ตอนที่ 8: ก้าวสู่เวทีระดับชาติและการสร้างรากฐานธรรมาภิบาล
แสงแดดยามสายทอประกายระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำในบ่อปลาออร์แกนิกขนาดใหญ่ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชุมชนรวินดา โฮลดิ้ง บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่านักวิชาการเกษตร ตัวแทนภาครัฐ และเกษตรกรในเครือข่ายที่เดินทางมาร่วมงานสัมมนาประจำปี ยายในวัยสิบห้าปี สวมชุดสูทผ้าไทยดีไซน์ทันสมัยตัดเย็บอย่างประณีต ยืนเด่นเป็สง่าอยู่หน้าโพเดียมบรรยายด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มมั่นใจ
เวลาล่วงเลยมาจนถึงปี พ.ศ. 2528 ธุรกิจที่เริ่มต้นจากกองฟางหลังบ้านในร่างเด็กหญิงวัยสิบขวบ บัดนี้ขยายอาณาจักรจนกลายเป็ต้นแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมระดับประเทศ ยอดขายประจำปีทะยานแตะหลักร้อยล้านบาท ชื่อเสียงของ "คุณรวินดา" หรือที่สื่อมวลชนสายเศรษฐกิจขนานนามให้ว่า "เ้าแม่เกษตรอัจฉริยะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์" ขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ
[ ติ๊ง! โฮสต์บรรลุเป้าหมายการขยายอิทธิพลเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจระดับชาติ อัตราการยอมรับทางสังคมพุ่งสูงขึ้น 300% ได้รับคะแนนสะสมประสบการณ์ระบบ +800 แต้ม ] เสียงสังเคราะห์นุ่มนวลของระบบที่ปรึกษาจักรวาลดังขึ้นในห้วงความคิด ขณะที่เธอกำลังกวาดสายตามองผู้เข้าร่วมงานนับร้อยชีวิตเบื้องล่าง
ยายคลี่ยิ้มบางๆ สมองอันเฉียบคมที่หลอมรวมความทรงจำเจ็ดสิบปีจากชาติแรกเข้ากับฐานข้อมูลอัจฉริยะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ในชาติแรกวัยสิบห้าปีเธอยังคงเป็เด็กนักเรียนมัธยมธรรมดาที่นั่งหลังขดหลังแข็งเครียดเื่สอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ในชาตินี้ เธอกลายเป็ผู้ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจฐานรากและผู้สร้างมาตรฐาน "ธรรมาภิบาล" ในภาคเกษตรกรรมที่แม้แต่ข้าราชการระดับสูงยังต้องให้ความเกรงใจ
"ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านคะ..." น้ำเสียงกังวานใสแต่ทรงพลังดังผ่านไมโครโฟน สะกดให้ผู้คนทั้งห้องประชุมหันมาจดจ่ออยู่ที่เด็กสาววัยสิบห้าปีเป็ตาเดียว "ความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ใช่การผูกขาดผลกำไรไว้ที่คนกลุ่มเดียว แต่คือการเติบโตไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มของเกษตรกรที่เป็รากฐานของประเทศ วันนี้รวินดาโฮลดิ้งขอประกาศจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนโปร่งใส เพื่อคืนกำไรและสร้างความมั่นคงระยะยาวให้แก่เกษตรกรในเครือข่ายทุกครอบครัวอย่างไร้เงื่อนไข"
เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องประชุม บรรดาพ่อแม่และญาติพี่น้องที่นั่งแถวหน้าสุดต่างพากันน้ำตาคลอเบ้าด้วยความภาคภูมิใจ พ่อกับแม่ไม่เคยคิดเลยว่าเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เคยวิ่งเล่นคลุกฝุ่น จะก้าวขึ้นมาเป็ผู้นำทางความคิดและผู้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้แก่สังคมได้ถึงเพียงนี้
่พักเบรกการประชุม ยายเดินลงมาทักทายแขกบ้านแขกเมืองและตัวแทนจากกระทรวงเกษตรฯ ทันใดนั้น มีร่างของชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน สวมเครื่องแบบข้าราชการระดับสูง นามว่า "ท่านอธิบดีสมชาย" เดินตรงเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น
"คุณรวินดาครับ ผมติดตามผลงานของคุณมานาน น่าทึ่งจริงๆ เด็กอายุแค่นี้แต่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งกว่านักบริหารมืออาชีพเสียอีก ทางรัฐบาลกำลังมองหาที่ปรึกษาภาคประชาชนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูปเกษตรกรรมยุคใหม่ คุณสนใจจะมาร่วมงานกับคณะกรรมการพัฒนาระดับชาติไหมครับ?" ท่านอธิบดีเอ่ยชวนด้วยความชื่นชม
นี่คือโอกาสก้าวเข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติและสร้าง "ยศถาบรรดาศักดิ์" ตามเป้าหมายสูงสุดที่วางไว้!
ยายประสานมือยิ้มรับอย่างนุ่มนวล "เป็เกียรติอย่างยิ่งค่ะท่านอธิบดี ดิฉันยินดีเอาความรู้และระบบบริหารจัดการที่มีทั้งหมดมาช่วยพัฒนาประเทศชาติ เพื่อความสุขและความเป็อยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนชาวไทยค่ะ"
มองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใส ท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ไพศาลทอประกายรับแสงตะวันยามบ่าย ยายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แววตาดำขลับฉายประกายความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ในชาติแรกเธอต้องก้มหัวให้ความยากลำบากและใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวจนวาระสุดท้าย แต่ในชาตินี้... ทั้งยศ สรรเสริญ สุข และธรรมาภิบาล ยายจะเป็ผู้กำหนดและสร้างตำนานบทใหม่ให้โลกต้องจารึกชื่อเธอไว้ชั่วนิรันดร์!