ใบหน้างดงามแสดงความแปลกใจนิดๆอดีตสาวใช้ของนางผู้นี้ไม่มีหัวคิดขนาดนั้นเลยหรือทั้งที่เพิ่งหักหลังเ้านายไปแท้ๆ แต่พอเกิดเื่ก็วิ่งแจ้นกลับมาร้องห่มร้องไห้ขอความเห็นใจเห็นนางเป็แม่พระหรือว่ามีเหตุผลอื่นแอบแฝงกัน
นั่นสินะ นางดูแลเรือนหลังมาด้วยความยุติธรรมอีกฝ่ายมาคุกเข่าร้องห่มร้องไห้น่าสงสารขนาดนี้หากยังวางตัวนิ่งเฉยคงถูกสตรีเรือนหลังคนอื่นเอามาเสียดสีเป็แน่ว่านางเป็คนจิตใจคับแคบและเห็นแก่ตัวขนาดคนเคยปรนนิบัติเดือดร้อนยังไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ฮึ! จนถึงขนาดนี้แล้วยังคิดจะลากกันลงน้ำโคลนไปด้วยอีกหรือเสี่ยวเซียง
อือ... ขอถอนคำพูดอีกฝ่ายไม่ใช่ไม่มีหัวคิดอย่างที่นางนึก อีกทั้งยังช่างคิดเสียด้วย
ทว่า... ลืมไปแล้วหรือว่า ใครเป็คนสอนเ้าให้คิดเป็กัน
“เอาเถอะ นางมาร้องไห้หน้าเรือนขนาดนี้ ข้าจะไม่ออกไปดูก็กระไรอยู่”
ร่างบางก้าวออกจากเรือนอย่างไม่รีบร้อนสองข้างขนาบด้วยสาวใช้คนสนิท ทั้งคู่เดินประคองเ้านายของตนด้วยท่าทีระมัดระวังแววตามองสตรีผู้มีใบหน้างดงามที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าเรือนอย่างไม่เป็มิตร
...ก็ใครจะกล้าไว้ใจสุนัขที่เคยเเว้งกัดเ้าของ!
“ฮูหยินใหญ่ๆได้โปรดเมตตาช่วยเสี่ยวเซียงเถิดนะเ้าคะ ข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ”
พอสายตาเห็นเ้านายเก่าอดีตสาวใช้ก็รีบถลาเข้ามาคุกเข่า ใบหน้าเล็กงดงามเปียกปอนด้วยน้ำตาท่าทางร่ำไห้เห็นแล้วชวนให้นึกอยากทะนุถนอม ประดุจดอกสาลี่ต้องลมฝนทว่าน่าเสียดายที่อวิ๋นซือหาใช่บุรุษ จึงมิได้มีใจรักหยกถนอมบุปฝาสักเท่าใด
“ผิดแล้วเสี่ยวเซียง มันไม่ใช่เื่ที่ข้าจะเมตตาหรือไม่แม้ว่าเ้าเป็สาวใช้ของข้าก็ตามเถอะ”
คำพูดแบ่งแยก ขีดเส้นสูงต่ำอย่างเห็นได้ชัดขนาดแค่ไม่กี่วันที่ขึ้นเตียงสามีนางได้ เสี่ยวเซียงกล้าเล่นลิ้นใช้คำว่า ‘ข้า’ แทน ‘บ่าว’ อย่างที่เคย เห็นชัดว่าคิดปีนเกลียวแล้วจะให้นางส่งเสริมงูพิษมาเเว้งกัดตนเองหรืออวิ๋นซือผู้นี้ยังไม่โง่งมถึงเพียงนั้น
เสี่ยวเซียงพลันชะงักในใจประโยคเมื่อครู่ฮูหยินใหญ่จงใจกดศีรษะนางแน่นอนอีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้มองนางเป็เมียอีกคนของนายท่านเลยสักนิด อดีตสาวใช้จวนเก่ากัดริมฝีปากจนรู้สึกได้ถึงกลิ่นโลหิตแม้จะโกรธเกลียดคนตรงหน้ามากเพียงใด ทว่ายามนี้ไม่อาจต้านทานอำนาจของอีกฝ่าย จึงจำต้องก้มหัวให้เพื่อเอาตัวรอด
ในอดีตเสี่ยวเซียงนับว่าเป็คนฉลาดเฉลียวที่สุดในบรรดาสาวใช้ของอวิ๋นซือนางถนัดในการมองสีหน้าและเอาใจผู้คนนับแต่ที่ได้คุณหนูใหญ่ใช้เงินไถ่ตัวมาจากบิดาที่คิดนำนางไปขายหอนางโลมเด็กสาวก็ติดตามอีกฝ่ายเรื่อยมา ในจวนเสนาบดีนั้น จางซื่อไร้อำนาจอีกทั้งความคิดยังตื้นเขินที่สามารถนั่งตำแหน่งฮูหยินใหญ่มาได้จนทุกวันนี้ก็เพราะบุตรสาวที่วางแผนอยู่เื้ันั่นเอง
เสี่ยวเซียงติดตามอวิ๋นซือพลางเฝ้าซึมซับและเรียนรู้อยู่ที่จวนเก่านางไร้ความคิดจะปีนเตียงใต้เท้าเสนาบดีเพราะรูปลักษณ์และอายุของบิดาอีกฝ่ายหาได้น่าพิศมัยอันใด ทว่าหลันชิงนั้นไม่ใช่ เขามีรูปลักษณ์หล่อเหลาอีกทั้งยังอบอุ่นละมุนนุ่มนวล แผ่กลิ่นอายของบัณฑิต นับแต่ได้เห็นแวบแรก เสี่ยวเซียงก็เทใจทั้งดวงให้อีกฝ่ายจนสิ้น
นางหลงรักเขาั้แ่แวบแรกที่ได้พบใจดวงนี้มีนายท่านเข้ามายึดครองหมดทั้งดวงอีกทั้งเห็นสตรีของหลันชิงที่มีมากเสียยิ่งกว่ามาก เสี่ยวเซียงจึงกล้าตัดสินใจกระทำการหักหลังผู้เป็นาย
อย่างไรเสียนายท่านก็ไม่ได้มีฮูหยินใหญ่เพียงผู้เดียวอยู่แล้วเพิ่มนางอีกคนจะเป็อะไรไป!
“หากฮูหยินใหญ่ยอมช่วยเหลือเสี่ยวเซียงยินดีเป็วัวเป็ม้าตอบแทนเ้าค่ะ หากท่านสนับสนุนข้า ภายหน้าแม้มีบุตร ข้าก็พร้อมยกให้ท่านเป็ผู้ดูแล”
เสี่ยวเซียงมิได้โง่นางรู้ดีที่อวิ๋นซือถูกเหล่าสตรีเรือนหลังวางแผนกลั่นแกล้งส่วนหนึ่งก็เพราะไม่มีบุตรค้ำจุนฐานะ ทำให้แม้ปกครองเหล่าอนุเด็ดขาดเพียงไหนก็ยังไม่วายถูกวางเล่ห์ใส่ในบางครา และสิ่งที่นางเสนอก็เป็ทางเลือกที่บรรดาเมียเอกมักใช้ในยามที่ไม่สามารถมีทายาทเองได้สาวใช้เงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตเ้านายอย่างมุ่งมั่นมั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องยอมรับข้อเสนอของตนแน่นอน
‘ฮึ!แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้อย่างคนตรงหน้ามีหรือจะไม่หวาดกลัวเสี่ยวเซียงผู้นี้ไม่เชื่อหรอก!’
อวิ๋นซือยิ้มบาง ดวงตาโค้งรีเล็กน้อย เสี่ยวเซียงนับว่าทำให้นางได้เปิดหูเปิดตาแล้วสาวใช้คนหนึ่งสามารถคิดอ่านได้ขนาดนี้ นางที่เป็เ้านายชื่นชมนัก
ทว่า... อีกฝ่ายเลือกวางเดิมพันผิดคนแล้ว มิใช่ว่าร่างกายไม่อาจมีบุตรแต่เป็นางเองต่างหากที่ไม่้ามี ดังนั้นยาบำรุงที่ฮูหยินผู้เฒ่าและหลันชิงมอบให้จึงเป็ได้แค่ของไร้ค่าเมื่อถูกผสมเข้ากับยาห้ามตั้งครรภ์ที่ใส่เพิ่มลงไป นับั้แ่รู้ว่าตนเองต้องตบแต่งเข้าสกุลหลันหญิงสาวก็ศึกษาตัวยาที่จะนำมาใช้และทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุดนางจึงใช่ว่ามีบุตรไม่ได้ ทว่าตั้งใจไม่มีเองต่างหาก
นางมิอาจรักหลันชิงต่อไปได้ ยิ่งเห็นการกระทำที่ไร้ใจของอีกฝ่ายก็ยิ่งไม่กล้าผูกพันด้วยจึงไม่คิดมีทายาทสืบทอดให้แก่เขา แต่ในสังคมที่ไร้ปากเสียงของสตรีนางจึงไม่มีสิทธิ์เป็ฝ่ายหย่าขาดสามีเอง อีกทั้งมารดาที่อยู่ในจวนเสนาบดีก็ยังต้องพึ่งพาตำแหน่งฮูหยินใหญ่สกุลหลันเพื่อพยุงฐานะของฮูหยินเอกของตัวเองไว้ดังนั้นอวิ๋นซือจึงต้องจำยอมแบกรับสถานะในตอนนี้
ทว่าใจดวงนี้กลับไม่เคยหยุดคิดที่จะโบยบินเลยสักครา
หวังเพียงสักวันหนึ่งมารดาจะเห็นตนสำคัญกว่าบุรุษใจดำที่อีกฝ่ายงมงาย และเมื่อวันนั้นมาถึงนางก็คงได้โบยบินสู่ฟ้ากว้างสมดั่งใจ