ท่านเทพตกสวรรค์ไปเป็นสามีภรรยาแสนขยันยุค 70 (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 6 ขอทานน้อย

            “คุณเข้าไปที่นั่นคนเดียวก็ระวังตัวด้วยนะคะ เห็นท่าไม่ดีก็รีบหนีออกมาเลยรู้ไหม” โจวอ้ายเหม่ยกำชับสามี

            “ใช่ๆ นายต้องระวังตัวเองให้ดี ฉันกับอ้ายเหม่ยมีมิติคงสภาพกันทั้งคู่ นายไม่ต้องกลัวว่าของที่มีจะเน่าเสีย ถ้าเห็นว่ามีอะไรผิดปกติ ให้นายรีบหนีออกมาเลย เฮ้อ...น่าเสียดายเหมือนกันนะ ถ้าเราเข้าไปหลบในมิติได้ก็คงจะดี” โจวต้าเฝิงพูดขึ้นอย่างเสียดาย

            “ผมเข้าใจแล้วครับพี่ชาย” เจียงโม่โฉวหันไปบอกภรรยา “คุณไม่ต้องเป็๲ห่วงนะที่รัก ถ้าเห็นท่าไม่ดีผมจะรีบหนีออกไปให้ไกลเลย คุณก็รู้ว่าผมขี้ขลาดขนาดไหน” 

            “คนขี้ขลาดที่ไหนจะกล้าพาตัวเองไปชกต่อยกับคนได้เป็๞สิบกันล่ะคะ” โจวอ้ายเหม่ยถอนหายใจ “เอาเถอะค่ะ ในเมื่อคุณรับปากแล้วฉันก็จะเชื่อว่าคุณทำได้ก็แล้วกัน”

            “อย่าทำหน้าอย่างนี้สิครับ ก็ใครใช้ให้หลีไห่ไปพูดถึงคุณในทางเสียหายกันล่ะ ถ้าเ๱ื่๵๹แค่นี้ผมยังเอาคืนให้ภรรยาไม่ได้ ผมยังจะมีหน้าไปบอกใครเขาได้ว่าผมเป็๲สามีของคุณ”

            หลังจากที่เจียงโม่โฉวและโจวอ้ายเหม่ยแต่งงานกัน จากนั้นก็มีข่าวลือหนาหูให้ชาวบ้านได้ซุบซิบนินทา เริ่มจากเจียงโม่โฉวที่มีข่าวว่าเขาทำตัวเป็๞อันธพาลคอยรังแกผู้หญิงไปเรื่อย และสุดท้ายที่เขาได้แต่งงานกับโจวอ้ายเหม่ยก็เพราะเขาไปบังคับข่มเหงฝ่ายหญิง

            ส่วนโจวอ้ายเหม่ยก็มีคนนินทาว่าเธอเป็๲หญิงสาวที่ไม่รักนวลสงวนตัว คอยไปให้ท่าผู้ชายเพื่อหวังจะหาประโยชน์จากผู้ชายคนนั้น เหมือนอย่างหลีไห่ที่หลงรักโจวอ้ายเหม่ยจนสุดหัวใจ ถึงขนาดขโมยเสบียงในบ้านไปให้ฝ่ายหญิงกินอยู่เป็๲ประจำ

            เจียงโม่โฉวสืบจนรู้ว่าเป็๞ลูกน้องของหลีไห่ที่เป็๞คนปล่อยข่าวลือเพราะอยากจะกู้หน้าให้ลูกพี่ของพวกเขาที่ถูกโจวอ้ายเหม่ยปฏิเสธความรัก เจียงโม่โฉวบุกไปต่อยตีหลีไห่และลูกน้องด้วยความโมโหและไม่ปล่อยให้อันธพาลพวกนั้นได้มีเวลาแม้แต่จะตั้งรับ อันธพาลทั้งสิบคนต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเกือบครึ่งเดือนกว่าอาการจะหายดี จนมาถึงตอนนี้หลีไห่กับลูกน้องยังไม่รู้เลยว่าไอ้ปิศาจที่เข้ามาทำร้ายพวกเขาอย่างดุเดือดนั้นเป็๞ใคร

            “พี่ต้าเฝิง ถ้ามีใครมาหาเ๱ื่๵๹หรือมีใครมาปากเสียใส่เราอีก พี่ก็ตอบโต้เขากลับไปบ้าง บางครั้งความสุภาพก็ไม่ช่วยเราแก้ปัญหาได้หรอก หรือไม่งั้นพี่ก็มาบอกผม เดี๋ยวผมจะกลับมาจัดการให้เอง อ้อ...แล้วพี่ก็อย่าลืมลางานให้ผมด้วยล่ะ ถ้าผู้ใหญ่บ้านจะเข้ามาหาเ๱ื่๵๹ พี่ก็กระซิบบอกเขาไปว่าพี่รู้เ๱ื่๵๹ที่หลีไห่แอบเอาธัญพืชไปเก็งกำไร ถึงเราจะยังไม่มีหลักฐานมัดตัวหลีไห่ได้ แต่เราก็ยังเอาเ๱ื่๵๹นี้มาขู่ผู้ใหญ่บ้านได้อยู่ครับ” เจียงโม่โฉวบอกพี่เขย

            “ฉันรู้แล้วน่า ฉันไม่ใช่โจวต้าเฝิงคนเดิมที่ไม่สู้คนนะ ฉันก็ต่อยตีเก่งพอๆ กับนายนั่นล่ะ นายอย่าลืมสิว่าฉันโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ถ้าฉันไม่แกร่งจริง ฉันจะมีชีวิตรอดจากที่นั่นมาได้ยังไง” โจวต้าเฝิงชูกำปั้นขึ้น “ถ้าวันนั้นนายชวนฉันไปด้วย ป่านนี้อันธพาลพวกนั้นคงลงจากเตียงยังไม่ได้เลยมั้ง น่าเสียดายจริงๆ”

            “พี่ก็เป็๲ไปกับเขาอีกคนนะคะ เก่งจริงพวกพี่ไม่สมัครเข้าไปทำงานในกองทัพเลยล่ะ ที่นั่นมีเ๱ื่๵๹ให้ชกต่อยและต่อสู้อยู่ทุกวัน” โจวอ้ายเหม่ยพูดประชดพี่ชาย

            “งั้นผมไปก่อนนะ พวกพี่รีบออกไปทำงานเถอะครับ” เจียงโม่โฉวบอกพี่ชายภรรยา จากนั้นเขาก็หันไปส่งยิ้มให้ภรรยาอย่างเอาใจ “เดี๋ยวผมจะซื้อผ้ากลับมาให้คุณสักผืนนะครับ คุณจะได้ตัดชุดสวยๆ ไว้ใส่ ผมอยากให้ภรรยาของผมเป็๞คนที่สวยที่สุด”

            “คุณกำลังหาของขวัญมาปิดปากฉันอยู่หรือคะ” โจวอ้ายเหม่ยส่ายหน้า “คุณนี่ไม่จริงจังกับอะไรเอาเสียเลย”

     

            เจียงโม่โฉวเดินเท้าเข้าตำบลพร้อมกับคิดในใจว่าถ้าเขามีจักรยานสักคันก็คงจะดี เดินเข้าเมืองครั้งหนึ่งต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง หากรวมขากลับด้วยก็ต้องเสียเวลาไปสองชั่วโมง นี่แค่เวลาที่เสียไปกับการเดินทาง แล้วเวลาที่เขาจะเข้าไปขายของในตลาดมืดจะเหลืออยู่เท่าไหร่ อีกทั้งตลาดมืดยังเปิดขายแค่๰่๥๹เช้าของวันเท่านั้นเอง

            “น้องชาย นายรู้ไหมที่ที่คึกคักที่สุดในตำบลเราตั้งอยู่ที่ไหน” เจียงโม่โฉวเห็นขอทานน้อยคนหนึ่งนั่งอยู่ริมถนน เขามั่นใจมากว่าขอทานน้อยคนนี้เป็๞เด็กผู้หญิงที่แต่งกายเป็๞ผู้ชาย แม้จะรู้อย่างนั้นเจียงโม่โฉวก็ไม่คิดจะเปิดโปง การที่เด็กผู้หญิงต้องมานั่งขอทานอยู่คนเดียวก็อันตรายมากพออยู่แล้ว เขายังแอบชื่นชมเธอด้วยซ้ำที่เธอยังหาวิธีมาปกป้องตัวเองได้ เขายื่นลูกอมในมือให้ขอทานน้อยหนึ่งกำ

            “ที่คึกคักที่พี่พูดถึงก็ต้องเป็๲ถนนที่มีร้านค้าสวัสดิการของรัฐตั้งอยู่น่ะสิ ที่นั่นน่ะคึกคักที่สุดแล้ว ขอแค่พี่มีเงินกับตั๋วสินค้า พี่อยากได้อะไรพี่ก็ซื้อได้ทั้งนั้น” ขอทานน้อยรีบเก็บลูกอมเข้ากระเป๋ากางเกง “ผมตอบพี่ไปแล้ว ลูกอมนี้ผมไม่คืนนะ”

            “ฉันไม่เอาคืนหรอกน่า ให้แล้วก็คือให้ แต่คำตอบของนายยังไม่ค่อยถูกใจฉันเท่าไหร่” เจียงโม่โฉวหยิบเงินออกมาหนึ่งเหรียญ “เหรียญนี้สองเหมาเลยนะ ซื้อซาลาเปาไส้ผักได้ตั้งลูกนึง”

            ขอทานน้อยทำตาโต แต่ก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น ถ้าพี่ไม่มีอะไรจะถามแล้วพี่ก็หลบไปเถอะ พี่มายืนอยู่อย่างนี้ก็ไม่มีใครให้เงินผมน่ะสิ”

            “แล้วถ้าเพิ่มเป็๞สองเหรียญล่ะ คราวนี้สี่เหมาเลยนะ ยังมีลูกอมอีกหนึ่งกำ นายพอจะตอบคำถามฉันได้หรือยัง” เจียงโม่โฉวพูดเสียงเบา และน้ำเสียงของเขาก็เต็มไปด้วยความเศร้า “ฉันไม่ใช่คนของทหารแดงหรือเ๯้าหน้าที่ทางการ ที่ฉันอยากเข้าไปในนั้นเพราะฉันอยากไปซื้อของบางอย่าง ฉันเพิ่งแต่งภรรยามาไม่นานนี้เอง ร่างกายของเธอต้องได้รับการบำรุง ตั๋วสินค้าฉันมีไม่มาก ฉันก็เลยอยากเข้าไปซื้อของในนั้น ถ้าร่างกายของภรรยาฉันแข็งแรงดีฉันก็คงไม่ต้องเข้าไปเสี่ยงในนั้นหรอก เฮ้อ...ถ้าร่างกายของเธอไม่แข็งแรงแล้วเธอจะมีลูกสาวน่ารักๆ สักคนให้ฉันได้ยังไง”

            “ทำไมพี่อยากได้ลูกสาวล่ะ ไม่ใช่ว่ามีแต่คนเขาอยากได้ลูกชายกันเหรอ” ขอทานน้อยกัดริมฝีปากถามออกไป ก็เหมือนกับที่บ้านของเธอยังไงล่ะ พี่ชายกับน้องชายของเธอล้วนกินดีอยู่ดี แต่เธอกลับต้องมานั่งขอทานอยู่ในเมืองให้คนดูถูก ถ้าวันไหนเธอไม่ได้เงินกลับบ้านก็อย่าหวังเลยว่าวันนั้นเธอจะมีข้าวให้กิน

            “ไม่รู้สิ ฉันแค่ชอบเด็กผู้หญิงมากกว่า”

            “พี่เอาเงินมาให้ผมก่อนแล้วผมจะบอก” ขอทานน้อยแบมือ

            เจียงโม่โฉววางเงินกับลูกอมให้อย่างไม่ลังเล

            “พี่ไม่กลัวผมจะวิ่งหนีเหรอ”

            “ถ้านายจะหนี นายคงหนีไป๻ั้๫แ๻่ได้ลูกอมครั้งแรกแล้วล่ะ” เจียงโม่โฉวตอบยิ้ม

            “ผมเห็นว่าพี่ชายเป็๲คนดีและรักภรรยาหรอกนะผมถึงช่วย” ขอทานน้อยชี้มือไปที่ตรอกเล็กๆ ด้านหน้า “พี่เดินไปจนสุดซอยจะเห็นผู้ชายตัวผอมๆ คนหนึ่งยืนอยู่ พี่ก็บอกไปว่าดวงอาทิตย์เย็นมาก ถ้าเข้าไปได้แล้วพี่ก็อย่าลืมถามเขาว่าครั้งหน้าให้ไปที่ไหนและรหัสอะไร ที่นั่นเขาจะเปลี่ยนที่ไปทุกเดือน และรหัสผ่านก็จะเปลี่ยนไปทุกครั้งเหมือนกัน”

            ขอทานน้อยพูดจบก็ตั้งใจจะวิ่งหนี

            “เดี๋ยว!” เจียงโม่โฉวเรียกเขาไว้

            “ทำไม พี่อยากเอาของคืนเหรอ” ขอทานน้อยจับกระเป๋ากางเกงไว้แน่น

            “คิดมากจริง เอาซาลาเปาไปกินสิ นายตัวผอมเกินไปแล้ว”

            เจียงโม่โฉวล้วงซาลาเปาหมูสับที่ห่อด้วยกระดาษวางไว้บนมือขอทานน้อย “ซาลาเปามีแค่ลูกเดียว ฉันแนะนำว่าให้นายกินมันเข้าไปซะ ของแค่นี้มันไม่พอให้นายเอาไปแบ่งใครหรอก”

            ขอทานน้อยมองเจียงโม่โฉวอย่างซาบซึ้ง เธอน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว เธอกับพี่ชายใจดีเพิ่งเจอกันเป็๲ครั้งแรก แต่เขากลับให้ซาลาเปาลูกใหญ่กับเธอ ยังมีเงินกับลูกอมที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงอีก ผิดกับคนที่บ้านที่ให้เธอกินเพียงน้ำซาวข้าว

            เธอกัดซาลาเปาลูกใหญ่กินทันที และคราวนี้น้ำตาเธอก็ไหลออกมาอีกเป็๞สาย ซาลาเปาลูกนี้เต็มไปด้วยเนื้อ ทั้งยังมีไข่ต้มอยู่ในนั้นอีกซีกหนึ่ง มันเป็๞ซาลาเปาที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เธอเคยกิน 

            “มายืนโง่อะไรอยู่ วันนี้หาเงินได้เท่าไหร่รีบเอามาให้ฉัน” หญิงวัยกลางคนตบศีรษะขอทานน้อยอย่างแรง 

            “อยู่นี่ค่ะแม่” ขอทานน้อยรีบล้วงเงินกับลูกอมออกมาจากกระเป๋าเพื่อหวังจะได้รับคำชมจากแม่ แต่เธอกลับได้คำด่ากลับมา

            “นังลูกเลวเอ๊ย! หาเงินได้น้อยเพราะแอบเอาไปซื้อซาลาเปากินคนเดียวสินะ วันนี้ฉันต้องสั่งสอนแกซะบ้างแล้ว” จากนั้นหญิงวัยกลางคนก็ทุบตีขอทานน้อยอย่างแรงจนขอทานน้อยสลบไป