บทที่ 12 อาจารย์ไม่น่ารักเลย
“อาจารย์ เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอครับ ผมเพิ่งจบมาแล้วต้องเข้าไปในนั้นเลยงั้นเหรอ มันร้ายแรงไปหรือเปล่า”
หลิวจิ่งเหอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
คำว่า ‘จบมา’ ก็คือเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัย และ ‘เข้าไปในนั้น’ ก็หมายถึงการเข้าไปอยู่ในคุก
ฉินเหยียนจินยิ้มจาง ๆ
“มันเป็เื่ช่วยไม่ได้จริง ๆ แต่รู้ก่อนก็ดีกว่าเจอกับตัวเลยทันที คุณจะเพิ่งเข้าไปทำงานใหม่และยังไม่รู้เื่อะไรมาก จากนั้นหัวหน้าก็จะมอบหมายงานให้คุณรับผิดชอบ”
ดวงตาของหลิวจิ่งเหอเริ่มกระตุก รู้สึกว่าตนเองถูกดูถูกสติปัญญาเป็อย่างมาก แต่ยังไม่กล้าพูดอะไรออกมาและมองเธอด้วยสายตาน่าสงสาร
“อาจารย์ มีวิธีที่จะช่วยให้ผมไม่ต้องติดคุกไหมครับ?”
“ง่ายมากค่ะ พยายามรักษาระยะห่างจากแฟนของคุณเอาไว้ ยิ่งห่างกันเท่าไรยิ่งดี อีกอย่างฉันอยากจะให้บริษัทไม่รับคุณเข้าทำงานจะดีกว่า มีคำที่พูดว่าเป็หัวหมาดีกว่าหางั*[1] ถ้าคุณเลือกทำงานในบริษัทเล็ก ๆ คุณจะประสบความสำเร็จในสามปี กลับกันถ้าคุณเลือกไปทำงานที่เดียวกับแฟนตามที่วางแผนไว้ คุณก็จะเป็พนักงานตำแหน่งเล็ก ๆ ต่อไปอีกห้าปีนะคะ”
“แล้วหลังจากห้าปีผมจะได้เลื่อนตำแหน่งไหมครับ?”
ฉินเหยียนจินเหลือบมองเขา “หลังจากห้าปีเหรอคะ? คุณลืมไปแล้วเหรอคะว่าคุณต้องเข้าคุก จะได้อยู่ที่บริษัทนั้นเกินห้าปีได้ยังไง”
เฮือก…
ในเมื่ออยู่ที่นั่นได้ไม่ถึงห้าปีแล้วทำไมยังต้องพูดตัวเลขนั้นขึ้นมาเนี่ย!
หลิวจิ่งเหอถอนหายใจแรงอย่างอับอาย ก่อนจะเริ่มถามคำถามใหม่มา
“อาจารย์ แล้วทำไมคุณถึงพูดถึงแฟนผมด้วยล่ะครับ การที่ผมต้องติดคุกมันมีอะไรเกี่ยวกับเธอหรือเปล่า?”
ฉินเหยียนจินมองเขาด้วยความสงสารแล้วถอนหายใจ “ในที่สุด คุณก็คิดเื่นี้ขึ้นมาได้แล้ว ถ้าคุณคิดไม่ออกเลยฉันก็ชักจะสงสัยแล้วว่าคุณเข้ามหาวิทยาลัยมาได้ยังไง”
หลิวจิ่งเหออึ้ง “...” ถูกอาจารย์ฉินโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยดาเมจหนึ่งหมื่นแต้ม
‘อาจารย์นี่ไม่น่ารักเอาซะเลย ฮือออ’ เขาโวยวายอยู่ในใจ
“อาจารย์ครับ ผมกับแฟนคนนี้คบกันมาสี่ปีแล้ว เราคบกันมาั้แ่เข้ามหาวิทยาลัย เธอจะทำร้ายผมจริง ๆ เหรอ”
เขาเชื่อสิ่งที่ฉินเหยียนจินทักอยู่แล้ว แต่ก็อดที่จะรู้สึกต่อต้านขึ้นมาไม่ได้
แต่ความรู้สึกต่อต้านในใจที่ว่านั้นก็แทบไม่มีน้ำหนักเลยเมื่อได้ยินคำพูดทิ่มแทงใจจากนักพรตสาว
“คุณคบกันมาหลายปีแล้วก็จริง แต่เธอแอบคุยกับเพื่อนร่วมคลาสและน้องชายที่คุณสนิทด้วยั้แ่เริ่มเทอมสอง เธอสวมเขาคุณมาตลอดเวลาสามปีครึ่ง ถ้าคุณไม่เชื่อฉัน ฉันมีหลักฐานให้คุณดู จะได้รู้ว่าทุกอย่างเป็เื่จริงค่ะ”
ให้ตายเถอะ !
สมองของหลิวจิ่งเหอว่างเปล่า เขารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนขึ้นมาชั่วขณะ และหูไม่รับฟังเสียงใดอีกต่อไป
ระหว่างที่กำลังจะทรุดตัวลง ฉินเหยียนจินก็ตบไหล่เขาเบา ๆ เสริมปราณิญญาให้เล็กน้อย
“หนุ่มน้อย อย่าเพิ่งเศร้าไปเลยนะคะ ไม่คุ้มกันเลยที่คุณต้องเอาความเสียใจมามอบให้กับความรักแย่ ๆ แบบนี้ คุณควรจะมีชีวิตที่สนุกสนาน โชคดีมากที่คุณได้มาเห็นธาตุแท้ของแฟนในเวลานี้ ไม่อย่างนั้นชะตาคุณจะขาดแน่”
หลิวจงเหอตัวสั่นทันที และความรู้สึกเวียนหัวจะหน้ามืดเมื่อครู่ก็หายไป ภาพตรงหน้าเริ่มชัดเจนมากขึ้น
“อาจารย์พูดถูก โชคดีที่แฟนของผม เอ่อแฟนเก่าของผมไม่ได้มาที่นี่ด้วยวันนี้ ไม่อย่างนั้น...”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ ฉินเหยียนจินก็ใส่ไฟอีกครั้ง
“เธอกำลังชอปปิงกับน้องชายที่คุณสนิทคนนั้นอยู่ค่ะ ไม่มีทางที่จะมาปีนเขากับคุณแน่นอน”
หลิวจิ่งเหออยากจะร้องไห้ออกมา
“อาจารย์ เราไม่ต้องถึงขนาดพูดทุกอย่างชัดเจนขนาดนั้นดีไหมครับ ถึงหัวใจผมจะไม่ได้บางเหมือนกระดาษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแข็งแรงขนาดนั้น”
“โทษที ฉันเห็นภาพทุกอย่างชัดมากก็เลยพยายามจะสื่อสารตรง ๆ ไม่ต้องเกรงใจเลยนะคะ”
ไม่ต้องเกรงใจ?
เกรงใจอะไรกันเล่า
เขาจะร้องไห้อยู่แล้ว ยังจะมาบอกว่าไม่ต้องเกรงใจอะไรกันเล่า!
‘อาจารย์อยู่ในระดับปรมาจารย์แล้วสินะ’ เสียงในหัวดังขึ้น
หลิวจิ่งเหอไม่เคยเสียใจมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกฉินเหยียนจินทิ่มแทงจนอกแตกตาย เขาจึงเปลี่ยนเื่อย่างรวดเร็วแล้วถามต่อ “อาจารย์บอกว่าเธอไม่ใช่เนื้อคู่ของผม แล้วเธอกับเพื่อนรุ่นน้องคนนั้นล่ะครับ เขาเป็เนื้อคู่ของเธอไหม”
ฉินเหยียนจินเหลือบมองไปด้านข้าง
เอาอีกแล้ว!
ให้ตายเถอะ!
สายตาทิ่มแทงแบบนั้นอีกแล้ว!
ทำเหมือนเขาเป็เด็กน้อยน่าสงสารอีกแล้ว!
ใบหน้าของหลิวจิ่งเหอเปลี่ยนเป็สีแดงทันที เขาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี จะได้ไม่ต้องมองสายตาแบบนั้นจากอาจารย์อีก
ฉินเหยียนจินเลิกคิ้วแล้วตอบออกมา “พวกเขาสามารถทรยศต่อคุณ ทำลายได้ทั้งความรักและมิตรภาพที่มีให้กัน และลอบสานสัมพันธ์กันมานาน แบบนี้นับว่าเป็เนื้อคู่กันแน่ ๆ ไม่ต้องกังวล พวกเขาจะได้คบกันอีกนาน อย่างน้อยก็นานกว่าที่เธอคบคุณแน่นอน”
หลิวจิ่งเหอพูดไม่ออก “...” ช่างเป็คำพูดที่ฟังแล้วทั้งเจ็บใจและเ็ปมากเหลือเกิน
“อาจารย์ครับ นี่มันไม่ยุติธรรมเลย ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องมาทนเจอเื่มากมายขนาดนี้ ผมรับไม่ได้!”
“หนุ่มน้อย ฉันบอกคุณแล้วว่าอย่าเพิ่งร้อนใจไป การที่สองคนนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกันและกันต้องมีเหตุผลแน่นอน”
เธออธิบายต่อไปอีกว่า “ความผูกพันทางอารมณ์ของพวกเขาลึกซึ้งมาก เมื่อคุณตัดสินใจจะเลิกรากับเธอ โชคชะตาของสองคนนั้นจะยิ่งผูกโยงกันอย่างแน่นแฟ้นขึ้น หลังจากนั้นในอนาคต พวกเขาจะเข้าใจผิดกันเองในเื่บางอย่าง ความรักจะนำโศกนาฏกรรมการเข่นฆ่าและความทุกข์ใจมาสู่ทั้งสอง”
แน่นอนว่าฉินเหยียนจินไม่ได้บอกเขาว่าความเข้าใจผิดที่เธอพูดถึงเป็เื่เกี่ยวกับตัวเขาด้วยเช่นกัน
หลังจากที่หลิวจิ่งเหอเลิกรากับผู้หญิงคนนั้น หญิงสาวก็เริ่มไม่สบายใจในหลาย ๆ เื่ บางทีอาจจะเป็เพราะเธอค่อนข้างมั่นใจในตัวเองมากเกินไป เมื่อถูกผู้ชายที่ตัวเองเคยสวมเขาทิ้งไปจึงเริ่มเกิดความรู้สึกไม่อยากแพ้ขึ้นมา
เธอรู้สึกว่ามันเป็เื่ที่รับไม่ได้จริง ๆ จึงกลับไปหาหลิวจิ่งเหออีกครั้งเพื่อที่จะเป็ฝ่ายบอกเลิกเขาด้วยตัวเอง
เหมือนกับคำพูดคนโบราณว่า ของที่ไม่ได้นับเป็ของมีค่ากว่าความจริงเสมอ เมื่อเธอมีเขาอยู่เป็แฟนก็ไม่ยอมทะนุถนอมให้ความจริงใจ แต่เมื่อเสียเขาไปแล้วกลับรู้สึกเสียใจขึ้นมา
ใช่แล้ว เธอเสียใจที่ต้องเลิกกับเขา
น่าเสียดายที่เพื่อนรุ่นน้องคนนั้นของหลิวจิ่งเหอไม่ใช่คนที่จะยอมให้เกิดเื่แบบนี้แล้วปล่อยผ่าน ทั้งสองคนวนเวียนอยู่ด้วยกันไปมา ทั้งดิ้นรนและยื้อยุดกันอยู่นานจนลงเอยด้วยอย่างน่าเศร้า
เื่เหล่านี้ไม่จำเป็ที่คนทึ่มอย่างหลิวจิ่งเหอจะต้องรู้ เพราะรังแต่จะทำให้เขาวุ่นวายใจมากกว่าเดิมเท่านั้น
หลิวจิ่งเหอตบหน้าอกและถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างเกินจริงมาก “เฮ้อ ผมโล่งใจแล้วที่รู้ว่าจุดจบของสองคนนั้นจะไม่ดี ฮ่า ๆ ขอบคุณอาจารย์มากครับ ถ้าไม่รับคำเตือนจากอาจารย์ ผมคงแย่มากแน่ ๆ”
ฉินเหยียนจินโบกมือ “การพบกันล้วนเป็โชคชะตา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับทางเลือกของคุณ”
หลิวจิ่งเหอ “...อาจารย์ ผมไม่มีอะไรจะถามแล้วครับ ขอไปเดินดูวิวรอบ ๆ ก่อนดีกว่า”
เขากลัวว่าถ้าพูดคุยกันต่อ เขาต้องพาลโมโหใส่เธอแน่ ๆ
“ช่วยเรียกคนชื่อถังอี้มาให้ทีนะ”
“ได้ครับ”
สีหน้าของหลิวจิ่งเหอไม่สามารถบอกได้ว่าดีหรือไม่ดี จากนั้นก็ตรงกลับไปที่กลุ่มคนที่ยืนอยู่แล้วถามขึ้น “ถังอี้คือใครเหรอ?”
“ผม ผมเองครับ” เด็กหนุ่มคนหนึ่งยิ้มรับอย่างตื่นเต้น
หลิวจิ่งเหอมองขึ้น ๆ ลง ๆ และคิดว่าหากอีกฝ่ายไม่ได้หล่อเท่าตัวเองก็คงมีโอกาสจะถูกแฟนนอกใจ พอคิดแบบนั้นแล้วก็ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้มาก
“อาจารย์ขอให้มาเรียกนาย และอีกอย่าง ฉันจะบอกเคล็ดลับกับนายว่าถ้าอยากให้อาจารย์ทำนายดวงชะตา ทางที่ดีอย่าจ่ายด้วยเงินสด เพราะจะได้วีแชตของอาจารย์ด้วย”
“โอ้ คุณได้วีแชตของอาจารย์เหรอ เร็วเข้า รีบไปสิถังอี้ อย่าให้อาจารย์รอนาน” เพื่อนของถังอี้รับผลักเขาไปทางศาลาอย่างรวดเร็ว
ถังอี้รีบตบไหล่หลิวจิ่งเหอ “ขอบคุณที่แนะนำนะพี่ชาย ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
เขาวิ่งไปทางฉินเหยียนจิน เอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อาจารย์ครับ ผมขอโอนเงินในวีแชตได้ไหมครับ”
ฉินเหยียนจินเอามือถืออกมาแล้วถามขึ้น “คุณ้าทำนายเื่อะไรคะ?”
หลังจากที่แอดวีแชตกันแล้วถังอี้ก็ยิ้มอย่างมีความสุข “อาจารย์ ผมอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ครอบครัวผมจะรวย ผมอยากรวยเป็ทายาทเศรษฐี”
นักพรตสาวกระตุกมุมปากแล้วมองหน้าเขาอย่างระมัดระวัง และเมื่อมองดี ๆ ก็พบว่าคนคนนี้มีเื่ราวอะไรบางอย่างซ่อนอยู่จริง ๆ
[1] หัวหมาดีกว่าหางั หมายถึง การเป็ใหญ่ในที่เล็ก ๆ ย่อมดีกว่าการเป็เพียงส่วนเล็ก ๆ ในที่ที่ยิ่งใหญ่