บทที่ 6 หลี่ตงหลิน
สวนโม่ลี่ฮวามีในเรือนของชิงหมิน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเรือนของชิงหมินจะปลูกเพียงโม่ลี่ฮวาเท่านั้น ด้านข้างเรือนยังมีสมุนไพรจำนวนหนึ่ง และดอกไม้เหล่านี้ให้เชยชมด้วย บางครั้งที่เบื่อความเรียบง่าย ชายหนุ่มก็มักจะนำตำราออกไปอ่านเล่นที่สวนพันไม้ของเขาด้วย
แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็ที่นั่งเล่นหลัก และสาวๆคนอื่นในจวนก็ไม่ได้ชอบมันเหมือนสวนโม่ลี่ฮวา เนื่องจากทุกเรือนในจวนจะมีสวนดอกไม้หลากสีเป็ของตนเองอยู่แล้ว สิ่งที่แตกต่างย่อมเป็สิ่งที่ดึงดูด โม่ลี่ฮวาของเขาก็เช่นเดียวกัน
“ดีที่คุณชายมอบถุงหอมให้กับข้าด้วย ไม่อย่างนั้น...”
“ที่เป็ฤดูหลังการเก็บเกี่ยว ไม่แปลกที่พวกเขาจะเริ่มถนอมอาหาร พวกเราเองที่อยู่ดีมีสุขจนเคยตัว วันหลังถ้ามีภัยขึ้นมาก็อาจจะต้องเริ่มทำแบบเดียวกันนั่นแหละ”
“โถ่ คุณชายช่างเข้าใจวิถีชีวิตของชาวบ้านจริงๆนะขอรับ”
“ประชดประชันข้าหรือ? เช่นนั้นต่อไปเ้าก็ไม่ต้องดื่มชาของข้าอีก”
“คะ คุณชาย!” ฝูเซ่าแทบตาเหลือกเมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกวันนี้ที่ทำให้สาวๆมารุมล้อมเขา ไม่ใช่เพราะเขาเป็ผู้ติดตามเพียงคนเดียวของคุณชายคนเล็กเท่านั้น แต่ที่จริงเป็เพราะสิทธิพิเศษในการได้ดื่มชาชั้นเลิศต่างหาก
บางครั้งสาวๆที่มาติดพันเขา ได้ถุงชาเล็กไป ยังนำไปขายต่อให้กับนายท่านนายหญิงหรือพวกคุณหนูคุณชายในจวนได้เงินหลายเหรียญด้วยซ้ำไป นี่เป็สิทธิพิเศษที่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่อาจจะเสียไปได้!!
ในขณะที่สองนายบ่าวหยอกล้อกันเช่นนั้น ที่กระท่อมห่างไกลผู้คน ชายร่างใหญ่ปลดผ้าปิดหน้าของตนเองออก เผยให้เห็นรอยแผลมากมายที่ทำให้เขากลายเป็เหมือนปีศาจร้าย เพียงแค่มองสะท้อนในอ่างน้ำ คนก็ทำได้แค่ถอดถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ
ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดหาวิธีในการจัดการกับแผลเป็ที่ใบหน้านี้ หลายรอยที่รักษาเร็วก็ค่อยๆเริ่มทิ้งเป็รอยแผลเป็เท่านั้นแล้ว ทว่า...ก็ยังไม่วายที่จะทำให้ผู้คนหวาดกลัวอยู่ดี
แม้แต่สตรีผู้นั้น ตอนที่เห็นรอยแผลของเขาก็ยังมีแววตาตื่นตระหนกให้เห็น หากไม่ใช่เพราะเป็ชาวบ้านทั่วไป และได้เจอกับความอดอยากจนไม่สนใจใบหน้าและความงามแล้วล่ะก็....เชื่อได้เลยว่านางก็คงจะแสดงท่าทางเหมือนกับสตรีอื่นๆในเมืองหลวงนั่นแหละ
แต่บุตรชายสกุลหลี่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมผู้นั้น กลับมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย
ไม่ใช่ว่าสนใจ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่สนใจ เป็สายตาที่มองผ่าน เหมือนเขาเป็เพียงบุรุษผู้หนึ่ง าแบนใบหน้าก็เหมือนกับคิ้ว เหมือนกับปากของเขา ให้ความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยเสียจริงๆ
เดิมทีเขาปิดบังใบหน้าของตนเองเอาไว้ใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาล แต่เมื่อพูดถึงเื่ที่เขาความจำเสื่อม เขาก็ลองปลดผ้าลงมาให้ทางนั้นได้เห็น ถึงกระนั้นก็ไม่เห็นการแสดงออกที่ผิดปกติไป ทั้งยังเมื่อเ้าตัวออกไปจากบ้านของเขาแล้ว ก็ยังไม่พูดถึงหรือใส่ใจคนแปลกประหลาดเช่นเขาด้วย
ทั้งๆที่ฉลาดขนาดนั้นแท้ๆ แต่ทำไมจึงไม่ทำอะไรเลยกันนะ....
“ติดตามเขาอยู่ห่างๆ ชายคนนั้นค่อนข้างฉลาด เขาอาจจะััได้ถึงพลังหยินรอบๆตัว” หวงซีเฉิง หรือที่ใช้ชื่อปลอมว่า เฉิงเซี่ย ออกคำสั่งให้ภูตผีปีศาจที่รับใช้ตนเองไปตรวจสอบเพิ่มเติมที่สกุลหลี่
พลังของเขาเป็สิ่งที่ทุกคนรังเกียจ นั่นก็เพราะมันเป็พลังที่ลี้ลับและไม่สามารถมองเห็นได้ หากไม่ใช่เพราะลุงของเขาเตรียมพร้อมรับมืออย่างดีด้วยการขอยันต์พลังหยางมาติดห้องทำงานของตนเองจนพวกภูตผีของเขาทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เขาก็คงจะไม่ถูกโจมตีจนต้องหนีมาถึงที่นี่ได้หรอก!
ภูตผีที่รอรับคำสั่งทยอยจากไป ซึ่งก็เหมือนกับที่หวงซีเฉิงเข้าใจจริงๆ หากไม่ใช่เพราะเขาสั่งให้พวกภูตผีระวังตัวเอาไว้ด้วย ชิงหมินเองก็คงจะััได้ว่าตนเองถูกติดตาม เพราะเพียงแค่เขาเดินออกจากจวนไปยังร้านของตระกูลหลี่ เขาก็ยังััถึงพลังหยินจากภูตผีบางตัวได้เลย
หลังจากครั้งก่อนที่เขาไปยังบ้านอู่ของนางเอก ชิงหมินก็เดินเข้าออกร้านสกุลหลี่บ่อยขึ้น เนื่องจากการที่บิดาของเขาไม่อยู่ที่นี่ มันทำให้เถ้าแก่ร้านมากมายเป็กังวลไปด้วย
หากเกิดสิ่งใดขึ้นมากะทันหัน พวกเขาอาจจะรับผิดชอบกันไม่ไหว การที่ชิงหมินถูกเชิญไปตรวจสอบสินค้าร้านอื่นๆมากมาย ทั้งหมดก็เพื่อป้องกันเหตุการณ์เ่าั้นั่นเอง
ครานี้ชายหนุ่มต้องเข้าร่วมงานประมูลในฐานะคู่ค้าที่ดีของ “สกุลฟ่ง” ด้วย ภารกิจที่ครอบครัวมอบให้ก็คือพวกเขาต้องประมูลสินค้ามาสัก 4-5 ชิ้น เพื่อให้สกุลฟ่งเห็นว่าสกุลหลี่ของพวกเขาให้ความสำคัญกับการประมูลที่จัดขึ้นนี้มากแค่ไหน
แต่เพื่อไม่ให้ประมูลสินค้ามั่วๆ ซึ่งจะรักษาน้ำใจไปพร้อมๆกับเก็บผลกำไรไปด้วย พวกเขาจำเป็ต้องขอให้คุณชายหลี่มาร่วมตรวจสอบด้วยจริงๆ
พี่ชายคนโตของหลี่ชิงหมิน นามว่า “หลี่ตงหลิน” เป็ตัวแทนบิดาเข้าประมูลในวันนี้ เขาอยู่ในชุดสีเทาอ่อน ไม่ฉูดฉาดหรือสะดุดตามากเกินไป ถึงแบบนั้นแต่ด้วยร่างกายกำยำของเขา มันก็ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาไม่ได้ลดความดุดันลงไปเลย
กลับกัน...มันกลับเพิ่มออร่าของความเป็บุรุษมากขึ้นไปกว่าเดิม ส่งผลให้สาวงามมากมายต้องมองตาม
ในขณะที่ชิงหมินสวมเสื้อสีน้ำตาลอ่อน ไร้ซึ่งลวดลายสะดุดตา ก็ไม่ต่างอะไรกับการสร้างภาพให้ผู้คนเปรียบเทียบได้ คนหนึ่งเป็บุรุษที่สมกับเป็บุรุษ ส่วนอีกคนก็เป็บุรุษเช่นกัน แต่กลับเป็ที่หมายตาของเหล่าบุรุษที่ชื่นชอบเพศเดียวกัน อยากจะแต่งเข้าจวนเสียอย่างนั้น
แม้ว่าผู้ชายที่มีรสนิยมชอบตัดแขนเสื้อไม่ได้เป็ที่รังเกียจในสังคม แต่ก็น้อยนักที่จะได้เจอบุรุษผู้เหมาะสมจะแต่งเข้าจวนเช่นนี้ อีกอย่าง...ชิงหมินมีสาวงามในดวงใจ เขาจะยอมเป็ของผู้อื่นไปได้อย่างไรกัน!
ไม่แปลกที่ท่าทางของเขาที่มีต่อบุรุษอื่นจะเป็การวางท่าเหินห่าง หลายครั้งที่ไม่อยากจะเสวนากับบุรุษกักขฬะเช่นนั้น หากไม่ใช่เพราะเื่งานจริงๆ เขาก็คร้านที่จะสนใจ
“พี่ใหญ่ วันนี้ท่านเตรียมเงินมาเท่าไรกันหรือขอรับ เป้าหมายที่นอกจากจะ้าของดีสัก 4-5 ชิ้นแล้ว ยังต้องจำกัดเงินด้วยหรือไม่”
“อืม เื่เงินไม่จำเป็ต้องกังวลมากนัก บิดาทิ้งเงินในคลังให้ไม่น้อย ขอเพียงเป็ของดีและทำกำไรให้ได้มากก็พอ”
“เข้าใจแล้ว” ชิงหมินรับปากกับพี่ชายของตนเอง
ที่ต้องถามเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเขา้าผลาญเงินทองไปทั้งหมด สินค้าที่เขาเลือกประมูลย่อมต้องเป็สินค้าที่ทำกำไรได้อยู่แล้ว ทว่า....สินค้าบางอย่างต้องใช้เวลากว่าจะขายได้ หากเงินในคลังมีไม่มากพอ อาจจะกลายเป็ปัญหาตามมา เนื่องจากสินทรัพย์ที่ไม่อาจจะเปลี่ยนเป็เงินสดได้เร็วนั่นเอง
“เ้าไม่ต้องกังวลมากเกินไป สกุลหลี่ไม่ได้มีผู้ประเมินเพียงเ้าเท่านั้น ต่อให้เกิดเื่ผิดพลาดขึ้นมา ก็เป็เื่ที่ทุกตระกูลต้องยอมรับกันได้อยู่แล้ว” คนเป็พี่กล่าวปลอบใจ กลัวว่าน้องชายคนเล็กจะเป็ห่วงเื่นี้มากจนเครียดเกินความจำเป็
เขามองดูน้องชายที่ทำงานหนักตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็สงสารอยู่บ้าง เ้าเด็กคนนี้ี้เีตัวเป็ขน ยอมวิ่งไปนั่นนี่เพื่อตรวจสอบสินค้าให้ เห็นได้ชัดว่าผู้ประเมินของสกุลหลี่จะทำงานสุขสบายกันเกินไปหน่อยแล้ว
ที่จริงงานประมูลวันนี้ เขาก็ไม่ได้อยากให้น้องเล็กมาด้วยซ้ำ อยากจะให้ได้พักผ่อนเฉกเช่นที่ชอบทำ เอาเวลาไปตากชาโม่ลี่ฮวา หรือจะทำถุงหอม บางครั้งก็ยังทำน้ำอบไว้อาบน้ำ สิ่งที่เขาชอบล้วนแต่เป็การปรับเปลี่ยนสมุนไพรและพืชพรรณให้สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาปลุกพลังประเมินขึ้นมาได้ ตอนนี้คงจะได้กลายเป็นักปรุงยาคนหนึ่งไปแล้ว
น่าเสียดายที่กฎของการเป็นักปรุงยา คนที่จะสอบได้ต้องได้รับทักษะที่สำคัญในการปรุงยาด้วย ไม่แปลกที่ชิงหมินของเขาจะไม่สามารถกลายเป็นักปรุงยา ทั้งๆที่หลายครั้งเขาก็สามารถทำงานนี้ได้ดีกว่าพวกนักปรุงยาบางคนด้วยซ้ำ
คิดดูเอาเถิด ยานอนหลับที่พวกนักปรุงยาพยายามสร้างขึ้นมาก็ยังทำได้ไม่ดี ชิงหมินของเขากลับทำมันด้วยการใช้ดอกไม้ไม่กี่ชนิดเท่านั้น
หลายครั้งเขายังเคยเห็นชิงหมินปรุงยาเอาไว้ใช้เองด้วย น้องคงจะเจอกับอาการป่วยบ่อยๆจึงได้เรียนรู้ผ่านการกินยามากมายั้แ่ยังเด็ก เว้นเสียก็แค่นำออกไปขายข้างนอกไม่ได้เท่านั้น หาไม่แล้วจะถูกจับเข้าคุกเข้าตะราง...
แน่นอนว่าพี่ชายคนโตไม่ได้รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้น้องชายคนเล็กของเขาหันมาสนใจทำเื่พวกนี้ ล้วนเป็เพราะเขาและน้องชายคนเดิมที่ป่วยเป็โรคมากมายั้แ่เกิดจนถึง 15 ปี เป็คนละคนกันโดยสิ้นเชิง
หลังจากที่เขาได้รับทักษะการประเมินมาแล้ว ชิงหมินก็หาวิธีใช้งานที่เหมาะสมที่สุด นำรายละเอียดที่ประเมินได้ทั้งสิ้นเข้าไปอยู่ในหนังสือสะสม หรือก็คือหนังสือที่เขาใช้ประเมินนั่นแหละ
เมื่อประเมินแล้ว ความรู้และรายละเอียดของสมุนไพรหรือสิ่งของนั้นๆไม่ได้หายไปด้วย หลังจากที่เขานำตำรามากมายมาอ่าน มันก็จะเพิ่มรายละเอียดในการประเมินมากขึ้นตาม
ยกตัวอย่างเช่น การทำชาโม่ลี่ฮวา วิธีการทำชาก็หาอ่านมาจากหนังสือหนึ่ง แล้วเมื่อนำมาจับคู่กับความรู้จากการประเมิน มันก็เกิดเป็หน้าหนังสือความรู้ใหม่ขึ้นมา
ถ้าเขาทำตามและสำเร็จ ก็จะมีค่าประสบการณ์ในการทำสิ่งนั้นๆเพิ่ม และค่าประสบการณ์นี้เองที่ทำให้ชาโม่ลี่ฮวาของเขามีโบนัสพิเศษจากการที่ค่าประสบการณ์ในการทำชาโม่ลี่ฮวาเต็มหลอดแล้ว
การใช้ชีวิตอยู่กับการทำสิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ ก็เพื่อที่จะฝึกฝนทักษะของตนเอง และเก็บค่าประสบการณ์ไปด้วย หากถามหาสิ่งที่เขาชื่นชอบจริงๆ เห็นจะมีแค่่เวลาในการนอนหลับพักผ่อนก็เท่านั้นแหละ หากไม่ติดที่ว่าหลังจากบทบาทของพระรองจบลง เขาก็ไม่รู้อนาคตของตนเองอีก ชิงหมินคงไม่พยายามขนาดนี้หรอก
คิดดูเอาเถอะว่านางเอกคนดีได้สร้างร้านขายสมุนไพรมาแข่งกับพวกเขา แถมได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากเหล่าผู้มีอำนาจ ถึงเวลานั้น...ร้านสมุนไพรของสกุลหลี่จะยังอยู่ดีได้อีกหรือ?
หากเขาไม่ทำอะไรให้ตนเองพัฒนาบ้าง ต่อไปคงจะได้กลายเป็ยาจกที่เวลานอนสักเล็กน้อยก็คงจะไม่มีแล้ว!
เพื่อไม่ให้ตนเองมีชีวิตที่น่าอดสูอย่างนั้น ชิงหมินจึงหาแผนสำรองเอาไว้มากมาย โดยที่แผนสำรองที่ว่านี้...กำลังจะส่งผลกระทบกับชีวิตของเขาไปตลอดกาล...
“พี่ใหญ่ ข้าเข้าใจแล้ว แต่ไหนๆข้าก็มาวันนี้แล้ว ถ้าอย่างนั้นพี่ใหญ่ก็ต้องให้ค่าจ้างข้าบ้าง”
“หืม? เ้าอยากจะได้ค่าจ้างหรือ?” หลี่ตงหลินแค่นหัวเราะออกมา
เ้าน้องคนนี้มีเงินทองส่วนตัวมากที่สุดแล้วกระมัง แค่แอบเอาชาโม่ลี่ฮวามาขายเล็กๆน้อยๆก็ยังได้เงินทองมากมาย ยังจำเป็ต้องขอค่าจ้างจากเขาอีกหรือ?
“พี่ใหญ่ พี่จะใช้งานข้าโดยไม่มีเงินพิเศษได้อย่างไรเล่าขอรับ ค่าจ้างของข้าไม่คิดแพงมากเกินไป ขอแค่สินค้า 1 ชิ้นจากงานประมูลเท่านั้น อ้อ .... ข้าจะไม่ประมูลของแพงแน่นอน ก็แค่เผื่อมีบางอย่างน่าสนใจ พี่ใหญ่ก็จะประมูลให้ข้าได้หรือไม่”
“เอาอย่างนั้นก็แล้วกัน ถือว่าเป็ค่าจ้างให้เ้า”
“ขอบคุณขอรับ” ชิงหมินหัวเราะในลำคออย่างพอใจ ถึงจะยังไม่รู้ว่าในงานประมูลนี้จะมีบางอย่างที่อยากได้หรือไม่ แต่การที่ได้หยอกล้อพี่ใหญ่แบบนี้ก็เป็ความสุขอีกอย่างของเขาแล้ว
สองพี่น้องเดินเข้างานประมูลอย่างราบรื่น คนของเ้าภาพที่จัดงานรีบเข้ามาต้อนรับ ส่งทั้งสองไปนั่งในตำแหน่งด้านหน้าสุด เพื่อให้สามารถมองเห็นสินค้าได้อย่างดี
………………………………………