สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

    ตอนที่ 5 กลายเป็นหนี้

    ตอนที่ 5

    “วัวกระทิงกลายพันธ์ตัวนี้คุณเป็นคนจัดการเหรอครับ คุณสตีฟ” ตำรวจนายหนึ่งเดินเข้ามาถามซึ่งดูเหมือน เขา จะตรวจสอบชื่อสตีฟแล้วจึงเรียกชื่อได้ถูก

    “ใช่ครับ” สตีฟพยักหน้า

    “แต่เลเวลของคุณ !!!” ตำรวจนายนั้นสงสัยเพราะที่เห็นตอนนี้สตีฟนั้นเลเวลหนึ่งเท่านั้นแถมยังไม่ได้มีอาชีพฮีโร่อีกด้วย ที่สำคัญไม่ได้ลงทะเบียนกับสมาคมฮีโร่เอาไว้ แสดงว่าไม่ได้มีงานด้านเกี่ยวกับจัดการสัตว์กลายพันธ์

    “คือผมใช้ตึกพวกนี้จัดการกับกระทิงน่ะครับ” สตีฟมองไปที่ตึกรอบๆโดยไม่ได้บอกว่ามีผู้หญิงทิ้งดิ่งลงมาจากท้องฟ้าเป็นคนจัดการ เพราะ เขา ไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้น ถ้าบอกไปคงต้องให้รายละเอียดมากกว่านี้ซึ่งมันจะยุ่งยาก

    “อ๋อแบบนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้น” ตำรวจนายนั้นพยักหน้าเข้าใจก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบบางอย่างออกมา

    แกร๊ก !! เสียงบางอย่างถูกใส่เข้าที่ข้อมือของสตีฟ

    “ผมขอจับกุมคุณข้อหาทำลายทรัพย์สินซึ่งได้แก่อาคารทั้งหมดเจ็ดหลัง ซึ่งค่าเสียหายและข้อหาที่เหลือเราจะไปคุยต่อกันที่โรงพักพร้อมกับเจ้าทุกข์ครับ” ตำรวจนายนั้นนำกุญแจมือมาใส่สตีฟเอาไว้ก่อนจะสั่งให้คนพาสตีฟไปส่วนซากของวัวกระทิงนั้นเดี๋ยวจะให้หน่วยพิสูจน์หลักฐานมาจัดการ

    “เอาล่ะเอาตัวไปที่โรงพักเลย” ตำรวจหันไปบอกกับคนที่มาพาสตีฟไป

    “เอ๋ !!!!!!!!!!!!!!!!” สตีฟร้องออกมาเสียงหลงก่อนจะโดนพาตัวขึ้นรถไป

    สถานีตำรวจ

    “นายสตีฟ แมคดูวัลล์ อายุยี่สิบเก้าปี อาชีพสุดยอดพ่อบ้าน ผมพูดถูกต้องมั้ยครับ” เสียงตำรวจคนหนึ่งที่นั่งอยู่หน้าสตีฟพูดขึ้น

    “ครับ” สตีฟพยักหน้าพลางตอบ

    “เอาล่ะจากนี้ผมจะแจ้งข้อหาที่คุณได้รับ” ตำรวจนายนั้นพูดก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารไปหน้าแรก

    “ข้อหาแรกของคุณคือสร้างความเสียหายแก่สิ่งก่อสร้างที่ซึ่งมีเจ้าของไปทั้งหมดเจ็ดหลัง เป็นอาคารสองชั้น ทั้งหมดห้าหลัง สามชั้นหนึ่งหลัง และอาคารห้าชั้นอีกหนึ่งหลัง ส่วนข้อหาที่สองคือทำให้ทรัพย์สินของรัฐบาลเสียหาย ซึ่งคิดเป็นเงินแล้วทั้งหมด สามสิบล้านเหรียญ” ตำรวจนายนั้นพูดออกมาทำให้สตีฟถึงกับตกใจ

    “สะ สะ สามสิบล้าน นี่ผมเป็นหนี้เหรอครับ แล้วทรัพย์สินของรัฐนี่อะไรกันผมไปทำลายตอนไหน” สตีฟถาม

    “ก็รถบัสยังไงล่ะครับคุณสตีฟ” ตำรวจนายนั้นพูด

    “รถบัส !! รถบัสนั่นเจ้าวัวกระทิงเป็นคนทำลายไม่ใช่เหรอครับ แล้วทำไมผมต้องมารับผิดชอบด้วยล่ะครับอีกทั้งอาคารพวกนั้นก็เป็นอาคารร้างไม่ใช่เหรอครับ” สตีฟเถียง

    “ผมจะแจกแจงเป็นเรื่องๆก็แล้วกันนะครับ เอาล่ะเรื่องรถบัสนั่นก็เพราะก่อนที่มันจะพังมีรายชื่อคุณสตีฟเป็นผู้โดยสารอยู่เพียงคนเดียวบนรถ ซึ่งตอนนี้ต่างจากสมัยก่อนเพราะรถบัสเราให้บริการฟรี ตามกฎหมายเขียนเอาไว้ถ้าเกิดมันเสียหายจะต้องเก็บเงินจากผู้ใช้บริการในช่วงเวลานั้นครับ” ตำรวจค่อยๆอธิบาย

    “อะไรกันก็ตอนนั้น !!!” สตีฟพูดออกมาอย่างตกใจเพราะเขาไม่เข้าใจทำไมถึงมีชื่อเขาแค่คนเดียวแล้วเด็กผู้หญิงที่ชื่อแอนนานั่นล่ะ

    “แล้วก็เรื่องต่อไปเป็นเรื่องของอาคารเจ็ดหลังที่พังโดยฝีมือคุณ อ๊ะฟังผมพูดให้จบก่อนนะครับ” ตำรวจพูดออกมาหลังจากเห็นสตีฟกำลังจะอ้าปากพูด

    “ถึงแม้ว่าการพังของตึกพวกนั้นจะเป็นฝีมือของสัตว์กลายพันธ์ แต่ก็เป็นคุณที่ล่อมันให้ไปชนอาคารพวกนั้น ซึ่งอาคารเหล่านั้นมีเจ้าของผู้ถือครองอยู่ครับ และที่สำคัญทางเจ้าของนั้นเรียกร้องค่าเสียหายมาทางคุณด้วย” ตำรวจพูดก่อนจะหยุดหายใจและพูดต่อทันที

    “ซึ่งค่าเสียหายที่ทางนั้นเรียกร้องจากคุณก็คือทั้งหมดยี่สิบแปดล้าน รวมกับค่ารถบัสนั่นแล้วเป็นสามสิบล้านพอดีครับ” ตำรวจพูดออกมา

    “ทำไมมันถึงแพงขนาดนั้นล่ะ” สตีฟพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหดหู่

    “คุณสตีฟครับ คุณอาจจะลืมไปแล้ว นี่มันยุคสัตว์กลายพันธ์นะครับ แหล่งวัตถุดิบต่างๆของเราถูกพวกมันครอบครองไปหมดแล้ว การจะหาวัสดุก่อสร้างนั้นไม่ง่ายเลยครับ ผมทราบมาว่าทางเจ้าของอาคารเหล่านั้นกำลังจะจ้างคนมาแยกชิ้นส่วนอาคารเหล่านั้นเพื่อสร้างใหม่ แต่เพราะคุณไปทำมันถล่มซึ่งทางนั้นประเมินแล้วว่า อาคารที่ถล่มลงมาเกือบทั้งหมดนั้น ไม่สามารถแยกชิ้นส่วนได้อีก เพราะพลังของคนที่จะมาแยกชิ้นส่วนนั้นสามารถแยกได้เฉพาะชิ้นส่วนวัตถุที่ยังสมบูรณ์อยู่เท่านั้น” ตำรวจเล่าให้สตีฟฟังเพราะจากที่เขารู้มาคดีนี้นั้นสตีฟโดนฟ้องอ่วมเลย เพราะคนที่เจ้าของอาคารพวกนั้นจ้างมาเป็นฮีโร่ที่มีสกิลแยกชิ้นส่วนวัตถุ

    ซึ่งเขาสามารถแยกมันให้กลายเป็นวัตถุตั้งต้นได้ อย่างเช่นการแยกอาคารครั้งนี้ถ้ามันยังสมบูรณ์และถูกแยกด้วยสกิลของคนที่จ้างมาล่ะก็ มันจะกลายเป็น หิน ปูน ทราย และเหล็ก ซึ่งมีมูลค่ามากกว่ายี่สิบล้านเหรียญเลยทีเดียว และส่วนต่างอีกแปดล้านนั้นเป็นค่าจ้างที่เขาจ้างฮีโร่คนนี้มาทำงานนั่นเอง

    สตีฟนั่งฟังอยู่นานในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเขานั้นซวยเต็มๆ เพราะกฎหมายสมัยนี้ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ขนาดฮีโร่เองเวลาเจอเหตุการณ์ในเมืองยังไม่ค่อยอยากจัดการเลย เพราะถ้ามีอะไรเสียหายเขาจะต้องรับผิดชอบนั่นเอง

    “จากที่ผมตรวจสอบแล้ว ตอนนี้คุณมีทรัพย์สินในครอบครองอยู่ซึ่งมีมูลค่าที่สามารถจะใช้จำนองไว้ก่อนได้” ตำรวจพูดออกมา

    “อย่าบอกนะว่าคอนโด !!” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจเพราะทรัพย์สินที่เขามีตอนนี้ก็คือคอนโดที่เขาอาศัยอยู่กับซาร่านั่นเอง ซึ่งคอนโดนั้นเป็นชื่อของสตีฟ แต่ช่วยกันผ่อนกับซาร่า เขาใช้เวลาตั้งแต่เรียนจบช่วยกันผ่อนกับเธอ ซาร่านั้นเชื่อใจสตีฟจึงยกให้คอนโดเป็นชื่อสตีฟไป ซึ่งคอนโดหลังนี้สตีฟกับซาร่าพึ่งจะผ่อนหมด

    “ใช่ครับ ผมตรวจสอบแล้วที่นั่นมีมูลค่ากว่าสามสิบล้านพอดี บวกลบก็ไม่เกินสองล้านครับ” ตำรวจพยักหน้า

    “ผมไม่มีทางเลือกอื่นเลยเหรอครับ” สตีฟถามอย่างหมดแรงเพราะว่าถ้าคอนโดถูกยึดไปจริงๆเขาไม่รู้ว่าจะบอกกับซาร่าอย่างไร เงินเดือนของซาร่านั้นก็ไม่ได้มากขนาดนั้น แค่พออยู่พอกินเดือนชนเดือน ส่วนเงินเก็บก็อย่าพูดถึงเลย พึ่งจะผ่อนคอนโดหมดไม่ถึงสองปีเลย

    และเงินเก็บส่วนใหญ่นั้นก็เป็นของซาร่าด้วยเพราะสตีฟนั้นไม่มีงานทำเพราะตั้งแต่เข้าสู่ยุคสมัยของสัตว์กลายพันธ์นั้นอาชีพนั้นหายากมาก สตีฟที่ไม่มีสกิลเกี่ยวกับการต่อสู้หรือมีประโยชน์เลยนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

    “มีทางเลือกเดียวครับนั่นก็คือหาเงินมาคืนให้ได้ก่อนหนึ่งปี ไม่อย่างนั้นเราจะยึดคอนโดของคุณเพื่อนำไปใช้หนี้ครับ” ตำรวจพูดออกมาก่อนประตูห้องสอบสวนจะถูกเปิดออก

    “สตีฟ แมคดูวัลล์ มีคนมาประกันคุณครับ” เสียงจากเจ้าหน้าที่ด้านนอกที่เปิดประตูเข้ามาบอกกับสตีฟที่นั่งอยู่ด้านใน

    “เอาล่ะมีคนมาประกันคุณแล้ว เอกสารที่เหลือเกี่ยวกับเรื่องนี้เราจะส่งไปที่คอนโดของคุณพรุ่งนี้ เชิญครับ” ตำรวจที่คุยกับสตีฟพูดก่อนจะลุกขึ้นและเชิญสตีฟออกไปเพราะมีคนมาประกันแล้วสตีฟได้ยินดังนั้นก็ยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเมื่ออกมาด้านนอกเขาก็พบกับซาร่าที่กระโดดเข้ามากอดทันที

    “สตีฟ !!! โชคดีจริงๆที่นายไม่เป็นอะไรมาก แล้วนี่มันเลือดนี่นา” ซาร่าพูดออกมาหลังจากเห็นรอยเลือดที่เสื้อสตีฟที่ใส่กลับด้านเอาไว้อยู่เธอรีบเปิดเสื้อขึ้นทันทีก่อนจะแปลกใจเพราะไม่เห็นแผล

    “แผลอยู่ด้านหลังน่ะ” สตีฟพูดก่อนซาร่าจะไปสนใจหลังของสตีฟ

    “เจ็บมากมั้ยที่รัก” ซาร่าถามหลังจากเห็นหลังของสตีฟที่มีแผลถลอกยาวเลือดไหลซิบๆ

    “ไม่หรอกแค่แสบๆ แผลไม่ได้ลึกเป็นแผลถลอกซะมากกว่า” สตีฟพูด

    “แล้วนี่มันเกิดเรื่องอะไรกันคะ เพราะหลังจากรับโทรศัพท์แจ้งว่าสตีฟโดนสัตว์กลายพันธ์จู่โจมและตอนนี้ถูกจับอยู่ก็รีบลางานตอนบ่ายเหาะมาที่นี่เลย” ซาร่าถาม

    “เอาไว้กลับไปคุยที่คอนโดแล้วกันนะ ผมยังไม่ได้กลับไปทำความสะอาดกลับเตรียมอาหารเย็นให้คุณเลย” สตีฟพูดพลางพยายามฉีกยิ้มอย่างอบอุ่นให้ซาร่าเพื่อไม่ให้เธอกังวล

    “อือถ้าอย่างนั้นเหาะกลับไปแล้วกันเนอะจะได้ไวๆหน่อย” ซาร่าพูดก่อนจะกึ่งดึงกึ่งลากสตีฟออกมาด้านนอกก่อนจะอุ้มสตีฟขึ้นในท่าเจ้าสาวท่ามกลางสายตาประชาชี

    “เอ่อ...ไม่อุ้มได้มั้ยรู้สึกอายๆยังไงก็ไม่รู้” สตีฟพูดออกมาพลางหน้าแดงไปทั้งแถบ

    “แบบนี้แหละดีแล้ว ท่าอื่นมันไม่ถนัด จะให้คุณเกาะหลัง ถ้าเกิดคุณเผลอปล่อยมือคุณไม่ร่วงไปหรือไง” ซาร่าพูดออกมาก่อนจะเลิกสนใจและเหาะขึ้นฟ้าด้วยสกิลของเธอไปทันที

    อีกด้านหนึ่ง

    ตุ่บ !! เสียงเท้าของอลิเชียร์ร่อนลงพื้นพร้อมๆกับแอนนาคุณหนูของเธอที่อยู่ในอ้อมแขน แอนนารีบลงจากอ้อมแขนของอลิเชียร์และวิ่งไปหาชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าบ้านสุดหรูย่านคนรวยทันที

    “กลับมาแล้วค่ะคุณพ่อ” แอนนาพูดกับชายคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านซึ่งก็คือพ่อของเธอนั่นเอง

    “แอบหนีเที่ยวอีกแล้วนะ ดูสิมอมแมมไปหมดเลย รีบไปอาบน้ำเถอะ” พ่อของแอนนาพูด

    “ค่ะ” แอนนาพยักหน้าก่อนจะวิ่งเข้าไปในตัวบ้าน

    “จัดการปิดข่าวเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยอลิเชียร์” พ่อของแอนนาถาม

    “ค่ะคุณท่านระหว่างบินกลับมา ดิฉันโทรสั่งให้คนจัดการลบเรื่องคุณหนูออกจากเรื่องวันนี้ไปแล้วค่ะ” อลิเชียร์รายงาน

    “อืม..ทำได้ดีมากตอนนี้ใกล้ช่วงเลือกตั้งแล้วด้วย ไม่อยากให้มีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับทางนี้อยู่ ถ้าเกิดมีเรื่องหลุดออกไปว่าลูกสาวฉันไปเกี่ยวข้องกับคดีสัตว์กลายพันธ์กลางเมือง เดี๋ยวจะมีคนเอาเรื่องนี้มาโจมตีเอา” พ่อของแอนนาพูดก่อนจะเดินเข้าบ้านไป

    จบ...
    ปล. ถ้าชอบหรือถูกใจยังไงฝากกดติดตาม กดใส่ชั้นหนังสือ ฝากรีวิวเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับขอบพระคุณครับ