ตอนที่ 23
ท่านหมอหวัง
“ท่านไห่เฉิน...”ใบหน้าของกู่จิ้งผู้ถูกฝักดาบซัดจนกระเด็นยามนี้ไม่เหลือท่าทีเ็าไร้อารมณ์ก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อยการมาของไห่เฉินภายใต้เครื่องแบบทหารนั้นทำให้กู่จิ้งตื่นใเสียยิ่งกว่าโดนด้ามดาบฟาดเอาเสียอีก
“คุณชายท่านนี้เป็แขกของาุโหวังเ้ากล้าแตะต้องงั้นหรือ” ลำพังการโดนไห่เฉินเข้ามาขัดขวางก็ทำให้กู่จิ้งเสียท่าทีมากแล้วยิ่งได้ยินชื่อาุโหวังหรือท่านหวังอี้ฝู่เข้า ผู้คุ้มกันส่วนตัวของบุตรีเ้าเมืองก็ถึงกับใบหน้าถอดสีเพราะตนไม่ได้ทำเพียงรบกวนแขกของท่านาุโหวังเท่านั้นแต่ยังกดแขกท่านนั้นกระแทกลงกับพื้นอีกต่างหาก
“นี่มันเื่อะไรกันทหารเฝ้าประตูมายุ่งอะไรด้วย” ถึงกู่จิ้งจะทราบสถานการณ์แล้วแต่ดูเหมือนภายในร้านน้ำชาแห่งนี้จะยังมีผู้ไม่ทราบสถานการณ์อยู่อีกหลายคนและหนึ่งในนั้นก็คือคุณชายจ้าวนั่นเอง ยามเห็นทหารผู้หนึ่งกล้าเข้ามาขัดขวางลูกน้องของเ้าเมืองฝ่ายจ้าวซุยตงกลับเข้าใจว่านายทหารผู้นี้ช่างไม่ทราบความเอาเสียเลยถึงระดับพลังจะสูงกว่าแต่เป็เพียงทหารเฝ้าประตูเมืองเท่านั้นเ้าหมอนี่ไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงมายุ่งกับคนของเ้าเมืองเช่นนี้
“คุณชายท่านนี้เป็แขกของท่านาุโหวังเ้าฟังไม่เข้าใจตรงไหนงั้นหรือ” ฝ่ายไห่เฉินเห็นจ้าวซุยตงทะเล่อทะล่าออกมาก็ได้แต่ถอนหายใจเห็นมันนั่งร่วมโต๊ะกับคุณหนูหลัวลี่จูก็พอเดาได้ว่าทำไมเ้าหนุ่มนี่ถึงได้กร่างขนาดนี้แน่นอนว่าในยามปกติตัวไห่เฉินก็คงไม่ยุ่งและยอมถอยให้บุตรีของเ้าเมืองอยู่แล้ว เพียงแต่สถานการณ์ครั้งนี้มันต่างออกไป
“าุโหวังอะไรกัน มันยิ่งใหญ่มากนักหรือถึงได้กล้าเข้ามาขัดคุณหนูหลัวลี่จูได้”จ้าวซุยตงคงจะไม่เห็นใบหน้าเหนื่อยใจของกู่จิ้งถึงได้พยายามข่มไห่เฉินราวกับไห่เฉินเป็เพียงขี้ข้าของตนเท่านั้นแต่ถึงจะเอาชื่อของหลัวลี่จูออกมาพูดก็ยังทำให้ไห่เฉินถอยไม่ได้แม้แต้น้อย
“เ้าไม่ทราบงั้นหรือว่าาุโหวังคือใคร”ไห่เฉินไม่ได้ถามกลับไปยังจ้าวซุยตงแต่กลับมองข้ามหัวมันไปยังหลัวลี่จูที่อยู่ข้างหลังไม่ใช่เพียงมองข้ามหัวจ้าวซุยตงเท่านั้นแต่ยังเรียกคุณหนูแห่งจวนเ้าเมืองว่า เ้าอีกต่างหาก
“ข้า..” ท่าทีของหลัวลี่จูดูประหลาดใจมากเพราะไม่คิดว่านายทหารคนหนึ่งจะกล้าทำตัวเฉยเมยต่อหน้าตนเช่นนี้แต่หากจำไม่ผิดนายทหารผู้นี้น่าจะเคยเข้ามาพบบิดาของนางเป็การส่วนตัวมาก่อน ซึ่งมันไม่ใช่หน้าที่ปกติของหัวหน้าทหารยามเลยแท้ๆ
“ท่าทางเ้าเมืองกวางจิ้งจะสั่งสอนบุตรหลานได้ไม่ดีเท่าไหร่นะเป็บุตรีของเ้าเมืองแท้ๆแต่กลับไม่ทราบว่าใครพำนักอยู่ในเมืองบ้าง”ยามเห็นหลัวลี่จูมีท่าทีตะกุกตะกักเมื่อถามถึงาุโหวังกับนางท่าทีของไห่เฉินก็แสดงออกถึงท่าทีตำหนิอย่างชัดเจนแถมคนที่เขากำลังตำหนิกลับเป็เ้าเมืองเสียด้วย
“ท่านไห่เฉินโปรดเข้าใจด้วยท่านเ้าเมืองไม่้าให้เื่ของท่านาุโหวังแพร่กระจายออกไปก็เลยบอกเื่นี้กับไม่กี่คนเท่านั้นขอรับ”กู่จิ้งประสานมือก้มหัวขอขมาไห่เฉินออกมาต่อหน้าคุณหนูหลัวลี่จูอย่างไม่เกรงอกเกรงใจเลยแม่แต้น้อยปกติแล้วกู่จิ้งเป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญามีฝีมือแถมยังเป็คนของเ้าเมืองหากไม่ใช่กับตัวเ้าเมืองและคนในครอบครัวเขาแทบไม่เกรงใจใครเลยแท้ๆ เหตุใดกู่จิ้งถึงดูเกรงใจนายทหารเฝ้าประตูเมืองถึงขนาดนี้
“สิ่งที่เ้าพูดมาก็มีเหตุผลเช่นนั้นข้าจะไม่ถือโทษเื่ในครั้งนี้ก็แล้วกัน แต่...”
“นี่เ้ากล้าเมินข้าเลยงั้นหรือเ้าทหารเฝ้าประตูวันนี้เ้าอยากตกงานมากสินะ” ไห่เฉินยังพูดไม่ทันจบ อยู่ๆจ้าวซุยตงที่โดนมองข้ามกลับอดรนทนไม่ไหวต่อว่าไห่เฉินแถมยังขู่จะไล่ออกเสียอย่างกับตนเป็เ้าเมืองเสียเองถึงมันจะกุมหัวใจบุตรสาวเ้าเมืองเอาไว้ได้และสามารถขอให้นางไล่ทหารเฝ้าประตูเมืองสักคนออกได้จริงๆแต่ท่าทางจ้าวซุยตงจะขาดทักษะการอ่านบรรยากาศไปมากทีเดียว
เปรี้ยง!!
แม้แต่คุณหนูบุตรสาวเ้าเมืองไห่เฉินยังไม่มีท่าทีหวาดกลัวมีหรือจะมาเกรงใจไอ้หนุ่มที่มาติดพันกับนางพริบตาที่จ้าวซุยตงพยายามจะเข้ามาหาเื่ฝ่ามือของไห่เฉินก็ฟาดเข้าใส่ใบหน้าหล่อๆของมันจนร่างปลิวไปกระแทกกับต้นไม้ข้างทางจนต้นไม้เกือบจะโค่นลงมาเลยทีเดียว
“วันนี้เ้ากลับไปบอกเ้าเมืองเสียว่าเขาจะต้องเข้มงวดกับบุตรสาวให้มากกว่านี้โดยเฉพาะเื่การคบสหาย” ไห่เฉินเช็ดเืออกจากชุดเกราะตรงฝ่ามือก่อนจะมองไปทางกู่จิ้งด้วยท่าทีดุดันราวกับกำลังจะข่มขู่กันไม่มีผิดแต่ฝ่ายกู่จิ้งกลับไม่มีท่าทีจะขัดขืนเลยแม้แต่น้อย ตัวมันทำได้เพียงรับปากและก้มหัวให้ไห่เฉินไม่หยุดเล่นเอาคุณหนูหลัวลี่จูได้แต่งุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นนายทหารเฝ้าประตูเมืองคนนี้ทำไมถึงทำราวกับตนสามารถสั่งเ้าเมืองกวางจิ้งได้เลยล่ะ
“คุณชาย ขออภัยที่ทำให้เกิดเื่เช่นนี้ขึ้นตอนนี้ท่านหวังยินดีจะให้ท่านเข้าพบแล้ว เชิญคุณชายตามข้ามาขอรับ”ตรงกันข้ามกับท่าทีที่แสดงออกต่อหน้าบุตรสาวเ้าเมือง ไห่เฉินยามพูดคุยกับชุนหยางนั้นราวกับกำลังพูดคุยกับบุคคลสำคัญที่ไม่อาจล่วงเกินได้เสียอย่างนั้นหากบอกว่าหลัวลี่จูผู้เป็บุตรสาวเ้าเมืองรู้สึกตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้าแล้วชุนหยางและจูอิงนั้นยิ่งอึ้งหนักกว่านางอีกตกลงแล้วท่านหมอหวังนี่เป็ใครกันแน่...
.
.
.
สถานที่ที่ไห่เฉินพาชุนหยางและจูอิงเดินทางมาเข้าพบท่านหมอหวังนั้นเป็บ้านพักขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหราเสียยิ่งกว่าบ้านของตระกูลซูที่ชุนหยางเคยอยู่เสียอีกเพียงแต่จำนวนบ่าวรับใช้และผู้คนที่อยู่ภายในเรือนนั้นกลับน้อยมากเมื่อเทียบกับบ้านสกุลซูเพราะตลอดเส้นทางที่เข้ามาในตัวบ้านชุนหยางยังไม่เห็นบ่าวรับใช้เลยแม้แต่คนเดียว
วูบ...
ระหว่างเดินเข้าไปในบ้านของท่านหมอหวังสิ่งแรกที่ชุนหยางััได้ก็คือกลุ่มก้อนของพลังิญญาที่อยู่ภายในตัวบ้าน 4 คนไม่สิ 5 คน ภายในห้องพักที่นายทหารไห่เฉินกำลังพาชุนหยางเดินเข้าไปนั้นมีััของผู้ฝึกฝนพลังิญญาอยู่ถึง5 คน แถมแต่ละคนยังแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าไห่เฉินเสียอีก
“...” ยามประตูห้องเปิดออกลมหายใจของชุนหยางก็แทบจะหยุดชะงักไปทันทีเมื่อได้เห็นสภาพภายในห้องทันทีที่ประตูเปิดออกชุนหยางก็ได้เห็นที่มาของพลังิญญาที่ตนััได้จากนอกห้องพวกเขา 4คนสวมใส่เครื่องแบบที่ชุนหยางคุ้นตาเป็อย่างมากแถมสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชุนหยางเข้าใจสถานการณ์ในทันทีก็คือหน้ากากที่คนทั้งสี่นั้นกำลังสวมใส่อยู่ถึงลักษณะหน้ากากจะไม่เหมือนกันแต่มองเพียงครู่เดียวชุนหยางก็ทราบทันทีว่าพวกเขาคือคนของสำนักปราบมารอย่างแน่นอนแถมพริบตาที่ประตูเปิดออกจิตสังหารของพวกเขาก็หลั่งไหลออกมาราวกับทะเลเืที่กำลังทะลักเข้ามากลืนกินร่างของชุนหยางเสียให้ได้
“เข้ามา”ระหว่างชุนหยางและจูอิงกำลังตัวสั่นกับจิตสังหารที่ถาโถมเข้ามาเ้าของพลังิญญาอีกจุดหนึ่งก็ส่งเสียงเรียกให้ชุนหยางและจูอิงเข้ามาได้ถึงจะมีพลังิญญาในร่างแต่ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงกลางกลับมีพลังิญญาอ่อนด้อยกว่าคนรอบๆอย่างเห็นได้ชัดแต่ไม่ว่าจะดูอย่างไรผู้เป็เ้านายก็น่าจะเป็ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงกลางเสียมากกว่า
“พวกเ้าลดจิตสังหารลงได้แล้วถึงจะเป็ผู้ฝึกฝนวิชามารแต่ก็เป็คนที่หลานสาวของข้าฝากฝังเอาไว้ พวกเ้าห้ามสังหารเขาเด็ดขาด”เห็นชุนหยางและจูอิงไม่กล้าเดินเข้ามาชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงกลางก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะสั่งให้ศิษย์สำนักปราบมารที่อยู่รอบๆยอมลดจิตสังหารลงเสียที
“ขอรับท่านาุโ” ถึงระดับพลังของชายวัยกลางคนจะไม่สูงมากแต่ท่าทีของเหล่าศิษย์สำนักปราบมารกลับดูเคารพชายคนนั้นเป็อย่างมากแถมยังยอมลดจิตสังหารลงตามที่เขาสั่งทั้งๆที่พวกเขาจงเกลียดจงชังผู้ฝึกฝนวิชามารกันมากแท้ๆ
“ท่านคือ ท่านหมอหวังหรือขอรับ”ชุนหยางกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะพยายามเดินเข้าไปในห้องของท่านหมอหวังด้วยขาที่สั่นเทาระดับพลังิญญาของคนรอบๆสูงเสียยิ่งกว่าทุกคนที่ชุนหยางเคยพบเจอมาหากไห่เฉินสามารถจัดการกู่จิ้งได้อย่างง่ายดายทั้งๆที่กู่จิ้งเองก็ล้มชุนหยางได้อย่างง่ายดายเช่นกันละก็...คนพวกนี้คงใช้เพียงนิ้วเดียวล้มไห่เฉินได้ในพริบตาเช่นกัน
“หึหึ...ก็ถูก เ้าจะเรียกข้าว่าท่านหมอหวังก็นับว่าไม่ผิดส่วนเ้าคือผู้ฝึกฝนวิชามารที่มีนามว่าชุนหยางสินะ”ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงกลางยิ้มออกมาก่อนจะจ้องมองร่างของชุนหยางและจูอิงด้วยท่าทีสนใจก่อนหน้านี้หวังอี้ฝู่ได้รับจดหมายจากไป๋ซิงซินว่านางจะพาผู้ฝึกฝนวิชามารคนหนึ่งไปพบและอยากให้เขาช่วยรักษาให้เพราะแบบนั้นหวังอี้ฝู่ก็เลยทราบว่าชุนหยางจะมาพบก่อนที่ชุนหยางจะเดินทางมาถึงเสียอีกเพียงแต่ชุนหยางกลับไม่ได้มาพร้อมกับไป๋ซิงซินแต่กลับมาพร้อมกับผู้ฝึกฝนวิชามารอีกคนตกลงแล้วนี่มันเื่อะไรกัน
“ขะ..ขอรับ” ชุนหยางมองร่างของท่านหมอหวังด้วยท่าทีอึ้งๆคราแรกที่ได้ยินชื่อและท่าทียามเล่าของไป๋ซิงซินชุนหยางเข้าใจไปว่าท่านหมอหวังคงจะเป็ท่านหมอแก่ใจดีที่มีหนวดเคราสีขาวยาวเฟื้อยถึงกลางอกแต่ยามนี้ท่านหมอหวังที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับเป็ชายวัยกลางคนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแถมยังมีหนวดเคราสีดำรุงรังที่ตัดไม่เป็ระเบียบอีกต่างหากบอกตามตรงว่าพวกโจรป่าที่ชุนหยางเจอมาระหว่างทางยังดูไม่เหมือนโจรป่าเท่าท่านหมอหวังผู้นี้เลย
“หลานสาวของข้าบอกว่าเ้าเป็เพียงเหยื่อที่ต้องฝึกฝนวิชามารโดยบังเอิญเท่านั้นข้าก็เลยจะยอมรับปากช่วยรักษาเ้าแต่ดูจากพลังิญญาของเ้าแล้วมันคงจะสายเกินไป” ท่านหมอหวังถอนหายใจออกมาหลังจากมองสำรวจร่างของชุนหยางมาพักหนึ่งไอมารบนร่างของชุนหยางรุนแรงมากแถมยังมีพลังิญญาที่ไม่มีทางฝึกได้ด้วยระยะเวลาไม่กี่เดือนอีกต่างหากทางเดียวที่ชุนหยางจะมีพลังิญญาระดับนี้ได้นั้นก็คือ...
“เ้าสังหารคนไปกี่คนแล้ว...”พริบตาที่คำพูดนี้หลุดรอดออกมาจากปากของท่านหมอหวังจิตสังหารที่ศิษย์สำนักปราบมารพยายามควบคุมเอาไว้ก็พวยพุ่งออกมาอีกรอบไม่ใช่เพียงระดับพลังิญญาเท่านั้นชุนหยางยังมีผู้ฝึกฝนวิชามารอีกคนติดตามมาด้วยแทนที่ไป๋ซิงซินที่ควรจะเป็ฝ่ายพาชุนหยางมาสำหรับท่านหมอหวังที่ไม่ทราบว่าระหว่างทางเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตัวชุนหยางในตอนนี้ช่างน่าสงสัยเหลือเกิน