จุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

    บทที่12 หนทางสู่สวรรค์

    หนึ่งคืนผ่านไป
    เฮือกกก !!
    คราบของเหลวสีดำสกปรกถูกย้อมไปทั่วทั้งกายเด็กหนุ่ม ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณห้อง
    แสดงถึงการผลัดเปลี่ยนร่างกายได้เสร็จสิ้นลง
    หมิงหลงรู้สึกถึงพลังงานหมาศาล กำลังพลุ่งหล่านภายในกายจำนวนมาก อวัยวะทุกส่วนเต็มไปด้วยพลังงานหนาแน่น สำผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ หนังและกระดูก ได้ถูกทะลวงขีดจำกัดของร่างกายไปอีกขั้น
    วิชากายาเทพได้ทะลวงข้ามขั้นถึง2ขั้น ตอนนี้เข้าสู่ระดับกายาเงินขั้นสุดยอด ซึ่งข้ามระดับกายาเงินขั้นสูง มาอย่างเหนือความคาดหมายไปมาก
    ความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มขึ้นห้าสิบเปอร์เซ็น พลังป้องกันอยู่ครึ่งก้าวสู่กายาทอง นับว่าผู้ฝึกตนระดับขอบเขตปราณเทียบเท่าเขานั้น ไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนบนร่างกายเขา
    ไม่เพียงเท่านั้น
    “ระดับฝึกตนทะลวงสู่ขอบเขตกำเนิดปราณขั้นที่7 เช่นกัน”
    รางกายผ่านการดูดซับโลหิตเป็นครั้งแรก การทะลวงระดับขั้นถึงสองแบบ ปราณและกายาพร้อมกัน นั้นแสดงถึงร่างกายดูดซับโลหิตปีศาจกูลอย่างเต็มประสิทธิภาพ และวิชากายาเทพเป็นตัวผลักดันที่สำคัญ
    เพียงบรรลุวิชากายาระดับสูงสุด ผู้ฝึกกายาสามารถก้าวข้ามกำแพงความแข็งแกร่งจนสามารถเทียบเท่าผู้ฝึกตนหนทางแห่งปราณ การบ่มเพาะกายา มีต้นแบบที่คล้ายคลึงกับวิธีบ่มเพาะของของเหล่าปีศาจและสัตว์อสูร
    ร่างกายของพวกมันมีการทำงานพิเศษ สามมารถดูซับไอสวรรค์โดยตรงผ่านร่างกายทุกส่วน พลังของพวกมันเจ็ดในสิบส่วนเป็นรูปแบบกายภาพ
    ส่วนผู้ฝึกปราณนั้นเชี่ยวชาญทางด้านหยิบยืมพลังธรรมชาติมาใช้ผ่านร่างกาย ที่เป็นภาชนะส่งผ่านปราณ
    บรรดาผู้ฝึกกายามีหนทางที่ยากลำบากหลายเท่าตัว ต้องผ่านประสบการณ์ความเจ็บปวดปางตายนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกายา
    เด็กหนุ่มเกิดความรู้สึกว่าเขานั้นดื่มโลหิตปีศาจกูลมากจนเกินไป พลังงานที่มากมายนั้นได้บีบร่างกายของเขาจนแทบแหลกสลาย
    “ท่องยุทธวันแรก ดูจะไม่ราบรื่นอย่างที่คาดคิด เจอสถานการณ์เฉียดตายถึง2ครั้ง” เด็กหนุ่มเอ่ยแบบถอนหายใจ
    เด็กหนุ่มกระเด้งตัวขึ้นจากพื้น มุ่งตรงไปยังห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายอย่างเสร็จสรรพ
    แสงแดดยามอรุณที่ลอดเข้าทางหน้าต่างเข้ากระทบร่างกายเด็กหนุ่ม ผิวพรรณขาวอมชมพูอ่อนๆสะท้อนแสงเปร่งประกาย
    “สิ่งที่จำเป็นที่สุดในตอนนี้คือข้อมูล” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น พร้อมทั้งชุดใหม่ที่ถูกสวมใส่ เนื้อตัวขาวผ่องใสราวกับเจ้าชายสำราญ
    “แต่ร่างกายของข้าในบัดนี้นั้น เรียกร้องถึงอาหาร !! อาหารมนุษย์ที่ไม่เคยได้ลิ้มลองมาตลอดชีวิต”
    ตัวเด็กหนุ่มไม่ใช่ทาศผู้อดหยากปากแห้งอีกต่อไป เขามีทั้งสกุล เงิน และเป็นฝู้เดินสู่หนทางแห่งผู้ฝึกตนอันทรงเกียรติ
    ไม่กี่นาทีถัดมา
    ณ โรงเตี๊ยมมังกรหยก
    “เสี่ยวเอ้อ ขอโต๊ะเดี่ยวชั้นสองให้ข้าที่นึง” หมิงหลงต้องการวิวสังเกตการณ์ และเป็นสถานที่หาข้อมูลอย่างดีเยี้ยม
    บรรยากาศภายในโรงเตี้ยมเต็มไปด้วยบรรดาผู้ฝึกตนเป็นกลุ่มๆ ข้างกายร้ายล้อมไปด้วยอาวุธราวกับเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจบางอย่าง
    “คุณชายเชิญทางนี้ขอรับ”
    “เสี่ยวเอ้อ คนพวกนี้กำลังจะไปทำอันใดกัน” หมิงหลงเอ่ยด้วยความสงสัย
    “อ๋อ พวกเขาเป็นนักล่าภายใต้ลังกัด จักรพรรดิ์หอคอยเก้าชั้นฟ้า กำลังเตรียมตัวออกไปทำภารกิจขอรับ” เสี่ยวเอ้อ ตอบอย่างคล่องแคล่ว
    ‘นักล่า? น่าสนใจ’
    เมื่อมาถึงที่โต๊ะบนชั้นสองก็เริ่มสั้งอาหารทันที
    “เสี่ยวเอ้อ จัดอาหารขึ้นชื่อของทางโรงเตี้ยมมาให้ข้าซักสิบอย่าง ราคาไม่เกี่ยง” หมิงหลงเอ่ยขึ้นราวกับลูกเศรษฐีจอมผลาญทรัพย์
    “ส..สิบอย่าง จะกัดการให้เดี่ยวนี้ขอรับคุณชาย” เสี่ยวเอ้อตกใจกับจำนวนที่สั่งกินสำหรับคนเดียว
    หลังจากนั้น ได้เบนสายตาไปที่บรรดาผู้ฝึกตนด้านล่างอย่างสนอกสนใจ
    “ช่วงนี้มีภารกิจตรวจสอบพื้นที่รอบๆ ป่าภูผาเทียมฟ้าอยู่บ่อยครั้ง” เหล่านักล่าได้เริ่มสนทนากัน
    “ได้ยินข่าวลือว่ามีปีศาจเพ่นพ่านในป่าจำนวนมาก” ข่าวลือได้ถูกบอกเล่าปากต่อปาก
    “เมื่อวานเหล่าศิษย์พรรคสุริยันถูกปีศาจกูลสังหารไปหลายสิบคน” ความตื่นตนกได้คุกรุ่นเหล่าบรรดานักล่า
    “ปีศาจกูล!! บริวาร จักรพรรดิแห่งความตายหลุดลอดเข้ามาในเขตแดนทวีปมนุษย์ได้ยังไรกัน”
    เรียกได้ว่าเป็นข่าวร้ายที่ไม่มีผู้ใดอยากให้เกิดขึ้น มนุษย์ที่ยังคงอาศัยอยู่ในเขตแดนทวีปมนุษย์นั้นยังนับว่าเป็นตัวตนที่อ่อนแอ เมื่อเทียบกับตัวตนที่โลดเล่นอยู่ในโลกใหม่ ซึ่งอยู่นอกเขตแดนทวีปมนุษย์
    “ข้าไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้กลุ่มเขี้ยวพระจันทร์ได้รวบรวมคนออกทำภารกิจแบบปูพรมกวาดล้าง”
    เหล่าปีศาจที่เป็นบริวารจักรพรรดิ์แห่งความตาย ถูกจัดอยู่ในตัวตนระดับกลาง ในอาณาเขตทวีปมนุษย์นั้นมีเพียงตัวตนปีศาจตามธรรมชาติระดับต่ำเท่านั้น นอกจากนั้นเป็นปีศาจที่ลักลอบเข้ามา ด้วยพลังเผ่าพันธุ์ปีศาจที่เหนือจินตนาการจนสามารถลักลอบเข้ามาได้
    ทวีปมนุษย์เป็นแหล่งทรัพยากรอันหอมหวานของพวกปีศาจ
    หากต้องการไล่ล่าลูกทักษะแก้วปีศาจและลูกแก้วทักษะสัตว์อสูรระดับสูง ต้องก้าวข้ามประตูเทวะสู่โลกใหม่ให้ได้เสียก่อน
    ข่าวการปรากฏตัวของปีศารบริวารจักรพรรดิแห่งความตาย จึงเกิดการตื่นตัวต่อสถานการ์การเคลื่อนไหวของพวกมัน
    เวลาผ่านไปไม่นาน
    เสี่ยวเอ้อก็นำอาหารทั้ง10อย่างมาเสริฟถึงที่
    “อาหารที่ทางโรงเตี้ยมจัดให้มี ปูร้อยปีผัดซอส เต้าหู้ทรงเครื่องเสฉวน เกี้ยวสวรรค์ อสูรเป็ดย่าง ผัดบะหมี่ กุ้งมังกรชุบแป้งทอด อสูรหมูแดง ปลาอสูรนึ่งซอสพริก หูอสูรฉลามผัดแห้ง โต้วเหมี่ยวผัดน้ำมันหอย พร้อมน้ำชาร้อนๆหนึ่งถ้วย ” เสี่ยวเอ้อร่ายรายการอาหารยืดยาว
    นัยน์ตาเด็กหนุ่มเบิกกว้างกับอาหารหรูหลา10อย่างที่ปรากฏเบื้องหน้า
    ไอควันร้อนๆล่องลอยพร้อมกับกลิ่นหอมหวานชวนน้ำลายไหล สำผัสทางจมูก ตาและทางใจถูกกระตุ้นจนถึงขีดสูงสุด ไม่อาจรั้งรอได้อีกต่อไป
    “…….” ทานเพียงคำแรกอาการเด็กหนุ่มถึงกับนิ่งค้าง โดยไม่ทราบสาเหตุ ราวกับได้ล่องลอยไร้ซึ่งวิญญาณครองกายอย่างเนิ่นนาน
    เสี้ยววินาทีต่อมาสติจึงได้กลับคืน
    ‘น…นี้มันสวรรค์ หนทางสู่สวรรค์ !!’ เสี่ยวเอ้อและผู้คนรอบข้างต่างรู้สึกขบขันกับท่าทางแปลกประหลาดของเด็กหนุ่ม
    เด็กหนุ่มถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้งเชิง
    หมิงหลงสลัดคราบนายน้อยผู้สำราญจนหมดสิ้น และสวาปามทุงสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าอย่างรวดเร็ว
    1 ชั่วยามถัดไป
    “อาหารที่แท้จริงเป็นเช่นนี้เอง ไอพวกตระกูลไป๋เอาอาหารหมูอันใดให้ข้ากินกัน บัดซบ!” ใบหน้าเด็กหนุ่มเดี๋ยวดีใจเดี๋ยวโกรธ วิปลาสเป็นแน่แท้ ในสายตาผู้อื่น
    “หน้าตาก็ดีมีสกุล แต่กลับไร้มารยาทแถมวิปลาสอีกต่างหาก น่าเสียดายจริงๆ!!” หญิงสาวผู้ฝึกตนผู้หนึ่งได้เอ่ยขึ้น
    คิ้วหมิงหลงถึงกับกระตุก ด้วยประสาทรับรู้ที่เฉียบคมมากกว่าผู้อื่นหลายเท่าตัว
    “เสี่ยวเอ้อ คิดตัง” ถ้วยชาถูกกระดงจนหมดในทันที
    “ทั้งหมด 20 เหรียญทองขอรับนายน้อย”
    “ห่ะ!! ทำไมถึงแพงเช่นนี้” หมิงหลงถึงกับตลึงกับราคาอาหาร ห้องพักเพียงแค่คืนละ50เหรียญเงินเท่านั้น (1ทองเท่ากับ100เหรียญเงิน) “ก็คุณชายบอกราคาไม่เกี่ยง ข้าเลยบอกพ่อครัวให้เปลี่ยนวัตถุดิบทั้งหมด ไม่ว่าจะเนื้อสัตว์ ผัก สมุนไพรเป็นระดับ10ถึง100ปีแทนระดับทั้วไป” เสี่ยวเอ้อยิ้มอย่างมีเสศนัย
    ‘บัดซบ!! โดนเสี่ยวเอ้อเล่นเข้าแล้ว’
    ‘แต่ก็ถือว่าพอรับได้กับรสชาติปานขึ้นสวรรค์’ หมิงหลงพูดปลอบใจตัวเองพร้อมควักเงินจ่ายจากแหวนมิติ