“ขอบพระคุณครับคุณยาย หน้าตาดูดีไม่แพ้แม่ครัวบ้านผม หรืออาจจะดีกว่าเลยนะครับ”
เขายกมือไหว้ เมื่อยายยกจานขนมจีบมาวางลงบนโต๊ะ หน้าตาน่ากินไม่หนีฝีมือแม่ครัวที่บ้านนัก จานที่ใส่กับแก้วน้ำขิง ก็เป็กระเบื้องเนื้อดีมีราคา สะอาดสะอ้าน ตรงหน้าบ้านก็ปูกระเบื้องจากตัวบ้านไปถึงประตูรั้ว
รวมทั้งส่วนที่จัดไว้เป็ที่จอดรถด้วย เมื่อเทียบกับบ้านติดๆ กัน ที่เขาแอบมองเข้าไปสำรวจั้แ่คราวก่อน บอกได้คำเดียวว่าบ้านยายนั้นได้รับการดูแลรักษาเป็อย่างดี
“แค่พอไปวัดไปวาได้จ้ะพ่อคุณ อย่าแกล้งยอให้คนแก่ดีใจเลย ยายรู้ว่าฝีมืออยู่ระดับไหน”
มัทรีเห็นเป็การไม่สมควร หากจะนั่งฟังผู้ใหญ่คุยกัน อีกทั้งห่วงเ้าตูบที่นอนอยู่ เลยแอบเลี่ยงเข้าบ้านไปดูมันเงียบๆ
“ใครจะกล้าแกล้งคุณยายกันครับ ผมหมายความอย่างที่พูดจริงๆ รสชาติก็อร่อยมากครับ”
แต่หูนั้นยังได้ยินเขาคุยกับยายอย่างเป็กันเอง ไม่ถือตัว เยี่ยงผู้มั่งมีคนอื่นที่เคยพบเห็นมาเลยสักนิด
“มัทเอ๊ย! แกงมะรุมหมดถุงเลยนะ จะได้ตักให้คุณเกียร์เอากลับไปกินบ้านด้วย เผื่อบ้านน้าเป้ บ้านน้ายอดกับไปวัดด้วยนะ”
“จ้า”
หลานสาวรับคำอย่างว่าง่าย แม้มือไม้จะยังคงลูบคลำเ้าตูบด้วยความสงสารยิ่งอยู่ พอเห็นมันเลียนิ้วเรียวไม่หยุด ก็เลยคิดขึ้นได้ว่าคงจะหิว เลยรีบลุกไปดูในตู้เย็น เห็นไก่ย่างจึงหันไปหายาย
“ยายจ๋า ไก่ย่างนี่ มัทขอเอามาให้เ้าลัคกินก่อนได้ป่าวจ๊ะ”
“ได้ๆ มันเหลือจากมื้อเที่ยงยายเองล่ะ”
พอได้คำอนุญาต ก็รีบเอายัดใส่ไมโครเวฟให้พอร้อนๆ แล้วก็รีบหาถ้วยใบเก่าสุดในบ้านรองน้ำ ถือออกไปหาเ้าลัค หรือ ลัคกี้ที่เธอกับยายตกลงตั้งชื่อให้ไว้ั้แ่วันแรก จะได้คล้องจองกับเ้าหลง เ้าลอย ที่ต่างมาอยู่บ้านนี้ด้วยความบังเอิญทั้งสิ้น
“ลัค! กินไก่ย่างคลุกข้าวไปก่อนนะ เดี๋ยวเย็นๆ แม่จะหาของอร่อยกว่านี้ให้”
ร่างผอมบางทรุดลงนั่งกับพื้นกระเบื้องสีครีมสะอาดสะอ้าน สองมือฉีกไก่คลุกกับข้าวสวยในถ้วยจนเข้ากันดี แล้วก็ปั้นเป็คำเล็กๆ ส่งเข้าปากเ้าลัคที่นอนอยู่กับพื้น มันพยายามจะลุกแต่ก็ยากลำบาก
มัทรีเลยค่อยๆ ยกตัวมันขึ้นมาไว้บนตัก แล้วก็ป้อนทีละคำๆ มันก็กินอย่างหิวโหย สองคนนั่งอยู่หน้าบ้านต่างมองผ่านหน้าต่างกระจกเข้ามาดู เพราะความห่วงใยไม่แพ้กัน รวมทั้งสองหมา คือเ้าหลงกับเ้าลอย ที่ได้กลิ่นเพื่อนใหม่ ต่างก็พากันมาด้อมๆ มองๆ อยู่ห่างๆ ยายบุญมีเห็นเข้า จึงกลัวว่าแขกหนุ่มจะไม่ชอบเลยต้องดุมันน้อยๆ
“เ้าหลง เ้าลอย ไปนอนอยู่ที่เดิมก่อน อย่าเพิ่งมากวนยายกับแขกนะ”
จักรภัทรหันไปหาเ้าหมาสีดำกับแดงตัวอ้วนฉุ เดินหน้าหงอยกลับไปนอนตรงมุมกำแพงหน้าบ้านอย่างว่าง่าย ก็ให้คิดถึงเ้าสามตัวที่บ้าน เพราะมันฟังภาษาเหมือนกัน
“ชื่อลัค! ใครตั้งครับคุณยาย”
จักรภัทรพอจะเดาออกว่ามาจากชื่อเต็มอะไร แต่สงสัยว่าหลานหรือยายเป็คนคิด หมาก็ออกหน้าไทย แต่ใยตั้งชื่อฝรั่งจ๋ามาได้
“ก็ยัยมัทนั่นล่ะ บอกว่าจะตั้งชื่อเ้าลัค ให้คล้องจองกับเ้าหลง เ้าลอยค่ะ”
“อ้อๆ”
“เ้าหลงนี่ก็หลงเข้ามาอยู่ในบ้านสมชื่อ ตัวมันเปียกมะล่อกมะแล่ก นอนสั่นงันงกอยู่ตรงแปลงผักหน้าบ้าน เพราะตอนกลางคืนฝนตกหนัก ยายเลยต้องรับเลี้ยงไว้ ส่วนเ้าลอยน่ะ ยัยมัทไปวัด เห็นมันตกไปในบ่อน้ำลอยคออยู่ไม่รู้นานแค่ไหน เลยอุ้มกลับมาบ้านด้วย ส่วนเ้านั่น ยัยมัทบอกว่าจะตั้งชื่อว่าเ้าลัค ยายเห็นมันคล้องจองดีเลยยอม”
มัทรีได้ยินยายเล่าเื่เ้าสองตัวเต็มสองรูหู แต่ไม่อาจจะออกไปคุยด้วย เพราะต้องรีบเข้าครัว พอเ้าลัคอิ่มทั้งข้าวทั้งน้ำแล้ว เลยเข้าห้องล้างเนื้อตัวแล้วออกไปทำแกง ด้วยกลัวผู้บริหารหนุ่มจะต้องฝืนทนคุยกับยายนานกว่านี้ เพราะถูกยายสั่งให้รอแกงส้มก่อน
ราวสี่สิบนาทีแกงส้มหม้อใหญ่ ก็ถูกมือบางตักใส่ถุงร้อนใบเบ้อเร่อสามใบ แล้วก็รีบใส่ถุงหิ้วออกมาหน้าบ้าน หนึ่งคือส่งให้ยายสำหรับให้ผู้บริหารหนุ่ม สองคือเดินถือเอาไปให้เพื่อนบ้านซ้ายและขวาด้วยตัวเอง ได้ขนมใส่ไส้กับผักคะน้าจากสองบ้านเป็การตอบแทนกลับมา
“งั้นผมคงต้องขออนุญาตลากลับเลยนะครับคุณยาย พอดีมีนัดครับ”
เพื่อกำหนดขอบเขตระหว่างตัวเองกับเพื่อนใหม่ เลยต้องทำแบบนี้ แม้จะไม่มีนัด และแม้จะยังอยากนั่งคุยกับยายต่ออีกนิดสักแค่ไหน เขาก็จำต้องลุกขึ้น ส่วนยายนั้นก็ลุกตาม พร้อมหิ้วถุงแกงส้มด้วย แม้ใจอยากจะชวนเขาอยู่กินมื้อเย็นด้วย ตามประสาคนมีน้ำใจยังไง แต่ก็รู้ว่าเขาคงไม่อยากอยู่กินกับข้าวบ้านๆ และคนพื้นๆ อย่างตัวเองแน่
“ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยเ้าลัคไว้ ยัยมัทเลยสบายกระเป๋าไป จากที่ตั้งใจจะจ่ายเอง”
“ผมก็ต้องขอบคุณคุณยายกับมัทมากกว่าครับ ที่รับเ้าลัคมาอยู่ด้วย” จักรภัทรเดินออกไปหยุดยืนอยู่ข้างรถ มีสองยายหลานตามไปส่ง เขารับถุงแกงมาถือไว้
“งั้นผมลานะครับคุณยาย”
แล้วยกมือไหว้ลายาย จากนั้นก็ยกมือรับไหว้หลานสาวยาย ประมวนออกมาไหว้ลายาย แล้วก็รับไหว้ เมื่อสาวสวยใสยกมือไหว้ลา ถือเป็ผู้หญิงของเ้านายคนแรก ที่ให้เกียรติคนขับมากถึงขนาดนี้ ประมวนเลยเอ็นดูอยู่ในใจนิดๆ แต่ไม่คิดจะเอ่ยอะไร นอกจากส่งยิ้มให้สองยายหลาน แล้วเปิดประตูให้เ้านายเท่านั้น
“กลับบ้านแล้วกัน จะได้กินแกงส้มถุงนี้”
ส่วนเ้านายที่ยังไม่มีจุดหมายใหม่ ก็ออกคำสั่งอย่างเสียไม่ได้ และยังคงเสียดายที่ไม่ได้นั่งอยู่ในบ้านหลังน้อย สะอาดสะอ้านให้นานกว่านี้ เพราะต้องระมัดระวังตัวเอาไว้ ด้วยเกรงกลัวพนักงานสาว จะเอาไปเล่าลือในออฟฟิศ เหมือนมีประสบการณ์สำคัญมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน
คือเขาเคยช่วยพนักงานในออฟฟิศ ตอนถูกรถเฉี่ยวอยู่ข้างทาง พาไปหาหมอ จ่ายค่ายากับไปส่งบ้านให้เสร็จสรรพ พอกลับเข้าออฟฟิศวันหลัง ก็ได้ยินจากเลขา ว่าเ้าหล่อนเอาไปพูดอวดอ้างกับคนอื่นไปทั่ว และในเชิงว่าเขาสนอกสนใจเ้าหล่อนเป็พิเศษ เพราะหน้าตาก็ดันสวยไม่น้อย ทรวดทรงองเอวก็ยั่วใจไม่เบา
เขาถึงขนาดต้องให้ชูชาติเรียกมาตักเตือน แล้วสั่งให้หยุดพูด ไม่งั้นจะเจอมาตรการขั้นเด็ดขาด คือพักงานหรือไม่ก็ไล่ออก และนับั้แ่นั้นมา การจะเข้าใกล้พนักงานคนไหน แม้จะในแบบบังเอิญ ฉุกเฉิน หรือแบบปกติ เขาก็ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน แล้วก็ได้แต่หวังว่า หญิงสาวสวยใสและไม่แต่งแต้มหน้าตามากมายเหมือนคนอื่นที่เขาเพิ่งจากมา จะไม่ทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก
‘ใครจะรู้ รอดูไปก่อนก็แล้วกัน อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น’
เมอร์เซเดรสของจักรภัทรแล่นผ่านประตูรั้วช้าๆ แล้วจอดต่อหลังรถคันคุ้นตา พอออกจากรถไป ก็เห็นปณิตากำลังหิ้วตะกร้าเดินออกมาจากบ้าน เขารีบตรงไปหา สองมือยกรับไหว้ เ้าของรูปร่างผอมบาง หุ่นอรชรอ้อนแอ้นอยู่ในเดรสสีขาวสะอาดตา ยาวระดับเข่าพอดิบพอดี
“สวัสดีค่ะพี่เกียร์”
“สวัสดีครับ น้องอ้อนมาทำอะไรครับ”
“พอดีคุณแม่ทำหูฉลามน้ำแดง เลยให้อ้อนเอามาฝากคุณป้าค่ะ แต่คุณป้าไม่อยู่ อ้อนก็ไม่ได้โทรถามก่อน มีแต่คุณลุงกำลังต้อนรับแขกอยู่ อ้อนเลยฝากป้ามณไว้ค่ะ”
“เหรอครับ จะกลับแล้วเหรอครับ มีนัดที่ไหนต่อหรือเปล่าครับ อยู่กินซุปหูฉลามกับแกงส้มเป็เพื่อนพี่ก่อนดีมั้ยครับ กำลังหาคนกินด้วยพอดีเลย”
เขาหมายความอย่างที่บอกไว้จริงๆ เพราะวันนี้ ไม่รู้สึกอยากอยู่คนเดียวสักนิด ส่วนคนถูกชวนก็คิดนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆ ให้
“งั้นอ้อนโทรบอกคุณแม่ก่อนนะคะ จะได้ไม่รอค่ะ”
“ครับ! มะพี่ช่วย!”
เขายื่นมือไปรับตะกร้ามาถือให้อย่างสุภาพบุรุษ เลยหย่อนถุงแกงส้มลงไปในนั้นด้วย เนื่องจากในบ้านมีแขกที่เขาไม่อยากเจอหน้าซ้ำสองของวัน เลยเดินนำปณิตาอ้อมไปข้างบ้าน ผ่านสระว่ายน้ำไปยังศาลาในสวน ซึ่งเป็มุมโปรดของเขาและมักจะเอาไว้รับรองคนใกล้ชิดสนิทสนม
“รอแป้บนะครับ เดี๋ยวพี่เข้าไปบอกป้ามณจัดมื้อเย็นมาให้ตรงนี้”
“ค่ะ”
ปณิตากำลังรอสายจากแม่อยู่ รับคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ใบหน้าเจือยิ้มน้อยๆ และยังคงมองตามเ้าของส่วนสูงร้อยแปดสิบแปดไปด้วยหัวใจเป็สุข ในทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขา จะมีสาวคนไหนเป็ทุกข์ได้บ้างล่ะ เมื่อเขาช่างเป็คนสมบูรณ์แบบไร้ที่ติจริงๆ ใครได้เป็คู่ครองก็คงสบายไปทั้งชาติ
“คุณแม่คะ...”
ปณิตาหยุดความคิดล่องลอยเอาไว้แค่นั้น เมื่อแม่รับสาย แล้วบอกโปรแกรมใหม่ไป ไม่กี่นาทีก็วาง ประจวบเหมาะกับ จักรภัทรเดินกลับมาพอดี มีเต้ยกับเด็กรับใช้เดินยกถาดมื้อเย็นตามมาห่างๆ แถมด้วยเ้าสี่ขาทั้งสามตัว ที่ดูเหมือนว่ามันจะรักและคิดถึงเ้านายไม่เปลี่ยนแปลง
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































