โลกนี้กว้างใหญ่เรียกได้ว่าไร้สิ้นสุด แม้จะเป็นักปราชญ์ผู้อันดับหนึ่งก็ไม่กล้าพอที่จะบอกว่าตนทรงภูมิ ตัวเราเองก็เป็เพียงเศษธุลีที่พร้อมจะปลิวหายไปง่ายๆกับสายลมแห่งกาลเวลา เป็เพียงเด็กกำพร้าไร้การศึกษาที่อาศัยอยู่ในโลกิญญา แต่ละวันที่ผ่านพ้นมันช่างไร้ความหมาย ตัวเราจำความได้ในตรอกซอกตึกแห่งนี้ และอยู่ที่นี่มาโดยตลอด ไม่เคยออกไปสู่โลกภายนอกเลยสักครั้ง ไม่เคยลิ้มลองอาหารเลิสรส ไม่เคยแสวงหาความสุขสำราญใดๆ ทำได้เพียงเรียนรู้ภาษาและสิ่งต่างๆจากโรงเหล้าที่อยู่ข้างๆ จริงๆแล้วนอนตรงนี้มันก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียว จะขยะหรือศพเอลฟ์ที่ถูกเอามาทิ้งเมื่อวานก็ไม่ทำให้ตัวเรารู้สึกอะไรได้อีกแล้ว ความสุขที่พวกเขาพูดถึงมันเป็อย่างไรกันนะ การผจญภัยที่ถูกเล่าขานมันสนุกสนานขนาดนั้นเชียวหรือ ตัวเราได้แต่เฝ้ามองออกไปหยั่งท้องถนนอยู่หลายครา ทว่าถนนสายนั้นมีไว้ให้ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นล่ะ และตัวข้าก็ขลาดเขลาเกินกว่าที่จะก้าวออกไป ...
“... เสียเวลาจริงๆ” ชายผิวเนียนขาวร่างเล็กกล่าวขึ้นหลังจากยกเหล้าซด เขาวางเหรียญเงินและลุกขึ้น ก่อนที่เปลวไฟจะลุกโชนทั่วร่างผลานกายเขาจนกลายเป็ธุลีปลิวหายออกไปนอกหน้าต่างชั้นสองของร้าน ผู้ฅนโดยรอบที่นั่งดื่มสุราอย่างสุขสำราญบรรยากาศพลันแข็งค้างอย่างฉับพลัน
“... กล้าใช้เวทมนตร์ในภพิญญาแบบนี้คงจะร้ายกาจไม่เบา ต่อให้เป็ผู้มีจารึกิญญาก็คงยากจะแกะรอย” ชายฅนหนึ่งเอ่ยก่อนที่จะวางจอกสุราที่ยังไม่ได้ดื่ม ในขณะที่ฅนอื่นๆต่างพากันะโออกไปทางหน้าต่างชั้นสองไปทุกทิศทางคล้ายจะไร้จุดหมาย ซึ่งทำให้ฅนบนชั้นสองเหลืออยู่บางเบาลงทันตาเห็น
สตรีที่อยู่ห่างออกไปหันมองเขาก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่พอใจ “หึม? ตัวข้าที่เป็จ้าวอักขระร้อยวิถีิญญายังไม่สามารถ แล้วผู้มีจารึกตัวไหนกันจะสามารถ”
คำกล่าวของนางนั้นทำให้หางคิ้วของใครหลายๆฅนในร้านต้องกระตุกทันที ในเวลาเดียวกันผู้ฅนจากชั้นหนึ่งและชั้นสามก็เร่งมายังชั้นสองด้วยความใคร่รู้ในเหตุการณ์
“ผู้เฒ่า เกิดสิ่งใดขึ้น” ไม่ทราบถึงที่มาของต้นเสียง ทว่าผู้ฅนต่างหันมองไปที่มุมหนึ่งของร้านเป็สายตาเดียว มันเป็มุมที่มืดทึบจนมองได้ไม่ค่อยชัดเจนนัก
เอ่อออ... เสียงเรอดังสนั่นก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มและกลิ่นสุราที่โชยมา ซึ่งแค่กลิ่นของมันก็เพียงพอที่จะทำให้หลายๆฅนหน้าซีดด้วยความวิงเวียน “... เป็อะไรที่คล้ายกับตุ๊กตาอาคมของจ้าวอักขระ ทว่านั้นเป็ศาสตร์วิชาของแดนมายา พวกนักเวทย์ไม่กล้าพอจะเดินเข้ามาในเมืองที่เต็มไปด้วยผู้ฝึกตนหรอก... พวกเราเองก็เช่นกัน”
‘ว่ากันว่าผู้ฝึกตนเป็อริกับผู้ใช้เวทย์ แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรล่ะ ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็แสวงหาความแข็งแกร่ง...’ เด็กน้อยฉุกคิดขึ้นมาหลังจากแอบฟัง น่าแปลกที่ประสาทััของเขาดีพอที่จะรับรู้เื่ราวต่างๆ เด็กน้อยคิดทบทวนบางอย่างก่อนจะกรอกตาไปหยั่งศพเอลฟ์ที่อยู่ไม่ไกล แววตาเขาปรากฏความลังเลอยู่สักพักก่อนจะตัดใจในความคิดของตนเอง
โลกิญญาคงอยู่ด้วยพลังิญญา ทุกอย่างตัดสินด้วยพลังิญญา พลังชีวิตก็แปลงได้จากพลังิญญา สุรา อาหาร ล้วนเป็สิ่งไร้ประโยชน์ในการดำรงชีพ สิ่งเ่าั้ใช้เสพสมหาหาความสำราญเท่านั้น แม้แต่เด็กที่เติบโตในสลัมก็อยู่ได้ด้วยตัวฅนเดียว ขอเพียงไม่สร้างปัญหาให้เป็จุดเด่นจนมีฅนล่าสังหารก็เพียงพอ ซึ่งมันกลายเป็กฎของผู้อ่อนแอที่ไร้อำนาจไปโดยปริยาย ขัดขืนเทียบเท่าตาย!
ตึกๆ ตึกๆ ฉับพลันโลกทั้งใบพลันทึบแสงลง มันเกิดขึ้นพร้อมกับเสียงที่หายไปอย่างกะทันหัน มันเงียบสนิทจนเด็กน้อยสามารถได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองได้ชัดเจน เด็กน้อยค่อยๆทันมองออกไปยังถนนที่เต็มไปด้วยผู้แกร่งกล้า ทว่าพวกเขาเ่าั้กลับแข็งค้างราวกับกาลเวลาได้ถึงจุดสิ้นสุดและหยุดไปแล้ว
‘เกิดอะไรขึ้น?’ เด็กน้อยค่อยๆประคองตัวเองและลุกขึ้น ด้วยอิริยาบถที่ไม่คุ้นเคยทำให้เขาเซเล็กน้อยก่อนจะทรงตัวได้ แม้จะไม่ทราบเหตุผลแต่นี้เป็จังหวะดีที่จะเคลื่อนไหว เด็กน้อยเดินตรงไปค้นศพด้วยความรีบร้อน เขาพยายามค้นหาสิ่งมีค่า ทว่ากลับไม่มีอะไรเลย เสื้อผ้าก็ใหญ่เกินกว่าจะใส่ได้ เด็กน้อยจึงถอดเสื้อคลุมมาห่มร่างเปลือยของตนเองแทนผ้าเก่าๆขาดๆผืนเดิม เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรมีค่าแล้วจริงๆ เด็กน้อยจึงรีบกลับมานอนคุดคู้อยู่ที่เดิมโดยใช้ผ้าคลุมสีเทาเป็ผ้าห้ม
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งยามทุกอย่างยังคงหยุดนิ่งคล้ายพิภพนี้จบสิ้นแล้วจริงๆ ภายใต้แผ่นฟ้าที่หม่นแสงบนดินแดนหมองสี เด็กน้อยมองไปบนท้องถนนอีกครั้ง มันเป็เพียงทางเท้าที่เต็มไปด้วยผู้ฅนที่หยุดนิ่ง แม้ถนนเส้นนี้กว้างเพียงสองวาแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ดูแออัดแต่อย่างใด เขาลุกขึ้นอีกครั้งด้วยประกายตาที่แน่วแน่
“เราไม่หยุดนิ่ง” เป็ประโยคสั้นๆที่เขากล่าวกับตัวเอง มันแน่ชัดแล้วว่าตัวตนของเขานั้นไม่ธรรมดา เขาเดินออกไปอย่างกล้าหาญทว่ากลับต้องหยุดนิ่งอีกครั้ง
[จิติญญาแห่งการต่อสู้ตื่นแล้ว 1/12]
[ขอบเขตพลังเข้าสู่แดนนิรมิต]
[เปิดใช้งานบันทึกของทรราช]
ไม่มีคำอธิบายใดๆ ไร้สำเนียงเสียงกล่าวขาน ไม่ใช่ภาษาที่ใช้อยู่แต่กับเข้าใจ เป็อะไรที่คล้ายกับนึกขึ้นได้หลังจากหลงลืมอะไรบางอย่าง เขาแบมือมองตัวเองและมองมันราวกับกระจก
[นาม : ขยะหมายเลขสี่ 2ปี
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์(เคออส) ระดับ2(59%)
จิติญญา : ทรราชหมื่นราชันย์ 1/12
พร์ : ปฏิเสธโชคชะตา(ระดับทรชน)
กายภาพ : ชีวิต12/15 ความแกร่ง3 กำลัง2 ต้านทาน? ว่องไว1
จิตภาพ : เวทมนตร์1/54 ลมปราณ2/60 จิตใจ? ต้านทาน?
ความสามารถ : ขุมพลังเคออส2 ทรราชแรกกำเนิด? บันทึกของทรราช1/4]
“เราคือทรราช!” เด็กน้อยประกาศกร้าว ทำให้ชื่อของเขาเปลี่ยนเป็ทรราชทันที จากนั้นเขาจึงหันไปมองฅนที่หยุดนิ่งอยู่แถวๆนั้น
[นาม : ฆาตกรลึกลับ เขี้ยวสีคราม 17ปี
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์(ไวท์) ระดับ74(52%)
จิติญญา : แสงสังหารเงาดั้งเดิม 4/6
พร์ : แสงและเงา(ระดับพลเมือง)
กายภาพ : ชีวิต8,970/12,800 ความแกร่ง722 กำลัง7,294 ต้านทาน254 ว่องไว18,601
จิตภาพ : ลมปราณ1,128/1,548 จิตใจ-342 ต้านทาน90
ความสามารถ : ขุมพลังสีขาว74 ซ่อนเร้นอำพราง5 ติดตามแกะรอย4 แทงข้างหลัง3 จิติญญานักฆ่า2/2 ััลางมรณะ1/2 คลื่นพยาบาท1/2 หลั่งเืสังหาร1/1]
ทรราชเดินไปรอบๆสังเกตสถานะของแต่ละฅนและนำมาเทียบกับอย่างละเอียด โดยประชากรส่วนใหญ่จะเป็เผ่าพันธุ์มนุษย์ จิติญญาส่วนใหญ่มีขีดจำกัดอยู่ที่3-6 ซึ่งหายากมากที่จะพบเจอขีดจำกัดที่สูงกว่า7 ทรราชเองมีขีดจำกัดอยู่ที่12 ระดับของพร์เองก็พบเจอเพียงไม่กี่รูปแบบ แต่ไม่พบเจอใครที่เป็ทรชนเหมือนเขาเลย คาดว่าคงมีอะไรมากกว่านี้ และระหว่างที่ทำการศึกษาผู้ฅนอยู่นั้นเอง ...
[กำลังเพิ่ม1 จากการเดิน]
ทรราชหยุดชะงักชั่วครู่ก่อนจะเดินต่อไปโดยไม่ได้สนใจอ่านสถานะใครอีก
[ขีดจำกัดชีวิตเพิ่ม1 จากการเคลื่อนไหว]
ทรราชออกเดินเร็วขึ้นก่อนจะเปลี่ยนเป็วิ่งตรงไปอย่างไร้จุดหมาย
[ความเร็วเพิ่ม1 จากการวิ่ง] ...
[ความแกร่งเพิ่ม1 จากความอดทน] ...
[ความเร็วเพิ่ม1 จากการเคลื่อนไหว] ...
[ขุมพลังเคออสเพิ่ม1% จากการหายใจอย่างหนัก] ...
[ขีดจำกัดลมปราณเพิ่ง1 จากการฝึกฝน] ...
...
...
ทรราชยังคงออกกำลังต่อไป ทว่าหลังผ่านไปไม่นาน สถานะก็ค่อยๆเพิ่มช้าลง จนถึงจุดๆหนึ่งที่เขาวิ่งต่อไม่ไหวแล้ว เด็กน้อยหอบหายใจสักพักก่อนจะมองไปที่ฝ่ามือตัวเอง
[นาม : ทรราช 2ปี
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์(เคออส) ระดับ2(62%)
จิติญญา : ทรราชหมื่นราชันย์ 1/12
พร์ : ปฏิเสธโชคชะตา(ระดับทรชน)
กายภาพ : ชีวิต19/21 ความแกร่ง5 กำลัง4 ต้านทาน? ว่องไว6
จิตภาพ : เวทมนตร์24/54 ลมปราณ52/69 จิตใจ? ต้านทาน?
ความสามารถ : ขุมพลังเคออส2 ทรราชแรกกำเนิด? บันทึกของทรราช1/4]
ทรราชดูพอใจกับความก้าวหน้านี้ หากกาลเวลายังคงหยุดนิ่งอยู่อย่างนี้ การจะมีค่าสถานะสูงกว่าฆาตกรลึกลับก็คงไม่ใช่เื่ยาก ในขณะที่เขากำลังมองหาทางกลับนั่นเอง เขาก็ได้รู้ตัวว่าหลงทางเรียบร้อยแล้ว เด็กน้อยพยายามมองไปรอบๆขณะกำลังหาทางกลับ ทว่าฟากฟ้าทิศใดไม่ทราบกลับมีคลื่นพลังลึกลับที่พลุ่งพล่านขึ้นสู่ฟ้าราวกับน้ำพุไร้สิ้นสุด มันขึ้นสู่ฟ้าก่อนจะร่วงโรยลงมาราวกับสายฝน แต่แล้วเมื่อเด็กน้อยกระพริบตาสิ่งนั้นก็หายไปไม่ต่างจากภาพลวงตา ไม่ว่าจะพยายามมองสักกี่ครั้งก็ไม่เห็นคลื่นพลังราวกับสายฝนอีกแล้ว
ทรราชค่อยๆเดินไปทิศนั้นด้วยความระมัดระวัง จนกระทั่งเขาคาดว่าใกล้จะถึงจุดหมายที่เป็ถนนใหญ่แล้ว จึงค่อยๆเดินช้าลงอีก บนถนนเส้นนั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่ค้างอยู่ในสภาพลากเกวียน บ้างก็มีเครื่องจักรแปลกตา ทั้งเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายของผู้ฅนระแวงนี้ล้วนเลิศหรูมีระดับ เพียงปรายตามองก็ทำให้รู้สึกได้ขึ้นความต่างชั้น ในระหว่างที่เด็กน้อยตกตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของตึกสูงใหญ่ริมทาง ผู้ฅนชั้นสูงกับค่าสถานะที่เขาไม่อาจเทียบ
[นาม : อุปราชแห่งขวากหนาม 1,127ปี
เผ่าพันธุ์ : เอลฟ์(กรีน) ระดับ7,742(9%)
จิติญญา : ผู้พิทักษ์ป่าโลหิต 7/10
พร์ : ห้วงลึกของผู้หน่วงเหนี่ยว(ระดับเทพ)
กายภาพ : ชีวิต75,360/75,670 ความแกร่ง2,314 กำลัง1,258 ต้านทาน740 ว่องไว3,248
จิตภาพ : ลมปราณ427,977/458,215 จิตใจ38,235 ต้านทาน18,409
ความสามารถ : ขุมพลังสีเขียว7,742 พันธมิตรแห่งพงไพร10 ลมหายใจป่าไม้10 ตราป่า9 คำพิพากษาป่าไม้8 พิษพนา9 จิติญญาแห่งหนาม3/4 ััแห่งภัยพิบัติ2/3 สมรภูมิแห่งขวากหนาม2/3 พันธนาการแห่งหนาม1/3 กรีดแทงจิติญญา1/2 อวตารความวิบัติ1/2 บัญญัติสุดท้ายที่ถูกจองจำ1/2]
ทรราชยังคงยืนนิ่งราวกับประติมากรรมหลังจากได้รับข้อมูล หญิงสาวฅนนี้ดูภายนอกไม่ต่างไปจากมนุษย์ธรรมดา ทว่าพลังของนางโดยปกติแล้วไม่อาจหยั่งถึง นางเป็เทพเซียนที่ปลอมมาเป็มนุษย์! ขุมพลังสีเขียวที่มากกว่าเจ็ดพันทำให้เด็กน้อยรู้สึกลำบากใจจนพยายามไม่สนใจมัน เขาให้ความสัมคัญกับความสามารถอื่นมากกว่า
[ตราป่า ระดับ9
ประเภท : คำสาป
คำอธิบาย : ตรานี้จะทำให้เป็ที่เกลียดชังของเหล่าพฤกษา ค่าสถานะทุกอย่างจะลดลง27%(3×9)เมื่ออยู่ในป่า พลังชีวิตและลมปราณจะไม่ฟื้นฟู ทุก18(2×9)หน่วยของต้านทานจิตภาพหักล้างผลกระทบได้1% ไม่เกิน60% รอยสาปนี้จะไม่หายไปจนกว่าจะได้รับอภัยโทษ หรือได้รับคำพิพากษาป่าไม้ ใช้ลมปราณ180(20×9)หน่วยสร้างตราป่า และใช้อีก9(1×9)หน่วยในเวลาครึ่งยามต่อหนึ่งรอยสาปเพื่อคงสภาพตราป่าไว้]
ทรราชยังคงยืนนิ่งคล้ายถูกสาปเป็หินไปแล้ว ฆาตกรลึกลับที่แข็งแกร่งก่อนหน้านี้เทียบกับฅนที่เขาสุ่มมองบนถนนสายหลักไม่ได้เลย เพียงความสามารถเล็กๆก็น่าหวาดหวั่นมากแล้ว ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเพ่งััไปที่จิติญญาแห่งหนามของเธอ
[จิติญญาแห่งหนาม
ประเภท : ติดตัว
1/4 : รับรู้ถึงความคิดมุ่งร้ายต่างๆที่มีต่อผู้ถือครองจิติญญาแห่งหนาม
2/4 : สิ่งชั่วร้ายใดๆที่ัักับจิตแห่งหนามล้วนได้รับความเ็ป
3/4 : ยิ่งคิดร้ายและรุนแรงเท่าใดยิ่งเ็ปมากขึ้นเท่านั้น
4/4 : ใช้ได้เมื่อจิติญญาถึงขั้น10/10
ความสามารถนี้ต้านทานไม่ได้]
ในขณะที่ทรราชกำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง ชายร่างสูงกำยำก็กำลังเดินเข้ามา เครื่องแบบของเขาดูสูงศักดิ์ประดับประดาไปด้วยอัญมณีและแร่ลึกลับมากมาย แม้ชุดจะสว่างไสวจนแสบตาแต่ก็ไม่อาจบดบังรัศมีพลังอันน่าเกรงขามของเขาเอาไว้ได้ ทรราชยังคงไม่ขยับทำตัวราวกับรูปปั้นข้างทางชิ้นหนึ่ง ในขณะที่เสียงฝีเท้ายังคงดังมาเรื่อยๆนั้น ชายปริศนาก็เข้าสู่ขอบเขตสายตาของทรราชแล้ว ทว่าชายปริศนากลับหันมองอุปราชแห่งขวากหนามอย่างสนอกสนใจ ท่าทีของเขานั้นราวกับกำลังพินิจมองประติมากรรมชิ้นเอกในพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว ทว่าทรราชกลับเบิกตากว้างเล็กน้อย
[นาม : รัชทายาทผู้สาบสูญ 24ปี
เผ่าพันธุ์ : อสูร(ประถมชีพสีแดง) ระดับ9,999,999(99.99%) *ไม่พร้อมวิวัฒนาการสู่ขั้นกายาสิทธิ์
จิติญญา : จักรพรรดิแห่งกาลเวลา(อดีตกาล) 10/12
พร์ : ปฏิเสธอนาคต(เทพนิยาย)
กายภาพ : ชีวิต240M/240M ความแกร่ง132M กำลัง152M ต้านทาน120M ว่องไว60M
จิตภาพ : เวทมนตร์90M/90M จิตใจ8M ต้านทาน19M
ความสามารถ : ขุมพลังสีแดง9M ท่องกาลเวลา10 ออร่าสะกดเวลา10 หวนคืนชีพจริญญา10 หวนคืนชีพจรโลหิต10 นิมิตา10 พงศาวดารไร้สิ้นสุด4/4 ััที่หวนคืน3/4 พรหมแดนนาฬิกาไร้เข็ม3/4 สวนกระแสกาลเวลา3/3 ห้วงจองจำไร้สิ้นสุด2/3 ร่างทรงเทพเ้าแห่งอดีตกาล2/3 หายนะคืนศูนย์2/2 ผนึกแห่งกัลปาวสาน1/2 วิบัตกาล1/2 ากลืนพิภพ1/1]