เช้าสดใส เมื่อคนทั้งสามเดินทางจนถึงบ้านตระกูลจ้าว
จื่อหรานส่งเสื้อคลุมคืนให้กับโจวเหวินหรงกลิ่นกายยังติดอยู่ในเนื้อผ้าเขารับมาสวมทับก่อนจะประสานมืออำลา
“คุณหนูคงต้องขอลาที่นี่”
“ท่านองครักษ์ไม่เข้าไปพบ ท่านลุงข้าหน่อยหรือ บางทีอาจมีของเล็กน้อยตอบแทนท่านที่ช่วยชีวิตข้า”จื่อหรานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แค่มิตรภาพของคุณหนูก็นับว่า เป็ของกำนัลที่ดีที่สุดแล้ว”ขยับผ้าแพรที่คลุมหน้าให้แน่นกว่าเดิม ก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ใต้เท้าจ้าวเดินออกมาจึงเห็นเพียงแผ่นหลังของโจวเหวินหรงพอดี คิ้วขาว ขมวดเข้าหากันทันที
“จื่อหราน เหตุใดถึงออกมาจากวังได้ทั้งๆ ที่การคัดตัวนางในเพิ่งจะเริ่มขึ้นได้ไม่กี่วัน แล้วนั่นใครกัน”ยิงคำถาม เข้าใส่ทันที
“องครักษ์หลวง เดิมทีหลานคิดว่าเป็ท่านลุงที่ส่งเขามาเสียอีก แต่บัดนี้แน่ใจแล้วว่าไม่ใช่ท่านลุง เมื่อคืนมีมือสังหารเข้าไปยังที่พำนักของหลาน และมีองครักษ์หลวงสองคนให้การช่วยเหลือหลานจึงได้ถูกคนผู้นั้น พาหนีออกจากวังหลวงและมีชีวิตรอดมาถึงที่นี่”เล่าเสียยืดยาว ด้วยความปลาบปลืมใจที่รอดชีวิตมาได้
“คนผู้นั้น ลุงดูลักษณะท่าทางของเขาแล้วช่างเหมือนกับ เหมือนกับ...ช่างมันเถิด ปลอดภัยก็ดีแล้ว แต่จะกลับไปยังวังหลวงไม่ใช่เื่ง่ายในเมื่อออกมาแล้วจึงถือว่าหลบหนีการคัดตัวนางใน ยากจะกลับเข้าไป”
“หลานเข้าใจดี เช่นนั้นจึงมาที่ตระกูลจ้าวเผื่อว่า ท่านลุงจะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง”ใต้เท้าจ้าวถอนหายใจ
“คงต้องลองดู”
หน้าวังหลวง ทหารยามสาวเท้ามาด้านหน้าประสานมือคารวะ ใต้เท้าจ้าวและจื่อหรานเหมือนกับรอคอยการมาของคนทั้งสาม
“ใต้เท้า คุณหนูเชิญเลยขอรับ”ใต้เท้าจ้าวยิ้มเพียงแต่เก็บความสงสัยไว้ในใจผู้ใดกันอำนวยความสะดวกให้เพียงนี้
“ท่านลุง การผ่านเข้ามาง่ายดาย จื่อหราน ไม่คิดว่าท่านลุงจะเป็ที่รู้จักย่ำเกรงขนาดนี้”
“ คงเหนือกว่าลุง คนคนนั้นคงเหนือกว่าลุงมากจึงทำสิ่งนี้ได้ดีไม่น้อย ปกติแล้ว การผ่านเข้าออกในขณะที่คัดตัวนางในแม้กระทั่งมารดาตาย หรือบิดาป่วยยังไม่อาจกระทำ”จื่อหราน ยิ้ม
“แล้วใครกัน”
“ไว้เ้าเข้าวังครั้งนี้ค่อยหาเบาะแสจะดีกว่า จื่อหรานที่แห่งนี้น่ากลัว เ้าลำพังตัวคนเดียว แม้จะมีฮุ่ยหนิงแต่ทว่าบางอย่างกลับมองไม่เห็นถูกซ่อนไว้ในที่ลับจงระวังตัวให้หนัก ลุงคงส่งได้แค่นี้หวังว่าเ้าจะโชคดี”
“จื่อหรานซาบซึ้งใจ ที่ท่านลุงสั่งสอนต่อไปนี้จะระวังตัวให้มาก” ร่างบอบบางของหวงเยี่ยนหงฮองเฮาเฝ้ามองจากหน้ามุขสูง พยักหน้ากับนางกำนัลข้างกายสองสามคน ที่กรูกันเข้าล้อมกรอบจื่อหรานไว้เมื่อประตูวังปิดลง ในตอนที่ใต้เท้าจ้าว เดินลับหลังไป
นางกำนัลร่างใหญ่จับ จื่อหรานทั้งขาและแขน ลากตัวถูลู่ถูกัง รวมทั้งฮุ่ยหนิง ก็พลอยโดนไปด้วย จื่อหรานอยู่ในอาการนิ่งสงบ ไม่แสดงความหวาดกลัว หรือแสดงว่าใ ศาลาเหมยฮวา หวงเยี่ยงหงนอนทอดกายยาวเหยียด จิบชาอย่างสบายอารมณ์ ไม่แม้แต่จะปรายตามอง จื่อหราน
“ฮองเฮา จับตัวนางมาแล้วจะให้ลงทัณฑ์เช่นไร”
“หึหึหึ ฆ่านางเสีย”จื่อหรานเบิกตาโพลงไม่คิดว่าจะได้ยิน คำนี้จากปากที่เปล่งออกมาง่ายดายเหมือนกับจื่อหรานเป็เพียงสิ่งไร้ค่า
“ฮองเฮา ฝ่าามีบัญชาให้กวงซีิส่งคนมาจับตัว จ้าวจื่อหราน”ฮองเฮาผุดลุกขึ้นจากแท่นนั่งในท่านอน กวงซีิ และองครักษ์อีกสองสามคน ยืนรีรออยู่ข้างนอก
“จับตัวนาง”
“ฝ่าา ทรงมีดทสะ ตี้กุ้ยเหรินร้องไห้ฟูมฟายเื่น้องสาวหายตัวไปอย่างลึกลับในขณะคัดตัวนางใน อ้างว่าเป็เพราะนางสับเปลี่ยนห้องนอนกับหลัวซานซานจนทำให้น้องสาวของตี้กุ้ยเหรินหายไปฝ่าาทรงกริ้ว เลยสั่งให้มาจับตัวนางไปไต่สวน”ฮองเฮาหลุบตามองพื้น ท่าทีครุ่นคิดก่อนจะโบกมือให้ นางกำนัลปล่อยตัวจื่อหราน ไปกับเหล่าองครักษ์และกวงซีิ
“กวงซีิ ทูลลา”กวงซีิ พยักหน้าให้องครักษ์จับกุมตัวจื่อหรานไปทันที
“ฮองเฮาเพคะ เื่ของหลัวซานซาน”มือบางฟาดลงบนปากของนางกำนัลข้างกาย
“ถึงแม้ตอนนี้อำนาจจะอยู่ในมือข้า แต่อย่าลืมว่า ฝ่าาเป็ถึงฮ่องเต้ หากกล่าวโทษข้าขึ้นมาต่อหน้าเหล่าขุนนาง และตระกูลใหญ่ จะทำให้ข้าทำตัวลำบากแค่ไหน ตี่กุ้ยเหรินนั่นส่งคนสั่งสอนนาง คิดจะออดอ้อนฝ่าาแย่งชิงพื้นที่ในวังหลวงส่งน้องสาวเข้ามาในวัง ที่ข้ายังให้มีชีวิตอยู่เพราะไม่เห็นว่าจะสร้างความลำบากใจให้ข้า แต่วันนี้แค่น้องสาวตายไปแค่คนเดียวกับร้องไห้ฟูมฟาย ไม่เจียมตัวคิดว่าใครกันจะช่วยนางได้”
“ฮองเฮา แต่เดิมตี่กุ้ยเหรินบิดากุมกำลังองครักษ์เกราะเงินจึงเหิมเกริม ตอนนี้นางจึงกล้าที่จะต่อกรกับฮองเฮา เพราะองครักษ์เกราะเงินที่แข็งแกร่ง โดยการควบคุมของบิดานางประกาศตัวชัดเจนว่าจะอารักขาฝ่าาเพียงผู้เดียว”
“เห็นทีข้าต้องคุยกับท่านพ่อบ้างแล้ว”
“ฉีกงกงยังรายงานอีกว่าฝ่าาปลอบประโลมตี่กุ้ยเหริน ด้วยความสงสารถึงกับเช็ดน้ำตาให้นาง แล้วยังบอกว่าคืนนี้ให้นางรั้งอยู่ที่ตำหนัก”หวงเยี่ยนหงกวาดโถชาและจอกชาลงพื้นร่วงแตกกระจัดกระจาย
“คืนนี้ข้าจะเข้าเฝ้าฝ่าา ให้ใครจับตัวตี่กุ้ยเหริน มารอข้าที่ ตำหนักชิงหนิงกง”
“แต่ฮองเฮาหากนางหายไปฝ่าาต้องถามถึงนางแน่ ตอนนี้ทางที่ดี ปล่อยนางไปก่อนนางกำลังเป็ที่โปรดปราน”
“ข้าตอนนี้อยากจะฉีกเนื้อนางออกเป็ชิ้นๆ ”แววตาแข็งกร้าวรอยยิ้มเหี้ยมโหด
ตำหนักฮ่องเต้
โจวเหรินหรง ยืนหันหลังมองออกนอกหน้าต่าง กวงซีินำจื่อหรานเข้ามา
องครักษ์ทิ้งตัวจื่อหรานให้เข่ากระแทกกับพื้นสร้างความเ็ปไม่น้อยใช้กระบี่ในฝักกดลงหลังคอให้ก้มหน้าคุกเข่า แม้จะลอบสังเกตร่างสูงและแผ่นหลังกว้าง กับชุดัสีขาวปักลายัสีน้ำเงิน ร่างสูงชลุดแต่ไม่อาจเห็นใบหน้า
“จ้าวจื่อหรานถวายพระพรฝ่าา”โจวเหวินหรงยังนิ่ง
“จ้าวจื่อหราน สารภาพมาตามตรงใครบงการเ้า”ฉีกงกงพูดแทน
“ใต้เท้าเข้าใจผิดแล้ว จ้าวจื่อหรานเพียงหญิงบ้านป่า ไร้พวกพ้อง”
“แล้วเหตุใดเ้าถึงย้ายที่นอนในค่ำคืนนั้น จนเป็เหตุให้น้องสาวของตี่กุ้ยเหรินหายไป จะอ้างว่าเ้าไม่รู้อย่างนั้นหรือว่าจะมีคนเข้ามา ...ลอบสังหาร”โจวเหวินหรงสะดุดหูกับคำว่าลอบสังหาร ทั้งๆ ที่ฉีกงกงไม่เคยรู้มาก่อนว่า มีมือสังหารแม้แต่กุ้ยเหรินยังรู้แค่ว่าน้องสาวหายไป แต่เขาและกวงซีิรู้ดีว่านางตายไปแล้ว กวงซีิ จัดการทุกอย่างอย่างหมดจดทั้งศพของมือสังหารและศพของหลัวซานซาน แต่ฉีกงกงกลับรู้ว่า นางถูกลอบสังหารได้อย่างไรหากไม่ใช่ ฉีกงกงรู้มาก่อนหน้านั้นว่า หลัวซานซานไม่มีลมหายใจแล้ว
“มือสังหาร จื่อหรานเงยหน้าสบตากับกวงซีิ ที่มีสีหน้าเรียบเฉย แต่จื่อหรานรู้ดีว่าไม่สมควรพูดเื่ที่กวงซีิสังหาร มือสังหารคนนั้นเพียงเสี้ยวนาทีด้วยกระบี่ในมือเพราะกวงซีิเองก็เคยช่วยชีวิตจื่อหราน และฮ่องเต้ร่างสูงตรงหน้านั่นไม่แน่ว่าจะรู้เื่ราวที่กวงซีิช่วยจื่อหรานหรือไม่ ไหนจะองครักษ์คนนั้นที่พาจื่อหรานหนีอีกจะต้องเดือดร้อนกันไปหมด หากจื่อหรานพูดอะไรออกไป ทางที่ดีเลือกที่จะเงียบหากจะถูกลงทัณฑ์แค่จื่อหรานคนเดียว คนอื่นไม่ต้องเดือดร้อนไปด้วยนึกถึงแววตาเศร้าสร้อยขององครักษ์ผู้นั้นแล้ว จื่อหรานยิ่งคิดว่าไม่สมควรพูด
“จื่อหรานไม่รู้มาก่อนว่ามีมือสังหาร แต่จะว่าไปในวังหลวงที่มีการอารักขาอย่างดีเยี่ยมเช่นนี้ ยังมีมือสังหารคนไหนผ่านเข้าออกง่ายดายได้อีก”
“แล้วทำไมเ้าถึงย้ายห้องนอน”
“เพราะนางนาง อ้างว่านางเป็น้องสาวของกุ้ยเหรินจำเป็ต้องได้ห้องที่ดีที่สุด”
“แล้วเ้าก็ยอมนางเช่นนั้นหรือ”
“ข้าเป็เพียงหญิงชาวป่าอย่างที่บอกหวังเพียงความเป็อยู่ที่ดีในวังหลวงจึงไม่อาจขัดแย้งกับใครในวันแรกที่เข้ามา”
โจวเหวินหรงกวักมือเรียกฉีกงกงมาใกล้ แล้วกระซิบเบาๆ
“ฝ่าา ทรงกริ้วที่เ้าบังอาจเปลี่ยนห้องโดยพลการ แต่ เมื่อทำผิดก็ต้องลงทัณฑ์ ต่อไปนี้เ้าไม่ต้องไปคัดตัวนางในอีกแล้ว แต่เมื่อหลัวซานๆ น้องสาวของตี่กุ้ยเหรินหายไป จึงลงทัณฑ์ให้เ้าไปคอยรับใช้ ตี้กุ้ยเหรินที่ตำหนักเคียงจันทร์เป็นางกำนัลข้างกายตี้กุ้ยเหริน ไม่ให้มีโอกาสได้คัดตัวนางในอย่างที่เ้าคาดหวังอีกต่อไป”
“ฝ่าา จื่อหรานเข้ามาเพื่อคัดตัวนางใน”ละล่ำละลักด้วยความเสียดาย หวังจะเข้าใกล้โจวเหวินหรง หาทางทวงความเป็ธรรมคืนให้ตระกูลจูแต่บัดนี้เหมือนทุกอย่างที่คาดหวังไว้พังทลายลงไปด้วยบัญชาของ โจวเหวินหรงผู้นี้
“ห้ามโต้เถียง บัญชาฮ่องเต้ไม่อาจเปลี่ยนแปลง องครักษ์พานางตามข้ามาส่งนางที่ตำหนักเคียงจันทร์”ฉีกงกง พูดขึ้นพร้อมกับเดินนำหน้าไปทางตำหนักเคียงจันทร์องครักษ์ลากตัว จื่อหรานออกไป
“ฝ่าาเหตุใดต้องส่งนางที่ตำหนักเคียงจันทร์”กวงซีิอดถามไม่ได้
“ตี่กุ้ยเหริน แม้จะร้ายกาจแต่ไม่อาจเทียบได้กับหวงเยี่ยนหง นางไม่เคยฆ่าแกงใครอย่างดีก็แค่ตบตี แต่หากจื่อหรานยังอยู่ในการคัดตัวนางในลำพังเ้าอาจจะพลาดได้สักวัน หวงเยี่ยนหง้าให้นางตายแต่ตี่กุ้ยเหรินในตอนนี้ ใต้เท้าหลัวผู้ดูแลองครักษ์เกราะเงินย่อมไม่ยอมให้บุตรีอยู่ในอันตรายแน่ เขาเป็ผู้เดียวที่ประกาศตัวอารักขาข้า ตำหนักเคียงจันทร์จึงนับว่าปลอดภัยไม่น้อย ด้วยองครักษ์เกราะเงินแต่ละคนฝีมือเป็เลิศ”กวงซีิพยักหน้า
“ฝ่าาทรงพระปรีชา อย่างน้อยตอนที่กระหม่อมอารักขานางก็ขาดการอารักขาฝ่าาไปเช่นกัน จึงนับว่าตอนนี้เรายืมมือองครักษ์เกราะเงินปกป้องจื่อหรานให้ปลอดภัย แต่ฝ่าาบัญชาว่าลงทัณฑ์ คุณหนูคงยิ่งเข้าใจฝ่าาผิด นางหมายมั่นที่จะเข้ามาเป็นางในผ่านการคัดตัวนางใน มาคอยปรนนิบัติฝ่าา”
“นาง้าสืบหาความจริงเพราะแค้นเคืองข้า จึงหวังคัดตัวเป็นางใน เพื่อใกล้ชิดข้าแต่คืนนั้นนางหารู้ไม่ว่าว่าข้าเป็ฮ่องเต้ ด้วยเนื้อแท้ของจื่อหรานน่าคบหาไม่น้อย”เผลออมยิ้มเมื่อคิดถึงค่ำคืนแห่งมิตรภาพ กวงซีิ เหลือบตามองรอยยิ้มนั้น
“นานแค่ไหนแล้วที่กระหม่อมไม่เคยเห็นฝ่าาแย้มพระสรวล ั้แ่…”
“ข้ากลัวทุกอย่างจะซ้ำรอยเดิม หวงเยี่ยนหงนางไม่ปล่อยนางไว้แน่ หากข้าจะมีใจให้นาง”แววตาเศร้าสร้อย
“เช่นนั้นฝ่าายิ่งต้องคิดให้มาก ตอนนี้กองกำลังของเราแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ฝ่าาเองต้องอดทน เพื่อรอวันที่จะทวงคืน ความแค้นเช่นกัน” กวงซีิจากไปโจวเหวินหรงหยิบเสื้อตุลมสีดำ ที่ให้จื่อหรานคลุมยามหนาวเหน็บขึ้นมาสุดดมกลิ่นกายยังติดอยู่ในนั้น เขาเผลอยิ้ม อีกตามเคยหัวใจพองโตเปี่ยมสุข