บรรยากาศของศูนย์เพาะเลี้ยงไผ่เหล็กแห่งนี้แตกต่างจากศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์อสูรในตัวเมืองปิงหยวนอย่างสิ้นเชิง
ที่นี่ไม่มีโซนจำลองอุณหภูมิสุดขั้ว ไม่มีทะเลทรายจำลองที่ดูแห้งแล้ง หรือทุ่งน้ำแข็งหนาวเหน็บ มีเพียงป่าไผ่เขียวขจีบนยอดเขาสูงที่แผ่ขยายอาณาเขตออกไปจนสุดลูกหูลูกตา
ในโลกใบนี้ สืออวี่มักจะได้เห็นเื่ที่ขัดต่อสามัญสำนึกอยู่เสมอ สภาพแวดล้อมที่โลกเดิมไม่มีทางอยู่ร่วมกันได้ กลับผสมผสานกันอย่างลงตัวที่นี่
ถ้ามองให้ลึกลงไป นี่ไม่ใช่เื่บังเอิญ แต่เป็ผลกระทบจากพลังของเหล่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่ส่งอิทธิพลต่อสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศโดยรอบ
เมื่อเทียบกันแล้ว ศูนย์เพาะเลี้ยงไผ่เหล็กแห่งนี้ถือว่าค่อนข้างปกติ... อย่างน้อยก็ปกติกว่าพวกศูนย์เพาะเลี้ยงในตัวเมืองเยอะ
ผืนดินอุดมสมบูรณ์ ป่าไม้เขียวชอุ่ม ต้นไผ่เหล็กเติบโตงอกงาม แหล่งน้ำใสสะอาด พร้อมเสียงธารน้ำไหลรินไม่ขาดสาย นี่คือสภาพแวดล้อมที่อสูรกินเหล็กโปรดปรานที่สุด
ตอนนี้ สืออวี่กำลังเดินตามหลินซิวจู๋เข้ามาในโซนเพาะเลี้ยง ถึงเธอจะแจ้งไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าเหลือลูกสัตว์อสูรแค่ตัวเดียว แต่เขาก็อยากมาเห็นกับตาให้ชัวร์
จะให้รอลูกอสูรกินเหล็กรุ่นต่อไปโต... เขารอไม่ไหวหรอก
‘ชีวิตมันไม่ง่ายเลยแฮะ’ สืออวี่ถอนหายใจเงียบๆ
ความจริงที่นี่ไม่ได้มีแค่ลูกสัตว์อสูร ยังมีอสูรกินเหล็กตัวเต็มวัยอยู่อีกเพียบ แต่เป้าหมายของเขาคือลูกอสูรเท่านั้น
สำหรับมือใหม่อย่างเขา การเริ่มทำสัญญากับสัตว์อสูรวัยเด็กคือทางเลือกที่ดีที่สุด อสูรกินเหล็กตัวโตอาจทำสัญญาได้ก็จริง แต่สืออวี่มั่นใจว่า... ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ คุมพวกมันไม่อยู่แน่นอน
“อสูรกินเหล็ก... เก็บตัวเงียบกว่าที่คิดแฮะ”
ตลอดทางที่เดินมา เขาเห็นอสูรกินเหล็กปลีกวิเวกอยู่ตามลำพังหลายตัว ทุกตัวนอนอืดอยู่ในโลกส่วนตัว บ้างนอนแผ่หราในรังหญ้า บ้างกอดต้นไม้แน่นไม่ยอมปล่อย บ้างก็พาดตัวห้อยต่องแต่งอยู่บนกิ่งไม้เหมือนผ้าขี้ริ้ว
สงบเงียบ... จนผิดภาพจำคำว่า สัตว์อสูร ไปไกลโข
“่นี้ยังไม่ใช่ฤดูที่พวกมันคึกคักค่ะ” หลินซิวจู๋อธิบายขณะเดินนำ
“อสูรกินเหล็กที่โตแล้วจะค่อนข้างรักสงบ แต่ตัวเล็กๆ จะซนกว่าหน่อย”
ไม่นานนัก สืออวี่ก็สะดุดตากับอสูรกินเหล็กตัวหนึ่งที่ไซส์เล็กกว่าเพื่อน ลำตัวยาวไม่ถึงเมตร อายุราวๆ หนึ่งขวบ เพิ่งหย่านมและแยกจากแม่มาใช้ชีวิตเองได้ไม่นาน
ลูกอสูรกินเหล็กวัยนี้แหละที่ผู้ฝึกอสูรนิยมเลือกที่สุด เล็กไปก็เลี้ยงยาก โตไปก็คุมลำบาก
“ตัวนี้เหรอครับ?”
ทันทีที่เห็น สืออวี่ก็รู้สึกใจฟูขึ้นมาทันที การรอคอยตลอดสามเดือน... ไม่เสียเปล่าแล้ว!
ขนสีขาวดำตัดกันดูนุ่มฟู หางสั้นๆ แกว่งไปมาอย่างร่าเริง และจังหวะนั้นเอง เ้าตัวเล็กก็หันมาสบตากับพวกเขา ดวงตากลมโตภายใต้ขอบตาดำจ้องมองมาด้วยแววตาเป็ประกาย
“ใช่ค่ะ” หลินซิวจู๋พยักหน้า
“ดูปกติดีนี่ครับ” สืออวี่เปรยขึ้น
พูดยังไม่ทันขาดคำ เ้าลูกอสูรก็สะบัดหน้าหนี ก่อนจะพุ่งเอาหัวโขกต้นไม้ตรงหน้าเปรี้ยงใหญ่!
ปัง!
ร่างกลมปุ๊กกระเด้งดึ๋ง กลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นหลายตลบเหมือนลูกบอล
“โอเค... ขอถอนคำพูด ดูทรงไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่” สืออวี่รีบกลับคำทันที
หลินซิวจู๋กุมขมับด้วยความปวดหัว “มันมีปัญหาตอนเกิดนิดหน่อยค่ะ การคลอดไม่ราบรื่น ร่างกายเลยอ่อนแอกว่าตัวอื่น... อสูรกินเหล็กรุ่นเดียวกันตื่นรู้สกิลกายาเหล็กกันหมดแล้วั้แ่ก่อนอายุครบขวบ มีแค่ตัวนี้แหละ... ที่ยังไม่ตื่นรู้เลย”
ปกติแล้ว ยิ่งสัตว์อสูรตื่นรู้สกิลเผ่าพันธุ์ได้เร็ว ก็ยิ่งหมายถึงพร์ที่ดี ส่วนพวกที่ช้า... ก็แปลว่าห่วย นี่แหละเป็เหตุผลที่มันถูกทิ้งไว้เป็ตัวเลือกสุดท้าย ไม่มีใครเอา
“ด้วยความแตกต่างเฉพาะตัว นิสัยของมันเลยเปลี่ยนไป ไม่เหมือนอสูรกินเหล็กตัวอื่นค่ะ”
โดยธรรมชาติ อสูรกินเหล็กจะใช้เวลาครึ่งวันไปกับการกิน อีกครึ่งวันกับการนอน นิสัยอ่อนโยน ไม่ก้าวร้าว เห็นคนก็เอาอุ้งเท้าปิดหน้าด้วยความเขินอาย ไม่ชอบการต่อสู้ เหมาะกับมือใหม่สุดๆ
แต่เ้าตัวนี้มันผ่าเหล่า พัฒนาการช้า ทำไม่ได้อย่างเพื่อน แถมยังโดนเมิน... มันเลยเกิดอาการ... ร้อนรน
แทนที่จะี้เีสันหลังยาวตามสายพันธุ์ มันกลับลุกขึ้นมาฝึกหนัก มีระเบียบวินัยเวอร์วัง หวังจะตื่นรู้สกิลกายาเหล็กให้ได้เร็วที่สุด
อสูรกินเหล็กที่ไม่ี้เี... หาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
เสียดายแค่พร์ไม่เป็ใจ การเอาหัวพุ่งชนต้นไม้เมื่อกี้... ก็คือการฝึกร่างกายสไตล์มันนั่นแหละ
“สรุปคือ พร์ห่วยแตก แต่ขยัน ทะเยอทะยาน... นอกนั้นก็ไม่มีดีอะไรเลย?” สืออวี่สรุปพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“พูดแรงไปนิด... แต่ก็ประมาณนั้นค่ะ แต่ถ้าได้เข้าไปอยู่ในห้วงมิติอสูรก็จะพัฒนาขึ้นได้”
อสูรกินเหล็กที่มีวินัยขนาดนี้ จริงๆ แล้วถือเป็เื่ดี... ถึงจะกินจุเป็พิเศษก็ตาม
“งั้นผมเอาตัวนี้แหละ”
สืออวี่ตัดสินใจแทบจะทันที เขาไม่อยากได้สัตว์อสูรที่วันๆ เอาแต่นอนกินบ้านกินเมือง คนี้เีน่ะ... มีแค่เขาคนเดียวในบ้านก็พอแล้ว!
เื่พร์ช่างหัวมัน เพราะเขามีสารานุกรมสกิล ความพยายามบวกสูตรโกงนี่แหละ คือหนทางสู่ราชันที่แท้จริง!
“ว่าแต่... มีส่วนลดไหมครับ?”
หลินซิวจู๋ถึงกับไปไม่เป็ “ลดไม่ได้ค่ะ แต่แถมไผ่เหล็กให้ฟรีหนึ่งเดือน”
ไผ่เหล็กคืออาหารหลัก ทั้งแพง ทั้งจำเป็... ดีลนี้ถือว่าคุ้ม!
“ขอบคุณครับ!”
เมื่อตกลงกันเสร็จสรรพ หลินซิวจู๋ก็เดินเข้าไปหาเ้าตัวเล็ก
“สิบเอ็ด ในที่สุดก็มีคนเลือกเธอแล้วนะ”
ลูกอสูรกินเหล็กเงยหน้ามองสืออวี่ ตาแป๋วแหววเหมือนจะดีใจ... แต่ช้าก่อน!
มันชูแขนขึ้นฟ้า แล้วคำรามก้องในใจ “อสูรกินเหล็กจะไม่ยอมเป็ทาส!!!”
สิ้นเสียงคำรามแห่งอุดมการณ์ มันก็เตรียมสับตีนหนีทันที แต่ยังไม่ทันก้าวขา ก็ถูกมือดีคว้าคอหิ้วลอยหวือขึ้นกลางอากาศซะก่อน
สืออวี่ (ผู้มีสื่อจิต) : “......”
‘โอ้โห... เืนักสู้ซะด้วย’
หลินซิวจู๋จับมันกดลงกับพื้น ล็อกตัวไว้อย่างแ่า แรงเยอะผิดรูปร่างบอบบาง เพราะพลังของสัตว์อสูรช่วยอัปเกรดสมรรถภาพร่างกายให้ผู้ฝึกอสูรด้วย
“ฟังนะ... ทำสัญญาแล้วเธอจะเก่งขึ้น กายาเหล็กที่อยากได้ก็จะตื่นรู้ อยู่สบาย กินดีอยู่ดีกว่าที่นี่แน่นอน เข้าใจไหม?”
เ้าตัวเล็กชะงักกึก สายตาค่อยๆ เบนกลับมามองสืออวี่อย่างชั่งใจ
สืออวี่เห็นจังหวะดีเลยสวนขึ้นมาสั้นๆ
“กินฟรี อยู่ฟรี”
แหมะ... น้ำลายใสๆ ไหลย้อยออกมาจากมุมปากทันที
สุดท้าย... อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ก็พ่ายแพ้ให้กับสวัสดิการ
อสูรกินเหล็กจะไม่ยอมเป็ทาส... ยกเว้นถ้าได้กินฟรีอยู่ฟรี!