แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอนอบอุ่น กลิ่นอายความชื้นของไอดินหลังพายุฝนพัดผ่านพัดพาความสดชื่นเข้ามาทักทาย ทว่าสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งหัวใจกลับเป็ความอบอุ่นจากอ้อมกอดกว้างที่ยังคงโอบรัดร่างกายของผมไว้แน่นตลอดทั้งคืน
ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพบลำแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นของพี่ไมค์พาดอยู่บนเอวของผม
แผ่นอกกว้างร้อนรุ่มแนบชิดกับแผ่นหลังบางของผมจนไร้ช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน ผมค่อยๆ พลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาช้าๆ สายตาจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงหลับสนิทดวงตาปิดพริ้ม
ใต้ดวงตาสีเทาเข้มคูะนั้นมีรอยคล้ำจางๆ สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อคืนเขาก็คงกังวลและนอนไม่หลับเพราะกลัวว่าผมจะโกรธเคืองเขาอย่างหนักหน่วงเหมือนกัน ผมเอื้อมมือไปไล้ตามไรผมสีเข้มของเขาเบาๆ ลอบมองไหล่กว้างและแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อกำยำสมส่วน รูปร่างสูงใหญ่ของเขาเวลาที่นอนกอดผมแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ตุ๊กตาตัวเล็กๆ ที่ได้รับการปกป้องดูแลอย่างดีที่สุด
ผมนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ ตอนที่ผมนอนร้องไห้โฮสะอื้นตัวสั่นอยู่ในความมืดเพราะความเข้าใจผิด คิดว่าเขาเห็นหัวใจของผมเป็เพียงแค่เครื่องมือเอาชนะเกมเดิมพันของพวกผู้ใหญ่ ความเ็ปในอกซ้ายมันรุนแรงเสียจนผมคิดว่าตัวเองจะทนไม่ไหว แต่ทว่ารสรักแสนดุดันปนละมุนละไมที่เขาลงโทษคนปากแข็งดื้อรั้นอย่างผม บวกกับอ้อมกอดอุ่นและคำอธิบายอันแสนจริงใจหลังจากนั้น มันช่วยชะล้างความสงสัยและาแในใจของผมจนหมดสิ้น
ผมเอื้อมมือเรียวไปแตะแก้มสากของเขาเบาๆ ลากปลายนิ้วไปตามสันจมูกคมคายและริมฝีปากหยักลึกที่เคยบดจูบผมอย่างดุดันเมื่อคืน ความทรงจำแสนเร่าร้อนและรอยแผลใจที่เคยคิดว่าถูกหลอกลวงสลายหายไปปลิดทิ้งหลงเหลือไว้เพียงความอบอุ่นอบอวลในอกและรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากของผม
"ตื่นเช้าจังเลยครับเด็กดี..."
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยกระซิบขณะที่ดวงตาสีเทาค่อยๆ ลืมขึ้นสบตาผม พี่ไมค์จับมือของผมที่วางอยู่บนแก้มของเขาขึ้นมากดจูบที่ฝ่ามือเบาๆ อย่างแสนรัก
"อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไมค์..."
ผมกระซิบตอบ หน้าแดงซ่านน้อยๆ เมื่อขยับตัวแล้วความเมื่อยระบมที่สะโพกแล่นริ้วขึ้นมาเตือนสติ
"ยังเจ็บอยู่มากไหมครับ? พี่ขอโทษนะเมื่อคืนพี่... พี่รุนแรงกับเราไปหน่อย"
แววตาของพี่ไมค์ฉายประกายความรู้สึกผิดอย่างชัดเจน เขาประคองร่างกะทัดรัดของผมเข้ามากอดจูบซับที่หน้าผากมนเบาๆ
"เจ็บครับ... แต่ผมยกโทษให้พี่แล้วล่ะ"
ผมซุกหน้าเข้าหาอกอุ่นของเขาพึมพำเสียงอู้อี้
"ก็พี่ไมค์บอกความจริงหมดแล้วนี่นา... แถมทั้งหมดป๊าก็เป็คนร่วมมือด้วยอีกต่างหาก ชิ! ป๊านะป๊า หนีไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์กับม้าแล้วยังมาวางแผนแกล้งลูกชายตัวเองอีก กลับมาผมจะงอนให้เข็ดเลย"
พี่ไมค์หัวเราะทุ้มต่ำในลำคอละมุน โอบกระชับอ้อมกอดรัดร่างผมแน่นขึ้น
"งอนป๊าได้ครับ... แต่ห้ามงอนพี่เลี้ยงคนนี้แล้วนะ พี่หัวใจจะวายตายอยู่แล้วตอนเห็นเราวิ่งหนีไปร้องไห้เมื่อคืน"
"แล้วเื่ที่บ้านพี่ล่ะครับ... พี่รวยมากเลยใช่ไหม? ไม่ใช่พี่เลี้ยงยากจนอย่างที่ผมเข้าใจตอนแรกใช่ไหมครับ?" ผมเงยหน้ามองสบตาสีเทาถามด้วยความข้องใจ
พี่ไมค์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับพยักหน้าเบาๆ
"ครับ... ตระกูลของพี่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ ป๊าของพี่เป็เพื่อนรักกับป๊าของเรามาตั้งสามสิบปีแล้ว พวกท่านเคยหยอกล้อกันั้แ่พวกเรายังเด็กว่าอยากให้เกี่ยวดองกัน แต่พวกท่านอยากให้เราสองคนตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง
พี่ก็เลยแอบจีบเราเงียบๆ มาตลอด จนสบโอกาสเมื่อน้องใกล้สอบนี่แหละ พี่ถึงได้ยอมขอสละตำแหน่งผู้บริหารชั่วคราวแล้วก้าวเข้ามารับจ๊อบเป็ติวเตอร์ยากจนเพื่อดูแลเรายี่สิบสี่ชั่วโมง พี่ไม่ได้เงินเดือนจากป๊าเราแม้แต่บาทเดียวเลยนะ แถมของสดในตู้เย็นกับชีตเตรียมสอบพี่ก็เป็คนจ่ายตังค์ซื้อเองทั้งหมดเพราะอยากให้เด็กดีของพี่ได้ทานแต่ของดีๆ และเรียนหนังสือเก่งๆ ไงครับ"
ผมอ้าปากค้าง สมองรีบประมวลผลคำว่า 'ผู้บริหาร' และ 'จ่ายตังค์เองทั้งหมด'
"หา พี่เนี่ยนะเป็ผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์พันล้าน? แล้วยอมมานั่งปรุงอาหาร สับพริกแกง ล้างจาน และโดนผมแผลงฤทธิ์ป่วน แถมยังออกตังค์ค่าขนมให้อีกเนี่ยนะ?!"
"ครับ... ยอมทุกอย่างเลยครับ ขอแค่ได้อยู่ใกล้เราและได้ความรักจากเด็กดีคนนี้กลับคืนมาก็พอแล้ว"
พี่ไมค์ส่งยิ้มละมุนเกลี่ยผมม้าของผมเบาๆ
คำสารภาพแสนดีที่ออกมาจากปากของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยของผมเต้นระรัวประหนึ่งจะะเิออก ความมั่นใจและอบอุ่นใจท่วมท้นในอกจนน้ำตาซึมคลอเบ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้มันคือน้ำตาแห่งความดีใจและซาบซึ้งใจ
"พี่ไมค์บ้า... ฮึก... ไม่ต้องรวยขนาดนั้นก็ได้ครับ ผมไม่ได้รักพี่เพราะเื่เงินซะหน่อย ต่อให้พี่เป็แค่พี่เลี้ยงธรรมดาๆ ไม่มีเงินทองอะไร... ผมก็รักพี่อยู่ดีนั่นแหละ"
ผมดุเขาเสียงสั่นเครือซบหน้าลงกับกล้ามอกแกร่งอุ่น สองมือกอดเอวสอบของเขาไว้แ่า
พวกเรานอนกอดก่ายแลกเปลี่ยนไออุ่นและคำหวานกันอยู่บนเตียงนอนผืนนุ่มกว้างขวางอีกเกือบชั่วโมง จนกระทั่งเสียงนาฬิกาชี้บอกเวลาเจ็ดโมงเช้า พี่ไมค์ถึงได้ยอมขยับตัวลุกขึ้นยืนบนเตียงเพื่อไปอาบน้ำและลงไปเตรียมอาหารเช้าให้ผมทาน
เช้านี้พี่ไมค์ทำแพนเค้กเนื้อนุ่มฟูหอมกรุ่นราดน้ำเชื่อมเมเปิลหวานฉ่ำคู่กับเบคอนทอดกรอบ ไข่คนแสนนุ่ม และน้ำส้มคั้นสดๆ เขาจัดแจงตักป้อนผมทีละคำที่เคาน์เตอร์ครัวอย่างตามใจสุดๆ จนผมแทบจะกลายเป็ง่อยกินเองไม่ได้
"พี่ไมค์... ป้อนเยอะขนาดนี้เดี๋ยวผมก็อ้วนเป็หมูหรอกครับ"
ผมบ่นอุบอิบแต่ก็อ้าปากรับแพนเค้กคำโตเข้าไปเคี้ยวตุ้ยๆ
"อ้วนก็น่ารักครับ พี่ชอบแบบนุ่มนิ่มกอดสบายมือดีออก"
พี่ไมค์ยิ้มเ้าเล่ห์ตาเป็ประกายทำเอาผมหน้าร้อนฉ่า
บ่ายวันนั้น ใน่การเรียนวิชาภาษาอังกฤษ พี่ไมค์ให้ผมฝึกแปลบทความสั้นๆ เกี่ยวกับ 'ความรักและความผูกพัน' (Love and Commitment) ผมแปลประโยคลงในสมุดเสร็จก็นำไปส่งให้เขาตรวจดู
"สมบูรณ์แบบมากครับลูกคลื่น แปลได้ถูกต้องไม่มีที่ติเลย"
พี่ไมค์เอ่ยชมเชยช้อนตามองสบตาผมอย่างมีความหมายลึกซึ้ง
"แล้วความผูกพันของเราล่ะครับ... มีให้พี่เลี้ยงคนนี้บ้างหรือเปล่านะ?"
ผมเขินจนหน้าร้อนฉ่า แย่งสมุดคืนมาถือไว้กอดอกมุ่ยหน้าใส่
"มีให้แค่คะแนนสอบผ่านเกณฑ์นั่นแหละครับ พี่ไมค์ชอบถามคำถามลามกนอกบทเรียนตลอดเลย"
"ไม่ลามกเลยนะครับ พี่ถามถึงความรู้สึกในใจต่างหาก... แต่ถ้าแปลเก่งแบบนี้ เดี๋ยวเย็นนี้พี่สอนทำอาหารเย็นให้เป็การตอบแทนดีไหมครับ?"
พี่ไมค์หัวเราะเบาๆ
ตอนเย็นพวกเราช่วยกันทำอาหารเย็นในห้องครัว พี่ไมค์สอนผมสับผักและปรุงแกงจืดอย่างใจเย็น ร่างสูงใหญ่ยืนซ้อนหลังกุมมือขวาของผมที่ถือมีดไว้แน่นคอยประคองทิศทางไม่ให้มีดบาดนิ้ว กลิ่นกายชายหนุ่มและไออุ่นจากแผ่นอกแกร่งที่แนบชิดหลังบางทำให้ผมใจสั่นสมาธิกระเจิดกระเจิงจนสับผักผิดๆ ถูกๆ
"ระวังหน่อยครับคนดี... ถ้ามีดบาดนิ้วเราขึ้นมา พี่จะลงโทษเราข้อหาทำร้ายทรัพย์สินของพี่นะครับ"
พี่ไมค์กระซิบหยอกล้อชิดซอกหูบาง
"ทรัพย์สินของพี่ที่ไหนกันเล่า ตัวผมก็เป็ของผมสิครับ"
ผมโวยวายหันไปค้อนใส่
"ไม่ใช่แล้วครับ... ตอนนี้ร่างกายและหัวใจดวงนี้ ตกเป็ของพี่หมดเรียบร้อยแล้วจำไม่ได้เหรอครับ?"
พี่ไมค์หัวเราะชอบใจกดจูบขมับบางเบาๆ
ผมถามต่อเขินๆ
"พี่ไมค์ครับ... แล้วหลังจากสอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว เราต้องทำยังไงต่อเหรอ? ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ป๊ากับม้าอีกไหม?"
พี่ไมค์กระชับกอดรัดสะโพกมนของผมไว้แน่น คลี่ยิ้มเ้าเล่ห์ประดับหน้าหล่อ
"ไม่ต้องซ่อนแล้วครับ ป๊ากับม้ารู้เื่หมดแล้วและพวกท่านก็รอข่าวดีอยู่ แต่่นี้เราต้องตั้งใจเรียนให้สอบติดก่อนนะ พี่เตรียมซื้อเพนต์เฮาส์สุดหรูแถวมหาวิทยาลัยไว้เรียบร้อยแล้วครับ... อยู่บนชั้นสามสิบห้า มองเห็นวิวเมืองหลวงสวยงาม มีกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดาน มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและเตียงนอนขนาดใหญ่พิเศษ พี่สั่งตกแต่งห้องโทนสีพาสเทลที่เราชอบไว้คอยท่าแล้วด้วย กะว่าพอน้องประกาศผลติดคณะที่ชอบ พี่จะย้ายตัวน้องไปอยู่ด้วยกันสองคนตลอดไปเลย ป๊ากับม้าก็เซ็นใบอนุญาตให้เรียบร้อยแล้วด้วยนะ"
"ห่ะ! พี่ซื้อเพนต์เฮาส์ตกแต่งสีพาสเทลที่ผมชอบรอไว้แล้วเหรอ?! แถมป๊ากับม้ายังรู้อีก ทำไมทุกคนวางแผนกันเก่งจังเลยเนี่ย"
ผมโวยวายหน้าแดงก่ำทุบอกแกร่งเขาเบาๆ ด้วยความตื้นตันระคนอายสุดขีดที่ได้ยินว่าเขาวางแผนอนาคตร่วมกับผมไว้ไกลขนาดนี้
"ก็เพราะทุกคนรักและอยากเห็นเรามีความสุขไงครับ... โดยเฉพาะพี่เลี้ยงคนนี้ที่คลั่งรักเราจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว"
พี่ไมค์หัวเราะชอบใจก้มลงหอมแก้มผมฟอดใหญ่ซ้ำๆ จนผมดิ้นพล่านด้วยความเขินอาย
ตอนเย็นหลังป้าสมและลุงชัยกลับบ้านไปแล้ว พวกเราเดินจูงมือกันเดินเล่นในสวนกว้างของคฤหาสน์ ท้องฟ้ายามโพล้เพล้ฉาบไปด้วยสีส้มอมชมพูโรแมนติก ลมเย็นๆ พัดผ่านผิวกายแต่ผมกลับรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งหัวใจเพียงเพราะฝ่ามือหนาที่เกาะกุมมือผมไว้แ่า
ในที่สุดผมก็ตระหนักได้ว่า... คฤหาสน์หลังใหญ่โตที่เคยดูอ้างว้างและเหน็บหนาวบัดนี้กลับกลายเป็วิมานแสนอบอุ่นที่เป็โลกส่วนตัวของเราสองคนอย่างแท้จริง โลกที่มีเพียงพี่เลี้ยงจอมร้ายกาจผู้แสนดีกับเด็กดื้อที่ยอมจำนนในอ้อมกอดอุ่นนี้ตลอดไป เราสองคนจะจับมือกันก้าวผ่าน่เวลาเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้ไปด้วยความรักและความผูกพันที่ไม่มีวันเสื่อมคลายลงเลยจริงๆ และผมพร้อมที่จะร่วมเดินทางสร้างอนาคตไปกับเขาตลอดไปในโลกส่วนตัวที่มีแค่เราสองคน