เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 16: การปรากฏตัวของอสูรปรปักษ์แห่งราชสำนัก (Royal Antagonist Demon appear)

    “ท่านราชครู ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ข้าก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้ท่านราชครูและพวกพี่ๆ ต้องหายจากกันไปหมด”“ไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนะ ฮิเมรากิ เจ้าหน่ะทำดีที่สุดแล้ว จำคำพูดที่ข้าเคยพูดไว้ตอนนั้นไม่ได้หรือ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าหญิงฮิเมรากิก็นึกถึงคำพูดของเซย์เมย์คำพูดหนึ่งขึ้นมา ‘ถ้าหากเมื่อถึงวันนั้น ก็ขอให้จงเข้มแข็งและก้าวเดินไปข้างหน้าต่อไป แม้ว่าในเส้นทางข้างหน้าจะโดดเดี่ยวเดียวดายแค่ไหนก็ตาม’“ฮิเมรากิ ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าคาดหวังในตัวเจ้ามาโดยตลอด เส้นทางต่อจากนี้จะมีแต่เจ้าเพียงลำพัง พวกข้าคงมีวาสนาอยู่เพียงแค่นี้ ความหวังและชะตากรรมของบ้านเมืองนี้อยู่ในมือของเจ้าแล้ว เจ้าจงกลายเป็นองเมียวจิฮิเมะ และปกป้องบ้านเมืองนี้ให้รอดพ้นจากภัยอันตรายจากนางพญาอสูรตนนั้นที่กำลังคลืบคลานเข้ามา”ภาพนิมิตของเซย์เมย์ฝากความหวังให้กับเจ้าหญิงฮิเมรากิเป็นการทิ้งท้ายก่อนที่จะเลือนหายไป สักพัก ฝนก็ได้หยุดลง ท้องฟ้าอันมืดมนแปรเปลี่ยนท้องฟ้าอันสดใส ทางด้านเจ้าหญิงฮิเมรากิก็รีบเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้นยืนด้วยความเข้มแข็ง ละทิ้งความอ่อนแอไว้ที่ข้างหลัง เพื่อที่จะสามารถก้าวเดินต่อไปได้ในวันพรุ่งนี้สักพัก ที่สร้อยอัญมณียาซาคานิก็ได้เรือนแสงออกมา ‘เท็นมะ’ ภูติพิทักษ์ม้าปีกมีเขาปรากฏตัวขึ้นที่ตรงหน้าเจ้าหญิงฮิเมรากิเป็นครั้งแรก “องค์หญิงฮิเมรากิ นับจากนี้ต่อไป ข้าขอเป็นบริวารรับใช้ของท่าน จวบจนกาลปวสาน”เท็นมะเข้ามาสวามิภักดิ์เป็นภูติพิทักษ์ของเจ้าหญิงฮิเมรากิ มันเดินเข้ามาก้มหัวคำนับผู้เป็นนายคนแรกที่ยืนอยู่ตรง หน้า “นับจากนี้เป็นต้นไป เจ้าคือบริวารของข้า”เจ้าหญิงฮิเมรากิยื่นมือเรียวงามแตะที่ใบหน้าของเท็นมะ“ข้าน้อยและท่าน จะร่วมต่อสู้ไปด้วยกัน” เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบขึ้นบนหลังม้า และมุ่งหน้าไปยังพระราชวังเกียวโตทันที“องค์หญิงสามกลับมาแล้วขอรับ” หลังจากที่เจ้าหญิงฮิเมรากิขี่ม้าปีกมีเขามุ่งหน้ามาถึงพระราชวังเกียวโต ทหารองค์รักษ์รีบทูลรายงานให้องค์จักรพรรดิทราบทันที เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบลงจากหลังม้าและก้าวเดินเข้ามายังตำหนักพระโรง และทำความเคารพผู้เป็นพระบิดาตามแบบของธรรมเนียมในราชสำนัก“ฮิเมรากิ” พระมเหสีผู้เป็นพระมารดารีบเดินเข้ามากอดเจ้าหญิงฮิเมรากิด้วยความโล่งพระทัยที่เธอสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย ทางด้านเจ้าหญิงฮิเมรากิก็กอดตอบพระมารดาอย่างแนบชิด สร้างความซึ้งพระทัยให้กับพระองค์เป็นอย่างยิ่งฮิเมรากิมองมายังเด็กทารกน้อยที่ถูกอุ้มไว้ในแนบอกของผู้เป็นแม่ ก่อนที่เธอยกนิ้วมือเรียวงามลูบแก้มอันนุ่มนิ่มของทารกน้อย “ข้ากลับมาแล้วนะ น้องสาวของข้า”เด็กทารกน้อยยิ้มอ้าปากกว้างด้วยความชอบ เจ้าหญิงฮิเมรากิทำการเสกสร้อยมากะทามะเข้าที่ลำคอของเด็กทารกน้อย“ให้น้องสี่สวมไว้ตลอดนะเพคะท่านแม่ สร้อยมากะทามะกันอสูรนี้ เป็นเครื่องรางที่สามารถช่วยป้องกันไม่ให้คำสาปในตัวแผลงฤทธิ์ได้ ในระหว่างนี้ หม่อมฉันก็จะพยายามหาวิธีที่จะช่วยทำลายคำสาปในตัวน้องสี่ให้ได้”ในขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น ก็ได้มีบางสิ่งบุกเข้ามาที่ลานกว้างหน้าตำหนักพระโรง เมื่อเจ้าหญิงฮิเมรากิเดินออกมาจากตำหนักพระโรง ก็ได้พบกับเรียวเมน สุคุนะ อสูรปรปักษ์แห่งราชสำนักเรียวเมน สุคุนะ มีหัวอสูรมีเขายาวสองหัวซึ่งล้วนแต่มีใบหน้าอันดุดันและน่าสะพรึงกลัว จนแทบอยากจะหนีหายไปจากที่นี่ให้มันรู้รอดเมื่อได้เห็นใบหน้าของมัน มีกายขนาดมหึมาในชุดเกราะอันเกรงขามราวกับเทวดา มีกรงเล็บอันยาวแหลมที่เท้าทั้งสองข้างที่ลอยขึ้นเหนือพื้นดิน มีดาบติดที่แขนขวาล่าง มีขวานสองด้ามติดที่แขนซ้ายล่าง แขนขวาบนถือคันธนู และแขนซ้ายบนถือคฑาเวทย์“ทุกคนรีบถอยออกมาก่อน”เจ้าหญิงฮิเมรากิรับรู้ได้ถึงความร้ายกาจของเรียวเมน สุคุนะ จึงสั่งการให้เหล่าทหารองครักษ์ที่กำลังล้อมตัวไว้ให้ถอยหลังออกมาใบหน้างามของเจ้าหญิงฮิเมรากิในตอนนี้นิ่วด้วยความเคร่งเครียดจากสถานการณ์ตรงหน้าที่เต็มไปด้วยความกดดันอย่างขีดสุดจนแทบจะสั่นเทาไปทั่วเรือนร่าง มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้างามและลำคองามระหงเรียวเมน สุคุนะค่อยๆ ก้าวขาเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ซึ่งในแต่ละก้าวของมันนั้น แทบจะทำให้ผืนปฐพีสั่นสะเทือนไปทั่วหล้า ทางด้านเจ้าหญิงฮิเมรากิก็ต่างท่าราวกับเตรียมจะร่ายเวทย์เพื่อโจมตีอีกฝ่ายในสมัยอดีตกาล เรียวเมน สุคุนะเคยมีความเคียดแค้นกับทางราชสำนักจากการถูกขับเนรเทศไปจากเมืองฮิดะ โดยกำลังพลทหารสายเวทย์มนต์ที่นำโดยราชินีจอมขมังเวทย์ผู้เก่งกาจที่มีนามว่าฮิมิโกะ หลังจากที่เมืองฮิดะได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรยามาไท เรียวเมน สุคุนะได้กลายมาเป็นลูกน้องสมุนคนสำคัญของนางเทวีอสูรฯ ในภายหลังต่อมา“ในที่สุดเราก็ได้กลับมาเจอกันอีกซะทีนะ ราชินีฮิมิโกะ...”“เจ้าพูดอะไรของเจ้า ข้าไม่รู้เรื่อง” เจ้าหญิงฮิเมรากิตอกกลับไปตามความจริง“แต่เอาเถอะ ไม่ว่าเจ้าจะใช่ราชินีฮิมิโกะหรือไม่ก็ตาม ยังไงข้าก็จะกำจัดเจ้าให้สมกับความแค้นของข้า”เรียวเมน สุคุนะยิงลูกธนูสายฟ้าไปที่เจ้าหญิงฮิเมรากิ แต่เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบร่ายเวทย์สร้างแผงอาคมป้องกันได้ทันก่อนที่จะร่ายเวทย์ธาตุไฟบนแผ่นยันต์และยิงเปลวไฟออกมา แต่เรียวเมน สุคุนะยิงเวทย์ธาตุน้ำออกมาต้านทานพลังเวทย์ธาตุไฟของเจ้าหญิงฮิเมรากิในลักษณะแรงดันน้ำด้วยคฑาเวทย์ที่มือซ้ายบนกรงเล็บที่เท้าลอยทั้งสองข้างพุ่งเข้าโจมตีใส่เจ้าหญิงฮิเมรากิ แต่เจ้าหญิงฮิเมรากิปัดการโจมตีของอีกฝ่ายได้ท่วงทันด้วยเวทย์กระบี่แสงที่ร่ายบนแขนเรียวงามทั้งสองข้างที่ถือแผ่นยันต์ไว้ ก่อนที่จะพุ่งเข้าฟันใส่เรียวเมน สุคุนะอย่างต่อเนื่อง แต่เรียวเมน สุคุนะสามารถป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายได้ทั้งหมดด้วยดาบที่แขนขวาล่างกับขวานสองด้ามที่แขนซ้ายล่าง เจ้าหญิงฮิเมรากิเมื่อเริ่มเห็นท่าไม่ดี จึงรีบกระโดดถอยหลังออกมาทันที“เจ้าคิดว่าข้ายังคงเป็นอสูรกระจอกเหมือนเดิมอยู่เหมือนเดิมหล่ะสินะ แต่เสียใจด้วย ข้าหน่ะไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ในตอนนี้ ไม่ว่าเจ้าจะโจมตีข้าจากทางด้านไหน ข้าก็มองการโจมตีของเจ้าออกทั้งหมด งานนี้เจ้าหมดหนทางแล้วที่จะสามารถเอาชนะข้าได้” เรียวเมน สุคุนะพูดเย้ยหยันใส่เจ้าหญิงฮิเมรากิ ซึ่งในตอนนี้เธอกำลังกัดฟันด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างสุดๆ“ฮิเมรากิ จงนำดาบเล่มนี้ไปใช้ซะ”กำไลกระจกยาตะนั้นเรือนแสงออกมา ดาบพระแสงฟ้าฟื้นคุซานางิที่มีลักษณะเป็นดาบคาตานะก็ได้พุ่งออกมาจากกำไลกระจกยาตะ และปรากฏขึ้นที่ตรงหน้าเจ้าหญิงฮิเมรากิ เรียวเมน สุคุนะรีบพุ่งเข้าโจมตีใส่เจ้าหญิงฮิเมรากิด้วยความรวดเร็ว แต่ก็ได้พลังเทพบนดาบพระแสงที่ปักไว้บนพื้นดินช่วยป้องกันเจ้าหญิงฮิเมรากิจากการถูกโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ ร่างมหึมาของเรียวเมน สุคุนะจึงลอยอยู่กลางอากาศและกระเด็นไปยังอีกฝั่งหนึ่งทันที“นี่คือดาบพระแสงฟ้าฟื้นคุซานางิ ดาบวิเศษที่ราชินีจอมเวทย์ฮิมิโกะได้มอบให้กับเจ้าชายฮิโกโบชิ เจ้าชายจอมขมังเวทย์ผู้เป็นบุตรชายของนางไว้ใช้ในการทำลายคำสาปของนางเทวีอสูรฯ ในตัวของเจ้าหญิงโอริฮิเมะ หญิงสาวคนรักของเขาเมื่อสมัยอดีตกาล”เจ้าหญิงฮิเมรากิไม่รอช้า รีบดึงดาบพระแสงออกมาจากพื้นและพุ่งเข้าฟันใส่เรียวเมน สุคุนะ กรงเล็บบนเท้าลอยทั้งสองข้างเข้ามาป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายได้ทัน แต่ทว่า ด้วยพลังเทพบนดาบ ทำให้เจ้าหญิงฮิเมรากิสามารถสับกรงเล็บบนเท้าลอยทั้งสองข้างให้ขาดเป็นสองเสี่ยงได้อย่างง่ายดาย เจ้าหญิงฮิเมรากินั้นรู้สึกทึ่งกับพลังของมันมาก