เนื่องจากหลี่ยวนคิดว่า
หากเขาเปิดเผยตัวตนของตัวเอง ก็เป็ไปได้มากที่หลี่เฉิงเฟิงจะรู้สึกกลัว จากนั้นเขาอาจไม่ยอมสอนหมากรุกให้กับตนก็เป็ได้?
ยิ่งไปกว่านั้น การพูดคุยกับหลี่เฉิงเฟิงด้วยตัวตนท่านผู้เฒ่าของเขา ยังช่วยให้เขาเห็นด้วยว่าหลี่เฉิงเฟิงมีอุปนิสัยเช่นไร
หลังจากคลุกคลีกันมานาน หลี่ยวนก็พบว่าหลี่เฉิงเฟิงเป็เด็กเฉลียวฉลาด น่ารัก โอบอ้อมอารี นอกจากความซุกซน เขาก็ไม่ได้มีนิสัยที่เป็ปัญหาแต่อย่างใด
ตราบใดที่ได้รับการเลี้ยงดูเป็อย่างดี หลี่เฉิงเฟิงจะต้องเป็กระดูกสันหลังของต้าถังในอนาคตอย่างแน่นอน!
เมื่อคิดถึงเื่นี้ จิตใจของหลี่ยวนก็เห็นแสงสว่างขึ้นมาทันที
หลี่ซื่อหมินเจอของล้ำค่าแล้วจริง ๆ !
……
หลังจากหลี่ยวนออกไปแล้ว หวูกงกงก็เข้ามาหาหลี่เฉิงเฟิงด้วยความตื่นตระหนก
หวูกงกงเอ่ยว่า “องค์ชายแปดชายชราที่เล่นหมากรุกกับท่านเมื่อครู่นี้ คือเสด็จปู่ของท่าน ไท่ซ่างหวงองค์ปัจจุบันของต้าถัง!”
หวูกงกงไม่กล้าแม้แต่เรียกพระนามของหลี่ยวนตรง ๆ เขาสามารถเรียกได้แค่ไท่ซ่างหวงเท่านั้น
หลี่เฉิงเฟิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้ารู้แล้ว อันที่จริง ั้แ่วินาทีที่เขามาเล่นหมากรุกกับข้า ข้าก็รู้แล้วว่าเขาคือเสด็จปู่ของข้า!”
“นั่น แล้วเหตุใดองค์ชายแปดไม่พูดออกมาเล่า?”
“ไม่จำเป็! ในเมื่อเสด็จปู่ไท่ซ่างหวง้าให้ข้าสอนหมากรุกให้เขา เช่นนั้นข้าก็จะสอนเขาเล่น! อย่างไรเสียข้าก็ทำเงินได้ตั้งหมื่นเหรียญทองเชียวนะ ไอ้หยา ข้านี่อัจฉริยะเสียจริง! ฮ่าฮ่า…”
หลี่เฉิงเฟิงหัวเราะลั่น
หมื่นเหรียญทอง ก็เพียงพอซื้อร้านค้าบนถนนสายหลักของเมืองฉางอันได้แล้ว
หลี่ยวนนั้นเรียกได้ว่าร่ำรวยอย่างแท้จริง เขาถึงขนาดจ่ายหมื่นเหรียญทองเพื่อเรียนหมากรุกกับหลี่เฉิงเฟิงเลยทีเดียวเชียว?
บอกตามตรง นี่เป็เื่ระหว่างปู่กับหลาน คนอื่นไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง
หวูกงกงจึงทำได้เพียงเกลี้ยกล่อมไม่ให้หลี่เฉิงเฟิงยั่วโทสะหลี่ยวน เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็ถึงไท่ซ่างหวงแห่งต้าถัง
“ติ๊ง ขอแสดงความยินดีแก่ผู้ถือครองที่หลอกเอาเงินหลี่ยวนเป็จำนวนหนึ่งหมื่นเหรียญทองสำเร็จ ผู้ถือครองได้รับรางวัลค่าความซุกซน 2,000 แต้ม!”
ระบบส่งเสียงเตือนใน่เวลาสำคัญเสมอ
หากระบบเงียบไป หลี่เฉิงเฟิงก็เกือบลืมไปแล้วว่าตนเองเดินทางข้ามเวลามายังราชวงศ์ถังพร้อมระบบเด็กซนขั้นเทพแห่งราชวงศ์ถัง!
หลี่เฉิงเฟิงจึงเปิดดูในระบบ!
【ระบบเด็กซนขั้นเทพแห่งราชวงศ์ถัง :
ผู้ถือครอง : หลี่เฉิงเฟิง!
ค่าความซุกซน : 10,880!
ค่าความน่ารัก : 9 แต้ม ค่าความสง่างาม : 9 แต้ม ค่าความฉลาด : 10 แต้ม!
อาวุธ : ไม่มี!
วรยุทธ์ : ไม่มี!
ศิลปะ : ไม่มี!
ทักษะ : ไม่มี!
คลังสิ่งของ : หนังสือชีวประวัติบุคคลในราชวงศ์ถังฉบับสมบูรณ์!】
“โห รู้ตัวอีกที ค่าความซุกซนในระบบก็มีมากถึงหมื่นกว่าแต้มแล้ว”
“ได้เวลาซื้อทักษะดี ๆ สักอย่างแล้วสิ?”
หลี่เฉิงเฟิงถูมือด้วยความเบิกบาน จากนั้นจึงเปิดร้านลึกลับในระบบ
หลี่เฉิงเฟิงเลือกดูหมวดทักษะศิลปะ ทันใดนั้นทักษะทุกประเภทก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าหลี่เฉิงเฟิง
【ทักษะ : ยอดกุ๊ก : ราคา 5,000 แต้มความซุกซน!
พลังผู้พิชิต : ราคา 3,000 แต้มความซุกซน!
เชี่ยวชาญเครื่องสาย : ราคา 3,000 แต้มความซุกซน! …】
【ศิลปะ : เชี่ยวชาญบทกวี : ราคา 3,000 แต้มความซุกซน!
การเขียนอักษรของเหยียนเจินชิง : ราคา 3,000 แต้มความซุกซน! …】
“จุ๊ ๆๆ ทำไมทักษะกับศิลปะเหล่านี้ถึงมีราคาแพงนัก? หมื่นค่าความซุกซนของข้าพอซื้อทักษะกับศิลปะได้เพียงสามอย่างเท่านั้น”
‘เรียนผู้ถือครอง ถูกต้องแล้ว! เพราะทักษะศิลปะที่ผู้ถือครองแลกเปลี่ยนนั้น จะอยู่กับผู้ถือครองไปตลอด ไม่หายไป! เว้นแต่ผู้ถือครองจะถึงแก่ความตาย!’
“โอ้? ข้าเข้าใจที่เ้าบอกแล้ว!”
หลี่เฉิงเฟิงพยักหน้าเบา ๆ
ทักษะศิลปะจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต จึงย่อมแพงกว่าเป็ธรรมดา
แต่สิ่งที่ทำให้หลี่เฉิงเฟิงรู้สึกแปลกใจอย่างหนึ่งก็คือ ทำไมทักษะที่มีชื่อว่า ‘ยอดกุ๊ก’ จึงมีราคาแพงที่สุด?
ทักษะอื่น้าแค่ 3,000 แต้มความซุกซน แต่ทักษะนี้้าถึง 5,000 แต้ม?
ในปัจจุบัน ทักษะยอดกุ๊กไม่มีประโยชน์ต่อหลี่เฉิงเฟิงเลย
ถ้าเขาซื้อทักษะนี้ เขาต้องทำอาหารให้คนอื่นกินงั้นเหรอ?
สิ่งนี้ไม่เพียงลดฐานะของเขา แต่ยังสิ้นเปลืองค่าความซุกซนอีกด้วย
หลี่เฉิงเฟิงไม่สนใจที่จะซื้อทักษะยอดกุ๊กทันที
หลังจากเลือกดูโดยละเอียด หลี่เฉิงเฟิงจึงตัดสินใจซื้อ ‘พลังผู้พิชิต’ ‘เชี่ยวชาญบทกวี’ และ ‘การเขียนอักษรของเหยียนเจินชิง’ ทั้งหมดสามทักษะศิลปะ
ด้วยเหตุผลสามประการ หนึ่ง : ต้าถังเกรียงไกร ขุนนางสง่างามไม่น้อยหน้าแม่ทัพ
สอง : หลี่ซื่อหมินดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับสังคมที่มีอารยะอย่างใหญ่หลวง
สาม : หลี่เฉิงเฟิงซื้อพลังผู้พิชิตก็เผื่อในยามที่เขาไม่้าสู้กับผู้อื่นแต่ไม่มีทางเลือก หรือในยามที่ถูกผู้อื่นทำร้ายแล้วโต้กลับไม่ได้
เพราะมันเป็เื่น่าอายมาก
“ติ๊ง ขอแสดงความยินดี ท่านได้ใช้ค่าความซุกซน 9,000 แต้ม เพื่อซื้อทักษะ : พลังผู้พิชิต ศิลปะ : การเขียนอักษรของเหยียนเจินชิง , เชี่ยวชาญบทกวี!”
หลี่เฉิงเฟิงเพิ่งซื้อทักษะศิลปะสามอย่างจากในระบบได้ครู่เดียว ด้านนอกประตูก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า มาสิ องค์ชายแปด ข้าให้คนนำเงินหมื่นเหรียญทองมาไว้บนจวนเ้าแล้ว! ตอนนี้เ้าคงสอนข้าเล่นหมากรุกได้แล้วใช่หรือไม่?”
เห็นเพียงหลี่ยวนเดินโงนเงนเข้ามา ที่ด้านหลังของเขามีคนใช้ถือกล่องไม้ไผ่อยู่หลายคน
ใครจะคิดว่าหลี่ยวนจะนำเงินหนึ่งหมื่นเหรียญทองมาให้หลี่เฉิงเฟิง เพื่อเรียนหมากรุกกับหลี่เฉิงเฟิงจริง ๆ
หลี่ยวนเดินเข้ามาหาหลี่เฉิงเฟิงแล้วเอ่ยขึ้นว่า “องค์ชายแปด เช่นนั้นเ้าคงสอนข้าเล่นหมากรุกได้แล้วใช่ไหม?”
“เอาล่ะ ในเมื่อท่านอยากเรียน วันหน้าก็มาหาข้าที่จวนเจิ้นอ๋องได้ตลอดเวลาเลย!”
“เ้าจะไม่นับเงินหนึ่งหมื่นเหรียญทองที่ข้านำมาให้หน่อยหรือ?”
“ไม่จำเป็ต้องนับ ข้าแน่ใจว่าท่านไม่ใช่คนหลอกลวง!”
“ฮ่าฮ่า ไม่เลว หายากที่องค์ชายแปดจะเชื่อใจข้ามากเพียงนี้!”
หลี่ยวนหัวเราะลั่นอีกครั้ง
……
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่เฉิงเฟิงตื่นแต่เช้าตรู่ หลังจากล้างเนื้อล้างตัว สวมเสื้อผ้าเสร็จเป็ที่เรียบร้อย เขาก็พร้อมเข้าวังฟังประชุมหารือแล้ว
หลี่เฉิงเฟิงลูบบันทึกเล่มเล็กในกระเป๋าพลางคิดในใจ วันนี้จะอ่านบันทึกของใครดี?
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลี่เฉิงเฟิงกำลังจะออกไป หลี่ซื่อหมินก็เดินเข้ามาพอดี!
“ฝ่าาเสด็จแล้ว!”
ขันทีที่อยู่ถัดจากหลี่ซื่อหมินะโขึ้น
หวูกงกงที่อยู่ด้านหลังหลี่ซื่อหมินสะดุ้งเฮือก รีบคุกเข่าคารวะทันใด
“ลูกคารวะเสด็จพ่อ!”
“ฮ่าฮ่า ดี เฟิงเอ๋อร์เ้าลุกขึ้นเถอะ!”
หลี่ซื่อหมินมองไปที่หลี่เฉิงเฟิงด้วยความพึงพอใจ
หลี่เฉิงเฟิงเข้าฟังหารือสองวัน แก้ปัญหาปีแห่งภัยพิบัติให้แก่ประชาชนชาวต้าถัง แล้วยังเปิดโปงข้าราชการ ‘หนอนแมลง’ ในต้าถังอีกด้วย
หลี่ซื่อหมินพอใจกับความสามารถของหลี่เฉิงเฟิงยิ่งนัก
ทว่าอีกประการหนึ่ง จิตใจของหลี่ซื่อหมินััได้ถึงความกลัวที่มีต่อหลี่เฉิงเฟิง
เพราะเมื่อวานนี้เขาเห็นบันทึกที่หลี่เฉิงเฟิงทำตกพื้น มีเล่มหนึ่งเขียวไว้ว่า อยู่ด้วย
เมื่อคืนวานหลี่ซื่อหมินครุ่นคิดเื่นี้ พลิกตัวกลับไปกลับมา จนนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
เขาตระหนักได้ว่าตนเองต้องชิงบันทึกเล่มนั้นมาจากหลี่เฉิงเฟิง ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เขาจะไม่ยอมให้หลี่เฉิงเฟิงไปฟังประชุม!
“เฟิงเอ๋อร์ พ่อมีเื่จะถามเ้า! มันเกี่ยวกับบันทึกความผิดบาปของขุนนางในท้องพระโรง ใครเป็คนให้เ้ามางั้นหรือ?”
หลี่ซื่อหมินถามข้อสงสัยที่อยู่ในใจ