“ใต้เท้าเว่ยกล่าวหนักเกินไปแล้วหลี่ถงอวี่ไหนเลยจะกล้า ท่านแม่ทัพซ่งใหญ่โตเพียงนั้นข้าน้อยเป็แค่มดงานในราชสำนัก ไม่กล้าเทียบอยู่แล้ว”
หลี่ถงอวี่ หนึ่งในขุนนางแห่งราชสำนัก บัดนี้ยกสุราดื่มพลางกล่าววาจานอบน้อมถ่อมตัว เป็ที่ไว้วางใจของขุนนางเฒ่าใกล้เกษียณ
จู่ ๆสุราในมือหลี่ถงอวี่หกกระเซ็นเกือบโดนหน้าคู่สนทนา นั่นคือพฤติกรรมที่ไร้มารยาทมากแม้ไม่ได้ตั้งใจแต่เสมือนกำลังไล่แขก ขุนนางเฒ่าสามคนหุบยิ้ม เปลี่ยนสีหน้าขรึมยกจอกสุราจากไปโดยไม่บอกกล่าว
หลี่ถงอวี่โกรธจนคิ้วกระตุกความพยายามของเขามีขีดจำกัด ใช้พลังงานไปไม่น้อยกว่าจะเกลี้ยกล่อมและเอาใจตาเฒ่าเหล่านี้ได้! ไอ้อีคนไหน กล้าเสียมารยาท
หลี่ถงอวี่มาดหมายในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา
ทันใดนั้นรู้สึกอึดอัดบนท่อนขาหลุบตาหน้าก้มต่ำ เห็นจุกเปียสองข้าง! หลี่ถงอวี่ขมวดคิ้ว
ไม่ใช่ว่าใต้เท้าซ่งเกลียดเด็กเล็กมากหรอกหรือ? ลูกบ้านไหนกล้าปล่อยเข้ามาจุ้นจ้าน
หลี่ถงอวี่กะทำดีเอาหน้าสะบัดเท้าจนเด็กหญิงล้มแหมะ
ทันทีทันใดหลินเซียวลุกขึ้นมากอดขาหลี่ถงอวี่อีกครั้งเด็กน้อยได้รับการปฏิเสธฉับพลัน
“ไสหัวไป”ปลายนิ้วแนะไปยังบานประตู
“ท่านพ่อของหลินเซียว”เด็กหญิงพูดเช่นนี้เป็ครั้งที่สาม
ทว่าหลี่ถงอวี่ไม่ใคร่ใส่ใจ ยวบตัวลงกึ่งหนึ่งคล้ายจะลูบหัวแต่กลายเป็ผลักหลินเซียวจนก้นกระแทก คำด่าหยาบคายทำร้ายจิตใจเด็กสามขวบ
“นางเด็กไม่รู้ความ ข้าไม่ใช่บิดาเ้า!ที่นี่ไม่ต้อนรับเด็ก รีบไสหัวไปก่อนที่จะสั่งทหารมาลากออกไป”
หลี่ถงอวี่เืเย็น ใจร้ายสาดสุราในจอกเข้าหน้าหลินเซียว เด็กน้อยชี้นิ้วไปยังถงอวี่แล้วเบะปาก
“ท่านพ่อ จำหลินเซียวไม่ได้”นางยังคงยัดเหยียดคำว่าบิดาให้ถงอวี่ยอมรับ
ทว่าหลี่ถงอวี่จะยอมรับได้อย่างไรในเมื่อเกิดมาชะตาอาภัพ เป็หมันั้แ่กำเนิดด้วยเหตุนี้ถงอวี่จึงไม่สะทกสะท้านต่อคำกล่าวหาของเด็กหญิงซ้ำแล้วยังมองนางด้วยแววตาส่อกริยาดูแคลน
ในใจของเซียวหลินให้ถงอวี่เป็บิดาแล้วนิ้วของนางชี้ไปที่นิ้วมือข้างซ้ายของหลี่ถงอวี่ แหวนหยกวงนั้นเป็เครื่องยืนยันตัวตน
บัดนี้การทุ่มเถียงกันระหว่างหนึ่งเด็ก…หนึ่งผู้ใหญ่ กลายเป็จุดสนใจแเื่กวาดสายตามองฉากอันน่าสนใจเหล่านี้มากกว่าการชมนางระบำเสียอีกบางคนเสียมารยาท หัวเราะออกมาเมื่อเห็นสภาพเปียกปอนของเด็กน้อย
โตแต่ด้วย ชาติชั่วไร้จิตสำนึก!
ไป๋เจี้ยนกุมฝักกระบี่แน่นอำนาจในมือไม่มากพอที่จะสามารถสังหารคนผู้นั้นได้ทันที
สิ่งที่ทำได้คือรีบไปรายงานนายท่านโดยเร็วที่สุด
อึดใจเดียว ซ่งจื่อิหยุดยืนด้านหลังหลินเซียว ใบหน้าเคร่งขรึมคล้ายแบกหุบเขาทั้งลูกเอาไว้บนบ่า
“คราวนี้ได้ถูกลากออกไปแน่!” หลี่ถงอวี่คลี่ยิ้มพลางกล่าววาจาถากถางแล้วจึงโค้งคำนับเ้างานกึ่งหนึ่ง
“คารวะต้าซือหม่าข้าน้อยหลี่ถงอวี่พยายามสุดความสามารถ แค่เด็กเล็กคนหนึ่งหวังว่าท่านจะไม่เอาชีวิตนาง”
จื่อิยังไม่ได้เอ่ยปากแต่ขุนนางผู้นี้เลียขาแข้งจนขนคุดชุ่ม ไม่รู้สึกสากลิ้นบ้างหรือไร!
นึกว่าจะได้ความดีความชอบแต่แล้วหลี่ถงอวี่หุบยิ้มพลัน
“แน่อยู่แล้วว่าไม่เอาชีวิตนาง”
พูดเพียงเท่านี้จื่อินาบมืออุ้มหลินเซียว มือที่ว่างอยู่เอื้อมหยิบกาสุราจากนั้นกล่าวเย้ยหยันด้วยวาจาเรียบเฉยว่า
“ไม่รักชีวิตแล้วหรือถึงได้กล้ารังแกนาง”
น้ำเสียงเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยคมมีดแววตาเย็นเยียบฉาบด้วยจิตสังหารฟุ้งซ่าน
สุราแรงไหลรดั้แ่หดจรดเท้าหลี่ถงอวี่ขายขี้หน้าแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีมันสาสมแล้วที่เขาสาดสุราเข้าหน้าตาอันแสนน่ารักของหลินเซียวขุนนางช่างประจบประแจงก็ต้องถูกสั่งสอนเช่นนี้
“อย่ารังแกท่านพ่อของเซียวหลิน…”
น้ำเสียงงุดงอดดังแว่ว จื่อิยั้งมือหากไม่ใช่เพราะคำขอของนาง ไม่แน่ว่าโดนหนักกว่านี้
จื่อิรู้ดีว่าหลี่ถงอวี่ไม่มีทางให้กำเนิดบุตรได้ จึงพูดสวนกลับไปว่า
“เขาไม่ใช่บิดาของเ้า”
หลินเซียวมองจื่อิอึ้ง ๆท่ามกลางสายตาหลายคู่จับจ้องสามคนนี้ พวกเขาเหงื่อแตกพลั่ก
วันดีขนาดนี้แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่อยากให้มีการนองเื
หลินเซียวเถียงสู้ชี้นิ้วไปที่หยกชิ้นนั้นแล้วพูดเสียงดังฟังชัดว่า
“ท่านแม่บอกว่าท่านพ่อของหลินเซียวอยู่ในเมืองหลวง บนนิ้วสวมแหวนหยกมรกต”
เด็กหญิงเพิ่งเข้าเมืองหลวงเป็ครั้งแรก ไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ อันที่จริงในหมู่ขุนนางที่มียศศักดิ์การสวมหยกหรือเครื่องเงินเครื่องทอง ถือเป็เื่ปกติอย่างนั้นไม่ว่าใครก็สามารถสวมแหวนหยกไว้บนนิ้วได้เช่นกัน
ทว่าจื่อิพูดไปเช่นนี้หลินเซียวอาจไม่เข้าใจ ดังนั้นจึงเกลี้ยกล่อมนางด้วยคำกล่าวที่ว่า
“ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่อย่าได้เที่ยวเรียกคนอื่นว่าบิดา ไฉนไม่เชื่อฟังแล้ว”
หลินเซียวเงียบปาก มีสีหน้าสลดลงนางเพิ่งผ่านความเสียใจมาหมาด ๆ ตอนนี้ต้องเผชิญความผิดหวังอีกแล้ว
“จะกล่าวหาใครต้องมีหลักฐานนั่นคือวิธีของผู้ที่เจริญแล้ว”
คำสอนของจื่อิน่าเลื่อมใสยิ่งนัก หากไม่รู้จักนิสัยเดิมของต้าซือหม่าแขกในงานคงกำลังคิดว่าบิดากำลังสั่งสอนบุตร
ทว่า! น่าพิศวงยิ่งใต้เท้าซ่งไม่สั่งทหารลากนางออกไป อีกทั้งยังอุ้มนางและสั่งสอนนาง!
อนิจเอ๋ยอนิจจัง… นี่คือเหตุผลที่หิมะตกในยามสารทใช่หรือไม่O.O
“หลินเซียวไม่ได้กล่าวหาหลินเซียวมีแหวนหยกเหมือนกัน ท่านแม่มอบให้หลินเซียว บอกว่าคือของแทนใจจากท่านพ่ออย่างนั้นสองคนจึงมีเหมือนกัน”
หลินเซียวพูดเช่นนี้เบา ๆมือเล็กพยายามล้วงใต้ชายเสื้อ กว้านหาอะไรบางอย่าง แต่แล้วสีหน้าตื่นเต้นของหลินเซียวจืดเจื่อนลงอีกครั้ง
แหวนของท่านแม่หายไปแล้ว
มือน้อยตีต้นแขนจื่อิเบา ๆทำสัญญาณให้ปล่อยและวางนางลงพื้น
จื่อิขมวดคิ้ว พูดเสียงนุ่มนวล“ข้ารู้แล้ว”
ยวบตัวลงกึ่งหนึ่ง หลินเซียวปีนลงไปทันทีที่เท้าแตะพื้น เด็กน้อยวิ่งปรู้ดหายไปโดยไม่สนใจหลี่ถงอวี่อีกของสุดรักสุดหวงที่ท่านแม่มอบให้ หายไปแล้ว
แง้งงงง T.T“หลินเซียวต้องหามันให้พบ”
“เอาล่ะทุกท่านไม่มีอะไรหรอก เชิญดื่มกินกันต่อเถิด”
ไป๋เจี้ยนพยายามควบคุมสถานการณ์ต้อนแขกกลับไปอยู่ในความสงบ
ทว่าหลี่ถงอวี่ไม่อาจรอดตัว น้ำเสียงเย็นเยียบตัดสินคนคำลือที่ว่าปลายนิ้วชี้เป็สั่งตาย ไม่ใช่แค่เื่เล่า
“ลากมันออกไป…”
หลี่ถงอวี่ -...- “ห๊ะ? ข้า? ลากข้า!!!”
ไม่มีโอกาสได้โต้แย้งใด ๆทหารชุดดำสามคนเชิญตัวหลี่ถงอวี่ออกไป หากจะเรียกร้องความเป็ธรรมเชิญตีฆ้องลั่นระฆังหน้าท้องพระโรงเถิด มิเช่นนั้นเจอกันหน้าศาลาว่าการก็ไม่ค้าน
“ซ่งจื่อิ คนบ้าอำนาจ!กดขี่ประชาชน”
อยากด่าทอเช่นนี้ ขอโทษทีที่ทำได้แค่พูดในใจลำพัง
งานวันเกิดเกือบกร่อยเสียแล้ว…
จื่อิหายตัวไปจากเรือนรับรองแขก ปล่อยให้สุรานารีปลอบใจแเื่ไปพลางขาดเหลืออันใดสามารถเบิกจ่ายที่พ่อบ้านสวี่ค่าใช้จ่ายย่านการค้าลงบัญชีบ้านสกุลซ่งทั้งหมด
ฝากคำสั่งไว้แล้ว จื่อิโฉบตัวลอยจากไปเงียบ ๆ ลอบจับตาดูหลินเซียวด้วยความกังวล ขณะนี้เด็กหญิงพยายามค้นหาบางอย่างของใช้ในหีบถูกรื้อถอนกระจัดกระจาย
เป็ไปได้ว่า เื่แหวนหยกอาจจะไม่ใช่ความสับสน แต่อาจเป็เื่จริง
จื่อิเดินไพล่หลังจากมาด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มระหว่างย่ำเท้าบนทางหยาบ รู้สึกว่ามีบางอย่างทิ่มตำใต้รองเท้าจื่อิเอียงฝ่าเท้าครึ่งหนึ่ง พบกระเป๋ากะทัดรัดสีเหลืองเข้ม
ใช่แล้ว มันคือกระเป๋าน้อยของหลินเซียวเด็กน้อยตามหามันให้วุ่น
เดี๋ยวก่อนนะ! นางบอกว่าค้นหาแหวนมิใช่หรือ
จื่อิตั้งใจถือวิสาสะเปิดดูเพียงแต่ลูบปลายนิ้วััจากด้านนอก ก็รู้แล้วว่าข้างในคือแหวนหนึ่งวงจื่อิเกิดความสงสัยขึ้นมาหนึ่งอย่าง หรือว่าหลี่ถงอวี่จะเกี่ยวข้องกับหลินเซียวจริงๆ อำพรางตัวตนสร้างเื่เป็หมันขึ้นมาบังหน้าไม่แน่เื่นี้มีลับลมคมในกว่าที่คิด
“อย่างนั้นก็ยืนยันเื่บิดาของหลินเซียวได้แล้ว”