ท่ามกลางความเงียบสงบ เฉินเซี่ยยังคงนำดอกอิงฮวามาไหว้หลุมศพของม่านเฉวเป็ประจำทุกๆวัน การนั่งไว้ทุกข์คือกิจกรรมที่เฉินเซี่ยมักจะทำในตอนเช้าก่อนที่เขาจะไปทำอย่างอื่น แววตาอันหม่นหมองจ้องมองไปยังหลุมศพของหญิงสาวผู้เป็ที่รัก ภาพความทรงจำเก่าๆมันได้ย้อนกลับมาทำให้คนที่ยังมีลมหายใจอยู่ คิดถึงคนที่จากไปแล้ว แทบขาดใจ.....
“คุณชาย นี่ก็ผ่านมาเป็พันๆปีแล้ว ยังลืมคุณหนูม่านเฉวไม่ได้อีกหรือขอรับ นางเป็คนที่นอกใจท่านไปหาท่านชายต้าถัง นางทำผิดต่อท่านมิใช่หรือ?”
“เ้าไม่เคยรักใคร ย่อมไม่รู้ความรู้สึกที่แท้จริงของข้าหรอก ถึงแม้ข้าจะรู้อยู่แก่ใจว่านางนอกใจข้า แต่เ้าจะให้ข้าทำยังไงในเมื่อใจของข้ามันยังผูกติดอยู่กับนาง ต่อให้เวลาจะผ่านไปเป็หมื่นๆปี ข้าก็จะรักแค่นางเพียงผู้เดียว”
“แต่นางไม่มีวันกลับมารักท่านได้อีกแล้ว...คุณชาย”
“ข้ารู้ เื่นั้นข้ารู้ดี เอาไว้วันใดที่เ้ารักใครซักคนมากๆ เ้าก็จะเริ่มเข้าใจความรู้สึกของข้า” ิคังได้แต่ยืนงงอยู่ด้านหลังของเฉินเซี่ย ด้านเฉินเซี่ยเขาใช้มือเด็ดดอกอิงฮวาจำนวนหนึ่งแปะลงไปบนหลุมศพของม่านเฉว นั่นคือภาพที่ิคังเห็น แต่ทว่าในสายตาของเฉินเซี่ยแล้วการกระทำเช่นนั้นคือ เขากำลังใช้มือเด็ดดอกอิงฮวาเพื่อตกแต่งมวยผมให้ม่านเฉวอยู่ ภาพในจินตนาการของเฉินเซี่ยคือทุกครั้งที่เขามาที่นี่ เขาจะคิดว่าม่านเฉวยังมีชีวิตอยู่และยังคอยอยู่ดูแลข้างๆเขาเสมอ.....เฉินเซี่ยปิดตัวเองอยู่ในวังัเป็พันๆปี แต่ทว่าอีกฝ่ายนั้นกลับเที่ยวเล่นไปทั่วทุกเผ่า ทุกเมืองและทุกที่ๆเขาจะไปได้
“เฮ้อ!!! เมืองแปดริ้วไม่มีอะไรน่าสนใจเลยอาหนำ ข้าว่าครั้งหน้าพวกเราไปที่เมืองหยุนเปิงดีกว่าที่นั่นสาวงามเพียบเลย น่าจะมีความสุขรื่นเริงกว่านี้”
“แต่ว่า เอ่อคือ ท่านาาวิหก เมืองหยุนเปิงเป็เขตปกครองของเผ่าั ข้าเกรงว่า.....”
“ทำไม? เ้ากลัวว่าข้าจะถูกเฉินเซี่ยขับไล่ออกมารึไง เ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าก็เป็สายเืัเช่นกัน ข้ามีสิทธิจะเข้าออกเขตวังัเมื่อใดก็ย่อมได้ หรือเ้าคิดว่าไม่!!!”
“ข้าน้อยมิอาจเอื้อม ท่านาาวิหกเก่งกาจเกินใคร สามารถไปได้ทุกที่อยู่แล้วขอรับ”
“ดี...เช่นนั้นพรุ่งนี้เราไปเมืองหยุนเปิงกัน” ต้าถังคิดรุกล้ำเขตการปกครองของวังั โดยที่เขาไม่ได้เกรงกลัวต่ออำนาจของเฉินเซี่ยเลย เขาพยายามจะอยู่เหนือเฉินเซี่ยในทุกๆด้านเพื่อให้ทุกคนยอมรับในตัวเขาเพราะนั่นเป็ปมฝังใจมาั้แ่เด็กแล้ว เมื่อเห็นว่าทุกอย่างจืดชืดต้าถังจึงคิดจะเดินทางกลับแต่ในขณะนั้นเองเขาก็ได้เหลือบไปเห็นแม่ค้าคนนึงที่มาขายผักข้างทางเข้า สายตาของทั้งคู่ประสานกัน ฝ่ายหญิงพยายามใช้สายตาเชื้อเชิญให้ต้าถังเล่นด้วย ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้เขากำลังเบื่ออยู่พอดี เขาจึงได้ใช้โอกาสนี้หาอะไรสนุกๆเล่นฆ่าเวลาเสียเลย
“อาหนำ วันนี้เ้ากลับไปก่อนละกัน พอดีข้านึกได้ว่าข้ามีธุระต้องไปทำต่อ ข้าไปล่ะ” พูดจบต้าถังก็รีบเดินปรี่ตัวเข้าไปหาสตรีผู้นั้นทันที สายตาอันเว้าวอนและรอยยิ้มอันแสนยั่วยวนนั้นทำให้หญิงสาวถึงกับอายตัวม้วนไปเลย ต้าถังหยิบผักขึ้นมาหนึ่งกำพร้อมกับสูดดมมันอย่างเร้าร้อน
“ผักของเ้า มันช่างสด สะอาดและน่ากินจริงๆ ข้าอยากจะเหมาหมดนี่เลย เ้าคิดเท่าไหร่?”
“ถ้าเพียงแค่ตรงนี้ก็ไม่แพงมากหรอกเ้าค่ะ แต่ถ้าเป็ที่หลังบ้านข้าคงจะแพงและมากกว่านี้” หญิงสาวเหมือนจะคิดตรงกันกับต้าถัง นางใช้คำพูดสองแง่สองง่ามมันช่างดูมีเสน่ห์และยั่วยุอารมณ์ของต้าถังเหลือเกิน
“เช่นนั้นเ้าก็พาข้าไปเอา.........ผัก!!!....ที่หลังบ้านของเ้าเถิด!!!” หญิงสาวยิ้มแก้มปริก่อนจะส่งมือให้ต้าถังจูบ ทั้งคู่จูงมือกันเข้าไปหลังร้านทิ้งให้ร้านผักร้าง ไร้คนเฝ้าอยู่แบบนั้นนานพอสมควร ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกมาจากหลังร้านพร้อมกันด้วยสภาพเสื้อผ้ายับเยินและมีเศษผักติดอยู่บนหัว ทั้งคู่กอดจูบกันโดยไม่สนสายตาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเลย ต้าถังพยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะหยิบเศษผักออกจากศีรษะให้ฝ่ายหญิง
“ผักของเ้าสดจริงๆด้วย ไว้วันหลังข้าจะมากิน!!!.....ผักของเ้าอีกนะ”
“ข้าก็หวังว่าท่านจะมาหาข้า...เอ้ย!!! มาซื้อผักของข้าอีกนะเ้าคะ” ต้าถังกุมมือของหญิงสาวขึ้นมาจูบและใช้สายตาพิฆาตขย้ำนางไปอีกหนึ่งครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ฝ่ายหญิงยืนเขินอายบิดตัวไปมาด้วยความสุขสมอารมณ์หมายที่ต้าถังมอบไว้ให้นางเมื่อครู่ ต้าถังใช้ความหล่อเหลาและคารมณ์ระดับเทพเป็ใบผ่านทางในการบรรเลงบทเพลงรักกับสตรีแปลกหน้า หากเมื่อเขาสนใจใคร เขาก็จะพุ่งตัวเข้าไปหาและคว้านางมาเชยชมในทันที โดยที่พวกนางมิอาจปฏิเสธคำเชิญชวนของเขาได้เลย เมื่อสำเร็จสุขแล้วต้าถังได้เดินทางกลับเผ่าวิหกในคืนนั้นเลย เช้าวันต่อมา ต้าถังตื่นขึ้นมาก็พบว่าอาหนำกำลังเตรียมอาหารขึ้นโต๊ะให้เขาอยู่ ต้าถังเริ่มใช้ชีวิตในตอนเช้าด้วยการประกอบกิจกรรมทำความสะอาดร่างกายทิพย์(แปรงร่างเปลี่ยนชุดอาบน้ำในคลิ๊กเดียว) ก่อนจะมานั่งทานอาหารที่อาหนำได้เตรียมไว้ให้
“วันนี้มีอะไรถึงข้าบ้าง?”
“มีจดหมายมามากมายเลยขอรับ อาทิเช่น แม่นางหย่าเต๋แห่งเมืองเถาเฟย แม่นางม่านกู่เมืองซุ่ยหยาง แม่นางจิงอวี่จากอิงฮวาและก็ยังมีแม่นาง..........”
“พอ!!! เอาที่สำคัญ ส่วนจดหมายพวกนั้นเอาไปเผาทิ้งให้หมด เดี๋ยวชูหลันมาเห็นเข้าจะเป็เื่ใหญ่”
“เห็นอะไรหรือเ้าคะท่านพี่?” สตรีผู้ที่มีท่วงท่าอันสง่างามปรากฏตัวพร้อมกับชุดฮั่นฝูสีแดงเพลิง นางเดินเข้ามาร่วมโต๊ะอาหารกับต้าถังด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มมีความสุข สตรีผู้นี้ก็คือ เหลียงชูหลัน ธิดาผู้เดียวจากเมืองไท่เอ๋อที่ต้าถังไปยึดครองมาได้ซึ่งนางเองก็เต็มใจที่จะมาอยู่กินกับต้าถังที่เผ่าวิหกด้วยหวังว่าต้าถังจะดูแลนางและชาวเมืองของนางให้อย่อย่างสุขสบาย ไม่แร้งแค้นเหมือนที่ผ่านมานั่นเอง
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าก็แค่ให้อาหนำดูจดหมายที่ส่งมาถึงข้าก็เท่านั้น”
“แล้วมีจดหมายมาจากไหนบ้างล่ะเ้าคะ ให้ข้าช่วยดูไหม?”
“ไม่รบกวนเ้าหรอก ไหนๆก็มาแล้ว มาทานข้าวกับข้าสิ อาหนำไปทำสิ่งที่ข้าบอก ไปตอนนี้เลยไม่ต้องรอ!!!”
“ขอรับท่านราชันวิหก!!!” อาหนำรีบนำจดหมายทั้งหมดออกไปเผาทิ้งเพราะกลัวว่าชูหลันจะมาเห็นจดหมายที่บรรดาแม่นางสาวสวยจากเมืองต่างๆส่งมาอ้อนวอนให้ต้าถังไปหาอีกครั้ง เมื่อมีคำสั่งให้เผาอาหนำก็เผาจดหมายทิ้งทั้งหมดโดยที่ไม่ได้ดูทุกฉบับให้ถี่ถ้วน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือจดหมายของเจียวเจี๋ยที่ส่งมาขอความช่วยเหลือจากต้าถังนั่นเอง....