โพรงต้นไม้ใหญ่กว่าที่นึกไว้
หลินเดินเข้ามาแล้วรู้สึกว่าเข้ามาในห้องที่มีกลิ่นดินชื้นและเปลือกไม้เก่าผนังโพรงเป็เนื้อไม้ที่ยังมีชีวิตอยู่มีร่องลึกตามแนวตั้งที่น่าจะเป็รอยเปลือกไม้เติบโต และมีแสงสีเขียวอ่อนๆรั่วออกมาจากร่องเ่าั้พอให้มองเห็นกันได้ในความมืด
เรนนั่งลงกับพื้น หลังพิงผนังโพรงดูเหนื่อยกว่าปกติเล็กน้อย แม้จะยังไม่พูดว่าเหนื่อย
หลินนั่งลงตรงข้าม ไม่พิงผนังเพราะยังไม่ไว้ใจว่าไม้ที่มีชีวิตจะตอบสนองต่อหลังของเธอยังไง
"อธิบายเื่สัญญา"เธอพูดตรงๆ "ฉันพูดออกไปเพราะใ ไม่ได้ตั้งใจจะสัญญากับใคร"
"ฉันรู้"เรนพูด
"แต่ยังนับอยู่?"
"ยังนับอยู่"
หลินถอนหายใจ "โอเค อธิบาย"
เรนมองเพดานโพรงซักครู่ราวกับเรียงลำดับคำ แล้วก็พูด "คำสัญญาในหิมพานต์ไม่ใช่เื่ของเจตนาแต่เป็เื่ของเสียง คำที่พูดออกมาเป็สัญญาคือสัญญา ป่าได้ยิน ป่าจำและป่าจะเรียกคืนถ้าสัญญาถูกทำลาย"
"เรียกคืนอะไร?"
เรนมองเธอ"สิ่งที่เธอรักที่สุด"
หลินนิ่ง
ภาพของอันผ่านมาในหัวอย่างรวดเร็วอันที่โทรมาบอกว่าไม่สบาย อันที่ถามว่า "พี่ฟังอยู่ไหม?"
อันที่หลินบอกว่าจะไปเยี่ยมแต่ก็ยังไม่ได้ไป
"สิ่งที่รักที่สุด"หลินพูดซ้ำ เสียงแห้ง "หมายความว่าอะไรกันแน่?"
"ป่าจะตัดสินเองขึ้นกับสิ่งที่เธอให้ความสำคัญมากที่สุด บางคนสูญเสียความทรงจำบางคนสูญเสียความสามารถ บางคนสูญเสียคนที่รัก" เรนหยุด"ขึ้นกับว่าในใจเธอ อะไรคือสิ่งที่แลกไม่ได้"
ปากหลินสั่นเล็กน้อย
เธอรู้ว่าคำตอบของเธอคืออะไรและรู้ว่าเธอไม่อยากพูดออกมา
"โอเค"เธอพูด เสียงเงียบผิดปกติ "งั้นฉันก็ต้องรักษาสัญญาซึ่งหมายความว่าฉันจะไม่ใช้เสียงอีกซึ่งฟังดูเป็ไปไม่ได้เพราะฉันพูดตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ฉันสัญญาว่าจะไม่"ใช้เสียง" ไม่ได้สัญญาว่าจะไม่พูด"
เรนมองเธอ
"สองอย่างนั้นต่างกัน"หลินพูดต่อ "พูดคุยธรรมดากับใช้เสียงแบบที่มันทำงาน ต่างกัน ใช่ไหม?"
นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเรนก็พูด"ใช่ ต่างกัน"
"งั้นฉันยังพูดได้แค่ไม่ใช้มันในแบบที่ทำให้เกิดผลกับป่า"
"ในทางทฤษฎี"
"ในทางปฏิบัติ?"
"ในทางปฏิบัติเธอยังไม่รู้ว่าเสียงไหนของเธอที่ 'ทำงาน' และเสียงไหนที่ไม่ทำงาน"เรนพูด "ซึ่งหมายความว่าเธออาจทำลายสัญญาโดยไม่รู้ตัวได้ทุกเมื่อ"
หลินเอามือกดหน้า
"ดีมาก"เธอพูดใต้ฝ่ามือ "ดีมากเลย ฉันมาอยู่ในป่าที่ฟังทุกเสียงมีเสียงที่ควบคุมไม่ได้ ผูกสัญญากับป่าโดยไม่ตั้งใจและถ้าผิดสัญญาจะสูญเสียสิ่งที่รักที่สุด โอเค โอเค ไม่ตื่นตระหนกทุกอย่างโอเค"
เรนมองเธอ
"เธอตื่นตระหนกอยู่"
"ฉันรู้แต่ถ้าพูดว่าโอเคบางทีมันก็โอเคขึ้น"
"ในหิมพานต์ไม่ได้ผลแบบนั้น"
"รู้แล้วค่ะ"
---
เสียงครุฑในอากาศเงียบลงหมดแล้วแต่เรนยังไม่บอกให้ออกจากโพรง
หลินนั่งอยู่กับความเงียบซึ่งโดยปกติเป็สิ่งที่เธอทนได้ยากแต่ตอนนี้รู้สึกว่าสมอง้าเวลาคิดมากกว่า้าเสียง
เธอหยิบขลุ่ยขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจแค่มือหยิบมันขึ้นมาเพราะมันอยู่ในกระเป๋าเสื้อและนิสัยทำให้มือหยิบของที่คุ้นเคยขึ้นมาเวลาเครียด
หลินนั่งหมุนขลุ่ยในมือ มองมัน
เรนหันมาทันที
ตาแข็ง ไม่ใช่โกรธแต่เป็อะไรบางอย่างที่เข้มข้นกว่านั้น
"อย่า"เขาพูด
เสียงนั้นไม่ใช่คำสั่ง
หลินรู้ั้แ่ตอนที่ได้ยินมันเป็คำร้องขอ เสียงของคนที่ห้ามเพราะกลัว ไม่ใช่เพราะ้าควบคุม
เธอวางขลุ่ยลงบนพื้น ไม่โต้เถียง
เรนมองขลุ่ยที่วางอยู่บนพื้นโพรงเป็เวลานานแล้วก็หันหน้ากลับ
หลินสังเกตว่าไหล่ของเขาผ่อนลงเล็กน้อย
ครั้งแรกที่เธอสังเกตว่าเรนกลัวไม่ใช่แค่เด็ดขาด
---
"เธออยากกลับบ้านใช่ไหม?" เรนถามในที่สุดเมื่อผ่านไปครู่ใหญ่
หลินพยักหน้า ไม่พูดเพราะรู้สึกว่าถ้าพูดเสียงจะออกมาไม่มั่นคง
"มีทางเดียว"เรนพูด "ต้องไปถึงสังข์สุรเสียง มันถูกผนึกไว้ที่ศาลากลางป่าชั้นในปลายทางที่ไกลที่สุด สังข์เป็สิ่งเดียวที่สามารถปิดประตูที่เธอเปิดมาได้และเมื่อปิดแล้ว เธอจะกลับได้"
"ง่ายมาก"หลินพูดก่อนจะทันคิด แล้วก็เพิ่มว่า "ขอโทษ นั่นประชดนิดนึงแต่ฟังดูไม่ง่ายเลยจริงๆ"
"ไม่ง่าย"เรนยืนยัน "มีอย่างน้อยสามฝ่ายที่้าสังข์เหมือนกัน ฝ่ายที่อยากปิดประตูฝ่ายที่อยากเปิดประตูให้กว้างขึ้นและฝ่ายที่อยากใช้สังข์เพื่ออย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับประตูเลย"
"และฉันเป็คนที่ป่าตอบสนองต่อเสียง"
"ซึ่งทำให้เธอเป็ทั้งอาวุธและเป้าหมายในเวลาเดียวกัน"
หลินนั่งดูดนิ้วโป้งข้างซ้ายที่ถลอกตอนล้มเมื่อกี้"คุณจะพาฉันไปไหม?"
เรนนิ่ง นานมากนานจนหลินคิดว่าเขาจะไม่ตอบ
"ถ้าฉันไม่พาเธอเธอจะตายในป่านี้คืนนี้" เขาพูด น้ำเสียงแบนราบ เหมือนบอกสภาพอากาศ"นั่นไม่ใช่การตัดสินใจของฉัน นั่นคือข้อเท็จจริง"
"อย่างน้อยก็ตรงไปตรงมา"
"ถ้าจะไปด้วยกันต้องทำตามที่ฉันบอก" เรนยื่นมือ"และต้องเชื่อฉันแม้ในตอนที่ไม่เข้าใจว่าทำไม"
หลินมองมือที่ยื่นออกมา
มือที่ผิวเข้มกว่าเธอ มีรอยแผลเป็เล็กๆสองสามรอยที่น่าจะเป็รอยเก่า มือที่กำคทาตลอดเวลาจนดูเหมือนเป็ส่วนหนึ่งของมัน
ท่าทางเป็ทางการมาก เหมือนการทำสัญญาไม่ใช่การจับมือทักทาย
หลินคิดว่าเธอไม่ควรไว้ใจคนที่เพิ่งพบกันสองวันที่ไม่ตอบคำถามตรงๆ ที่บอกว่าเธออันตรายและที่มีความลับเกี่ยวกับอิงที่เธอยังไม่รู้ครบ
แล้วก็คิดว่าทางเลือกอื่นคือตายในป่าคืนนี้
เธอจับมือเรน
---
"ถ้าจะไปด้วยกัน"หลินพูดขณะจับมือ "ฉันก็มีเงื่อนไขเหมือนกัน"
เรนรอ ไม่ถอนมือ
"อธิบายให้ฉันฟังเวลาที่ฉันต้องทำอะไรที่ไม่เข้าใจไม่ต้องมากก็ได้ แค่พอให้ฉันรู้ว่าทำไม เพราะฉันทำตามคำสั่งที่ไม่รู้เหตุผลได้ยากและถ้าไม่รู้เหตุผลแล้วถูกบังคับให้หยุดพูดกลางป่าโอกาสที่ฉันจะพูดเพราะกังวลก็สูงมากกว่าปกติ"
เรนมองเธอ
"ตกลง"เขาพูด
แปลกใจนิดหน่อยที่เขาไม่เถียง
ทั้งสองปล่อยมือกัน
หลินหยิบขลุ่ยจากพื้น ใส่กระเป๋าเสื้อมองเรนที่กำลังจะลุกขึ้น
"เรน"
เขาหันมา
"สิ่งที่ฉันสัญญาว่าจะไม่ใช้"หลินพูดช้าๆ "ฉันยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่ฉันจะพยายามและถ้าฉันพลาด..." เธอหยุด "บอกฉันทันที อย่ารอให้ป่าจัดการ"
เรนมองเธออยู่ครู่นานพอที่หลินจะเริ่มคิดว่าพูดอะไรเพี้ยนไปหรือเปล่า
"ตกลง"เขาพูดอีกครั้ง
แล้วก็เดินออกจากโพรงต้นไม้
หลินตามออกมาป่าข้างนอกรับเธอด้วยแสงยามเย็นสีทองอ่อนและความรู้สึกว่าบางอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นในโพรงไม้นั้นสำคัญกว่าที่เห็นแม้จะยังไม่รู้ว่าสำคัญยังไง