ตอนนี้ในทวีปหยุนเซียวไม่มีใครไม่รู้ข่าวเกี่ยวกับตระกูลหูที่ถูกตระกูลฉินทำลาย มันได้กลายเป็หัวข้อในการพูดคุยที่ทุกคนต้องคุยกันไม่ว่าจะเป็ผู้บ่มเพาะหรือแม้แต่คนธรรมดาก็ตามที อีกอย่างาาสยบฟ้าฉินจุนนั้นได้เป็ระดับนักบุญอีกด้วยข่าวนี้ใหญ่ยิ่งกว่าสงคราซะอีก
หลังจากการทำลายตระกูลหูเสร็จสิ้นแล้วนั้น ฉินเทียนก็ได้กลับมาที่ตระกูลแล้วรายงานฉินจุน ฉินจุนก็ได้รู้แล้วเพราะการแจ้งเตือนของระบบนั้นเอง
[ติ้ง! ภารกิจเสร็จสมบูรณ์]
[นายท่านจะรับรางวัลเลยรึไม่?]
"รับเลย!"
[ติ้ง! รางวัลถารกิจ เม็ดยาระดับห้าขั้นต่ำห้าขวด เม็ดยาระดับหกขั้นต่ำสามขวด(แต่ละขวดมีหนี่งร้อยเม็ด) วิชาระดับาาแบบสุ่มสามวิชา อาวุธระดับสูงแบบสุ่มหนึ่งชิ้น ค่ายกลป้องกันตระกูลระสูงหนึ่งชิ้น(สามารถป้องกันการโจมตีของระดับนักบุญได้) ค่ายกลรวมิญญาระดับสูงหนึ่งชิ้น ยันต์อัสนีสังหารระดับศักดิ์สิทธิ์หนึ่งแผ่น(สามารถโจมตีระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์ตายทันที)]
[ติ้ง! สุ่มวิชาและอาวุธเลยรึไม่เลยรึไม่]
"สุ่มเลย!"
[ติ้ง! เริ่มทำการวิชาระดับาาสุ่ม....]
[ติ้ง! ได้รับวิชากายาระฆังทองระดับาาขั้นกลาง ได้รับวิชาหมัดทรราชระดับาาขั้นสูง ได้รับวิชาดาบชิงหรันระดับาาขั้นสูง]
[ติ้ง! ได้รับอาวุธระดับสูงขั้นกลางดาบพิรุณ]
"ฮ่าๆ ร่ำรวยแล้วๆ วิชาระดับาาถึงสามวิชาแถมยังมีอาวุธระดับสูงอีกหนึ่งชิ้นอีกแค่ภารกิจแรกจากระบบก็มอบของรางวัลที่มากกว่าสมบัติตระกูลลข้าทั้งตระกูลแล้ว ไหนยังจะมีเม็ดยา ค่ายกล รวมถึงยันต์อีก น่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่ไม่ได้รับตั๋วสุ่มเหมือนระบบจะบอกว่าระบบจะประเมินเองว่าควรได้รับตั๋วสุ่มเป็รางวัลเพิ่มรึไม่ และครั้งนี้เหมือนจะไม่ได้เพราะว่ามีสมาชิกในตระกูลตายมากกว่าที่ระบบขีดเส้นเอาไว้นั้นเอง แต่ก็ช่างเถอะนั้นมันรางวัลเพิ่มเติมแถมตั๋วสุ่มมันก็คงบักเลยด้วย" เขาพูดและคิดในใจอยู่เป็เวลานานจนฉินเทียนต้องเอ๋ยถามขึ้น
"ท่านบรรพบุรุษเป็อะไรรึป่าวขอรับ" ฉินเทียนถามขึ้น
"ข้าไม่ได้เป็อะไร แค่คิดอะไรไปเรื่อยเท่านั้น" ฉินจุนพูดออกมา
"ในเมื่อทำลายตระกูลหูก็คงถึงเวลาย้ายรากฐานตระกูลไปที่เมืองอื่นสักที ถึงเมืองเป้ยฉิงจะเป็เมือนที่ดี แต่มันก็เป็เมืองที่เล็กไปและยิ่งในตอนนี้อาณาเขตอิทธิพลของตระกูลหูถูกพวกเรากลืนมาแล้วนั้นทำให้อาณาเขตของเราขยายออกไปมากทำให้พวกเราต้องเลือกเมืองที่เป็ทำเลที่ตั้งที่ดีทำให้เราดูแลอาณาเขตทั้งหมดได้ยังทั่วถึงด้วย" ฉินจุนกล่าวร่ายยาวออกมา
"ขอรับ ข้าเองก็คิดแบบท่านบรรพบุรุษเหมือนกัน" ฉินเทียนพูดออกมา
"แล้วเ้ามีเมืองไหนในใจบ้างรึไม่" ฉินจุนกล่าวถาม
"ก็พอมีอยู่นะขอรับ เมืองเมฆาคล้อย เป็เมืองใหญ่และยังเป็จุดศูนย์กลางการค้าขายแถมยังเป็จุดยุทธศาสตร์ในอาณาเขตของเราพอดิบพอดีอีกด้วยขอรับ แถมที่นั้นการค้าขายของพวกเราก็เข้ายึดตลาดได้มากกว่าห้าส่วนแล้วด้วยขอรับ" ฉินเทียนตอบกลับฉะฉานเพราะตัวเขามีแผนที่จะย้ายตระกูลไปเมืองอื่นนานแล้วติดอยู่ที่ตระกูลหูทำให้ตัวเขาไม่สามารถดำเนิดการได้
"ดีในเมื่อเ้าเห็นว่าดีก็ย้ายเถอะ" ฉินจุนกล่าวเสียงเรียบ
"ขอรับท่านบรรพบุรุษ" ฉินเทียนกล่่าวเสร็จก็เดินออกไป
...
ณ ราชวังหยุน ตอนนี้ภายในห้องทรงราชกิจได้มีคนมาประชุมกันมากมายเพราะพวกเขาก็ได้รู้แล้วว่าตระกูลหูได้พ่ายแพ้และาาสยบฟ้าฉินจุนยังได้ไปถึงระดับนักบุญแล้วด้วยทำให้อำนาจของตระกูลฉินได้เพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหาศาล ตอนนี้องค์จักรพรรดิกำลังประชุมเครียดว่าจะทำยังไงต่อไปดีพวกเขากลัวว่าตระกูลฉินจะมาโจมตีเขาเป็ที่ต่อไป เพราะจะได้คุมอำนาจในภูมิภาคนี้ทั้งหมดนั้นเอง
"ข้าน่าจะเชื่อท่านนะท่านราชครู" จักรพรรดิเอ่ยออกมา
"ฝ่าา ถึงการกระทำของตระกูลฉินจะดูโหดร้าย แต่ตระกูลฉินก็ไม่ได้บ้าอำนาจเราแค่ไปแสดงความยินดีเพียงเท่านี้ก็คงเพียงพอแล้วขอรับ" ราชครูเอ่ยออกมา
"แค่นั้นมันจะพอแน่หรอ พวกเราน่าจะแสดงความจริงใจมากกว่านี้นะ" จักรพรรดิเอ่ยกล่าว
ในระหว่างหารือกันอยู่นั้นก็ได้มีชายแก่คนนึ่งเดินเข้า ถามว่าชายแก่คนนี้ไม่รู้มารยาทหรอถึงได้เดินเข้ามาแบบนี้ ป่าว ป่าวเลย ชายแก่คนนี้นั้นเคยนั่งบัลลังก์ก่อนที่จักรพรรดิองค์ปัจจุบันจะนั่งต่อจากเขา เขาก็คืออดีตองค์จักรพรรดินั้นเอง
"ถ้าเป็เช่นนั้น ก็แต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์กับตระกูลฉินซะ แบบนี้ตระกูลฉินกับราชวงศ์หยุนของเราก็จะเป็ทองแผ่นเดียวกันแล้ว" อดีตองค์จักรพรรดิและยังเป็บิดาของจักรพรรดิองค์ปัจจุบันพูดขึ้น
"คาราวะ ท่านพ่อ/ท่านพบอดีตจักรพรรดิ" เหล่าคนในห้องคาราวะพร้อมกัน
"ท่านพ่อแล้วเราจะส่งใครไปแต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์ด้วยล่ะขอรับ" จักรพรรดิพูดขึ้น
"ข้าพอจะมีคนอยู่แล้วนั้นก็คือ เยว่เอ๋อร์และจะต้องแต่งกับาาสยบฟ้าเท่านั้น" อดีตองค์จักรพรรดิพูดขึ้น
"ท่านพ่อจะให้เยว่เอ๋อร์แต่งงานกับาาสยบฟ้าจริงๆรึขอรับ แต่เยว่เอ๋อร์ยังเป็แค่ผู้เยาว์เองขอรับ แต่าาสยบฟ้าเป็ถึงบรรพบุรุษแล้ว" จักรพรรดิพูดขึ้น เยว่เอ๋อร์หรือหยุนเยว่เอ๋อร์นั้นเป็องค์หญิงของราชวงศ์หรือก็คือบุตรสาวของจักรพรรดินั้นเอง
"ใช่ ข้าคิดดีแล้วเยว่เอ๋อร์นั้นมีกายาศักดิ์สิทธิ์อย่างกายาแสงจันทร์หยินแต่ก็ใช่ว่าถ้าเข้าไปในนิกายไท่ไป๋จะได้เป็ศิษย์
ของผู้าุโหลักเสียหน่อย แต่แน่นอนว่าเื่นี้จะไม่บังคับเยว่เอ๋อร์เราจะให้นางตัดสินใจเองว่านางอยากเข้านิกายหรือแต่งงานกับาาสยบฟ้า แต่มันก็ต้องว่าด้วยว่าาาสยบฟ้าถูกใจเยว่เอ๋อร์เช่นเดียวไม่ใช่นั้นการแต่งงานก็คงไม่เกิดขึ้น" อดีตจักรพรรดิร่ายยาว
"ขอรับ ข้าจะไปถามเยว่เอ๋อร์ดู" จักรพรรดิตอบกลับมา
...
ณ นิกายไท่ไป๋บนยอดเขาของรองเ้านิกายตอนนี้หลี่ชางกงเองก็ได้ข่าวของฉินจุนแล้วเช่นกัน
"ฮ่าๆ ข้าว่าแล้วว่าเ้าหนูนั้นต้องผ่านวิกฤตนี้มาได้ ฮ่าๆ" หลี่ชางกงเอ่ยขึ้น
"อาจารย์เ้าคะ ฉินจุนผู้นี้เป็คนเช่นไรมีนิสัยเช่นใดกันเ้าคะ" หญิงสาวคนนึงถามขึ้น
"นั้นสิเ้าคะข้าก็อยากรู้เหมือนกัน" หญิงสาวอีกคนพูดขึ้น
"ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันขอรับ" ชายคนสุดท้ายพูดออกมา
"ฮ่าๆๆ พวกเ้าก็คงอยากรู้เพราะข้าพูดถึงเขาบ่อยไปสินะ" หลี่ชางกงพูดขึ้น
"ฉินจุนน่ะ เขาเป็คนสุขุมใจเย็นฉลาดเป็กรดแต่นั้นก็เป็เพียงฉากหน้าเท่านั้น ตัวจริงของเขานั้นเป็คนที่ค่อยข้างเฮฮา ตลก และยังขี้เล่นอีกด้วย กวนประสาทบ้างเป็บางครั้ง แต่พอเขาเป็ถึงบรรพบุรุษแล้วนิสัยพวกนี้ของเขาก็ลดน้อยลง เขาต้องทำตัวเองให้เหมือนบรรพบุรุษของตระกูลตลอดเวลา แต่พออยู่กับศัตรูเขามักจะกวนประสาทศัตรูตลอดเวลา เขาบอกว่ามันจะทำให้ศัตรูเสียสมาธิ" หลี่ชางกงยิ้มแล้วพูดออกมาอย่างมีความสุข
"เขาดูเป็คนน่าสนใจดีนะขอรับ ข้าอาจจะได้เรียนรู้อะไรจากเขาก็ได้เมื่อได้เจอหน้ากัน" ชายที่เป็ศิษย์พูดออกมา
"ใช่ ถ้าเ้าได้เจอเขาเ้าต้องได้เรียนรู้อะไรมากแน่" หลี่ชางกงยิ้มแล้วพูด
หญิงสาวอีกสองคนไม่พูดอะไรแต่ก็รู้สึกเช่นเดียวกับเด็กหนุ่ม