ตอนที่ 2: การทดสอบ
โถงเงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น แม้แต่พวกพ่อแม่ก็ไม่กล้าจะพูดอะไรออกมาพวกเขากลัว กลัวว่าจะโดนหักมือกับเท้าโดย ถูเชิน ไม่แปลกเลยที่ หยางเฉินจะตั้งชื่อให้อีกฝ่ายว่า ‘นักเชือด’
“ ขอบเขตกำลังภายในขั้น 9 นั้นเหมาะที่สุดที่จะพัฒนาร่างกายมันคือพื้นฐานของผู้บ่มเพาะการมีพื้นฐานะที่ดีถึงจะทำให้กลายเป็คนที่แข็งแกร่งที่แท้จริงได้ ! ” ถูเชิน เดินไปมาตรงหน้าเด็กๆและมองไปโดยรอบเด็กสาวต่างก็พากันกลัวเมื่อเห็นเขา
หยางเฉิน แอบสบถด่าอีกฝ่าย อีกฝ่ายนี่มองแต่ผู้หญิงชัดๆ
“ มันมี 8 ชั้นในตันเถียนของกำลังภายใน เมื่อดูดซับปราณจนถึงขีดจำกัดของขอบเขตกำลังภายในแล้วปราณจะบีบตัวออกมาผ่านชั้นกั้นระหว่างขอบเขต หากไม่อาจจะทะลุชั้นนั้นได้งั้นก็ยังเป็แค่คนทั่วไป ” พูดไปแล้ว ถูเชินก็มองไปที่ หยางเฉิน และเด็กๆคนอื่นต่างก็พากันมองตาม
‘ บัดซบ !ถูเชิน ! ไอ้แก่นักเชือด ! ’ แม้ว่าหยางเฉินจะแสดงท่าทีเฉยเมยแต่ในใจเขานั้นกลับสบถด่าถูเชินอยู่
แน่นอนว่าถูเชินไม่รู้ว่า หยางเฉินน่ะด่าเขาอยู่เขายังเดินไปมามือไขว้หลังและพูดต่อไป
“หลังจากที่ทะลวงผ่านแต่ละชั้นได้ ความแข็งแกร่งของร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างมากพวกเ้าอาจจะแกร่งขึ้นจนทำลายหินได้ด้วยมือเปล่า ”
พูดไปแล้ว ถูเชิน ก็โบกมือเรียกชายหนุ่มสองคนที่มุมห้องเข้ามา “ เอาหินเพชรทั้งหมดมา”
หินเพชรคือหินที่มีอยู่จำนวนมากในที่ราบกลาง มันแข็งแกร่งอย่างมาก มันคือหินที่ใช้ทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายกำลังภายในพลังนั้นจะถูกตัดสินตามจำนวนหินที่โดนทำทลายไป
ครืน ครืน
ชายหนุ่มทั้งสองได้พากันแบกหินเพชรหลายร้อยก้อนเข้ามาและวางไว้ใจกลางห้องโถงหินแต่ละก้อนนั้นสูงกว่า 1 ม.และกว้าง 0.5 ม.
“ ขอบเขตกำลังภายในนั้นสามารถทำลายหินได้แค่ก้อนเดียวบางคนที่มีพร์จะทำลายหินได้ 3 ก้อน เด็กพวกนี้ถือว่ามีพร์อย่างมาก เรียกกันในชื่ออัจฉริยะมันจะมีคนในนิกายและประเทศต่างๆรับตัวไปดูแล ” ถูเชินมองไปที่ หยางเฉิน อีกครั้งด้วยสายตาสงสาร
เมื่อเห็นสายตาของ ถูเชิน รอยยิ้มไม่พอใจของ หยางเฉินก็หายไปและถูกแทนที่ด้วยความขมขื่นแทนสายตาหลายร้อยคู่มองมาที่ หยางเฉิน บางสายตาสงสาร บางสายตาเยาะเย้ย
“ พี่เฉิน...” เว่ยหยานหลาน แสดงสายตาสงสารออกมา
“ สำหรับขอบเขตกำลังภายใน แต่ละชั้นนั้นสามารถทำลายหินได้แค่ 1 ก้อนต้องบอกว่าเมื่อถึงขั้น 9 แล้วจะทำลายหินได้มากสุด 9 ก้อนเหนือกว่านี้พวกเ้าจะได้รับการประเมินค่าไว้สูงโดยประเทศและนิกายต่างๆ ” ถูเชิน มองไปรอบๆ “ข้าหวังว่าก่อนที่พวกเ้าจะอายุ 17 ปี พวกเ้าจะก้าวข้ามระดับนี้ได้และสร้างความภูมิใจให้กับเมืองซูเซียน! ”
ขอบเขตกำลังภายในขั้น 9 ทำลายหินได้ 9 ก้อนก็ถือว่ามีพลังก้าวขึ้นไปขอบเขตธุลีแล้วแน่นอนสำหรับเด็กๆทั่วไป
เด็กบางคนมีพร์ แค่ขั้น 1 พวกเขาก็ทำลายหินได้ 2-3 ก้อนแล้วมันเทียบได้กับคนขั้น 2-3 เมื่อถึงขั้น 2 พวกเขาก็สามารถทำลายหินได้ 3-4ก้อน...เมื่อถึงขั้น 9 พวกเขาจะทำลายหินได้มากกว่า 10 ก้อนพวกนี้ถูกเรียกว่าพวกมีพร์ !
“ โมโก ออกมา ”
ทันทีที่ ถูเชิน พูดจบชายหนุ่มในชุดดำคิ้วราวกับดาบท่าทีเ็าดูโดดเด่นก็ได้ก้าวออกมาจากฝูงชนเด็กหนุ่มผู้นี้อยู่ในชุดรัดรูป แม้ว่าอายุจะดูพอๆกับ หยางเฉิน แต่เขาก็สูงกว่า1.75 ม.
คนแบบนี้ล้วนแต่ตกเป็เป้าสายตาไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม แน่นอนว่าหยางเฉินไม่ได้สนใจอีกฝ่ายเขาเอาเวลานี้ไปดูสาวๆจะดีกว่า
หลังจากที่ โมโกเดินออกมา ชายหนุ่มสองคนก็พากันขนหินออกมาวางทั้งหมด 10 ก้อน
“ ปีที่แล้วตอนที่เขาอยู่ขอบเขตกำลังภายในขั้น 8 โมโก ทำลายหินได้ 9 ก้อนดูเหมือนว่าปีนี้เขาจะพัฒนาขึ้นมาถึงขั้น 9 ได้ พวกเ้าคงรู้แล้วโมโกอยากทดสอบทำลายหิน10 ก้อน ”
“ ใช่ โมโกเป็อัจฉริยะอันดับสามของเมืองซูเซียน ”
“ อันดับสาม ...” โมโกที่ยืนอยู่ใจกลางห้องได้ยินแบบนั้นก็ฮึดฮัดออกมา เขาไม่เต็มใจที่จะเป็อันดับสาม
หยางเฉิน หันไปมอง เว่ยหยานหลาน และถามขึ้นมา “ หลานเอ๋อ เ้าสองคนนั่นไปไหนแล้ว ? เ้าเห็นพวกนั้นรึไม่ ?”
“ พี่เฉิน เ้าเองก็เป็เด็กเช่นกัน ทำไมเ้าถึงเรียกคนอื่นเช่นนั้น ? ”
เว่ยหยานหลาน แสดงท่าทีโกรธและแปลกใจออกมา “ หลานเอ๋อ ไม่รู้ว่าพวกเขาไปไหนกัน ”
“ พวกเด็กนี่ ” หยางเฉิน ลูบจมูกแล้วพูดขึ้น
“หากพวกเขายังไม่มา เ้านักเชือดนั่นจะหักมือกับเท้าพวกนั้นแน่ เฮ้อ เ้าบ้านี่ยิ่งชอบรังแกเด็กอยู่”
แกร๊ก....ในห้องโถงกลับมีเสียงหินแตกดังขึ้นมาทั้งหมด 10 ครั้ง หยางเฉินต้องอุดหูตัวเองแล้วสบถในใจ
‘เ้าบ้านี่ไม่คิดเตือนใครเลยรึไง ไม่งั้นฉันคงเตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว ’
แค่ลงมือครั้งเดียว โมโก ก็ทำลายหินได้ 10 ก้อน โมโก ได้กลายเป็ที่สนใจของสาวๆทันที แม้แต่ ถูเชินก็ยังตาเป็ประกายไปด้วย
“ ดี ดี ! “ การที่ได้คำชมจากถูเชิน นั้นแสดงให้เห็นแล้วว่า โมโก นั้นยอดเยี่ยม
“ ครูฝึกถู ข้าอยากลองอีกครั้ง “ โมโกพูดขึ้นมาเสียงดังก้องไปทั่วห้องโถงทำให้เหล่าสาวๆพากันตื่นเต้นจนไม่อาจจะเก็บอาการได้พวกนางเกือบจะโห่ร้องออกมา
‘พวกผู้หญิงโง่เง่า ! ’ หยางเฉิน แอบสบถในใจโชคดีที่สาวงามข้างกายเขาไม่ได้สนใจ โมโก ไปด้วย เขาถึงกับแอบยิ้มในใจ
‘ หลานเอ๋อ นี่ฉลาดจริงๆที่ไม่หลงใหลคนแบบนั้น’
“ ก็ได้ เพิ่มอีก 1 ก้อน ” ถูเชิน ชื่นชม โมโก มากขึ้นเรื่อยๆพร์แบบนี้หาได้ยากโดยเฉพาะในเมืองเล็กๆแบบนี้ถือ เขาว่าเป็สมบัติล้ำค่า
“ ครูฝึกถู ข้าขอเพิ่มอีกก้อน ! ” โมโก มองไปที่ ถูเชิน ด้วยสีหน้าแน่วแน่ คำพูดของเขาทำให้ทุกคนพากันหน้าเปลี่ยนสีการเพิ่มหินอีกก้อนเท่ากับหิน 12 ก้อน เด็กนี่คิดว่าตัวเองแกร่งขนาดนั้นเลยรึไง !
“ 12 ก้อน....” ถึง หยางเฉินบอกว่าไม่ได้ใส่ใจแต่เขาก็ยังแอบสนใจอยู่ ยังไงซะหากเป็ตัวเขาเองเขาก็คงไม่ยอมแพ้เขามีจิตใจที่เข้มแข็ง เขาหยางเฉิน จะไม่ยอมเป็คนอ่อนแอ เขาจะไม่ยอมเป็คนธรรมดาเด็ดขาด
ถูเชิน ชื่นชม โมโก มากขึ้นไปอีกและหัวเราะออกมา “ ได้ 12 ก้อน ! ” ด้วยคำสั่งของเขาชายหนุ่มสองคนก็ได้เพิ่มหินเข้ามาอีกก้อน
โมโก มองไปที่ หยางเฉิน ด้วยสายตาเยาะเย้ย เมื่อเขามองไปยัง เว่ยหยานหลาน สายตาก็แสดงความหลงใหลออกมาสุดท้ายเขาก็มองไปยังหินทั้ง 12 ก้อนตรงหน้า
“ ข้ายังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ...” หยางเฉินลูบจมูก เขาไม่ได้ทำตัวโดเด่นอะไรแต่ปัญหาก็วิ่งหาเขาอยู่เสมอ
ด้วยความอิจฉาที่มีต่อ หยางเฉิน โมโก ได้ระบายความหงุดหงิดทั้งหมดเข้าใส่หิน !แกร๊ก.....เมื่อได้รับพลังที่สะท้อนกลับมาโมโก ก็ถอยกลับมาครึ่งก้าว หินทั้ง 12 ก้อนตรงหน้าเขากลับพังทลายลงไปทั้งหมด
ทุกคนพากันกลั้นหายใจ สมกับเป็อัจฉริยะจริงๆ !
ถูเชิน ยิ้มออกมา เขาแอบโล่งอก นี่คือความหวังของเมืองซูเซียน มันไม่เหมือนกับเ้าเด็กที่มีแต่ลอยยิ้มเ้าเล่ห์นั้น นั่นคือความอับอายของเมืองซูเซียน
โมโก เดินไปที่มุมห้องโถงด้วยท่าทีหยิ่งทะนงอัจฉริยะทุกคนล้วนแต่จะแสดงสีหน้าเ็าเพื่อบอกว่าเขาน่ะเป็อัจฉริยะ
“ หยางเฉิน ต่อไปตาเ้า ข้าเห็นว่าเ้าเริ่มอดทนไม่ไหวแล้ว ” เมื่อเห็นท่าทีเกียจคร้านของหยางเฉิน ถูเชิน ก็สีหน้าแข็งทื่อไปเขาอยากเตะตูด หยางเฉิน จริงๆ !
“ ข้ารึ ?” หยางเฉิน ยิ้มแห้งๆออกมาภายใต้สายตาประหลาดใจของทุกคน เขาก็ได้เดินไปยังใจกลางห้องด้วยท่าทีเกียจคร้าน
“ ยังอยู่ขอบเขตกำลังภายในขั้น 1 เ้าอยากทดสอบกี่ก้อนกัน ?” ถูเชิน ถามออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า
‘ไอ้แก่นักเชือด เ้าก็รู้ดีอยู่แล้วว่าข้ามีความสามารถเท่าไหร่กันแทนที่จะคิดแทนข้าแต่กลับมาถามข้าว่าจะใช้หินกี่ก้อน ฮึ่ม ! ใช้หัวคิดหน่อยสิ ’ หยางเฉินแอบสบถในใจและมองไปยังกองหินที่อยู่ไม่ไกลนัก “ ยังไงก็ได้ ”
“ ยังไงก็ได้รึ ?” เมื่อได้ยินคำพูดของหยางเฉิน บางคนก็เหงื่อตกแทนเขากังวลว่า ถูเชิน จะหักมือกับเท้าของเขาเขายังทำตัวสบายอยู่ได้ เขามีความกล้าแค่ไหนกัน ?
ถูเชิน เบิกตากว้าง มือที่ไขว้หลังนั้นกำแน่นเขาอยากจะต่อยไอ้เด็กนี่แต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้แล้วพูดขึ้นมาช้าๆ “ สามก้อน !”
ภายใต้คำสั่งของ ถูเชิน ชายหนุ่มสองคนก็ได้เอาหินออกมา 3 ก้อนมาตั้งไว้ตรงหน้าหยางเฉิน
หยางเฉิน ถูกหมัดแล้วก้าวออกมาต่อยเข้าไปสุดแรงเข้าใส่หินตรงหน้าหินก้อนหนึ่งได้แตกออกพร้อมกับรอยร้าวที่กระจายออกไปอย่างต่อเนื่อง
ขอบเขตกำลังภายในขั้น 1 ทำลายหินได้ 3 ก้อน หาก หยางเฉิน ไม่ติดอยู่ขั้น 1 มา 9 ปีงั้นอัจฉริยะอย่าง โมโก ก็ยังไม่อาจจะเทียบเขาได้ เว่ยหยานหลาน ที่อยู่ไกลออกไปได้แต่เผยสีหน้าขมขื่นออกมา
โมโก ที่ยืนพิงกำแพงอยู่นั้นเห็นสีหน้า เว่ยหยานหลาน ก็กำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นเขาพึมพำออกมาเบาๆ “ เ้าขยะนั่นมีสิทธิ์อะไรที่ได้นางไปครอง ”
“ หากเ้าไม่ทดสอบแล้วก็ไปได้แล้ว ” ถูเชิน มองไปที่ หยางเฉินเขามองไปรอบๆก่อนที่สุดท้ายจะมองไปยัง เว่ยหยานหลาน และคิด ‘นางก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ ? ทำไมนางถึงมาคนเดียว ? แล้วเด็กสาวอีกคนล่ะ ? เฮ้อช่างเถอะ ปีที่แล้วสองคนนั่นทำลายหิน 10 ก้อนได้แล้ว ปีนี้ไม่จำเป็ต้องทดสอบอีกเฮ้อ...แล้วไอ้เด็กนั่นก็ไม่มาด้วย เฮ้อแต่ก็พอเดาออกอยู่แล้ว หยางเฉิน,ไอ้เด็กตัวเหม็น น่ะคงอยู่ขอบเขตกำลังภายในไปตลอด ’
แน่นอนว่า หยางเฉิน ไม่ได้ทดสอบอีก เขาลูบจมูกแล้วยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปหาเว่ยหยานหลาน
ต่อมาเด็กทุกคนก็ได้เข้ารับการทดสอบ ยกเว้นแค่ เว่ยหยานหลาน นางไม่ต้องทดสอบอีกมีแค่สองคนที่ไม่ต้องทดสอบ