"เช่นนั้นก็ดีเหมือนกันเราจะได้รู้ว่าใช่นางจริงหรือไม่" เซี่ยหลินเห็นดีตามที่เฟิงเยว่กล่าวมาทั้งหมด ใจกลับคิดว่านางคงไม่มีทางตอบได้แน่นอน
"พ่อแม่ของเ้าชื่ออะไร มีพี่น้องกี่คนแล้วเ้ามาจากที่ใดกัน" เป็เซี่ยหลินที่ถามออกไปเป็คนแรก เพียงแค่คำถามแรกซูเหวินก็หาคำตอบไม่ได้แล้วได้แต่ครุ่นคิดไปต่างๆ นานา
"ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้นพวกท่านเลิกตั้งคำถามกับข้าสักทีเถอะข้าไม่ใช่คนที่พวกท่านกำลังตามหาหรอก" ซูเหวินครุ่นคิดกับคำถามเ่าั้จน
"เ้าลองนึกดูดีๆ สิ"
"ข้าบอกว่าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่สิพวกท่านกลับไปได้แล้ว" ซูเหวินปฏิเสธเสียงแข็งนางไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนี้
"ท่านพี่นางไม่ใช่เซี่ยเหยียนหรอกเ้าค่ะ นางเพียงแค่หน้าคล้ายก็เท่านั้นพวกเรากลับกันเถอะเ้าค่ะเสียเวลามามากแล้ว" เซี่ยหลินพูดขึ้นเพื่อให้หวังเหล่ยเปลี่ยนใจเลิกซักไซ้นาง
"แต่ว่า...."
"กลับกันเถอะเ้าค่ะ ข้าบอกท่านตั้งหลายครั้งแล้วว่านางหนีตามชายอื่นไปตั้งนานแล้วเลิกคิดถึงนางได้แล้วเ้าค่ะ" เซี่ยหลินผู้นี้ไม่ใช่คนดีอะไรนางมีเื่ขัดใจอันใดถึงต้องใส่ร้ายเซี่ยเหยียนผู้นี้ด้วย
หลังจากที่หวังเหล่ยและเซี่ยหลินกลับไปแล้วซูเหวินก็ได้เดินออกไปนั่งสงบอารมณ์กับเื่ราวที่เพิ่งได้เจอมาที่ศาลาข้างสวนดอกไม้เพียงลำพัง เหตุใดเธอต้องเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงผู้นี้กันนะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เธอรู้สึกคิดถึงบ้านขึ้นมาอย่างห้ามมิได้ เฟิงเยว่ที่แอบดูเดินเข้ามาหาด้วยความเป็ห่วงในความรู้สึกของนาง
"เ้าโกรธข้าอยู่หรือ" เฟิงเยว่ถามขึ้นเมื่อนางเห็นหน้าเขาแล้วนิ่งเงียบ
"ข้ามีสิทธิ์จะโกรธเ้าด้วยอย่างนั้นหรือ" ซูเหวินเอ่ยออกไปด้วยความน้อยใจที่เขาไม่แม้แต่จะช่วยพูดแก้ต่างให้นางเลยสักนิด
"ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย" เฟิงเยว่รู้สึกผิดที่ปล่อยให้นางต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพังหากเขาพูดอะไรมากไปก็ไม่ได้เพราะเขาก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวนางมากนัก
"ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วอย่างไรเล่าหากเ้าไม่อยากให้ข้าอยู่ข้าก็จะไปจากที่นี่" หากหาทางกลับบ้านได้นางไม่อยู่แน่
"เ้าจะไปที่ใด ข้าไม่ให้เ้าไปไหนเด็ดขาด" เฟิงเยว่ค้านเสียงแข็ง
"แล้วเหตุใดเมื่อครู่เ้าจึงไม่ช่วยข้าจากชายหญิงคู่นั้นเล่า"
"ก็เ้าไม่ใช่คนที่พวกเขาตามหาไม่ใช่หรือเหตุใดเ้าต้องกลัว"
"เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่ใช่..." ซูเหวินมองหน้าเฟิงเยว่อย่างสงสัยทำไมเขาถึงรู้
"เ้าเป็คนบอกข้าเองวันที่กินปลา......" เฟิงเยว่นึกไม่ออกว่านางเรียกปลาย่างนั้นว่าอย่างไร
".........." ซูเหวินได้แต่นิ่งเงียบไปก่อนจะมีสีหน้าครุ่นคิดในเวลาต่อมา นี่เราพูดอะไรออกไปบ้าง
"เมื่อครู่ข้าเห็นบุรุษผู้นั้นเขามาที่นี่ด้วยเหตุใดกันหรือ" ซ่งเหว่ยเอ่ยถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามายังศาลาที่เฟิงเยว่และซูเหวินนั่งอยู่
"มาหานาง" เฟิงเยว่หันไปมองซูเหวินที่เอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมพูดจาก่อนจะลุกเดินออกไปทางด้านหลังกระท่อมไม่นานนางก็กลับออกมา
"แม่นางซูนั่นเ้าจะไปไหน" ซ่งเหว่ยเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นซูเหวินเดินผ่านหน้าไปด้านหลังสะพายตะกร้าใบใหญ่เอาไว้
"ข้าจะเข้าป่าสักหน่อย" เมื่ออาการว้าวุ่นใจยังไม่หายนางจึงคิดอยากจะเข้าป่าหาเก็บผักเผื่อจะผ่อนคลายได้บ้าง
"ดีเลยข้าไปด้วย" ซ่งเหว่ยยิ้มกว้างก่อนจะลุกเดินเข้าไปหาซูเหวิน
"ข้าไปด้วย" เฟิงเหว่ยเอ่ยเสียงราบเรียบ ซูเหวินไม่ได้สนใจกับบุรุษทั้งสองนางออกเดินทางทันทีทำให้เฟิงเยว่กับซ่งเหว่ยต้องรึบเดินตามนางไป เขาไม่มีทางปล่อยให้ซูเหวินไปกับซ่งเหว่ยเพียงลำพังเป็แน่
"ทำไมเ้าเดินเร็วนักข้าขอนั่งพักก่อนได้หรือไม่" ซ่งเหว่ยพูดขึ้นเมื่อซููเหวินหยุดเดิน
"พวกเ้าสองคนนั่งพักตามสบายเลย" นางตอบก่อนวางตะกร้าลงแล้วเดินเข้าไปเก็บยอดผักรอบๆ ใต้ต้นไม้ ซ่งเหว่ยเหลือบไปเห็นกระต่ายตัวใหญ่ที่วิ่งเข้าพุ่มไม้ไปก่อนเล็งหน้าไม้ใส่ลูกดอกพุ่งเข้าปักกลางลำตัวกระต่ายดิ้นพล่านไม่นานก็แน่นิ่งไป
"ดูสิกระต่ายตัวใหญ่มากหากนำไปย่างคงจะหอมน่ากินมากเลยว่าไหมแม่นางซู" ซ่งเหว่ยหันมาจอความเห็นจากนางบ้าง
"อืม.." นางตอบก่อนเดินไปรับกระต่ายจากซ่งเหว่ยใส่ตะกร้า
"ข้าแบกให้เ้าดีกว่า" เฟิงเยว่เดินเข้ามารับอาสาแบกตะกร้าใบใหญ่ขึ้นสะพายไว้บนหลังแล้วคว้ามือของนางมากุมไว้ก่อนออกเดินไปตามทาง
"นี่เ้าปล่อยมือข้าสิ" ซูเหวินขัดขืนแต่ก็ไม่เป็ผล
"........" เขากุมมือเอาไว้แน่นไม่ได้สนใจคำทัดทานของซูเหวินแม้แต่น้อย ซ่งเหว่ยที่เห็นสหายหวงของรักถึงเพียงนี้จึงได้แต่แอบยิ้มจึงได้ปล่อยให้ทั้งสองได้เดินนำไปก่อนสักระยะเขาจึงค่อยเดินตามห่างๆ เขาคิดผิดหรือคิดถูกที่ตามเข้ามาในป่าครั้งนี้
"นี่พวกเ้าสองคนเดินไม่คิดรอข้าบ้างเลยหรือไง"
"เ้าอยากเดินช้าเองนี่ข้าไม่ได้บังคับให้เ้ามาด้วยสักหน่อย"
"ก็ได้ ข้าผิดเองที่ตามพวกเ้าสองคนมาข้าว่าพวกเราไปนั่งเล่นที่น้ำตกเดียวดายกันเถอะ"
"ก็ดีเหมือนกัน" ซูเหวินเห็นดีด้วยกับซ่งเหว่ย ทั้งสามคนเดินเข้ามาจนกระทั่งถึงลานกว้างใกล้น้ำตก ซูเหวินหลับตาลงสูดเอาอากาศที่สดชื่นเข้าเต็มปอดบรรยากาศเป็ธรรมชาติแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นมาได้บ้างก่อนเดินไปริมตลิ่งวักเอาน้ำที่ใสเย็นสดชื่นขึ้นมาล้างหน้า
"เ้าอยากลงไปเล่นน้ำหรือ"
"ไม่หรอก ข้าแค่อยากล้างหน้าเฉยๆ" หากแต่สายตาของนางเหลือบไปเห็นกุ้งตัวใหญ่ที่กำลังแหวกว่ายน้ำอยู่ริมฝั่ง นางจึงค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือลงไปจับแต่กลับพลาดสะดุดก้อนหินร่างของซูเหวินร่วงลงไปในน้ำเธอตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำครู่หนึ่งเพราะไม่รู้ว่าเบื้องล่างในน้ำตื้นลึกเพียงใดเฟิงเยว่เห็นดังนั้นจึงรีบะโลงไปช่วยทันทีแต่กลับลืมคิดว่าแอ่งน้ำแห่งนี้ไม่ได้ลึกจนเธอจะยืนด้วยตัวเองไม่ได้
"เ้าไม่ได้เป็อะไรมากใช่ไหม" เฟิงเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงห่วงใยเมื่อเห็นนางยืนขึ้น
"ข้าไม่เป็ไร เหตุใดเ้าไม่บอกข้าว่ามันไม่ลึก"
"ข้าก็ลืมคิดไปเ้าไม่เป็ไรมากก็ดีแล้ว"
"เฟิงเยว่นี่เ้าอยากเล่นน้ำมากเพียงนี้เลยหรือ บริเวณนี้น้ำไม่ลึกเ้าไม่ต้องกลัวว่านางจะจมน้ำไปหรอก" ซ่งเหว่ยเอ่ยแซวขึ้นเมื่อเห็นสหายรีบะโน้ำลงไปช่วยอย่างร้อนใจทั้งที่รู้ว่าพื้นน้ำตรงนี้ไม่ลึกทำให้ซูเหวินแอบมีรอยยิ้ม
"นี่เ้าเป็ห่วงกลัวว่าข้าจะจมน้ำอย่างนั้นหรือ" ซูเหวินเลิกคิ้วสูงถามออกไปตาหวานจ้องมองใบหน้าเข้มอย่างจับผิด ซึ่งบัดนี้ได้แต่ก้มหน้างุดก่อนจะรวบรวมความกล้าแล้วพูดออกมา