ยามที่เยว่เฟิงเกอกลับมาถึงเรือนเยว่เหยาก็เห็นชิงจื่อวิ่งกระหืดกระหอบมา
“พระชายา ในที่สุดก็ทรงกลับมาแล้วท่านอ๋องไม่ได้ทำอันใดพระองค์ใช่หรือไม่เพคะ? ” ชิงจื่อสังเกตเห็นที่ลำคอขาวของเยว่เฟิงเกอมีรอยมือคนประทับอยู่
แค่นึกถึงว่าเมื่อครู่พระชายาของนางอาจถูกท่านอ๋องบีบคอหัวใจของชิงจื่อก็ให้รู้สึกราวกับถูกบีบรัด
เมื่อเยว่เฟิงเกอเห็นว่าชิงจื่อห่วงเื่ความปลอดภัยของนางถึงเพียงนี้ชั่วขณะนั้นก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา
นางยิ้มและส่ายศีรษะให้ชิงจื่อ“ข้าไม่เป็ไร เ้าไม่ต้องกังวลจนเกินไป”
“แต่ว่าลำคอของท่าน...”ชิงจื่อพูดพลางชี้นิ้วไปที่ลำคอขาวของเยว่เฟิงเกอ
เยว่เฟิงเกอลูบๆบริเวณลำคอตน ความรู้สึกที่ถูกม่อหลิงหานบีบคอไปเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ คาดว่าคอนางยามนี้คงได้แดงเถือกเป็รอยนิ้วไปแล้วเป็แน่
เยว่เฟิงเกอก่นด่าสาปแช่งม่อหลิงหานในใจแต่ใบหน้ากลับเรียบเฉย
“วางใจเถอะ แค่รอยช้ำเล็กๆน้อยๆ เท่านั้น ไม่เป็ไรหรอก อีกเดี๋ยวข้าทายาสักหน่อยก็หายแล้ว”เยว่เฟิงเกอกล่าวอย่างไม่ยี่หระ เดินมุ่งหน้าไปยังต้นท้อต้นหนึ่ง
นางเด็ดดอกท้อมาดอกหนึ่งก่อนจะนำมาทัดไว้ที่เส้นผมตน
ชิงจื่อเฝ้ามองภาพเยว่เฟิงเกอที่ค่อยๆนำดอกไม้มาประดับตน ดอกท้อที่ถูกนำมาติดประดับยิ่งช่วยขับเน้นความงดงามที่มีอยู่ให้เด่นชัดความพริ้งเพริศที่ปรากฏทำเอานางอดเบิกตาโตไม่ได้
พระชายางดงามเกินไปแล้ว
“จริงสิชิงจื่อตอนที่ข้าไม่อยู่ ที่นี่ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นใช่หรือไม่”เยว่เฟิงเกอไม่อยากให้ชิงจื่อถูกรังแกแล้วยังปิดปากเงียบ
เมื่อเยว่เฟิงเกอเอ่ยถามเช่นนี้ชิงจื่อก็ดึงสติกลับมาได้ทันที
นางตีศีรษะตัวเองแล้วกล่าวตอบ“พระชายา เมื่อครู่เกิดเื่ขึ้นเล็กน้อยจริงๆ เพคะ จู่ๆ โทรศัพท์มือถืออันล้ำค่าที่ท่านเก็บได้ในสระบัวก็มีเสียงสตรีนางหนึ่งกำลังขับร้องบทเพลงเพคะบ่าวใแทบแย่”
ทันทีที่เยว่เฟิงเกอได้ยินว่าโทรศัพท์มีเสียงร้องเพลงของผู้หญิงดังขึ้นนางก็ใจนหน้าเปลี่ยนสี ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าไปในเรือนทันที
นั่นเป็เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์นางในเมื่อมันดังขึ้นย่อมต้องแปลว่ามีคนโทรหานาง
ตอนที่เยว่เฟิงเกอไปรับอาหารเช้านางไม่ได้พกโทรศัพท์ไปด้วยเนื่องจากยามนี้นางสวมใส่ชุดโบราณอยู่จึงไม่เหมาะจะพกโทรศัพท์ไปไหนมาไหนด้วย เพราะหากไม่ระวังจนทำตกหล่นแล้วมีคนใจไม่ซื่อพบเข้าและขโมยโทรศัพท์นางไป เช่นนั้นนางคงจะไร้หนทางติดต่อกับพี่ชายทั้งสองแล้ว
เยว่เฟิงเกอก้าวยาวๆเข้าไปในเรือน เมื่อเห็นว่าโทรศัพท์ที่เดิมถูกวางไว้ใต้หมอนถูกนำขึ้นมาวางไว้้าแล้วนางก็รีบเดินเข้าไปแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดหน้าจอ ก่อนจะได้เห็นข้อความที่ระบุว่ามีห้าสายที่ไม่ได้รับ
ในบรรดาห้าสายที่ไม่ได้รับนี้มีอยู่สามสายที่มาจากพี่ใหญ่ของนางส่วนอีกสองสายเป็พี่รอง
หัวใจของเยว่เฟิงเกอในยามนี้เต้นระรัวนางตื่นเต้นจนมือสั่น จากนั้นจึงลองต่อสายกลับไป
ทว่า ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้ดวงหน้าน้อยๆที่ตื่นเต้นดีใจในตอนแรกของเยว่เฟิงเกอแปรเปลี่ยนเป็ความผิดหวัง
โทรศัพท์มีสัญญาณขึ้นเต็มเปี่ยมแต่นางกลับไม่สามารถโทรออกไปได้
นางลองโทรไปสิบกว่ารอบแต่กลับไม่มีการตอบกลับใดๆ แม้แต่น้อย
เยว่เฟิงเกอทรุดนั่งลงบนเตียงด้วยสีหน้าเลื่อนลอยที่กำลังเหม่อมองไปข้างหน้า
ยามที่ชิงจื่อเดินเข้ามาก็เห็นคนนั่งเหม่อมองออกไปไกลด้วยดวงตาไร้แววทั้งร่างดูราวกับเป็ประติมากรรมไร้ชีวิตที่ไม่อาจเคลื่อนไหว
“พระชายาทรงไม่เป็อันใดนะเพคะ อย่าทำให้บ่าวใสิเพคะ” ชิงจื่อรีบเดินเข้าไปเขย่าร่างของเยว่เฟิงเกอเบาๆ
หลังจากที่เยว่เฟิงเกอถูกเขย่าไปสองสามทีในที่สุดก็ดึงสติกลับมาได้
นางควรจะคิดได้นานแล้วโทรศัพท์ของนางไม่สามารถโทรออกได้ มิเช่นนั้นในเถาเป่าคงไม่มีขายบัตรโทรศัพท์ลึกลับนั่นหรอก
นางต้องทำภารกิจเ่าั้ให้สำเร็จถึงจะมีมูลค่าการซื้อที่เพียงพอสำหรับบัตรโทรศัพท์ใบนั้นนางจะได้ต่อสายกลับไปหาพี่ชายทั้งสองที่อยู่ห่างไกลออกไปคนละยุคคนละสมัย
ตอนนี้เหลืออีกแค่ภารกิจเดียวคือการแอบจุ๊บม่อหลิงหาน
ตอนนี้เยว่เฟิงเกอไม่อยากพบม่อหลิงหานมากที่สุดอย่าว่าแต่แอบจุ๊บเขาเลย แค่ให้ไปยืนตรงหน้าเขา เยว่เฟิงเกอยังรู้สึกปวดหัวนิดๆ แล้ว
นางนึกถึงใบหน้าน้ำแข็งดวงนั้นของม่อหลิงหานพร้อมด้วยภาพฉากต่างๆนานาที่คนเห็นนางทีไรเป็ต้องคิดแต่จะบีบคอนางเสียให้ได้
แต่หากไม่ไปแอบจุ๊บม่อหลิงหานนางก็ไม่อาจทำภารกิจให้สำเร็จได้ และไม่สามารถเพิ่มมูลค่าการซื้อให้เพียงพอสำหรับแลกซื้อบัตรโทรศัพท์ใบนั้นได้
นางควรจะทำเช่นไรดี
เยว่เฟิงเกอหงุดหงิดจนจิกตัวเองนางคิดจะอาศัยวิธีนี้คิดแผนการที่สมบูรณ์แบบออกมา
ชิงจื่อเห็นเยว่เฟิงเกอทำร้ายตัวเองก็ใจนรีบคุกเข่าลงตรงหน้าผู้เป็นายสีหน้าซีดขาว กล่าวว่า “พระชายา ได้โปรดอย่าทรงทำให้บ่าวใอีกเลย บ่าวไม่ได้ตั้งใจจะแตะต้องโทรศัพท์มือถือของพระองค์เพคะ”
เยว่เฟิงเกอเห็นว่าชิงจื่อแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้วถึงได้หยุดจิกทึ้งผมตัวเองและหันมาไม่พอใจกับท่าทีของชิงจื่อที่เอะอะก็คุกเข่าให้ผู้อื่นเป็อย่างมาก
นางดึงตัวชิงจื่อขึ้นแล้วกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“ชิงจื่อ เ้าอย่าได้เอาแต่คุกเข่าให้ผู้อื่นไปเสียหมด เข่าของสตรีมีหยกล้ำค่าเข้าใจหรือไม่? ”
ชิงจื่อถูกคำพูดของเยว่เฟิงเกอทำเอาอึ้งไปนางเคยได้ยินแต่คำกล่าวที่ว่าเข่าของบุรุษมีทองคำ แต่ไม่เคยได้ยินว่าเข่าของสตรีเองก็มีหยกล้ำค่าเช่นกัน
ประโยคนี้ของพระชายาฟังมาจากที่ใดกัน?
เยว่เฟิงเกอเห็นว่าชิงจื่อกำลังมองนางอย่างอึ้งๆก็ไม่แม้แต่จะคิดอธิบายเพิ่มเติม
นางกล่าวกับชิงจื่อว่า“เอาละ ที่นี่ไม่มีเื่อะไรแล้ว เ้าออกไปก่อนเถอะ”
เมื่อให้ชิงจื่อออกไปแล้วเยว่เฟิงเกอถึงได้ฝังศีรษะตนลงกับเตียง ขบคิดจนปวดหัว
คิดอยู่นานสุดท้ายนางก็คิดออกแค่วิธีเดียว นั่นคือต้องทำให้ม่อหลิงหานตกหลุมรักนาง
เช่นนี้ เขาจะได้ไม่เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงเ็าใส่นางทั้งวันทั้งยังจะช่วยให้ลงมือกับม่อหลิงหานได้สะดวกมากขึ้น
ต่างก็กล่าวว่าวีรบุรุษยากจะผ่านด่านสาวงาม แต่นางงดงามเพียงนี้ หากไปปรากฏตัวต่อหน้าม่อหลิงหานบ่อยๆเขาจะต้องถูกนางดึงดูดได้ไม่ยากเป็แน่
ถึงตอนนั้นนางค่อยคิดลงมือกับเขาหึหึหึ...
เยว่เฟิงเกอแย้มยิ้มทั้งปากทั้งตาบนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มแสนเ้าเล่ห์
รอจนม่อหลิงหานตกหลุมรักนางเมื่อถึงตอนนั้นนางค่อยจุ๊บเขา แน่นอนว่าเขาย่อมจะไม่โกรธเคือง
ขอแค่นางได้ยี่สิบมูลค่าการซื้อสุดท้ายนั่นมาก็จะสามารถซื้อบัตรโทรศัพท์ใบนั้นได้แล้ว
รอจนนางติดต่อกับพี่ชายทั้งสองได้แล้วนางก็จะหย่ากับม่อหลิงหานแล้วไปจากจวนอ๋องแห่งนี้ ไปบุกตะลุยยุทธภพพร้อมเที่ยวเล่นชมทิวทัศน์
ในเมื่อนางไม่อาจไปเยือนประเทศอื่นๆในยุคปัจจุบันของนางได้แล้ว เช่นนั้นนางก็จะไปท่องเที่ยวให้ทั่วสี่แคว้นแห่งยุคโบราณแทน
นางยังต้องกลับไปที่แคว้นเสวี่ยอวี้สถานที่ที่ในความทรงจำมีหิมะตกตลอดเวลา ซึ่งตัวนางเองก็ชอบหิมะ
เมื่อตั้งใจแน่วแน่แล้วเยว่เฟิงเกอก็นั่งตัวตรง
ในตอนนี้คล้ายนางได้ฉีดเืไก่เข้าไปจนมีพลังเต็มเปี่ยม
นางเปิดเถาเป่าอีกครั้งช่างโชคดีที่มูลค่าการซื้อนั่นยังมีแปดสิบมูลค่าการซื้อเช่นเดิม
ดูท่าเมื่อครู่ที่หยอกล้อให้ม่อหลิงหานของขึ้นจะไม่ได้ทำให้มูลค่าการซื้อลดลงกลายเป็ศูนย์
หรือก็คือขอแค่ตอนที่ทำภารกิจสำเร็จไม่ทำให้ม่อหลิงหานโกรธมูลค่าการซื้อเ่าั้ก็ล้วนจะไม่ถูกลบเป็ศูนย์
ไม่ว่าหลังจากนั้นนางจะทำให้ม่อหลิงหานโมโหโกรธาแค่ไหนก็ไม่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าการซื้อ
การค้นพบนี้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเยว่เฟิงเกอฉายชัดขึ้นเดิมทีนางยังอึดอัดคับข้องใจอยู่ ทว่า ในตอนนี้เองที่ในที่สุดก็สามารถอารมณ์ดีและสบายใจได้อย่างแท้จริง