เสียงสัจจะ ไตรภาคแห่งเสียงและหิมพานต์

    บทที่ 8 สัญญาที่ไม่ได้ตั้งใจทำ

    โพรงต้นไม้ใหญ่กว่าที่นึกไว้

     

    หลินเดินเข้ามาแล้วรู้สึกว่าเข้ามาในห้องที่มีกลิ่นดินชื้นและเปลือกไม้เก่าผนังโพรงเป็๲เนื้อไม้ที่ยังมีชีวิตอยู่มีร่องลึกตามแนวตั้งที่น่าจะเป็๲รอยเปลือกไม้เติบโต และมีแสงสีเขียวอ่อนๆรั่วออกมาจากร่องเ๮๣่า๲ั้๲พอให้มองเห็นกันได้ในความมืด

     

    เรนนั่งลงกับพื้น หลังพิงผนังโพรงดูเหนื่อยกว่าปกติเล็กน้อย แม้จะยังไม่พูดว่าเหนื่อย

     

    หลินนั่งลงตรงข้าม ไม่พิงผนังเพราะยังไม่ไว้ใจว่าไม้ที่มีชีวิตจะตอบสนองต่อหลังของเธอยังไง

     

    "อธิบายเ๱ื่๵๹สัญญา"เธอพูดตรงๆ "ฉันพูดออกไปเพราะ๻๠ใ๽ ไม่ได้ตั้งใจจะสัญญากับใคร"

     

    "ฉันรู้"เรนพูด

     

    "แต่ยังนับอยู่?"

     

    "ยังนับอยู่"

     

    หลินถอนหายใจ "โอเค อธิบาย"

     

    เรนมองเพดานโพรงซักครู่ราวกับเรียงลำดับคำ แล้วก็พูด "คำสัญญาในหิมพานต์ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ของเจตนาแต่เป็๲เ๱ื่๵๹ของเสียง คำที่พูดออกมาเป็๲สัญญาคือสัญญา ป่าได้ยิน ป่าจำและป่าจะเรียกคืนถ้าสัญญาถูกทำลาย"

     

    "เรียกคืนอะไร?"

     

    เรนมองเธอ"สิ่งที่เธอรักที่สุด"

     

    หลินนิ่ง

     

    ภาพของอันผ่านมาในหัวอย่างรวดเร็วอันที่โทรมาบอกว่าไม่สบาย อันที่ถามว่า "พี่ฟังอยู่ไหม?"


    อันที่หลินบอกว่าจะไปเยี่ยมแต่ก็ยังไม่ได้ไป

     

    "สิ่งที่รักที่สุด"หลินพูดซ้ำ เสียงแห้ง "หมายความว่าอะไรกันแน่?"

     

    "ป่าจะตัดสินเองขึ้นกับสิ่งที่เธอให้ความสำคัญมากที่สุด บางคนสูญเสียความทรงจำบางคนสูญเสียความสามารถ บางคนสูญเสียคนที่รัก" เรนหยุด"ขึ้นกับว่าในใจเธอ อะไรคือสิ่งที่แลกไม่ได้"

     

    ปากหลินสั่นเล็กน้อย

     

    เธอรู้ว่าคำตอบของเธอคืออะไรและรู้ว่าเธอไม่อยากพูดออกมา

     

    "โอเค"เธอพูด เสียงเงียบผิดปกติ "งั้นฉันก็ต้องรักษาสัญญาซึ่งหมายความว่าฉันจะไม่ใช้เสียงอีกซึ่งฟังดูเป็๞ไปไม่ได้เพราะฉันพูดตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ฉันสัญญาว่าจะไม่"ใช้เสียง" ไม่ได้สัญญาว่าจะไม่พูด"

     

    เรนมองเธอ

     

    "สองอย่างนั้นต่างกัน"หลินพูดต่อ "พูดคุยธรรมดากับใช้เสียงแบบที่มันทำงาน ต่างกัน ใช่ไหม?"

     

    นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเรนก็พูด"ใช่ ต่างกัน"

     

    "งั้นฉันยังพูดได้แค่ไม่ใช้มันในแบบที่ทำให้เกิดผลกับป่า"

     

    "ในทางทฤษฎี"

     

    "ในทางปฏิบัติ?"

     

    "ในทางปฏิบัติเธอยังไม่รู้ว่าเสียงไหนของเธอที่ 'ทำงาน' และเสียงไหนที่ไม่ทำงาน"เรนพูด "ซึ่งหมายความว่าเธออาจทำลายสัญญาโดยไม่รู้ตัวได้ทุกเมื่อ"

     

    หลินเอามือกดหน้า

     

    "ดีมาก"เธอพูดใต้ฝ่ามือ "ดีมากเลย ฉันมาอยู่ในป่าที่ฟังทุกเสียงมีเสียงที่ควบคุมไม่ได้ ผูกสัญญากับป่าโดยไม่ตั้งใจและถ้าผิดสัญญาจะสูญเสียสิ่งที่รักที่สุด โอเค โอเค ไม่ตื่นตระหนกทุกอย่างโอเค"

     

    เรนมองเธอ

     

    "เธอตื่นตระหนกอยู่"

     

    "ฉันรู้แต่ถ้าพูดว่าโอเคบางทีมันก็โอเคขึ้น"

     

    "ในหิมพานต์ไม่ได้ผลแบบนั้น"

     

    "รู้แล้วค่ะ"

     

    ---

     

    เสียงครุฑในอากาศเงียบลงหมดแล้วแต่เรนยังไม่บอกให้ออกจากโพรง

     

    หลินนั่งอยู่กับความเงียบซึ่งโดยปกติเป็๞สิ่งที่เธอทนได้ยากแต่ตอนนี้รู้สึกว่าสมอง๻้๪๫๷า๹เวลาคิดมากกว่า๻้๪๫๷า๹เสียง

     

    เธอหยิบขลุ่ยขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจแค่มือหยิบมันขึ้นมาเพราะมันอยู่ในกระเป๋าเสื้อและนิสัยทำให้มือหยิบของที่คุ้นเคยขึ้นมาเวลาเครียด

     

    หลินนั่งหมุนขลุ่ยในมือ มองมัน

     

    เรนหันมาทันที

     

    ตาแข็ง ไม่ใช่โกรธแต่เป็๞อะไรบางอย่างที่เข้มข้นกว่านั้น

     

    "อย่า"เขาพูด

     

    เสียงนั้นไม่ใช่คำสั่ง

     

    หลินรู้๻ั้๫แ๻่ตอนที่ได้ยินมันเป็๞คำร้องขอ เสียงของคนที่ห้ามเพราะกลัว ไม่ใช่เพราะ๻้๪๫๷า๹ควบคุม

     

    เธอวางขลุ่ยลงบนพื้น ไม่โต้เถียง

     

    เรนมองขลุ่ยที่วางอยู่บนพื้นโพรงเป็๞เวลานานแล้วก็หันหน้ากลับ

     

    หลินสังเกตว่าไหล่ของเขาผ่อนลงเล็กน้อย

     

    ครั้งแรกที่เธอสังเกตว่าเรนกลัวไม่ใช่แค่เด็ดขาด

     

    ---

     

    "เธออยากกลับบ้านใช่ไหม?" เรนถามในที่สุดเมื่อผ่านไปครู่ใหญ่

     

    หลินพยักหน้า ไม่พูดเพราะรู้สึกว่าถ้าพูดเสียงจะออกมาไม่มั่นคง

     

    "มีทางเดียว"เรนพูด "ต้องไปถึงสังข์สุรเสียง มันถูกผนึกไว้ที่ศาลากลางป่าชั้นในปลายทางที่ไกลที่สุด สังข์เป็๞สิ่งเดียวที่สามารถปิดประตูที่เธอเปิดมาได้และเมื่อปิดแล้ว เธอจะกลับได้"

     

    "ง่ายมาก"หลินพูดก่อนจะทันคิด แล้วก็เพิ่มว่า "ขอโทษ นั่นประชดนิดนึงแต่ฟังดูไม่ง่ายเลยจริงๆ"

     

    "ไม่ง่าย"เรนยืนยัน "มีอย่างน้อยสามฝ่ายที่๻้๪๫๷า๹สังข์เหมือนกัน ฝ่ายที่อยากปิดประตูฝ่ายที่อยากเปิดประตูให้กว้างขึ้นและฝ่ายที่อยากใช้สังข์เพื่ออย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับประตูเลย"

     

    "และฉันเป็๞คนที่ป่าตอบสนองต่อเสียง"

     

    "ซึ่งทำให้เธอเป็๞ทั้งอาวุธและเป้าหมายในเวลาเดียวกัน"

     

    หลินนั่งดูดนิ้วโป้งข้างซ้ายที่ถลอกตอนล้มเมื่อกี้"คุณจะพาฉันไปไหม?"

     

    เรนนิ่ง นานมากนานจนหลินคิดว่าเขาจะไม่ตอบ

     

    "ถ้าฉันไม่พาเธอเธอจะตายในป่านี้คืนนี้" เขาพูด น้ำเสียงแบนราบ เหมือนบอกสภาพอากาศ"นั่นไม่ใช่การตัดสินใจของฉัน นั่นคือข้อเท็จจริง"

     

    "อย่างน้อยก็ตรงไปตรงมา"

     

    "ถ้าจะไปด้วยกันต้องทำตามที่ฉันบอก" เรนยื่นมือ"และต้องเชื่อฉันแม้ในตอนที่ไม่เข้าใจว่าทำไม"

     

    หลินมองมือที่ยื่นออกมา

     

    มือที่ผิวเข้มกว่าเธอ มีรอยแผลเป็๞เล็กๆสองสามรอยที่น่าจะเป็๞รอยเก่า มือที่กำคทาตลอดเวลาจนดูเหมือนเป็๞ส่วนหนึ่งของมัน

     

    ท่าทางเป็๞ทางการมาก เหมือนการทำสัญญาไม่ใช่การจับมือทักทาย

     

    หลินคิดว่าเธอไม่ควรไว้ใจคนที่เพิ่งพบกันสองวันที่ไม่ตอบคำถามตรงๆ ที่บอกว่าเธออันตรายและที่มีความลับเกี่ยวกับอิงที่เธอยังไม่รู้ครบ

     

    แล้วก็คิดว่าทางเลือกอื่นคือตายในป่าคืนนี้

     

    เธอจับมือเรน

     

    ---

     

    "ถ้าจะไปด้วยกัน"หลินพูดขณะจับมือ "ฉันก็มีเงื่อนไขเหมือนกัน"

     

    เรนรอ ไม่ถอนมือ

     

    "อธิบายให้ฉันฟังเวลาที่ฉันต้องทำอะไรที่ไม่เข้าใจไม่ต้องมากก็ได้ แค่พอให้ฉันรู้ว่าทำไม เพราะฉันทำตามคำสั่งที่ไม่รู้เหตุผลได้ยากและถ้าไม่รู้เหตุผลแล้วถูกบังคับให้หยุดพูดกลางป่าโอกาสที่ฉันจะพูดเพราะกังวลก็สูงมากกว่าปกติ"

     

    เรนมองเธอ

     

    "ตกลง"เขาพูด

     

    แปลกใจนิดหน่อยที่เขาไม่เถียง

     

    ทั้งสองปล่อยมือกัน

     

    หลินหยิบขลุ่ยจากพื้น ใส่กระเป๋าเสื้อมองเรนที่กำลังจะลุกขึ้น

     

    "เรน"

     

    เขาหันมา

     

    "สิ่งที่ฉันสัญญาว่าจะไม่ใช้"หลินพูดช้าๆ "ฉันยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่ฉันจะพยายามและถ้าฉันพลาด..." เธอหยุด "บอกฉันทันที อย่ารอให้ป่าจัดการ"

     

    เรนมองเธออยู่ครู่นานพอที่หลินจะเริ่มคิดว่าพูดอะไรเพี้ยนไปหรือเปล่า

     

    "ตกลง"เขาพูดอีกครั้ง

     

    แล้วก็เดินออกจากโพรงต้นไม้

     

    หลินตามออกมาป่าข้างนอกรับเธอด้วยแสงยามเย็นสีทองอ่อนและความรู้สึกว่าบางอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นในโพรงไม้นั้นสำคัญกว่าที่เห็นแม้จะยังไม่รู้ว่าสำคัญยังไง