หนึ่งคืนผ่านไป
เฮือกกก !!
คราบของเหลวสีดำสกปรกถูกย้อมไปทั่วทั้งกายเด็กหนุ่ม ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณห้อง
แสดงถึงการผลัดเปลี่ยนร่างกายได้เสร็จสิ้นลง
หมิงหลงรู้สึกถึงพลังงานหมาศาล กำลังพลุ่งหล่านภายในกายจำนวนมาก อวัยวะทุกส่วนเต็มไปด้วยพลังงานหนาแน่น สำผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ หนังและกระดูก ได้ถูกทะลวงขีดจำกัดของร่างกายไปอีกขั้น
วิชากายาเทพได้ทะลวงข้ามขั้นถึง2ขั้น ตอนนี้เข้าสู่ระดับกายาเงินขั้นสุดยอด ซึ่งข้ามระดับกายาเงินขั้นสูง มาอย่างเหนือความคาดหมายไปมาก
ความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มขึ้นห้าสิบเปอร์เซ็น พลังป้องกันอยู่ครึ่งก้าวสู่กายาทอง นับว่าผู้ฝึกตนระดับขอบเขตปราณเทียบเท่าเขานั้น ไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนบนร่างกายเขา
ไม่เพียงเท่านั้น
“ระดับฝึกตนทะลวงสู่ขอบเขตกำเนิดปราณขั้นที่7 เช่นกัน”
รางกายผ่านการดูดซับโลหิตเป็นครั้งแรก การทะลวงระดับขั้นถึงสองแบบ ปราณและกายาพร้อมกัน นั้นแสดงถึงร่างกายดูดซับโลหิตปีศาจกูลอย่างเต็มประสิทธิภาพ และวิชากายาเทพเป็นตัวผลักดันที่สำคัญ
เพียงบรรลุวิชากายาระดับสูงสุด ผู้ฝึกกายาสามารถก้าวข้ามกำแพงความแข็งแกร่งจนสามารถเทียบเท่าผู้ฝึกตนหนทางแห่งปราณ การบ่มเพาะกายา มีต้นแบบที่คล้ายคลึงกับวิธีบ่มเพาะของของเหล่าปีศาจและสัตว์อสูร
ร่างกายของพวกมันมีการทำงานพิเศษ สามมารถดูซับไอสวรรค์โดยตรงผ่านร่างกายทุกส่วน พลังของพวกมันเจ็ดในสิบส่วนเป็นรูปแบบกายภาพ
ส่วนผู้ฝึกปราณนั้นเชี่ยวชาญทางด้านหยิบยืมพลังธรรมชาติมาใช้ผ่านร่างกาย ที่เป็นภาชนะส่งผ่านปราณ
บรรดาผู้ฝึกกายามีหนทางที่ยากลำบากหลายเท่าตัว ต้องผ่านประสบการณ์ความเจ็บปวดปางตายนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกายา
เด็กหนุ่มเกิดความรู้สึกว่าเขานั้นดื่มโลหิตปีศาจกูลมากจนเกินไป พลังงานที่มากมายนั้นได้บีบร่างกายของเขาจนแทบแหลกสลาย
“ท่องยุทธวันแรก ดูจะไม่ราบรื่นอย่างที่คาดคิด เจอสถานการณ์เฉียดตายถึง2ครั้ง” เด็กหนุ่มเอ่ยแบบถอนหายใจ
เด็กหนุ่มกระเด้งตัวขึ้นจากพื้น มุ่งตรงไปยังห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายอย่างเสร็จสรรพ
แสงแดดยามอรุณที่ลอดเข้าทางหน้าต่างเข้ากระทบร่างกายเด็กหนุ่ม ผิวพรรณขาวอมชมพูอ่อนๆสะท้อนแสงเปร่งประกาย
“สิ่งที่จำเป็นที่สุดในตอนนี้คือข้อมูล” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมทั้งชุดใหม่ที่ถูกสวมใส่ เนื้อตัวขาวผ่องใสราวกับเจ้าชายสำราญ
“แต่ร่างกายของข้าในบัดนี้นั้น เรียกร้องถึงอาหาร !! อาหารมนุษย์ที่ไม่เคยได้ลิ้มลองมาตลอดชีวิต”
ตัวเด็กหนุ่มไม่ใช่ทาศผู้อดหยากปากแห้งอีกต่อไป เขามีทั้งสกุล เงิน และเป็นฝู้เดินสู่หนทางแห่งผู้ฝึกตนอันทรงเกียรติ
ไม่กี่นาทีถัดมา
ณ โรงเตี๊ยมมังกรหยก
“เสี่ยวเอ้อ ขอโต๊ะเดี่ยวชั้นสองให้ข้าที่นึง” หมิงหลงต้องการวิวสังเกตการณ์ และเป็นสถานที่หาข้อมูลอย่างดีเยี้ยม
บรรยากาศภายในโรงเตี้ยมเต็มไปด้วยบรรดาผู้ฝึกตนเป็นกลุ่มๆ ข้างกายร้ายล้อมไปด้วยอาวุธราวกับเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจบางอย่าง
“คุณชายเชิญทางนี้ขอรับ”
“เสี่ยวเอ้อ คนพวกนี้กำลังจะไปทำอันใดกัน” หมิงหลงเอ่ยด้วยความสงสัย
“อ๋อ พวกเขาเป็นนักล่าภายใต้ลังกัด จักรพรรดิ์หอคอยเก้าชั้นฟ้า กำลังเตรียมตัวออกไปทำภารกิจขอรับ” เสี่ยวเอ้อ ตอบอย่างคล่องแคล่ว
‘นักล่า? น่าสนใจ’
เมื่อมาถึงที่โต๊ะบนชั้นสองก็เริ่มสั้งอาหารทันที
“เสี่ยวเอ้อ จัดอาหารขึ้นชื่อของทางโรงเตี้ยมมาให้ข้าซักสิบอย่าง ราคาไม่เกี่ยง” หมิงหลงเอ่ยขึ้นราวกับลูกเศรษฐีจอมผลาญทรัพย์
“ส..สิบอย่าง จะกัดการให้เดี่ยวนี้ขอรับคุณชาย” เสี่ยวเอ้อตกใจกับจำนวนที่สั่งกินสำหรับคนเดียว
หลังจากนั้น ได้เบนสายตาไปที่บรรดาผู้ฝึกตนด้านล่างอย่างสนอกสนใจ
“ช่วงนี้มีภารกิจตรวจสอบพื้นที่รอบๆ ป่าภูผาเทียมฟ้าอยู่บ่อยครั้ง” เหล่านักล่าได้เริ่มสนทนากัน
“ได้ยินข่าวลือว่ามีปีศาจเพ่นพ่านในป่าจำนวนมาก” ข่าวลือได้ถูกบอกเล่าปากต่อปาก
“เมื่อวานเหล่าศิษย์พรรคสุริยันถูกปีศาจกูลสังหารไปหลายสิบคน” ความตื่นตนกได้คุกรุ่นเหล่าบรรดานักล่า
“ปีศาจกูล!! บริวาร จักรพรรดิแห่งความตายหลุดลอดเข้ามาในเขตแดนทวีปมนุษย์ได้ยังไรกัน”
เรียกได้ว่าเป็นข่าวร้ายที่ไม่มีผู้ใดอยากให้เกิดขึ้น มนุษย์ที่ยังคงอาศัยอยู่ในเขตแดนทวีปมนุษย์นั้นยังนับว่าเป็นตัวตนที่อ่อนแอ เมื่อเทียบกับตัวตนที่โลดเล่นอยู่ในโลกใหม่ ซึ่งอยู่นอกเขตแดนทวีปมนุษย์
“ข้าไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้กลุ่มเขี้ยวพระจันทร์ได้รวบรวมคนออกทำภารกิจแบบปูพรมกวาดล้าง”
เหล่าปีศาจที่เป็นบริวารจักรพรรดิ์แห่งความตาย ถูกจัดอยู่ในตัวตนระดับกลาง ในอาณาเขตทวีปมนุษย์นั้นมีเพียงตัวตนปีศาจตามธรรมชาติระดับต่ำเท่านั้น นอกจากนั้นเป็นปีศาจที่ลักลอบเข้ามา ด้วยพลังเผ่าพันธุ์ปีศาจที่เหนือจินตนาการจนสามารถลักลอบเข้ามาได้
ทวีปมนุษย์เป็นแหล่งทรัพยากรอันหอมหวานของพวกปีศาจ
หากต้องการไล่ล่าลูกทักษะแก้วปีศาจและลูกแก้วทักษะสัตว์อสูรระดับสูง ต้องก้าวข้ามประตูเทวะสู่โลกใหม่ให้ได้เสียก่อน
ข่าวการปรากฏตัวของปีศารบริวารจักรพรรดิแห่งความตาย จึงเกิดการตื่นตัวต่อสถานการ์การเคลื่อนไหวของพวกมัน
เวลาผ่านไปไม่นาน
เสี่ยวเอ้อก็นำอาหารทั้ง10อย่างมาเสริฟถึงที่
“อาหารที่ทางโรงเตี้ยมจัดให้มี ปูร้อยปีผัดซอส เต้าหู้ทรงเครื่องเสฉวน เกี้ยวสวรรค์ อสูรเป็ดย่าง ผัดบะหมี่ กุ้งมังกรชุบแป้งทอด อสูรหมูแดง ปลาอสูรนึ่งซอสพริก หูอสูรฉลามผัดแห้ง โต้วเหมี่ยวผัดน้ำมันหอย พร้อมน้ำชาร้อนๆหนึ่งถ้วย ” เสี่ยวเอ้อร่ายรายการอาหารยืดยาว
นัยน์ตาเด็กหนุ่มเบิกกว้างกับอาหารหรูหลา10อย่างที่ปรากฏเบื้องหน้า
ไอควันร้อนๆล่องลอยพร้อมกับกลิ่นหอมหวานชวนน้ำลายไหล สำผัสทางจมูก ตาและทางใจถูกกระตุ้นจนถึงขีดสูงสุด ไม่อาจรั้งรอได้อีกต่อไป
“…….” ทานเพียงคำแรกอาการเด็กหนุ่มถึงกับนิ่งค้าง โดยไม่ทราบสาเหตุ ราวกับได้ล่องลอยไร้ซึ่งวิญญาณครองกายอย่างเนิ่นนาน
เสี้ยววินาทีต่อมาสติจึงได้กลับคืน
‘น…นี้มันสวรรค์ หนทางสู่สวรรค์ !!’ เสี่ยวเอ้อและผู้คนรอบข้างต่างรู้สึกขบขันกับท่าทางแปลกประหลาดของเด็กหนุ่ม
เด็กหนุ่มถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้งเชิง
หมิงหลงสลัดคราบนายน้อยผู้สำราญจนหมดสิ้น และสวาปามทุงสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าอย่างรวดเร็ว
1 ชั่วยามถัดไป
“อาหารที่แท้จริงเป็นเช่นนี้เอง ไอพวกตระกูลไป๋เอาอาหารหมูอันใดให้ข้ากินกัน บัดซบ!” ใบหน้าเด็กหนุ่มเดี๋ยวดีใจเดี๋ยวโกรธ วิปลาสเป็นแน่แท้ ในสายตาผู้อื่น
“หน้าตาก็ดีมีสกุล แต่กลับไร้มารยาทแถมวิปลาสอีกต่างหาก น่าเสียดายจริงๆ!!” หญิงสาวผู้ฝึกตนผู้หนึ่งได้เอ่ยขึ้น
คิ้วหมิงหลงถึงกับกระตุก ด้วยประสาทรับรู้ที่เฉียบคมมากกว่าผู้อื่นหลายเท่าตัว
“เสี่ยวเอ้อ คิดตัง” ถ้วยชาถูกกระดงจนหมดในทันที
“ทั้งหมด 20 เหรียญทองขอรับนายน้อย”
“ห่ะ!! ทำไมถึงแพงเช่นนี้” หมิงหลงถึงกับตลึงกับราคาอาหาร ห้องพักเพียงแค่คืนละ50เหรียญเงินเท่านั้น (1ทองเท่ากับ100เหรียญเงิน) “ก็คุณชายบอกราคาไม่เกี่ยง ข้าเลยบอกพ่อครัวให้เปลี่ยนวัตถุดิบทั้งหมด ไม่ว่าจะเนื้อสัตว์ ผัก สมุนไพรเป็นระดับ10ถึง100ปีแทนระดับทั้วไป” เสี่ยวเอ้อยิ้มอย่างมีเสศนัย
‘บัดซบ!! โดนเสี่ยวเอ้อเล่นเข้าแล้ว’
‘แต่ก็ถือว่าพอรับได้กับรสชาติปานขึ้นสวรรค์’ หมิงหลงพูดปลอบใจตัวเองพร้อมควักเงินจ่ายจากแหวนมิติ