“ผมจะไม่ยอมให้คุณทำให้เมเจอร์ต้องอับอายขายหน้าหรือเสียใจเป็อันขาด”เขาเตือน
“รู้สึกว่าคุณช่างจงรักภักดีเสียเหลือเกินนะ”สิ่งที่ไดอาน่า้าทำอย่างที่สุดในเวลานี้คือเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในคืนนี้ให้ใครสักคนฟัง...เธอได้หวังว่าตัวเองจะลืมมันลงแต่ก็รู้ว่าฮอลท์ มัลโลรี่ จะต้องเตือนใจให้เธอนึกถึงมันร่ำไปไดอาน่าสะบัดหน้าหนีไปเสียทางหนึ่ง
“นั่นจะไปไหน?”
“ก็กลับขึ้นบ้านน่ะสิ”
“ยังไปไม่ได้ ไม่ใช่ในสภาพนี้” ฮอลท์ออกคำสั่งเฉียบขาด “ยืนนิ่งๆ “จากนั้นเขาก็ลงมือปัดเศษฟางที่ติดอยู่บนเสื้อผ้ากับบนเรือนผมของไดอาน่าออกเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้ควักผ้าเช็ดหน้าออกมาส่งให้
“เอ้า...สั่งน้ำมูกเสีย”
“ฉันไม่ได้อยากสั่งนี่” ไดอาน่าปฏิเสธกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่น้ำตาให้แห้ง เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูคอกเสียงฮอลท์ก็ดังตามหลังมาอีก
“จำไว้ให้ดีนะว่าผมพูดอะไรไว้บ้าง”
“ฉันไม่ใช่คนลืมอะไรง่ายดายนักหรอก” เธอตอบตามความเป็จริง ความเ็ปตรงก้นที่ถูกเขาตีไว้ทำให้ไดอาน่าคิดว่า คืนนี้คงต้องนอนคว่ำทั้งคืนแน่
ไดอาน่าไม่ได้เอ่ยปากให้ใครรู้เื่ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลยแม้แต่คนเดียวเธอแสร้งทำเป็แปลกใจเมื่อเมเจอร์พูดขึ้น แสดงความเสียใจที่เคอร์ลี่ถูกไล่ออกแต่สำหรับผู้ที่เคยสังเกตว่าเธอเที่ยวตระเวนหาเขาไปทั่วไร่เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาต่างก็ตำหนิในข้อหาที่ทำให้เขาโดนไล่ออก โดยไม่มีใครนึกเลยไปถึงว่าเธอเองที่มีส่วนในเื่นี้อยู่มาก และบัดนี้ความรู้สึกที่ไดอาน่ามีต่อฮอลท์ก็มีอยู่เพียงประการเดียวเท่านั้นคือ...เธอเกลียดคนคนนี้อย่างจับใจ...!
ไดอาน่าสำเร็จการศึกษาจากไฮสกูลอย่างมีเกียรติและได้ลงทะเบียนเข้าเป็นักศึกษาในมหาวิทยาลัยเรโนตามที่เมเจอร์เสนอแนะในตอนแรกไดอาน่าคัดค้านการที่จะต้องเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยเพราะเธอไม่ได้ปรารถนาจะเรียนต่อเลยเพราะเธอคิดว่าความรู้เพียงเท่านั้นก็สมบูรณ์พออยู่แล้ว
“มันจะมีประโยชน์อะไรกับการที่จะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยตอนนี้หนูก็มีความรู้ในทุกเื่ที่้าแล้ว” ไดอาน่านั่งถกเถียงกับพ่อในตอนบ่ายของวันในฤดูร้อน“พวกอาจารย์ทั้งหลายไม่สามารถจะมาสอนให้หนูรู้จักงานในไร่อย่างที่หนูได้รับความรู้จากพ่อหรอกค่ะหนูรู้จักวิธีการทำบัญชีรวมทั้งรายการต่างๆ อย่างดีแล้วนี่คะ”
“พ่อไม่อยากให้ลูกต้องเสียโอกาสในการศึกษาหาความรู้ยิ่งกว่านั้นความรู้ในมหาวิทยาลัยมันมากกว่าในโรงเรียนหลายเท่านัก” เมเจอร์ยิ้มให้ลูกสาวอย่างใจดี “ในมหาวิทยาลัยมีครูที่จะให้ความรู้กับลูกได้มากมายมีสโมสรให้ลูกเข้าร่วม มีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำแล้วก็ยังมีงานปาร์ตี้ที่สอนให้ลูกรู้จักการเข้าสมาคมลูกควรจะได้ลิ้มชิมรสต่างๆ ของชีวิตแต่ละรูปแบบจนกว่าจะถึงวันหนึ่งที่แน่ใจได้อย่างเต็มที่แล้วว่าลูกรู้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่้าแล้ว”
แต่ไดอาน่าก็ยังไม่ตกลงปลงใจอยู่ดี
“หนูไม่อยากเปลี่ยนความตั้งใจหรอกค่ะ”
“ก็อาจจะไม่...แต่อย่างน้อยลูกก็จะได้ประสบการณ์มากกว่าในชีวิตประจำวันที่รู้จักอยู่”
แต่กระนั้นเธอก็ยังท้วงติงในเื่เล็กๆ น้อยๆ อยู่นั่นเอง
“แต่เรโนไกลเกินไปนะคะพ่ออยู่อีกฟากหนึ่งของรัฐเลย”
“มันไม่ไกลจนลูกไม่สามารถกลับมาพักผ่อนตอนที่หยุดเทอมหรือวันหยุดสุดสัปดาห์หรอก”เมเจอร์ปลอบใจ
เมื่อเป็เช่นนั้น ไดอาน่าจึงต้องยอมทำตามพยายามปลอบใจตัวเองว่าที่เธอยอมทำก็เพื่อเอาใจพ่อและเธอก็ทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจลงในมหาวิทยาลัยแห่งนั้นในปีการศึกษาแรกทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีวันหยุดให้มากมายเท่าไรนักการที่เธอจะใช้เวลาใน่เรียนเพื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน จึงเป็ระยะเวลาสั้นเกินไปสำหรับระยะทางที่ไกลเช่นนี้ ดังนั้นเพื่อให้เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นไดอาน่าจึงร่วมแทบจะทุกกิจกรรมของมหาวิทยาลัยพบปะและมีเพื่อนมากมายแต่ใน่ระยะเวลาที่ผ่านไปนั้น เธอไม่ยอมให้ตัวเองได้ใกล้ชิดสนิทสนมหรือมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครเป็พิเศษไม่ว่าจะเป็เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม
เมื่อฤดูร้อนมาถึงและผ่านไปราวชั่วข้ามคืนเดียวซึ่งทำให้ไดอาน่ามีความรู้สึกเหมือนเพิ่งจะมาถึงบ้านไร่ได้ไม่นานก็ต้องกลับไปเรียนต่อเมื่อมหาวิทยาลัยเปิดเทอมในฤดูใบไม้ร่วง
มีเหตุการณ์ที่พิเศษและสำคัญยิ่งเกิดขึ้นกับเธอในปีการศึกษาปีที่2 ถึง 2 ครั้ง 2คราในเดือนตุลาคมปีนั้น เธอถูกเรียกตัวไปพบคณบดีในห้องทำงานของท่านและได้รับทราบว่าพ่อล้มป่วยด้วยโรคหัวใจและกำลังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลไดอาน่าจับเครื่องบินเที่ยวแรกกลับไปยังอีลายทันที
ขณะมองดูพ่อที่นอนอยู่ในเตียงผู้ป่วยของโรงพยาบาลนั้นไดอาน่าสังเกตเห็นว่า พ่อของเธอมีผิวพรรณเผือดซีดลงปกติแล้วเมเจอร์เป็คนที่แข็งแรงสมบุกสมบันกับชีวิตมาก จึงออกจะน่าใอยู่ไม่น้อยเมื่อพบว่าลักษณะเช่นนั้นไม่มีอยู่ในตัวเขาอีกต่อไป แม้ว่าแววแห่งความเมตตาจะฉายชัดอยู่ในดวงตาอย่างไม่เปลี่ยนแปลงก็ตามแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็เช่นนั้นได้ตลอดไป
“อย่าทำสีหน้าอย่างนั้นสิลูก” เขาเตือนลูกสาวเมื่อเห็นเธอมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด “พ่อยังมีเวลาเหลือที่จะอยู่กับลูกได้อีกหลายปี เพียงแต่ว่าต่อไปนี้ต้องทำอะไรให้ช้าลงมันก็แค่นั้น...ทำใจให้สบายเถอะ”
“หนูต้องมั่นใจก่อนค่ะว่าพ่อทำอย่างนั้นได้จริงๆ”
“ที่พูดนั่นมันหมายความว่ายังไงล่ะ?”
“หนูจะอยู่บ้านจนกว่าพ่อจะค่อยยังชั่วขึ้นค่ะ”
“อันที่จริงลูกก็เห็นแล้วว่าต้องทิ้งการเรียนมาถึงที่นี่เพื่อจะมาดูให้เห็นกับตาว่าพ่อไม่ได้เป็อะไรเลยเพราะฉะนั้นมันก็ไม่จำเป็อะไรเลยที่ลูกจะต้องมานั่งเสียเวลาอยู่อย่างนี้เพราะพ่อมีฮอลท์กับโซฟี่คอยดูแลอยู่แล้ว”
ไดอาน่าอยากจะแย้งว่าเธอควรทำ ในฐานะที่เป็ลูกสาวคนเดียวมันเป็สิทธิและหน้าที่ของเธอที่จะต้องดูแลเขา โดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยคนที่เป็แค่ลูกจ้างแต่เมเจอร์ไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอพูด
“พ่อมอบหมายกิจการงานในไร่ให้ฮอลท์ดูแลหมดแล้วเขาเป็คนเก่งแล้วก็มีความสามารถในเื่งานการมาก พ่อโชคดีจริงๆที่ได้คนอย่างเขามา” เสียงของเมเจอร์บอกความชื่นชมในตัวผู้ชายคนนั้นอย่างแท้จริง
“แต่หนูอยากอยู่บ้านกับพ่อนี่คะ”
“สาวน้อยของพ่อหนูจะทำให้พ่อมีความสุขที่สุดด้วยการกลับไปโรงเรียนแล้วก็เอาปริญญากลับมาหลังจากนั้นพ่อก็หวังว่าลูกจะหาผู้ชายที่ฉลาดมีความสามารถสักคนหนึ่งแล้วก็แต่งงานเสีย มีลูกสัก 2-3 คน อย่ามาใช้ชีวิตอยู่ในไร่ปศุสัตว์ที่มันไม่มีความหมายอะไรเลย”
“ค่ะ เมเจอร์” แต่ไดอาน่าก็ยังสงสัยว่าเขาจะเสือกไสไล่ส่งเช่นนี้หรือไม่ถ้าเธอเป็ลูกชายแทนที่จะเป็ลูกสาวคนเดียวเช่นนี้
ไดอาน่าพักอยู่ที่โรงแรมในอีลายจนถึงวันที่พ่อออกจากโรงพยาบาลโดยอ้างว่า ไม่อยากจะขับรถจากไร่ปศุสัตว์ซึ่งเป็ระยะทางไกลมากมาโรงพยาบาลทุกวันแต่ความเป็จริงก็คือ เธอไม่้าอยู่ในไร่ซึ่งมีฮอลท์มัลโลรี่เป็ผู้บริหารแทนพ่อมากกว่า
เดือนกุมภาพันธ์ต่อมาไดอาน่าได้เข้าฟังเลคเชอร์วิชารัฐศาสตร์การเมืองอาจารย์ผู้ได้รับเชิญมาในวันนั้นเป็บุรุษหน้าตาคมสัน ผมสีเข้มหยักศก ดวงตาสีฟ้าใสท่าทางมีเสน่ห์และมีความลาดปราดเปรื่องมาก ไดอาน่าติดใจเขาทันทีแต่ประสบการณ์ที่เธอเคยได้รับจากเคอร์ลี่ ทำให้เธอระมัดระวังตัวมาก
การบรรยายได้เสร็จสิ้นลงในตอนบ่าย ไดอาน่ากับเพื่อนอีก 2-3คนไม่มีชั่วโมงเรียนในวันนั้น จึงมีโอกาสสอบถามเื่ที่ยังไม่เข้าใจมากกว่าใครนอกจากคนตาบอดเท่านั้นที่จะไม่สังเกตเห็นความสนใจที่ไดอาน่าแสดงออกต่ออาจารย์ผู้นี้อย่างเปิดเผยเมื่อเขาขอให้เธอออกไปนอกมหาวิทยาลัยกับเขาไดอาน่าก็รับคำ
มันก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วปานลมกรดเสียทีเดียวทั้งนี้เพราะไดอาน่าระมัดระวังไม่ให้อารมณ์เข้ามาเป็เครื่องนำพาเธอไปแรนด์เป็บุรุษผู้มีคุณลักษณะสมบูรณ์แบบดังที่เธอตั้งใจไว้ ด้วยวัย 20เศษแต่เขากลับมีความเป็ผู้ใหญ่เต็มตัว เป็คนมีสติปัญญาฉลาดหลักแหลมและประสบความสำเร็จในสาขาวิชาที่ร่ำเรียนมาเขามีท่าทางคล้ายเคอรี่อยู่มาก แต่กระนั้นก็ยังไม่สามารถทำให้ไดอาน่าบังเกิดความรู้สึกลึกซึ้งได้เท่าใดนักใน่ระยะเวลาแห่งการผูกสัมพันธ์กันนั้น ไดอาน่าเคยสังเกตเห็นว่าเขาต้องควบคุมสติอารมณ์ของตนเองไว้ตลอดเวลา แม้ว่าเธอเกือบสูญเสียความเป็ตัวของตัวเองแล้วก็ตาม