับพื้นแตกกระจายเป็เศษเล็กเศษน้อยทันที
อู่หยิน !
“พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท”
"ไปจับตัวเ้าหนุ่มหน้ามนผู้นั้นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”
อู่หยินแม้จะรู้สึกมึนงงว่าเหตุใดองค์รัชทายาทจู่ๆ ถึงได้้าให้เขาไปจับเ้าหนุ่มหน้าสวยคนนั้นมาด้วย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามออกไปเขาเป็เพียงองครักษ์ข้างกายก็ต้องทำตามคำสั่งของผู้เป็นายอยู่แล้ว แม้จะสั่งให้ไปตายเขาก็ต้องทำ
“กระหม่อมจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”
เงาดำสายหนึ่งวูบผ่านหน้าขององค์ชายรัชทายาทไปอย่างรวดเร็วเป้าหมายคือเ้าหนุ่มหน้ามนผู้นั้น
สือซิ่วอิงรู้สึกเพียงว่าจู่ๆ ตนนั้นก็ลอยขึ้นฟ้าได้
กรี๊ดดด….!
ความใทำให้นางหลุดเสียงกรี๊ดออกมาอู่หยินใจนรีบโยนนางทิ้งไปตรงหน้าขององค์ชายรัชทายาททันที
ด้วยความพยายามที่จะเอาตัวรอดสือซิ่วอิงจึงกัดฟันเค้นเอาเรี่ยวแรงที่มีอยู่ทั้งหมดเหวี่ยงตัวเองให้ลอยไปหาบุรุษหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงนั้นหวังเพียงให้เขาช่วยรับนางไม่ให้ตกลงไปบนพื้นก็พอ
โครม ~
ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านี้ถึงกับทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงจนปากอ้าตาค้าง
อู่หยินเซถอยหลังไปหลายก้าว
'นะ…นี่…เขาได้ทำอะไรลงไปองค์รัชทายาทจะสั่งตัดหัวเขาหรือไม่นะ'
แต่จะโทษเขาก็ไม่ได้นะ ใครใช้ให้เ้าหนุ่มหน้ามนนั่นกรีดร้องออกมาอย่างกับผู้หญิงเขาใจนไม่ทันได้คิดอะไรหวังเพียงนำเ้าหนุ่มตุ้งติ้งผู้นี้โยนออกไปให้พ้นตัวก็เท่านั้นเองใครจะไปคิดว่าเหตุการณ์จะลงเอยเช่นนี้
บุรุษหนุ่มรูปงามเบิกตากว้างมองสือซิ่วอิงที่นอนอยู่บนตัวเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อริมฝีปากบางของนางประกบเข้ากับริมฝีปากหนาของเขาอยู่เป็เวลานาน แถมยังมีเ้าก้อนนุ่มนิ่มอันใหญ่โตที่บดเบียดหน้าอกแกร่งของเขาอีกพอตั้งสติได้ก็รีบผลักนางออกอย่างแรง
โอ้ย !
สือซิ่วอิงโดนผลักแรงจนศีรษะโยกแทบหลุดออกจากบ่าอยู่แล้ว นางจ้องเขม็งไปยังบุรุษหนุ่มรูปงามผู้นั้นอย่างโกรธแค้น
“เ้าจะผลักข้าแรงขนาดนั้นเพื่ออะไรจูบก็จูบไปแล้ว เ้าที่เป็ผู้ชายทั้งแท่ง ถึงอย่างไรก็เป็ฝ่ายได้เปรียบอยู่ดี”
เจียงจางหย่งมองนางด้วยแววตาแข็งกร้าวดุดันสตรีนางนี้เหตุใดเวลาเจอกันเขาถึงได้ตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบอยู่ตลอดเลยนะ เขาไม่มีทางลืมแน่นอนว่าเมื่อคืนนี้นางได้ทำร้ายจิตใจเขาอย่างไรบ้างพอกลับไปถึงตำหนัก เขาก็ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าในชั่วชีวิตนี้จะทำมาก่อนโดยการก้มศีรษะไปดมเ้าัน้อยที่นอนหลับขดตัวอยู่ในอาณาเขตของตนจนแล้วจนเล่า ก็ไม่แน่ใจในกลิ่นจึงได้เรียกอู่หยินให้เข้ามาช่วยพิสูจน์กลิ่นนั้นเสียแต่ใครจะไปคิดว่าเ้าโง่นั่นจะแหกปากร้องะโ แล้ววิ่งออกไปนอกห้องราวกับเขาเป็ปีศาจร้ายกินคนก็มิปาน
"องค์รัชทายาทพระองค์ได้โปรดละเว้นกระหม่อมไปสักคนเถิดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมสัญญาว่าจะหาบุรุษหนุ่มที่รูปงามกว่ากระหม่อมมาให้พระองค์ได้เชยชมอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ"
เช้าวันต่อมาบ่าวไพร่ ขันทีและนางกำนัลในตำหนัก ต่างพากันมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ คิดไปแล้วมันน่าโมโหยิ่งนัก ริมฝีปากหนาเอ่ยด้วยเสียงไพเราะทุ้มต่ำอันทรงเสน่ห์แต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
“คุณหนูรองแซ่สือยังไม่ได้แต่งงานออกเรือนแต่ไม่ยอมอยู่เรือนดี ๆ กลับปลอมตัวเป็บุรุษแล้ววิ่งแจ้นไปทั่วเมืองหลวง ขัดต่อหลักสามเชื่อฟังสี่จรรยาหากเื่นี้ถูกเผยแพร่ออกไปจะเป็อย่างไรนะ”
สือซิ่วอิงเบิกตากว้างจ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัวนางจำได้ทันทีที่เขาเอ่ยปากขึ้นน้ำเสียงนี้เป็บุรุษชุดดำที่้าสังหารนางเมื่อคืนนี้อย่างแน่นอน สือซิ่วอิงยกมืออันสั่นเทาชี้ไปทางเขา
“เ้าก็คือไอ้โรคจิตที่บุกเข้าไปเรือนของข้าเมื่อคืนนี้และยังบังคับให้ข้าดมกลิ่นไอ้จ้อนของตัวเองอีก พอข้าปฏิเสธขัดขืน เ้าก็เลยจะฆ่าข้าใช่หรือไม่”
เฮือก ! บรรยากาศภายในห้องถูกแช่แข็งทันที
อู่หยิน องครักษ์ข้างกายขององค์รัชทายาทเขาไม่รู้ว่าตนเองนั้นควรใเื่ไหนก่อนดีเดิมทีพอได้ยินว่าเ้าหนุ่มหน้ามนผู้นี้แท้จริงแล้วเป็สตรีเพศ แถมยังเป็ถึงคุณหนูผู้สูงศักดิ์แห่งจวนท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายเขาก็ใมากพออยู่แล้ว แต่ที่ทำให้เขาใมากกว่านั้นจนเกือบจะหัวใจวายตายก็คือ ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของคุณหนูสือผู้นี้ต่างหากเล่าเขาเบิกตากว้างมององค์รัชทายาทอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เจียงจางหย่งสีหน้าดำทะมึนราวกับพายุเมฆฝนกำลังจะโหมกระหน่ำเคลื่อนเข้ามาใกล้เขาย่างสามขุมเข้าหาหญิงสาวด้วยท่าทางมุ่งร้าย
“คุณหนูสือช่างปากคอเราะร้ายยิ่งนักเห็นทีข้าที่เป็ถึงองค์ชายรัชทายาทต้องออกโรงสั่งสอนเ้าแทนท่านเสนาบดีสือสักหน่อยแล้ว”
สือซิ่วอิงเบิกตากว้างด้วยความใสุดขีดก็ว่าอยู่เหตุใดบุรุษผู้นี้ถึงได้ดูหน้าตาคุ้น ๆ ที่แท้เขาก็คือองค์รัชทายาทที่เ้าของร่างเดิมเคยพบเมื่อไม่นานมานี้เองและเขาก็คือต้นเหตุที่ทำให้เ้าของร่างเดิมต้องตายเพราะความอิจฉาริษยาจากสือซูเจินนั่นเอง
“ขะ…ข้า…ขอเตือนเ้าไว้ก่อนนะข้าคือบุตรสาวที่ท่านพ่อรักและทะนุถนอมมากที่สุด ก่อนออกจากเรือนข้าก็ได้บอกกล่าวให้กับเหลียนฮวาไว้เรียบร้อยแล้วหากข้าเป็อะไรไปท่านพ่อจะต้องล้างแค้นแทนข้าแน่ แม้เ้าจะเป็ถึงองค์รัชทายาทก็ตามทีเถิด”
เจียงจางหย่งแค่นยิ้มเย็น
“สือซิ่วอิง เ้าเป็สตรีคนแรกที่กล้าข่มขู่ข้าได้ถึงเพียงนี้ช่างใจกล้ายิ่งนัก”
มือใหญ่หนาคว้าหมับเข้าที่ลำคอระหงอันขาวนวลทันที
แค่ก ๆ ! สือซิ่วอิงพยายามดึงมือของเขาออก แต่ก็ไร้ผล
บัดซบ ! ‘ไอ้หมอนี่หน้าตาดีซะเปล่าแต่หน้าตัวเมียยิ่งนัก ทำร้ายได้แม้กระทั่งสตรีตัวเล็กๆ ที่ไม่มีทางสู้ อย่าให้นางหนีไปได้ก็แล้วกัน นางจะแก้แค้นให้สาสมกับที่มันทำไว้’
“หืม !จ้องหน้าข้าเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไร”
เจียงจางหย่งก้มศีรษะลงไปมองหญิงสาวด้วยความเย้ยหยัน
สือซิ่วอิงใบหน้าเขียวคล้ำคล้ายคนกำลังจะขาดอากาศหายใจตายอยู่แล้ว จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยที่ทุกคนไม่ทันได้ตั้งตัว
ปัง !
บุรุษหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดขาวทั้งตัวดูท่าทางสุขุมอ่อนโยนชวนให้คนที่ได้พบเห็นรู้สึกอยากเข้าใกล้และจิตใจสงบโดยมิทราบสาเหตุ ส่วนใบหน้านั้นราวกับเทพเซียนบน์ชั้นฟ้าลงมาจุติก็มิปานหากหญิงใดได้เห็นคล้ายต้องมนต์สะกดให้หลงใหลคลั่งไคล้อย่างแน่นอน ไม่เว้นแม้กระทั่งสือซิ่วอิงเองที่โดนบีบคออยู่ใกล้จะตายแหล่มิตายแหล่ก็ยังต้องลืมความเ็ปทั้งหมดแล้วหลงเข้าไปในห้วงเสน่หานั้น
บุรุษหนุ่มมองไปทางสือซิ่วอิงแล้วขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยจากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แสนจะไพเราะและนุ่มนวล
“อิงเอ๋อร์ เหตุใดถึงได้เล่นซุกซนเช่นนี้เล่าท่านเสนาบดีสือรู้หรือไม่ ว่าเ้าแอบแต่งกายปลอมตัวเป็บุรุษแล้วออกมาเที่ยวเล่นนอกจวน”