PEETORDER3 : ฉัน คือ ฮีโร่
มายานอนบิดตัวไปมาบนเตียงนุ่มร่างกายของเธอเปล่งประกายด้วยรอยสักลวดลายซับซ้อนที่ไล่ั้แ่ไหล่ลงมาอย่างงดงามแต่ทว่าภายใต้ความงามนั้นแฝงไปด้วยความไม่สบายใจรอยย่นที่ปรากฏบนหน้าผากของเธอแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังถูกตามล่าด้วยฝันร้ายที่โหดร้าย
ภาพในฝันนั้นเต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวปีศาจร้ายที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังงานสีดำราวกับเงามืดกำลังเดินทำลายทุกอย่างที่มันผ่านทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งที่เคยงดงามตอนนี้กลับกลายเป็เพียงซากศพเกลื่อนกลาดอยู่ทั่วผืนดินแตกระแหงและเสียงร้องแห่งความทุกข์ทรมานดังก้องในหูของมายา
เธอสะดุ้งตื่นขึ้นทันทีดวงตาเบิกกว้าง ลมหายใจหนักหน่วง เหงื่อไหลท่วมใบหน้าราวกับฝันนั้นเป็ความจริงที่อยู่ตรงหน้า เธอเอามือปาดเหงื่อที่หน้าผากแล้วพึมพำกับตัวเอง "ฝันร้าย...รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้นเลย"
เธอรู้สึกถึงบางอย่างที่น่ากลัวกำลังเข้ามาใกล้เธอััได้ถึงลางร้ายที่ไม่อาจอธิบายได้สัญชาตญาณของเธอบอกว่ามันมากกว่าความฝันธรรมดา—มันคือสัญญาณเตือนจากสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่ากำลังคืบคลานเข้ามา
ณคอนโดหรูแห่งหนึ่งแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างขนาดใหญ่เข้ามาภายในห้องนั่งเล่น พีทกำลังออกกำลังกายโหนบาร์บริหารกล้ามเนื้ออยู่มุมห้อง ในขณะเดียวกัน ฟางอยู่ในห้องน้ำเธอกำลังจ้องมองผลตรวจครรภ์ในมือด้วยหัวใจเต้นระรัวเมื่อเห็นผลที่ปรากฏชัดเจนว่ามีชีวิตใหม่กำลังก่อตัวขึ้นภายในร่างของเธอความรู้สึกต่างๆ ประเดประดังเข้ามา ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว ทั้งดีใจ
เธอเดินออกจากห้องน้ำด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังตรงไปหาพีทที่ยังคงโหนบาร์อยู่ ร่างของเขาเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างเป็จังหวะเหงื่อหยดเล็กๆ เปล่งประกายอยู่บนผิวของเขา
“ที่รักฉันมีข่าวดีจะบอก” ฟางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นแฝงด้วยความอ่อนโยน
พีทยังคงไม่หยุดออกกำลังกาย“อีกแปปนะ ใกล้จะเสร็จแล้ว” เขาตอบด้วยลมหายใจหอบเบาๆ
ฟางสูดลมหายใจลึกก่อนพูดสิ่งที่เธอรอคอยจะบอกมาตลอดเช้านี้ “ฉันท้องนะ”
ทันทีที่ได้ยินพีทหยุดการเคลื่อนไหวร่างกายของเขาแข็งทื่ออยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะปล่อยมือจากบาร์อย่างรวดเร็วเขาหันมาหาเธอด้วยดวงตาเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “จริงเหรอ”
ฟางพยักหน้าพลางยิ้มกว้าง “จริงสิ แต่นายดูไม่ดีใจเลยนะ”
ไม่ทันไรพีทก้าวเข้ามาหาฟาง รวบตัวเธอขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมแขน เขาหมุนเธอไปมาอย่างลืมตัว ทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความดีใจ“ดีใจสิ ผมดีใจมากจนพูดไม่ออกเลย!”
ฟางหัวเราะแต่เริ่มรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย“ฉันเวียนหัวนะ หยุดก่อนเถอะ” เธอพูดเบาๆ แต่เต็มไปด้วยความรัก
พีทหยุดหมุนแล้วยืนจ้องเธอด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความตื่นเต้น“นี้ผมกำลังจะเป็พ่อคนแล้ว...”เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความฝันที่เป็จริง
ณอาณาเขตพิเศษของ BIRD ROCKในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมายาเดินท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบอย่างผิดปกติความงามของรอยสักบนร่างของเธอที่โดดเด่นท่ามกลางแดดบ่ายถูกสังเกตเห็นโดยผู้ก่อการร้ายสองคนที่กำลังลาดตระเวนอยู่พวกเขาเป็ส่วนหนึ่งของกลุ่ม BIRD ROCK ซึ่งเป็กลุ่มก่อการร้ายที่มีอำนาจควบคุมพื้นที่แถบนี้
ผู้ก่อการร้าย Aเหลือบมองมายาแล้วพูดขึ้นอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง “ดูสาวคนนั้นดิน่าสนใจดีนะ”
ผู้ก่อการร้าย Bหัวเราะเบาๆ ขณะจ้องไปที่รอยสักของเธอ “ลอยสักแบบนั้น สเปคกูเลยว่ะ”
ทั้งคู่ตัดสินใจเดินเข้าไปหามายาด้วยท่าทางที่เจตนาไม่ดีผู้ก่อการร้าย B เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์“น้องสาว มาจากที่ไหนเหรอจ๊ะ”
ผู้ก่อการร้าย Aเสริมต่อทันที “แถวนี้พวกพี่คุมนะ ถ้าน้องมีอะไรถามได้เลยพี่ช่วยได้”
มายาไม่สนใจท่าทางหยาบคายของทั้งสองเธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็น พลางถามด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง “แถวนี้มีอะไรแปลกๆบ้างไหม เช่น คนที่สามารถใช้พลังเหนือธรรมชาติได้”
ผู้ก่อการร้าย Aหัวเราะดังพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน“ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกน้อง แต่ถ้าน้องอยากขึ้น์ พี่จัดให้ได้นะ”
มายาหันมองผู้ก่อการร้ายทั้งสองคนด้วยสายตาที่เฉียบคมก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น "ถ้าจะเต๊าะฉัน ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่เล่นด้วย ไปก่อนละ" แล้วเธอก็หมุนตัวเดินออกไปอย่างไม่สนใจคำพูดใดๆของพวกเขา
ทว่าผู้ก่อการร้ายBไม่ยอมปล่อยให้เธอไปง่ายๆ เขาเอื้อมมือจับไหล่ของมายาไว้แน่น"แถวนี้อันตรายนะ มีฆาตกรชื่อ PALMER46 ป้วนเปี้ยนอยู่น้องสาวไม่อยากให้พี่ไปคุ้มครองเหรอ"
มายาหยุดเดินเธอหันกลับมามองด้วยสีหน้าไม่แยแส “ถ้ายังตื้ออีก เจ็บตัวขึ้นมาไม่รู้ด้วยนะ”
แต่ผู้ก่อการร้ายBยังไม่ยอมถอยง่ายๆ เขาลูบไหล่ของเธอลงไปที่แขนช้าๆ จู่ๆเขาก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนบางอย่างกำลังกัดเขา เมื่อเขาชักมือกลับมาดูใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความใสุดขีดมือของเขาเต็มไปด้วยหนอนและตะขาบหลายตัวที่กำลังดิ้นรนไปมาเขาสะบัดมือด้วยความเ็ปและหวาดกลัว ร้องลั่นด้วยความทรมาน
มายายิ้มบางๆและพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น “ฉันเตือนแล้วนะ”
เธอก้มลงหยิบใบไม้แห้งที่ตกอยู่บนพื้นเบาๆแล้วโปรยมันในอากาศ ใบไม้ที่ไร้ชีวิตจู่ๆก็กลายเป็ฝูงต่อแตนนับร้อยที่บินออกจากมือของเธอพวกมันพุ่งตรงไปยังผู้ก่อการร้ายทั้งสองที่ยังไม่ทันตั้งตัว
เสียงร้องของทั้งคู่ดังก้องไปทั่วบริเวณขณะที่พวกเขาถูกฝูงต่อแตนไล่ต่อยด้วยความเ็ปสุดท้ายพวกเขาวิ่งหนีไปอย่างทุลักทุเล พยายามปัดแมลงที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไล่ตามมายายืนมองเหตุการณ์ด้วยท่าทีที่สงบนิ่งราวกับว่านี่เป็เพียงเื่เล็กน้อยสำหรับเธอ ก่อนที่จะหันหลังเดินต่อไปตามทางที่เธอตั้งใจไว้
ในห้องพักที่เงียบสงัดมายาปิดไฟทั้งหมดปล่อยให้แสงสลัวของเทียนที่จุดล้อมรอบตัวเธอเป็แสงเดียวที่หลงเหลืออยู่บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความลึกลับและความศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าของเธอคือแผ่นกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษรภาษาไทยเรียงรายเป็วงกลมและถ้วยแก้วใสที่เธอเตรียมไว้สำหรับพิธีกรรมนี้
เธอหยิบธูปที่กำลังจุดขึ้นมาควันธูปคละคลุ้งในอากาศกลายเป็เส้นสายของพลังงานที่เหมือนจะเชื่อมโยงระหว่างโลกของเธอกับอีกภพหนึ่งมายาหยิบถ้วยแก้วขึ้น นำถ้วยใส่ควันธูปจนภายในแก้วเต็มไปด้วยควันสีขาวนวล เธอค่อยๆคว่ำแก้วลงบนแผ่นกระดาษราวกับกำลังเรียกสื่อสารกับสิ่งที่อยู่เื้ัความลี้ลับ
ด้วยสมาธิที่แน่วแน่และจิตใจที่มั่นคงมายาตั้งจิตอธิษฐานด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาแต่ทรงพลัง“จงบอกชื่อและที่อยู่ของสิ่งที่ฉันตามหา”
เธอค่อย ๆแตะขอบถ้วยแก้วเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว ทันใดนั้นแก้วก็เริ่มขยับมันเคลื่อนไปตามตัวอักษรที่เรียงอยู่บนแผ่นกระดาษ ราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างดึงดูดแก้วไปหยุดที่ตัวอักษรแรก—"กอไก่" มายาพูดเบาๆ ตามตัวอักษรที่แก้วชี้ไป
จากนั้นแก้วก็ขยับต่อไปหยุดที่ตัวอักษร "รอเรือ" มายาย้ำอีกครั้ง "รอเรือ"
ทว่าจู่ๆแก้วก็เกิดเสียงแตกร้าวดังขึ้นแก้วแตกออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยท่ามกลางความใของเธอ
มายาพูดกับตัวเองอย่างประหลาดใจ"แก้วถึงกับแตกเลยเหรอ กอไก่และรอเรือ... กรสินะ ชื่อของมัน"
แต่เธอไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นมายาหยิบถ้วยแก้วอีกใบขึ้นมา ตั้งใจทำพิธีอีกครั้ง เพื่อหาสถานที่อยู่ของ"กร" ที่เธอตามหา
มายาเดินทางไปยังสถานที่ที่เธอได้ข้อมูลมาจากพิธีกรรมนั่นคือบ้านร้างที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รกร้างว่างเปล่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึมและลางร้าย ขณะที่เธอเดินเข้าไปใกล้บ้านหลังนั้นเธอพบกับซากศพจำนวนมากที่นอนกระจัดกระจายอยู่ตามทาง เหล่าซากศพนั้นดูเหมือนจะถูกทิ้งมานานแล้วแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความน่าขนลุก
มายาเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้นเธอหยิบใบไม้ขึ้นมาโปรยเรียกฝูงต่อแตนออกมาคุ้มกัน พร้อมกับหยิบรูปปั้นควายธนูขนาดเล็กขึ้นมาไว้ในมือเธอหลับตาท่องคาถาเบาๆ จากนั้นเป่าไปที่รูปปั้น ควายธนูค่อยๆ หายไปในอากาศราวกับว่าสิ่งที่เธอเรียกกำลังทำหน้าที่คอยปกป้องเธออยู่ในเงามืด
“ปกป้องฉันไว้”มายากระซิบพลางเริ่มเดินอย่างช้าๆ เข้าไปในบ้านร้าง ประตูไม้เก่าๆส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเมื่อเธอผลักมันเปิดออกเสียงใบไม้ที่ถูกเหยียบใต้เท้าดังกรอบแกร็บไปทั่วบริเวณสร้างบรรยากาศที่ชวนให้ใจเต้นแรง
ขณะที่มายากำลังสำรวจภายในบ้านเสียงปริศนาก็ดังขึ้นจากความมืดที่อยู่เบื้องหน้า“เธอเองก็เป็ผู้ใช้เวทย์มนตร์สินะ”
มายาใเล็กน้อยแต่พยายามรักษาท่าทีระวังตัว เธอจ้องไปยังต้นเสียงแล้วพูดออกมาอย่างมั่นใจ “แกคือกร สินะ”
เงามืดค่อยๆขยับเผยให้เห็นชายคนหนึ่งที่เดินออกมาจากมุมห้องดวงตาของเขาส่องประกายด้วยความเยือกเย็น “รู้ชื่อฉันด้วยเหรอ ในะเนี้ย”กรตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดกึ่งจริงจัง
มายาไม่เสียเวลาพูดเล่นเธอถามตรงไปตรงมา “แก้าจะทำอะไรกันแน่”
กรยิ้มเบาๆพลางกอดอกด้วยท่าทางสบายๆ “ก็ไม่ได้ทำอะไรนิ เธอต่างหากที่มาหาฉัน อยากได้อะไร”
ดวงตาของมายาเป็ประกายด้วยความสงสัยและโกรธเคือง“เหรอ แล้วแกจะอธิบายซากศพรอบๆ บริเวณนี้ว่ายังไง ฝีมือแกใช่ไหม”
กรยิ้มเยาะเมื่อได้ยินคำกล่าวหาของมายา"อย่าใส่ร้ายกันสิ เธอไม่มีหลักฐานอะไรสักหน่อย"
มายาจ้องไปที่กรด้วยแววตาแข็งกร้าวก่อนตอบกลับ "งั้นเหรอ แต่นิมิตที่ฉันเห็นและทุกอย่างที่ฉันสืบมามันพาฉันมาหาแก ถ้าอย่างนั้นขอลองหน่อยก็แล้วกัน"
ทันทีที่พูดจบควายธนูที่เธออัญเชิญพุ่งทะลุกำแพงบ้านด้วยความเร็วสูงตรงเข้าหากรแต่ก่อนที่มันจะถึงตัวเขา จู่ๆดินจากพื้นก็พุ่งงอกขึ้นมาเป็หนามแหลมทะลุร่างของควายธนูอย่างง่ายดายมายาใเมื่อเห็นเวทมนตร์ของตัวเองถูกทำลายลงในพริบตา
กรหัวเราะเยาะเบาๆ“ควายธนูเหรอ ไม่เจอเวทย์แบบนี้มานานแล้ว”
ความตกตะลึงแวบผ่านหน้ามายา"นั่นมันเวทย์แบบไหนกัน..."เธอรีบหยิบเหล็กไหลออกจากกระเป๋าแล้วปล่อยให้มันซึมเข้าสู่ร่างกายของเธอรู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
กรยืนมองด้วยท่าทีสบายๆพลางพูดขึ้น "ว่าจะเก็บตัวอยู่เงียบๆ รอวันที่ประตูเปิดออกแท้ๆแต่ถ้าเธออยากเล่น ฉันก็จะเป็เพื่อนเล่นให้เอง"
กรยกมือขึ้นเสียงิญญาโหยหวนดังขึ้นจากทุกทิศทาง ซากศพที่เคยเกลื่อนกลาดรอบบริเวณค่อยๆฟื้นคืนชีพขึ้นมาทีละตัว กลายเป็ผีปอบที่เต็มไปด้วยความหิวโหยและความโกรธเกรี้ยวพวกมันส่งเสียงคำรามต่ำและเริ่มเดินโซเซเข้าหามายา
“เสียดายที่เธออาจไม่ได้อยู่เห็นสิ่งที่ฉันจะทำ”กรกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ราวกับเตรียมพร้อมสำหรับแผนการที่ชั่วร้ายบางอย่าง
มายาจ้องมองไปที่กรและเหล่าผีปอบด้วยความระแวดระวัง"แก้าจะทำอะไร แต่จากนิมิตที่ฉันเห็น มันต้องไม่ใช่เื่ดีแน่"เธอกล่าวพร้อมตั้งท่าเตรียมรับมือ
กรยืนจ้องมายาด้วยสายตาเยือกเย็นพลางพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ "กำจัดมวลมนุษย์ยังไงล่ะฉันคือผู้ที่จะมาลงโทษมนุษย์ผู้บาปหนาที่เอาแต่ทำบาปไม่เว้นแต่ละวันมันถึงเวลาที่ต้องกวาดล้างแล้ว"
มายาจ้องกลับด้วยความใและความไม่เชื่อ"พูดบ้าอะไรของแก เสียสติไปแล้วหรือไง"
กรหัวเราะเบา ๆก่อนจะพูดต่อ "จะว่าฉันบ้าก็ได้ เมื่อวันที่แสงจากพระอาทิตย์มืดลงประตูจากอีกโลกจะเปิดออก แล้วพลังจากอีกโลกจะหลั่งไหลเข้ามาที่ฉันและตอนนั้นมนุษย์จะต้องได้รับการกวาดล้าง"
ขณะที่กรพูดผีปอบที่ถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพเริ่มเคลื่อนไหวพวกมันวิ่งพุ่งเข้าหามายาด้วยความรวดเร็ว เธอถอยหลังตั้งรับแต่หนึ่งในผีปอบกระโจนมาข้างหลังแล้วกัดเข้าที่ไหล่เธอ ทว่าเหล็กไหลในร่างกายของเธอทำให้มันกัดไม่เข้า มายาสะบัดตัวผลักผีปอบล้มลงกับพื้นจากนั้นเธอควักกระเป๋าอัญเชิญควายธนูออกมาอีกสองตัว เพื่อต่อกรกับผีปอบที่เหลือ
สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นมายารู้ดีว่าเธอต้องหนีจากตรงนี้ให้ได้ แต่กรไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีง่าย ๆเขายกมือขึ้นและใช้พลังสร้างกำแพงดินมหึมาล้อมรอบเธอไว้ไม่ให้หนีไปได้"จะหนีไปไหน?" เขาะโด้วยความเหี้ยมเกรียม
มายาไม่เสียเวลาเธอเรียกฝูงต่อแตนที่เคยเสกไว้ออกมาอีกครั้ง ฝูงต่อแตนพุ่งไปก่อกวนกรอย่างรวดเร็วทำให้กรต้องเสียเวลาตั้งรับและสะบัดพวกมันออกจากตัว่เวลานั้นทำให้มายาเห็นโอกาส เธอรีบวิ่งหนีออกจากบ้านร้างทันทีขณะที่กำแพงดินค่อยๆ สลายไปเมื่อกรเสียสมาธิ
เธอวิ่งมาอย่างรวดเร็วไม่หันกลับไปมอง และฝ่าดงใบไม้และต้นไม้ในป่า จนกระทั่งเธอคิดว่าตัวเองปลอดภัยแล้วมายาหยุดพักหอบหายใจพลางพูดกับตัวเอง "ต้องหาคนมาช่วยจัดการมันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป..."
เธอรู้ดีว่ากรไม่ใช่ภัยธรรมดาและหากปล่อยไว้ตามแผนของเขา โลกนี้อาจต้องเผชิญกับความหายนะครั้งใหญ่
มายาเดินตรงไปที่บ้านพักโทรมๆหลังหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเงียบแต่ภายในบ้านนั้นมีชายคนหนึ่งกำลังขนของออกจากท้ายกระบะด้วยท่าทางที่ไม่ใส่ใจมายาไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เดินตรงไปที่ประตูและเริ่มเคาะ
มอส หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ม้าขาว”หยุดขนของชั่วครู่แล้วหันมาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "จะเคาะทำไมวะ ก็เห็นอยู่ว่ามีคนยกของอยู่ตรงนี้"
มายาตอบโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง"ฉันไม่ได้มาหานาย"
มอสเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย"มาหาอะไร หรือจะมาเอาอะไร ของพึ่งมาส่งเลย ไอซ์ เคตามีน หรือกัญชา"
มายาไม่สนใจสิ่งที่มอสพูดและเคาะประตูต่อไปด้วยท่าทางมุ่งมั่น
มอสพูดต่อด้วยความหงุดหงิดมากขึ้น"ก็บอกแล้วไงว่าของอยู่นี่"
มายาเหลียวกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว"ฉันไม่สนใจของพวกนั้น ฉัน้าเจอคนที่อยู่ด้านใน"
มอสทำท่าเหนื่อยใจ "นี่บ้านฉันไม่มีใครอยู่ด้านในหรอก ฉันอยู่คนเดียว"
มายาจ้องหน้ามอสด้วยสายตาแน่วแน่"ฉันรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ ฉันขอเข้าไปนะ"
มอสยืนขวางประตู "เข้าไปไม่ได้!ก็บอกว่าอยู่คนเดียวไง เธอจะมาหาใคร บ้านหลังนี้ก็มีแค่ฉัน"
โดยไม่สนใจคำพูดของมอสมายาผลักประตูเข้าไปทันที มอสพยายามวิ่งตามมาขวางแต่เธอไหวพริบไววิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นสองอย่างรวดเร็วเธอเปิดประตูห้องหนึ่งเข้าไปและพบชายคนหนึ่งกำลังนั่งเล่นเกมอยู่หน้าจอสว่างเป็ประกายจากภาพเกมที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
มายายืนนิ่งอยู่หน้าประตูหัวใจของเธอเต้นแรง ขณะที่เธอจ้องมองชายคนนั้นแล้วพูดขึ้น"ฉันรู้ว่านายอยู่ที่นี่..."
ปาล์ม หรือนามที่รู้จักPALMER46 เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอเกมด้วยความงุนงงเมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงบุกเข้ามาในห้อง"ใครนะ ห้องมอสอยู่อีกห้องหนึ่งนะ"
มายาจ้องมองเขาด้วยความมั่นใจ "ปาล์ม…PALMER46 ฉัน้าให้นายช่วย ฉัน มายาเอง"
ปาล์มส่ายหัวด้วยความไม่เข้าใจ"เธอมาผิดที่แล้ว ที่นี่ไม่มี PALMER46 หรอก"
มายาเดินเข้ามาใกล้กว่าเดิม พลางย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"นายนั่นแหละ ฉันมาถูกที่แล้ว ฉันคือมายา คนที่นายเคยช่วยไว้เมื่อนานมาแล้วจากพวกลัทธิบูชามาร นายจำได้ไหม?"
เสียงของเธอทำให้ปาล์มชะงักเขาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยราวกับไม่อยากย้อนนึกถึงความทรงจำเ่าั้"พอเลย...ฉันไม่ค่อยอยากนึกถึงอดีตนัก" เขาถอนหายใจและพยักหน้าเบาๆ"ฉันจำเธอได้แล้ว... เธอ้าอะไรจากฉันล่ะ"
มายารีบอธิบายอย่างรวดเร็ว"มีคนหนึ่งที่อันตรายมาก เขาเป็ผู้ใช้พลังเวทย์ที่แข็งแกร่งสุดๆและเขามีแผนที่จะฆ่าล้างมนุษย์ เราต้องร่วมมือกันหยุดเขา"
PALMER46 ทำท่าทางเบื่อหน่ายและตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่สนใจ"เวทย์มนต์เหรอ ไม่เอาด้วยหรอก ไปสู้กับคนอันตรายแบบนั้น เดี๋ยวก็ตายหรอกเธอเองก็ควรปล่อยๆ ไปเถอะ อย่าไปยุ่งกับเื่ใหญ่โตแบบนี้เลย"
มายาเริ่มรู้สึกหงุดหงิด"ก็บอกแล้วไงว่ามันมีแผนจะล้างบางมนุษย์ จะปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้ยังไง"
ปาล์มหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะยกข้อเสนอ"ถ้ามันใหญ่โตขนาดนั้น ลองไปบอกกลุ่ม BIRD ROCK ดูสิ หรือไม่ก็พวกในรัฐบาล หรืออาจจะเป็กองทัพ"
มายาหันหน้ามองเขาอย่างสิ้นหวัง"บอกไปจะมีใครเชื่อ พวกเขาคงคิดว่าฉันบ้าเปล่าๆที่ฉันมาบอกนายเพราะไม่รู้จะขอให้ใครช่วยอีกแล้วนายเป็คนเดียวที่ฉันคิดออกว่าจะสามารถรับมือกับเื่นี้ได้"
PALMER46 ยืนพิงกำแพงพร้อมถอนหายใจหนักๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเ็า"ฉันไม่ไปหรอก มันไม่ใช่ธุระอะไรของฉัน ไว้มันออกมากวาดล้างมนุษย์เมื่อไหร่ฉันค่อยไปจัดการก็ได้"
มายาเริ่มเสียงแข็งขึ้นพลางพูดอย่างจริงจัง"ถึงตอนนั้นพลังของมันจะมากพอจนต่อให้ทั้งกองทัพหรือโลกนี้ก็ไม่สามารถหยุดมันได้อีกแล้ว!"
PALMER46 ยักไหล่อย่างไม่สนใจ "เธอคิดมากไปเองรึเปล่า? อะไรมันจะพลังเยอะขนาดนั้น"
"ฉันพูดจริงไม่งั้นคงไม่ขอร้องให้นายช่วยแบบนี้" มายากล่าวด้วยน้ำเสียงเว้าวอนขณะที่น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
PALMER46 หัวเราะเบาๆ ด้วยความเหนื่อยใจ "ฉันไม่รับบทฮีโร่หรอกถ้าศัตรูจะแข็งแกร่งขนาดนั้นก็ปล่อยให้มันทำลายมนุษย์ไปเถอะเธอคิดผิดแล้วที่มาขอให้ฉันช่วย ฉันคือฆาตกรที่มีค่าหัวนะไม่ใช่ฮีโร่อย่างที่เธอคิด"
น้ำตาของมายาเริ่มไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่"โถ่เว้ย ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง ฉันอุตส่าห์เห็นคุณเป็ฮีโร่นะฉันมองคุณผิดไปจริงๆ"
PALMER46 เงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดเบาๆ "ขอโทษนะ...แต่มีคนคนหนึ่งที่อาจช่วยเธอได้ เขาคือศัตรูของฉันที่เคยเอาชนะฉันได้ เขาชื่อ PEETORDER"
แม้จะผิดหวังในตัวPALMER46 แต่มายาก็รับข้อมูลนี้อย่างไม่อาจเลือกเธอพยักหน้าและรีบออกไปจากบ้าน เพื่อตามหา PEETORDER ความผิดหวังสะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอขณะที่ PALMER46 ยืนส่งเธอด้วยสายตาเงียบงันจนเธอหายไปจากสายตา
เขาพึมพำเบาๆราวกับพูดกับตัวเอง "ศัตรูที่ใช้เวทย์มนต์..."
เสียงของ มอส ดังขึ้นข้างหลังพร้อมกับเสียงหัวเราะเ้าเล่ห์"แหม มีสาวสวยแบบนั้นไม่แนะนำให้รู้จักกันบ้างเลยนะ จะเก็บไว้คนเดียวหรือไง"
PALMER46 หันมามองมอสด้วยท่าทีเบื่อหน่าย "ฉันมีเื่ให้ช่วยหน่อย"
มอสขยับเข้าไปใกล้พลางถามด้วยท่าทีสนใจ "อะไรเหรอ ว่ามาเลย..."
ในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครบรรยากาศอบอุ่นและเป็กันเอง พีทและฟางกำลังดินเนอร์ร่วมกันอย่างเงียบสงบท่ามกลางเสียงพูดคุยของลูกค้าคนอื่นและเสียงดนตรีคลอเบาๆ ในร้าน
พีทยิ้มให้ฟางก่อนจะพูด"ผมขอไปเข้าห้องน้ำแปปนะ"
ฟางพยักหน้าอย่างอ่อนโยนขณะที่พีทลุกจากโต๊ะและเดินไปยังห้องน้ำ ภายในห้องน้ำที่เงียบสงบพีทยืนหน้ากระจกพร้อมด้วยหัวใจที่เต้นแรง เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทและหยิบแหวนขอแต่งงานที่ซ่อนไว้ออกมา
เขามองแหวนที่อยู่ในมือพลางพึมพำซ้อมพูดกับตัวเอง“ถึงเวลาจริง ๆ แล้ว... ตื่นเต้นชะมัดเลย...” เขาพยายามซ้อมคำพูดหน้ากระจก“เราก็อยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้ว แต่งงานกันเถอะ... ไม่ได้ๆ สั้นเกินไป…”เขาคิดคำใหม่ “ไหนๆ คุณก็กำลังมีลูกกับผมแล้ว เรามาแต่งงานกันเถอะ”
ขณะที่พีทกำลังซ้อมอยู่นั้นทันใดนั้น เสียงกดชักโครกดังขึ้นจากห้องน้ำอีกห้องหนึ่งชายคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมด้วยท่าทางยิ้มๆ เมื่อเห็นพีทกำลังซ้อมอยู่
ชายคนนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและสบายใจ“ไม่ต้องซ้อมหรอกครับ พูดความในใจไปก็พอ”
พีทหน้าแดงด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้เขาหัวเราะเบาๆ แล้วพยักหน้า “ครับ ขอบคุณครับ”
ชายคนนั้นยิ้มและเดินออกไปปล่อยให้พีทยืนหน้ากระจกกับแหวนในมือที่รอคอย่เวลาสำคัญที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้...
พีทเดินกลับไปที่โต๊ะด้วยความตื่นเต้นเต็มหัวใจแต่ทันทีที่เขากลับมาถึง จู่ๆ ไฟทั้งร้านก็ดับลง ทุกอย่างเงียบสนิทไปชั่วขณะก่อนที่แสงสปอร์ตไลท์จะส่องตรงไปที่เขา พีทหันมองไปรอบๆ อย่างใแล้วเขาก็เห็นชายที่เขาเจอในห้องน้ำเมื่อครู่ ยืนอยู่ตรงมุมร้านพร้อมกับยกนิ้วให้เป็สัญญาณว่าเขาเตรียมการพิเศษให้สำหรับค่ำคืนนี้ ชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็เ้าของร้านอาหารแห่งนี้
พีทรวบรวมความกล้าหันไปหาฟางที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา ท่ามกลางความเงียบสงบของทุกคนในร้าน เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างนุ่มนวลแล้วหยิบแหวนขอแต่งงานที่ซ่อนไว้ออกมา
ด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความรักพีทพูดว่า "ั้แ่วันแรกที่เราเจอกัน จนถึงวันนี้ทุก่เวลาที่ได้อยู่กับคุณเป็สิ่งที่มีค่าและน่าจดจำที่สุดคุณทำให้ทุกวันของผมเต็มไปด้วยความสุขและความหมายวันนี้ผมขอให้คุณอยู่เคียงข้างผมตลอดไป... คุณจะแต่งงานกับผมได้ไหม"
ฟางที่นั่งอยู่ตรงหน้าพีทเริ่มรู้สึกเขินอาย ดวงตาเธอเริ่มเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นและดีใจน้ำตาแห่งความสุขคลอเบ้า เธอยิ้มและตอบกลับอย่างไม่ลังเล "แต่งค่ะ"
ทันทีที่คำตอบของฟางหลุดออกจากปากเสียงตบมือดังกึกก้องขึ้นทั่วทั้งร้านผู้คนรอบตัวลุกขึ้นยืนและปรบมือแสดงความยินดีให้กับทั้งคู่บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักทุกคนต่างชื่นชมและยินดีกับคู่สามีภรรยาคู่ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น
เ้าของร้านอาหารยิ้มกว้างและประกาศเสียงดังด้วยความดีใจ"วันนี้จัดโปรโมชั่นพิเศษ ลด 30% ไปเลยและแจกแชมเปญให้ทุกโต๊ะเลย"
บรรยากาศในร้านยิ่งคึกคักขึ้นไปอีกทุกคนต่างพากันปรบมือและร้องแสดงความยินดี เสียงหัวเราะและบทสนทนาเต็มไปทั่วร้าน มีลูกค้าบางคนเดินเข้ามาชวนพีทดื่มฉลองด้วย
พีทยิ้มและปฏิเสธอย่างสุภาพ"ไม่เป็ไรครับ พอดีผมไม่ดื่ม"
ฟางหันมายิ้มหวานและพูดกับพีทเบาๆ"สักนิดไม่เป็ไรหรอก ถือว่าฉลองกันไง"
พีทยิ้มอย่างเขินๆแล้วร่วมดื่มกับฟางและผู้คนรอบตัวบทสนทนาที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะดำเนินไปอย่างสนุกสนานมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาแซวพีทด้วยท่าทางเป็กันเอง "ยังหนุ่มอยู่ไม่น่ารีบเลยนายพลาดแล้ว"
พีทหัวเราะเบาๆและถามด้วยความสงสัย "อะไรเหรอครับ"
ชายคนนั้นหัวเราะแล้วพูดต่อ"ก็ไหนจะห้ามกลับบ้านดึก ไหนจะไปดื่มกับเพื่อนก็ไม่ให้ไป และอีกอย่าง...เงินในกระเป๋าก็ได้แค่วันละไม่กี่บาท"
พีทหัวเราะตอบกลับ"เหาะๆ"
ทันใดนั้นภรรยาของชายคนนั้นเดินเข้ามาด้วยสีหน้าหงุดหงิด "พูดบ้าอะไรของแกมานี่เลย"
ทุกคนในร้านหัวเราะขึ้นพร้อมกันอีกคนหนึ่งพูดแซวด้วยเสียงดัง "พบคนกลัวเมียหนึ่งอัตรา ฮาฮาฮา"
พีทหัวเราะและพูดอย่างขำๆ"ไม่ใช่กลัวเมียครับ เค้าเรียกว่าให้เกียรติผู้หญิงต่างหาก"
ชายคนหนึ่งหันมามองพีทด้วยสายตาล้อเลียน"นายเองก็กลัวเมียสินะ"
พีทยิ้มแล้วตอบกลับ"ผมนักสู้นะ ไม่ได้กลัวสักหน่อย"
แต่ทันใดนั้นฟางก็หันมาหาพีทด้วยสายตาที่แสดงความสงสัย "เมื่อกี้ว่าอะไรนะ"
พีทเริ่มเหงื่อตกหัวเราะเบาๆ แล้วตอบเสียงเบา "ป่าวนิ..."
หลังจากที่ทั้งคู่กลับมาถึงบ้านฟางเปิดประตูห้องและพยุงพีทที่เมาจากการดื่มเฉลิมฉลองไปนอนบนเตียงนุ่มๆพีทล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้า ฟางมองเขาด้วยความรักและเป็ห่วงก่อนจะถอดเสื้อให้พีทอย่างระมัดระวัง
ฟางยิ้มและพูดเบาๆ"ถ้าไม่อาบน้ำก็ถอดชุดออกก่อนสิ"
พีทยังคงนอนอยู่บนเตียงแต่ทันทีที่ฟางถอดเสื้อให้ เขาก็ดึงฟางลงมานอนกอดไว้แน่นๆ
ฟางหัวเราะเบาๆแต่ก็พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เดี๋ยวก่อนสิ ฉันจะไปอาบน้ำก่อน"
พีทตอบกลับด้วยเสียงเบาๆที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน "ไม่ต้องหรอก มานอนกันเถอะ"
ฟางพยายามดึงตัวออกแต่ไม่สำเร็จ"ไม่ได้หรอกพีท ปล่อยฉันก่อน"
พีทยังคงกอดฟางไว้อย่างแ่าไม่ปล่อยง่ายๆ "ผมรักคุณนะ ที่รัก"
ฟางถอนหายใจเล็กน้อยแต่หัวใจของเธอกลับอบอุ่นขึ้นมา "ก็ได้... ฉันเองก็รักนายเหมือนกัน"
ทั้งคู่ค่อยๆนอนกอดกันบนเตียง ท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืน
เช้าวันใหม่อากาศสดชื่นพีทกำลังวิดพื้นอยู่ในห้องอย่างตั้งใจ เหงื่อไหลท่วมร่างขณะที่ฟางนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างสบายใจ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลายครั้ง
ฟางงัวเงียและพูดเสียงเบา"ที่รัก... ไปเปิดประตูหน่อย"
พีทที่กำลังใกล้จะครบจำนวนวิดพื้นพูดกลับด้วยน้ำเสียงขอเวลานิดหน่อย"อีกแปปนึง จะครบแล้ว"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้ฟางเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย "ไปเปิดเลย เร็วๆ หน่อย"
พีทยอมลุกขึ้นด้วยความเสียดาย"ก็ได้ๆ" เขาพูดพลางลุกขึ้นเดินไปที่ประตูทั้งตัวเต็มไปด้วยเหงื่อจากการออกกำลังกาย
เมื่อเขาเปิดประตูออกก็ต้องประหลาดใจเมื่อเจอกับหญิงสาวที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอมีสีหน้าจริงจัง
พีทจ้องมองเธอด้วยความสงสัย"เธอเป็ใครนะ"
มายามองตรงเข้ามาในตาเขาแล้วตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ฉันคือมายา... PALMER46 แนะนำให้ฉันมาหานาย"
พีทได้ยินชื่อPALMER46 ก็ใเล็กน้อย แต่พยักหน้าเข้าใจ "PALMER46 งั้นเหรอ... เข้ามาคุยด้านในก่อนสิ"
พีทเปิดประตูให้มายาเข้ามาขณะที่ฟางยังนอนหลับไม่รู้เื่ในห้อง
มายานั่งลงและเริ่มอธิบายทุกอย่างให้พีทฟังั้แ่เื่ของผู้ใช้เวทย์มนต์ที่อันตรายไปจนถึงแผนการล้างบางมนุษย์ที่ใกล้จะเกิดขึ้นพีทฟังอย่างตั้งใจแต่ยังคงไม่อยากเชื่อ
"นี่จะให้ฉันไปสู้กับคนที่ใช้เวทย์มนต์เหรอเวทย์มนต์มันฟังดูเกินจริงไปหน่อยไหม" พีทถามอย่างสงสัย
มายาถอนหายใจเล็กน้อยเธอคาดไว้แล้วว่าพีทจะไม่เชื่อง่ายๆ "นายอาจคิดว่าฉันบ้าแต่ฉันจะโชว์ให้ดูก็แล้วกัน"
เธอยกมือขึ้นมากำเบาๆจากนั้นเมื่อเธอแบมือออก ผีเสื้อหลายตัวบินออกมาจากอากาศราวกับเกิดขึ้นเองพวกมันบินวนรอบๆ ตัวพีทด้วยแสงสีที่สวยงาม
พีทมองอย่างงุนงงและพูดอย่างไม่แน่ใจ"เธอเป็นักมายากลเหรอ"
มายาหัวเราะเบาๆก่อนจะกำมืออีกครั้ง ทันใดนั้นผีเสื้อที่กำลังบินอยู่รอบๆก็กลายเป็ควันและหายไปในอากาศ
"ทีนี้เชื่อฉันได้รึยังว่าเวทย์มนต์มันมีอยู่จริงๆ หรืออยากให้ฉันเสกหนังควายเข้าท้องนายดี" มายาพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง
พีทมองเธอด้วยสีหน้าใและรีบยกมือยอมแพ้"ก็ได้ๆ เชื่อแล้ว ไม่ต้องเสกอะไรเข้าท้องฉันหรอก"
มายายิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นพีทยอมเชื่อในที่สุด
ฟางที่เพิ่งตื่นเดินออกจากห้องนอนมาขยี้ตาเล็กน้อยแล้วมองไปที่พีทซึ่งกำลังนั่งคุยอยู่กับมายา เธอเอียงคออย่างสงสัย"ใครเหรอ"
พีทหันไปยิ้มให้ฟางแล้วแนะนำ"นี่มายานะ พอดีเธอมีธุระต้องคุยกับฉัน มายา นี่ภรรยาฉันเอง เธอชื่อฟาง"
ฟางยิ้มและพยักหน้าเป็เชิงทักทายก่อนที่จะไปเตรียมอาหารเช้าให้ทั้งพีทและมายา หลังจากเสร็จแล้วเธอวางจานอาหารลงบนโต๊ะและพูดด้วยน้ำเสียงเอาใจใส่ "กินเยอะๆ นะ"
มายาหยิบส้อมขึ้นมาและพูดอย่างชื่นชม"ขอบคุณมากนะ นายโชคดีจริงๆ ที่มีคู่ชีวิตดีๆ แบบนี้ ทั้งสวยทั้งเก่ง"
ฟางหัวเราะเบาๆและตอบอย่างถ่อมตัว "ชมกันเกินไปแล้วล่ะ"
พีทยิ้มและยืนยัน"เขาก็พูดถูกนะ"
ฟางทำหน้าเขินนิดๆ"แหม..."
หลังจากทานอาหารเสร็จมายาลุกขึ้นพร้อมที่จะกลับ เธอหันมาพูดกับฟางและพีท "ฉันขอตัวกลับก่อนนะขอบคุณสำหรับอาหารเช้า"
พีทเดินไปส่งมายาที่ประตูขณะที่เขากำลังเปิดประตูให้เธอ เขาก็พูดขึ้น "เื่ที่เธอชวนฉันไปสู้ฉันจะลองคิดดูก็ได้"
มายามองพีทด้วยสายตาจริงจัง"แต่อย่าลืมนะ อีกไม่กี่วันจะเกิดสุริยคราส ถ้าเกิดกรได้พลังจากอีกโลกมาแล้วนายอาจจะไม่ได้อยู่กับคนที่นายรักอีก... ถ้านายตัดสินใจได้แล้วติดต่อฉันมาให้เร็วที่สุด"
พีทพยักหน้าเบาๆขณะที่มายาก้าวออกไปจากประตู ความกังวลเริ่มก่อตัวในใจของเขา
พีทเดินกลับไปหาฟางที่ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะหลังจากที่มายาออกไปแล้วฟางมองเขาด้วยความสงสัย "มีเื่อะไรกันเหรอ"
พีทพยายามหาคำตอบที่ฟังดูไม่ยุ่งยากเกินไป"พอดีผมต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดนะ"
ฟางขมวดคิ้วเล็กน้อย"ที่ไหนเหรอ"
"สุราษฎร์ธานี"พีทตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
ฟางเริ่มมีสีหน้าเป็ห่วงขึ้นมาทันที"แถวนั้นมันอันตรายนะ กลุ่ม BIRD ROCK ปกครองอยู่ด้วย"
พีทยิ้มเบาๆพยายามปลอบฟาง "ไม่เป็ไรหรอก ผมดูแลตัวเองได้"
ฟางยังคงกังวลอยู่"นายจะไปนานไหม? อีกไม่กี่วันเราจะแต่งงานกันแล้วนะ"
พีทกุมมือฟางแล้วพูดด้วยความมั่นใจ"ผมกลับมาทันแน่ ผมสัญญา"
ฟางพยายามยิ้มแต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดแซว"ถ้ากลับมาไม่ทันฉันโกรธนะ"
พีทหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดึงฟางเข้ามากอดอย่างแแ่"ทันอยู่แล้วนะที่รัก ผมจะกลับมาทันเวลาแต่งงานแน่นอน"
ทั้งคู่กอดกันอยู่ในความเงียบงันฟางยังคงรู้สึกห่วงใย แต่ก็วางใจในคำสัญญาของพีท
พีทและมายาเดินทางมาถึงสุราษฎร์ธานีทั้งคู่เดินไปตามท้องถนนที่โล่งและพังทลายจากการถูกทิ้งร้างเป็เวลานานบรรยากาศรอบตัวดูเงียบเหงาและมืดมนมากกว่าที่พีทจำได้
พีทมองไปรอบๆและพึมพำเบาๆ "ดูต่างจากเมื่อก่อนมากเลยนะ"
มายาหันไปมองเขาด้วยความสงสัย"นายเคยมาแล้วเหรอ"
"เคยมาล่าPALMER46 นะ" พีทตอบขณะมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าครุ่นคิด
มายาพยักหน้า"อาจเป็เพราะการต่อสู้ระหว่างกลุ่ม BIRD ROCK กับกองทัพนั่นแหละ เมืองถึงได้อยู่ในสภาพนี้..."เธอหยุดนิดหนึ่งก่อนจะถามด้วยความสงสัย "เื่ที่นายชนะ PALMER46 นี่ จริงเหรอ"
พีทถอนหายใจเล็กน้อย"ไม่รู้สิ... เพราะสุดท้ายหมอนั่นก็หนีไปได้และฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าหมอนั่นเอาจริงหรือเปล่า"
มายาพยักหน้าเบาๆขณะที่ทั้งคู่เดินต่อไปในความเงียบ เธอรู้ดีว่าพีทมีความสามารถ แต่ในสถานการณ์นี้พลังของศัตรูอาจจะเกินกว่าที่เขาเคยเจอมา
ทั้งคู่เดินจนเห็นหมู่บ้านหนึ่งจากระยะไกลบรรยากาศรอบๆ หมู่บ้านนั้นดูน่าขนลุกผิดปกติมายาหยุดชะงักและยกมือขึ้นเพื่อให้พีทหยุดด้วย
"หยุดก่อน...เหมือนฉันจะััอะไรได้" มายาพูดเบาๆ ขณะหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องดู
ภาพที่ปรากฏในสายตาของเธอคือชาวบ้านที่เคลื่อนไหวอย่างผิดปกติดูเหมือนพวกเขาไม่ได้ใช้ชีวิตปกติแต่เหมือนถูกบังคับให้เคลื่อนไหวด้วยพลังบางอย่าง
"ขอดูหน่อยสิ"พีทถามพร้อมรับกล้องส่องทางไกลจากมายาไปส่องดู "เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา"
มายาอธิบายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม"พวกเขาตายไปแล้ว แต่โดนปลุกขึ้นมาเป็ผีปอบด้วยพลังของกร"
พีทขมวดคิ้วอย่างตระหนก"เราควรจะเดินอ้อมไปนะ"
มายามองพีทด้วยสายตาท้าทาย"เกิดกลัวขึ้นมาเหรอ"
พีทตอบอย่างตรงไปตรงมา"ฉันไม่เคยฆ่าคนนะ ถ้าจะหยุดพวกนั้นมีแต่ต้องฆ่าใช่ไหมล่ะฉันทำไม่ลงหรอก"
มายาพยักหน้ารับ"เหรอ... ก็ได้"
ในขณะเดียวกันผีปอบตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเขาเริ่มหันมามองและสังเกตเห็นพวกเขามันร้องโหยหวนออกมาเสียงดังแล้วพุ่งเข้ามาใส่ทันที เสียงนั้นดึงดูดผีปอบตัวอื่นๆให้หันมาทางพวกเขาและเริ่มไล่ตามเข้ามา
พีทไม่มีทางเลือกเขาต่อยผีปอบตัวหนึ่งที่วิ่งเข้ามาใกล้จนมันกระเด็นออกไปเล็กน้อย แล้วะโออกมา"วิ่ง มายา วิ่ง"
ทั้งคู่รีบวิ่งหนีผีปอบที่กำลังไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว
พีทและมายาวิ่งหนีด้วยความเร็วขณะที่ผีปอบยังคงไล่ตามไม่ลดละ ทันใดนั้น มายายกมือขึ้นและใช้เวทย์มนต์ของเธอสร้างร่างเงาแยกของทั้งคู่ขึ้นมาร่างปลอมเ่าั้วิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามกับพวกเขา และผีปอบก็ถูกล่อไปอีกทาง
มายายิ้มเล็กน้อยและพูดด้วยความโล่งใจ"พวกมันตามร่างปลอมของพวกเราไปแล้ว"
พีทที่ยังคงหอบจากการวิ่งหันมามองมายาด้วยความประหลาดใจ "ว้าว... เวทย์มนต์มีประโยชน์มากเลย"
มายาพยักหน้าเล็กน้อย"ใช่ แต่ว่า..." เธอหยุดนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ถ้ามีคนเอาไปใช้ในเื่เลวร้าย มันก็จะกลายเป็อันตรายสุดๆ ไปเลย"
ทั้งคู่เดินทางต่อไปตามพลังที่มายาััได้จนกระทั่งเธอรู้สึกได้ว่ากร อยู่ใกล้มากแล้ว
"เราอยู่ใกล้เขาแล้ว"มายากระซิบบอกพีท
พีทยิ้มอย่างมั่นใจและเริ่มถอดเสื้อออก"ได้เลย ฉันจะอัดมันเอง"
แต่ก่อนที่พีทจะลงมือมายาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและอธิบายแผนของเธอ "ฟังนะ เราจะทำตามแผนนี้นายต้องทำให้กรใช้พลังออกมา แล้วฉันจะอัดคลิปไว้ นายแค่หนีและถ่วงเวลาให้พอ จากนั้นฉันจะเอาคลิปนี้ไปให้พวกกลุ่มBIRD ROCK ดู เพื่อให้พวกเขาเอาอาวุธมาถล่มกร"
พีทหัวเราะเบาๆพลางยิ้มมั่นใจ "แต่ถ้าฉันอัดมันได้ก็ไม่ว่าใช่ไหม"
มายาพยักหน้าเล็กน้อย"ได้ แต่ระวังตัวหน่อย ทางที่ดีอย่าประมาท พลังของมันอันตรายมากมันอาจฆ่านายได้ทุกวินาที ระวังการโจมตีจากพื้นดินและรอบตัวไว้ดีๆ"
เมื่อมายาเปิดกล้องและกดบันทึกพีทเริ่มเดินตรงไปเรื่อยๆ แล้วะโเสียงดัง "กร ฉันมาเพื่อจัดการกับแกโผล่หัวมาซะ"
ทันใดนั้นพื้นดินเริ่มสั่นะเืเล็กน้อยก่อนที่ดินแหลมจะงอกออกมาจากพื้นตรงหน้าพีทเขาโยกตัวหลบอย่างรวดเร็ว เฉียดไปเพียงนิดเดียว
พีทพึมพำกับตัวเอง"เกือบไปแล้ว..."
เสียงเ็าของกรดังขึ้นจากเงามืด"หลบทันเหรอ สัญชาตญาณดีนี่ อีกไม่กี่ชั่วโมง สุริยคราส ก็จะมาถึงแล้วเมื่อนั้นจะเป็จุดจบของพวกแก ไม่เห็นต้องรีบมาตายเลย"
มายาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวล "สุริยคราสอีกไม่กี่ชั่วโมง นี่ฉันจำวันผิดเหรอ...พลาดครั้งใหญ่แล้ว"
พีทหันมามองมายาด้วยความใ"พลาดยังไง"
"ฉันคิดว่าเรามีเวลาเตรียมตัวมากกว่านี้แต่สุริยคราสเกิดเร็วกว่าที่คิด นั่นหมายความว่าเราต้องหยุดกรเดี๋ยวนี้ก่อนที่เขาจะได้พลังจากอีกโลก!" มายารีบตอบด้วยความตื่นเต้นขณะที่กรเริ่มปลดปล่อยพลังอันตรายออกมารอบๆ
พีทรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การถ่วงเวลาอีกต่อไปมันคือการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในเวลาที่เหลือไม่มากแล้ว...
พีทพุ่งเข้าหากรด้วยความรวดเร็วแต่กรหลบได้อย่างว่องไว ก่อนจะใช้พลังผลักพีทจนลอยกระเด็นไปชนกำแพงอย่างแรง ทว่าพีทไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาลุกขึ้นและวิ่งเข้าใส่กรอีกครั้ง
กรยกมือขึ้นพร้อมใช้พลังดินทำให้หนามแหลมงอกจากพื้นดินตรงทางที่พีทวิ่งมาแต่พีทก็สามารถหลบได้อย่างคล่องแคล่ว เขาพุ่งเข้าหากรอย่างดุดันแต่กรหยิบไฟแช็คขึ้นมาและใช้พลังเวทย์ทำให้เปลวไฟลุกท่วมอย่างรุนแรงเปลวไฟนั้นกันพีทไม่ให้เข้าใกล้กรได้
มายาที่เฝ้ามองการต่อสู้รีบกดหยุดการอัดคลิป เมื่อเห็นว่าพีทกำลังลำบากเธอรู้ว่าถ้าไม่ทำอะไรตอนนี้ทุกอย่างจะสายเกินไป เธอรีบวิ่งออกไปทันทีมุ่งหน้าเอาหลักฐานที่เธอได้อัดไว้มอบให้กลุ่ม BIRD ROCK เพื่อขอความช่วยเหลือ
มายาวิ่งด้วยความรวดเร็วเธอรู้ว่าพลังของกรกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆและเวลาที่สุริยคราสจะมาถึงใกล้เข้ามาแล้ว
พีทคว้าหินก้อนหนึ่งขึ้นมาแล้วโยนใส่กรด้วยความหวังว่าจะสร้างช่องทางโจมตีแต่กรใช้พลังเวทย์หยุดหินก้อนนั้นกลางอากาศ แล้วดีดมันกลับไปทางพีทพีทรีบหลบอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาเคลื่อนไหวอย่างว่องไวในขณะที่พยายามจะเข้าใกล้กรแต่กรใช้พลังขยายเปลวไฟจากไฟแช็คให้ลุกท่วมมากขึ้น ทำให้พีทไม่สามารถเข้าใกล้ได้
พีทวิ่งไปที่บ่อน้ำขังเล็กๆ ข้างทางก่อนจะเตะน้ำขึ้นจนมันกระเด็นไปโดนกร ทำให้กรเปียกเล็กน้อย
กรหัวเราะเบาๆ และพูดอย่างดูถูก"เล่นตลกอะไรของแก คิดจะทำให้ฉันหนาวตายรึยังไง"
พีทไม่เสียเวลาเขาพุ่งเข้าหากรอีกครั้ง ขณะที่กรพยายามจะใช้พลังขยายไฟจากไฟแช็คอีกครั้งแต่คราวนี้ไฟแช็คไม่ติด เปลวไฟไม่ลุกขึ้นเหมือนก่อน
กรหรี่ตาอย่างใ"นี่แกคิดไว้แล้วเหรอ"
พีทฉวยโอกาสที่กรเสียการควบคุมพลังพุ่งเข้าไปต่อยหน้ากรเต็มแรง พีทไม่หยุดแค่นั้นเขาถีบซ้ำเข้าไปอีกครั้งจนกรกระเด็นไปไกล กรนอนกองอยู่บนพื้น เืไหลออกมาจากจมูก
กรหัวเราะเสียงเย็นและพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น"เก่งดีนี่ ขอทราบชื่อแกหน่อยได้ไหม... ไว้จะทำหลุมศพให้"
พีทยืนตรงและตอบกลับด้วยน้ำเสียงแน่วแน่"ฉันคือ PEETORDER"
กรเช็ดเืที่จมูกพลางหัวเราะในลำคอ"PEETORDERงั้นเหรอ... น่าสนุกดีนี่ถือว่าวอร์มอัพก่อนที่ฉันจะได้พลังที่แท้จริงหลักจากเกิดสุริยคราสก็แล้วกัน"
พีทรู้ดีว่าการต่อสู้ยังไม่จบแต่เขาต้องถ่วงเวลาให้มายานำหลักฐานไปถึงกลุ่ม BIRD ROCK ให้ทัน
พีทพุ่งเข้าใส่กรอีกครั้งด้วยความเร็วแต่กรสร้างหนามแหลมขึ้นมาตามทางที่พีทวิ่งมา ขณะที่พีทเข้าถึงตัวกรและต่อยทะลุกรไปมันกลับเป็เพียงร่างปลอมที่กรสร้างขึ้นระหว่างการสนทนา
"ผิดตัวแล้ว"กรพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ จากนั้นเขาใช้พลังดึงน้ำขังรอบๆมารวมกันเป็มวลน้ำขนาดใหญ่ ก่อนจะยิงมันใส่พีทมวลน้ำมหึมาพุ่งเข้าใส่พีทอย่างรวดเร็ว เกินกว่าที่พีทจะหลบได้ทันน้ำพุ่งเข้าใส่เขาเต็มๆ และส่งเขาลอยไปกระแทกกำแพงบ้านอย่างรุนแรง พีทนอนนิ่งอยู่สักพักก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมา
พีทพูดอย่างเยาะเย้ย"คิดจะทำให้ฉันเปียกจนหนาวตายรึไง"
กรยิ้มบางๆ "แข็งแกร่งดีนี่"
พีทพุ่งเข้าใส่กรอีกครั้งแต่คราวนี้กรใช้พลังสร้างลมที่แรงจนทำให้หินหลายก้อนลอยขึ้นจากพื้นหินพุ่งเข้ากระแทกพีทอย่างต่อเนื่องจนเืไหลออก พีทแม้จะเจ็บแต่ก็ยังคงอดทนและพุ่งไปจับหัวของกรแล้วกดลงกับพื้นอย่างแรง
กรร้องด้วยความเ็ป "โอ้ยมากไปแล้วนะ" ทันใดนั้นกรปล่อยออร่าพลังสีดำออกจากตัวและยิงพลังงานสีดำออกจากมือใส่พีทอย่างแรงจนพีทกระเด็นไปชนกำแพงอีกครั้งอย่างรุนแรง
พีทหอบหายใจหนักๆและพูดด้วยความประหลาดใจ "ยังมีพลังแบบอื่นอีกเหรอ"
กรเริ่มปลดปล่อยออร่าพลังสีดำออกจากตัวมากขึ้นตัวของเขาลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย พลังสีดำค่อยๆ รวมตัวที่มือของกรเขายิงพลังงานสีดำใส่พีทอย่างรัวๆ พีทพยายามหลบอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วแต่ไม่อาจหลบได้หมด พลังงานสีดำพุ่งเข้าใส่พีทเต็มๆ จนเขากระเด็นกระแทกกำแพงอีกครั้งอย่างแรงและล้มลงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง
กรยืนมองพีทที่นอนอยู่และพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน"คงหมดเวลาของแกแล้ว... ฉันชนะ"
เสียงรถยนต์ดังก้องมาจากระยะไกลทันใดนั้นกลุ่ม BIRD ROCK พร้อมอาวุธหนักที่มายาไปขอความช่วยเหลือก็ปรากฏตัวขึ้น รถจอดเรียงรายเป็แถวขณะที่สมาชิกของ BIRD ROCK จำนวนมากลงมาจากรถ พร้อมกับเล็งปืนไปที่กร
หนึ่งในสมาชิกกลุ่มBIRD ROCK ะโออกคำสั่ง "หยุดนะ"
กรที่กำลังมีออร่าพลังสีดำอยู่เต็มตัวหันไปมองพวกเขาด้วยสายตาโกรธเคืองพีทที่นอนอยู่บนพื้นมองไปที่กรและพูดอย่างแ่เบาแต่มั่นใจ "ใครกันแน่ที่ชนะ"
มายาวิ่งเข้ามาและประคองพีทให้ลุกขึ้นเธอยิ้มและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เราชนะแล้ว"
พีทยิ้มล้าๆ และพูดติดตลก"มาช้าไปสักนิดนะ"
มายาหัวเราะเบาๆ"มาช้าก็ดีกว่าไม่มาเลย... ไหนบอกจะอัดมันไง"
กลุ่ม BIRD ROCK ะโเตือนกรอีกครั้ง "วางมือของแกลงบนพื้นเดี๋ยวนี้"
กรหันไปมองพวกเขาอย่างเ็า เขาเริ่มคำนวณสถานการณ์ตอนนี้เขาถูกปืนเล็งใส่จากทุกทิศทาง
กรยิ้มอย่างเยาะเย้ยขณะที่เขาวางมือััพื้น"ก็ได้ๆ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเ็ารอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาทำให้พีทรู้สึกไม่สบายใจ
พีทสังเกตเห็นรอยยิ้มนั้นและะโออกมาอย่างรวดเร็ว"มันกำลังยิ้ม" เขามองลงไปที่พื้นใต้เท้า "ทุกคนระวัง"และในทันที เขาผลักมายาออกไปให้พ้นจากจุดที่ยืนอยู่ ก่อนจะะโตามไป
ทันใดนั้นหนามดินแหลมงอกจากพื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เสียบทะลุร่างของกลุ่มBIRD ROCK ที่ยืนอยู่รอบๆ จนตายหมดในพริบตาพื้นที่เต็มไปด้วยเืและซากศพของผู้เคราะห์ร้าย
พีทสบถด้วยความโกรธ"โถ่เว้ย" แต่ทันทีที่เขามองไปทางมายาและเห็นว่าเธอปลอดภัยเขาถอนหายใจอย่างโล่งใจ
มายาพยักหน้าขอบคุณ "เกือบตายแล้วขอบคุณมากที่ช่วยฉันไว้"
พีทส่ายหน้า"ยังไม่ใช่เวลามาขอบคุณหรอก..."
กรหัวเราะเสียงเย็นขณะมองดูผลงานของตัวเอง"ใครกันแน่ที่ชนะ... ขอบคุณสำหรับิญญา!"
กรยกมือขึ้นและดึงิญญาของกลุ่มBIRD ROCK ขึ้นมาจากซากศพ เสริมพลังให้ตัวเองพลังสีดำรอบตัวเขายิ่งเข้มข้นขึ้น
กรที่พลังเพิ่มขึ้นส่งเสียงหัวเราะดังลั่น"ฮาฮาฮาฮาฮาฮาฮาฮาฮาฮา" ร่างของเขาลอยขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อยขณะที่หินจำนวนมากลอยขึ้นมาตามรอบตัวกร และหมุนรอบเขาด้วยความเร็วที่น่ากลัวออร่าพลังสีดำที่แผ่กระจายออกมาทำให้พีทรู้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะยากขึ้นกว่าที่คิด
"พลังของเขาเพิ่มขึ้นมาก..."มายากระซิบด้วยความกังวล พีทรู้ดีว่าเวลาของพวกเขากำลังจะหมดลง
ท่ามกลางความเงียบและการเริ่มเกิดสุริยุปราคามายามองไปที่ดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆ มืดลง ก่อนจะกลับมามองกรด้วยความกังวล"แบบนี้แย่แน่... ใกล้จะเกิดสุริยคราสแล้ว"
พีทพยักหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงหนักใจ"แย่สุดๆ เลยต่างหาก"
ทันใดนั้น กรเริ่มแผ่พลังออกมารอบตัวเขาสร้างโดมพลังขนาดั์ล้อมรอบบริเวณทั้งหมดทำให้ไม่สามารถมีใครเข้าหรือออกจากพื้นที่ได้อีก
กรยกมือขึ้นเตรียมยิงพลังมืดใส่พีท"ตายซะ" แต่ก่อนที่เขาจะยิงพลังออกมาทันใดนั้นะุปืนปริศนาก็พุ่งเข้าหัวกรหนึ่งนัด กระแทกเขาล้มลงไปชั่วครู่ ทว่ากรกลับฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว รอยแผลหายไปแทบจะทันที
กรหันไปมองด้วยความโกรธ "ใครวะ โผล่หัวออกมา"
ทันใดนั้นชายปริศนาสวมเสื้อฮูดสีน้ำเงินและหน้ากากไฟ LED สีน้ำเงินค่อยๆเดินออกมาจากเงามืด เขาควงมีดคาบิดไทเทเนียมในมืออย่างเชี่ยวชาญก่อนจะเก็บเข้ากระปลอกมีด แล้วชักปืนออกมายิงใส่หัวกรจนหมดแม็กแต่กรกลับใช้พลังโยนหินเข้าปะทะ ะุไม่อาจทำอะไรได้ขณะที่ชายคนนั้นหลบการโจมตีของกรอย่างคล่องแคล่ว
มายาอ้าปากค้างด้วยความใ"นั่นเขานี่..."
พีทหันไปมองด้วยความประหลาดใจและพึมพำ"PALMER46..."
PALMER46 มองไปที่กรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นการเผชิญหน้าที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป
กรโกรธจัดแผ่พลังมืดชาร์จไว้ที่มือทั้งสองข้างก่อนจะยิงพลังมืดออกไปเป็เส้นตรงด้วยความเร็วสูงจนไม่อาจหลบได้ทันPALMER46 มองเห็นพลังมืดพุ่งเข้ามา แต่แทนที่จะคิดหลบเขาควักสร้อยคอออกมา ซึ่งปลายสร้อยนั้นห้อยตะกรุดอยู่ เมื่อพลังมืดพุ่งเข้าหาเขามันกลับถูกหยุดไว้ราวกับมีพลังบางอย่างเป็โล่คุ้มครอง
PALMER46 ยิ้มเล็กน้อย "ได้ผลด้วยเหรอ"เขาวิ่งตรงเข้าไปฝ่าพลังมืดที่กรยิงมาได้อย่างง่ายดาย
พีทมองด้วยความประหลาดใจ"สุดยอดไป แบบนั้นเข้าน่าจะเข้าถึงตัวได้แน่"
มายาพึมพำ "ตะกรุดเหรอ ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้กัน...แต่มันก็แค่ป้องกันเท่านั้น ขนาดปืนยิงเข้าหัวกรยังฆ่ามันไม่ได้เลย"
ทันใดนั้นPALMER46 ควักมีดกริชออกมามีดที่เขาใช้นั้นมีใบมีดโค้งและคล้ายคลื่น ดูเหมือนจะมีพลังพิเศษ
มายาตาเบิกกว้าง "มีดกริซ...อย่างนี้เองสินะ ถ้าใช้เ้านั้น ต่อให้เป็ผีร้ายหรือปีศาจอะไรก็ฆ่าได้"
PALMER46 พุ่งเข้าใกล้ตัวกรอย่างรวดเร็ว เขาเหยียบซากและะโขึ้นฟ้าหวังจะจู่โจมกรจากมุมสูง
กรหันมาด้วยสีหน้าเย้ยหยัน"ถ้าป้องกันพลังมืดได้ งั้นเอาพลังธรรมชาติไป"กรใช้พลังหินส่งหินขนาดใหญ่พุ่งกระแทกใส่ PALMER46 กลางอากาศ ทว่าด้วยความคล่องแคล่ว PALMER46 หันเท้าไปเตะหินที่พุ่งเข้ามาและใช้แรงจากหินนั้นเพื่อลดแรงกระแทกและดันตัวไปตามแรงหินทำให้เขาสามารถหลบการโจมตีได้อย่างน่าทึ่ง
PALMER46 พูดเบาๆ กับตัวเอง "อันตรายจริงๆ..."
พีทและมายาวิ่งไปหาที่PALMER46 ซึ่งยืนรออยู่พร้อมกับตะกรุดในมือเขายื่นตะกรุดให้พีทและมายา "เอานี่ไป ฉันเอามาเผื่อพวกนายด้วย"
พีทรับตะกรุดไปพร้อมพูด"ขอบคุณมาก"
มายาก็รับไปพร้อมกับกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงจริงใจ"ขอบคุณมากที่มาช่วย แล้วนายมาั้แ่เมื่อไหร่ ไอ้หมอนั่นมันสร้างโดมไม่ให้คนเข้าออกได้นี่นา"
PALMER46 ยักไหล่เล็กน้อย "ฉันมาได้สักพักแล้วล่ะ แค่คอยดูพลังมันก่อน"
มายามองเขาด้วยสายตาตำหนิ"แสดงว่าปล่อยให้พีทสู้คนเดียวมาตลอดเลยสินะ โคตรใจร้ายเลย"
พีทยิ้มเล็กๆ แล้วตอบแทนPALMER46 "ไม่เป็ไรหรอก เขาคงศึกษาพลังของมันอยู่"
PALMER46 หัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์ "ไม่ใช่หรอก...แค่ฉันอยากเห็นแกโดนมันอัดซะมากกว่า แค้นครั้งก่อนฉันยังไม่ลืมเลยนะ"
มายามองไปที่พระอาทิตย์ซึ่งตอนนี้สุริยุปราคากำลังใกล้จะเต็มแล้ว เธอพูดขึ้นอย่างจริงจัง"จะอะไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้เราต้องช่วยกันสู้ก่อนก่อนที่มันจะได้พลังจากสุริยุปราคา"
กรโกรธจัด ยิงหินพุ่งเข้ามาทำให้พีท,มายา, และ PALMER46 ต้องกระจายตัวหนีไปในทิศทางต่างๆกระโอย่างเย้ยหยัน "มัวคุยอะไรกันอยู่"
ทั้งสามรีบรวมพลังกลับมาสู้มายาอัญเชิญควายธนู 3 ตัวและฝูงต่อแตนออกมาควายธนูพุ่งเข้าใส่กร แต่กรใช้พลังมืดยิงทำลายควายธนูได้อย่างง่ายดายฝูงต่อแตนที่พุ่งเข้ามาก็ถูกพลังลมของกรพัดหายไปในพริบตา
ขณะที่กรกำลังหันไปด้านขวาPALMER46 พุ่งเข้ามาพร้อมมีดกริซในมือ เกือบถึงตัวกรแต่กรรีบใช้พลังสร้างกำแพงดินขนาดใหญ่ขึ้นมากันเอาไว้ และทำให้กำแพงนั้นล้มลงไปทางPALMER46 ซึ่งเขารีบวิ่งหลบออกมาได้ทันเวลา
กรหันไปทางด้านซ้าย แต่ไม่ทันแล้วพีทเข้าถึงตัวกรและต่อยเข้าไปเต็มแรงจนกรล้มลงไปกับพื้น พีทรีบกดกรลงกับพื้นแน่นและะโออกไป "ปาล์ม โยนมีดกริซมา"
PALMER46 ไม่รอช้า โยนมีดกริซไปให้พีททันที พีทรับมีดได้แต่ก่อนที่เขาจะได้แทงกรลงไป กรก็ะโด้วยเสียงดัง "ไม่ยอมหรอกโว้ยยย!"เขาแบ่งพลังออกมาจนพื้นดินแตก หนามแหลมจากพื้นดินพุ่งทะลุขึ้นมา
พีทรีบะโหลบหนามแหลมได้ทัน"เกือบชนะแล้วเชียว..."
ทันใดนั้น พายุหมุนขนาดไม่ใหญ่มากก็เริ่มก่อตัวรอบๆบริเวณ แผ่นดินสั่นะเืและแยกออกเล็กน้อยจากพลังที่กรปลดปล่อยออกมา
PALMER46 ที่เริ่มรู้สึกกดดันจากพลังของกร ะโขึ้นอย่างหงุดหงิด"เอามีดกริซคืนมาเลย! ไอบ้านั่นพลังมันจะเว่อไปแล้วนะ"
พีทพยายามรวบรวมสมาธิในขณะที่สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
มายามองไปที่สุริยุปราคาอีกเพียงไม่กี่วินาทีแสงจากดวงอาทิตย์ก็จะหมดลง เธอพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด"เราไม่มีเวลาแล้วนะ"
พีทหันไปมองPALMER46 ก่อนจะกล่าวขึ้น "เราต้องร่วมมือกันอีกรอบนะ"
PALMER46 พยักหน้าและพูดอย่างท้าทาย "ได้เลย PEETORDER มาแข่งกันว่าใครจะฆ่ามันได้ก่อน!"
ทั้ง PEETORDER และ PALMER46 พุ่งเข้าหากรพร้อมกันกรยิงหินใส่ทั้งคู่และงอกหนามแหลมขึ้นมาจากพื้น แต่ทั้งสองคนหลบได้อย่างคล่องแคล่วราวกับแข่งกันว่าใครจะไปถึงตัวกรก่อน โดยมีมายาคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง
ขณะที่พวกเขากำลังวิ่งพีทพูดขึ้นอย่างล้อเล่น "รู้ไหม นายกับฉันทำให้ฉันนึกถึงCODE2 กับ บัวบาน เลยนะ"
PALMER46 ตอบอย่างไม่สนใจ "พูดอะไรของแก มันไม่ใช่เวลามาเล่นนะตั้งใจวิ่งและหลบไปเถอะ พวกเราเจ๋งกว่า CODE2 กับ บัวบาน เยอะ"
พีทหัวเราะ "งั้นเหรอบางทีจบงานนี้เราอาจเป็คู่หูกันก็ได้นะ"
PALMER46 หัวเราะเสียงเย็น "กับแกอะนะ ไม่มีทางหรอก อย่าลืมสิเราแข่งกันอยู่"
พีทยิ้ม "ถ้าฉันชนะนายต้องเลิกฆ่าคน แล้วมาเป็คู่หูฉัน โอเคไหม"
PALMER46 ใส่แม็กกาซีนในปืนพร้อมพูดอย่างมั่นใจ "ชนะฉันเหรอ ไม่มีทางหรอก"จากนั้นเขาก็ยิงใส่กรเพื่อรบกวน
ทั้งสองคนวิ่งเข้าหากรด้วยความเร็วสูงเมื่อเข้าใกล้ตัวกร PALMER46 พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย"มีดกริซมีแค่ที่ฉันนะ อย่าลืม ฉันชนะแล้ว"
พีทยิ้มกลับ "โคตรขี้โกงเลย"
ทั้ง PEETORDER และ PALMER46 ะโเข้าใส่กรพร้อมกันพีทปล่อยหมัดเล็งไปที่หน้าของกร ขณะที่ PALMER46 เล็งมีดกริซไปที่หัวใจกรหมัดและมีดกระแทกเข้าเป้าอย่างแรง
แต่ทันใดนั้นร่างของกรกลับระเหยหายไปต่อหน้าพวกเขา ราวกับมันเป็เพียงเงาหลอกทั้งสองคนชะงักและมองไปที่จุดที่กรยืนอยู่เพียงครู่เดียวก่อนที่ทุกอย่างจะหายไปในอากาศ
พีทขมวดคิ้วด้วยความสงสัย"ร่างปลอมงั้นเหรอ"
PALMER46 หันซ้ายขวา มองไปรอบๆ อย่างระวังตัว "ตัวจริงอยู่ไหนกันแน่"
มายาเดินเข้ามาใกล้ พีทและPALMER46 หันไปมองเธอ
PALMER46 ถามอย่างเร่งรีบ "เธอเห็นมันไหม"
มายาส่ายหน้า"ไม่เห็นเลย..."
ทันใดนั้นเสียงะโดังขึ้นจากด้านหลัง "ระวัง นั่นไม่ใช่ฉัน"
PALMER46 ใและรีบหันกลับไป มายาที่อยู่ข้างๆ เขากลับกลายเป็มายาตัวปลอมก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว มายาตัวปลอมหยิบมีดขึ้นมาและแทงเข้าที่ท้องของPALMER46 จนเขาล้มลงกับพื้นด้วยความเ็ป
ร่างมายาตัวปลอมเผยออกมาเป็กรที่ปลอมตัวอยู่กรยิ้มเยาะเย้ย ขณะที่พีทพุ่งเข้ามาหมายจะต่อยกรแต่กรใช้พลังสร้างแรงลมมหาศาลพัดพีทกระเด็นไปไกล
กรยิ้มอย่างชั่วร้าย"อีกแค่ไม่กี่นาที... ทุกอย่างก็จะจบแล้ว"
แสงจากดวงอาทิตย์ที่ใกล้จะหมดลงในสุริยุปราคาเริ่มหายไปเรื่อยๆ
มายากัดฟันด้วยความมุ่งมั่น"ไม่มีทางเลือกแล้วสินะ... มีแต่ต้องใช้พลังนี้เท่านั้น"เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะะโขึ้น "อัสโมดัสข้าขอยอมรับเงื่อนไขของแก"
PALMER46 มองมายาด้วยความใและหวาดหวั่น "ไม่นะ มายา ถ้าเธอทำแบบนั้นเธอจะ..."
กรที่ยังคงอยู่ในสนามต่อสู้ หันไปมองPALMER46 อย่างเย้ยหยัน "ยังไม่ตายอีกเหรอ"
ทันใดนั้นประตูมิติปริศนาเปิดออกด้านหลังมายา ร่างของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็สีเทาพร้อมกับรอยสักลึกลับที่ปรากฏขึ้นบนร่างกาย ปีกค้างคาวและหางงอกออกมาจากร่างของเธอมายาลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย จากนั้นพุ่งเข้าตบกรอย่างแรงจนเขากระเด็นไปไกล
กรมองมายาด้วยความใ "พลังมืด ปีศาจงั้นเหรอ"
กรรีบยิงพลังมืดที่รุนแรงใส่มายาแต่คราวนี้มายาเองก็ปล่อยพลังมืดออกมา พลังทั้งสองปะทะกันกลางอากาศด้วยความรุนแรงเกิดเป็คลื่นพลังที่กระจายออกไปทั่วบริเวณ
PALMER46 ะโเตือน "เธอรู้ไหมว่าการยอมรับเงื่อนไขของอัสโมดัส... เธอต้องแลกกับอะไรบ้าง"
พีทที่ยังคงตกตะลึงกับพลังที่มายาปลดปล่อยออกมาพูดขึ้น "นั่นมันพลังบ้าอะไรกัน..."
มายาหันมามอง PALMER46ด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความเศร้า"มันเป็ทางเลือกสุดท้ายแล้ว..."
ทันใดนั้นประตูมิติที่เปิดออกกว้างขึ้น ปีศาจขนาดั์เริ่มก้าวขาออกมา ตามด้วยแขนขนาดใหญ่นั่นคือ อัสโมดัส บาปแห่งราคะ เขาก้าวเดินออกมาจากมิตินรกดวงตาของเขาจับจ้องไปที่มายาอย่างมุ่งมั่นและอันตราย
อัสโมดัส พูดด้วยน้ำเสียงทรงพลัง"ข้ามาแล้ว... ข้ามาเพื่อรับตัวเ้าภรรยาของข้า"
มายาหันมามองปีศาจั์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลรู้ดีว่านี่คือราคาที่เธอต้องจ่ายตามเงื่อนไขที่ตกลงกับ อัสโมดัส
PALMER46 ลุกขึ้นด้วยความเ็ป แต่ยังคงเดินมาขวางหน้า อัสโมดัส ไว้พลางพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ไม่ฉันไม่ยอมให้แกเอาเธอไปหรอก เธอแค่พูดผิดไป แกเข้าใจผิดแล้ว"
อัสโมดัส จ้องเขาอย่างเ็า"แกอีกแล้วเหรอ ถ้าคิดจะมาขวางข้าครั้งนี้ แกได้ตายจริงๆ แน่"
PALMER46 ยืนขวางไม่ยอมถอย "เธอเป็ของฉัน แกเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอ ว่ายกเธอให้ฉันแล้วดังนั้นถ้าฉันยังอยู่ เธอก็ยังเป็ของฉัน ไสหัวกลับไปยังที่ของแกซะ!"
อัสโมดัส จ้องเขาอย่างโกรธเคืองแต่ก็ยิ้มเยาะเย้ย "ก็ได้ๆ ทีหลังจะพูดอะไรก็ระวังหน่อยเธอยังเป็ของแกอยู่"
จากนั้น อัสโมดัส ก็หันหลังกลับและเดินกลับเข้าไปในประตูมิติอย่างไม่ยี่หระทิ้งให้ประตูมิติปิดลงเื้ัเขา
ขณะนั้น กร ที่กำลังต่อสู้กับพลังของมายาเริ่มรู้สึกถึงความอ่อนล้าและอาการหอบหนักจากการปล่อยพลังออกมาแต่เมื่อเงื่อนไขของอัสโมดัสถูกยกเลิก พลังที่มายาได้รับมาจากปีศาจก็ค่อยๆ หายไปร่างของเธอกลับสู่สภาพปกติทันที
กร หอบหายใจอย่างเหนื่อยล้าขณะที่พลังของเขาเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ
มายากัดฟันแน่นและมองไปที่PALMER46 ด้วยความโกรธ "นายทำบ้าอะไรน่ะฉันเกือบฆ่ามันได้อยู่แล้วเชียว"
PALMER46 มองกลับมาที่เธอด้วยสายตาเยือกเย็นและตอบกลับ"ถ้าเธอโดนมันเอาตัวไปแล้วล่ะก็ มันจะมีค่าอะไรล่ะ"
มายามองไปที่ออร่าพลังมหาศาลของกรซึ่งกำลังปลดปล่อยออกมาอย่างน่ากลัวขณะที่สุริยุปราคาเต็มดวงทำให้ทั้งโลกเข้าสู่ความมืด"มันไม่ใช่เวลาจะมาห่วงฉันแล้วนะ... โลกนี้กำลังจะจบแล้ว"เธอเตือนเสียงสั่น
พีทหันมองไปที่ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะถูกบดบังจนหมด"ทุกคนมองไปที่พระอาทิตย์"
ตอนนี้ทั่วทุกพื้นที่เริ่มเข้าสู่ความมืดมิดขณะที่สุริยุปราคากำลังจะเสร็จสมบูรณ์ กรปลุกซากศพที่ตายไปแล้วขึ้นมาอีกครั้งกลายเป็ผีปอบหลายสิบตัว เพื่อล่อลวงและถ่วงเวลาให้กับตัวเอง
พีท, มายา, และ PALMER46 ที่าเ็สาหัสแล้วพยายามร่วมมือกันต่อสู้กับผีปอบจำนวนมาก มายามองรอบตัวด้วยความเร่งรีบ"ฉันจะสู้กับผีพวกนี้เอง พวกนายไปจัดการกรเลย"
PALMER46 และพีทมองหน้ากัน ทั้งคู่พยักหน้าให้กันเป็สัญญาณตกลง แล้ววิ่งตรงไปหากรหวังจะฆ่าเขาให้ได้ก่อนที่จะสายเกินไป แต่ทันใดนั้นสุริยุปราคาก็เกิดขึ้นเต็มดวงแล้ว พลังของกระเิออกมาอย่างรุนแรงคลื่นพลังมหาศาลกระแทกพีทและ PALMER46 กระเด็นไปคนละทิศทาง
กรตอนนี้ถูกห่อหุ้มด้วยคลื่นพลังบางๆที่คลุมอยู่รอบตัว ร่างกายของเขาดูทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆPALMER46 พยายามลุกขึ้นอีกครั้งด้วยความเ็ปเขาพยายามวิ่งตรงเข้าไปหากร หวังจะฆ่าเขาให้ได้ แต่เมื่อเข้าใกล้คลื่นพลังของกรเขาก็ถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่กดทับจนแทบยืนไม่ไหว ทุกครั้งที่เขาพยายามขยับก็จะรู้สึกเ็ปอย่างแสนสาหัส ลมที่พัดออกมาพร้อมกับเศษหินและเศษดินที่หมุนวนอยู่รอบๆกร เตรียมจะบดขยี้ทุกอย่างที่เข้าไปใกล้
มายาซึ่งเพิ่งจัดการกับผีปอบเสร็จรีบวิ่งเข้ามาหาพวกเขา เธอมองไปที่พีทและ PALMER46 ที่กำลังพยายามดิ้นรนสู้กับพลังของกร
มายาพูดด้วยความสิ้นหวัง"ไม่ทันแล้วเหรอ"
พีทมองไปที่ทรงกลมพลังที่คลุมตัวกรไว้อย่างงุนงง"ทรงกลมที่คลุมตัวมันไว้คืออะไรนะ"
มายาหันมาตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล"นั่นคือพลังที่มันสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองระหว่างที่มันดูดพลังมาจากอีกโลกหนึ่ง"
ขณะนั้น กร เปิดประตูเชื่อมระหว่างโลกหิมพานต์กับโลกปกติพลังของกรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สนามพลังมืดที่แผ่ออกมาบดขยี้ทุกสิ่งที่เข้าใกล้ แม้แต่ตะกรุด ที่พวกเขาใช้เพื่อป้องกันพลังของปีศาจ ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะพลังนี้เป็พลังจากธรรมชาติที่เกินกว่ามนุษย์จะควบคุมได้
พีทมองไปที่PALMER46 ซึ่งอยู่ในสภาพสาหัสพยายามฝ่าคลื่นพลังมืดของกรเข้าไปเพื่อฆ่าเขา แม้ว่าเขาจะถูกแรงดันผลักกลับมาเืไหลออกจากาแทั่วตัวแต่เขาก็ยังคงลุกขึ้นมาใหม่และพยายามเข้าไปต่ออีกครั้ง
พีทพูดอย่างสิ้นหวัง"มันจบสิ้นแล้ว... ดูหมอนั่นสิ ทั้งที่รู้ว่ายังไงก็เอาชนะไม่ได้แต่ก็ยังฝืนไปต่ออีก... ไม่รักชีวิตตัวเองเลยรึไง?"
สายตาของพีทเต็มไปด้วยความเศร้าและความสิ้นหวังเขารู้ดีว่าพลังของกรได้เกินกว่าที่พวกเขาจะต้านทานได้แล้ว แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไม PALMER46 ถึงยังคงสู้ต่อไปแม้ว่ามันจะดูเหมือนเป็ไปไม่ได้
มายาเดินเข้ามาใกล้พีทและพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า"บางที... บางคนก็ยอมเสียสละทุกอย่าง เพื่อให้แน่ใจว่าแม้แต่ความหวังเล็กๆก็ยังมีอยู่ และเขาไม่มีอะไรให้เสียแล้ว ทุกคนที่เขารักได้ตายไปหมดแล้วเขาคงคิดว่า... ตายไปก็ไม่มีใครแคร์"
คำพูดของมายาทำให้พีทหยุดคิด ภาพของฟางผู้หญิงที่เขารักและคนที่เขาอยากปกป้องโผล่ขึ้นมาในความคิดของเขาฟางที่กำลังรอเขากลับไป คนเดียวที่พีทอยากจะอยู่เคียงข้างพีทรู้ว่าเขายังมีสิ่งสำคัญที่ต้องปกป้อง
"นั่นสินะ...ถ้าฉันยอมแพ้ตอนนี้ ฉันคงจะเสียใจไปตลอดกาล" พีทพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
มายาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของพีทและรู้ว่าเขาตัดสินใจแล้ว
"มายา..."พีทพูดพลางหันไปหามายา "ฉันขอยืมพลังของเธอหน่อย"
มายามองพีทด้วยความสงสัย แต่ก็ยอมวางใจเธอพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะมอบ เหล็กไหล ในร่างกายของเธอให้กับพีท "จะทำอะไรเหรอ"
พีทรับเหล็กไหลและรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนเข้ามาในร่างกายเขาตั้งใจที่จะใช้พลังนี้ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายแม้จะไม่มีทางรู้แน่ว่าเขาจะชนะหรือไม่แต่พีทรู้ดีว่าการต่อสู้นี้เป็โอกาสสุดท้ายที่จะปกป้องคนที่เขารักและหยุดยั้งการทำลายล้างของกร
พีทมองไปที่กรที่ลอยอยู่กลางอากาศกำลังดูดพลังจากอีกโลกหนึ่ง แผ่พลังงานมืดไปทั่วบริเวณรอบๆ เขาตัดสินใจเดินเข้าไปในรัศมีพลังงานมืดที่มีแรงดันมหาศาลคอยผลักไม่ให้ใครเข้าใกล้แต่พีทไม่ยอมแพ้ เขาเดินตรงไปยังจุดที่ PALMER46 กำลังพยายามฝ่าพลังไปทั้งที่ร่างกายาเ็สาหัส
PALMER46 หันมามองพีทด้วยความใ "ถอยไปซะ เดี๋ยวก็จะตายหรอก"
พีทไม่หยุด เขายื่นมือไปหาPALMER46 "ขอยืมมีดกริซหน่อย"
PALMER46 ส่ายหัวและพูดอย่างดุเดือด "คิดจะทำอะไรน่ะ กลับไปซะ"
พีทไม่รอช้า แย่งมีดกริซอาวุธเดียวที่สามารถฆ่ากรได้มา จากนั้นต่อยหน้า PALMER46 อย่างแรง ทำให้เขาเสียการยืน และถูกแรงผลักจากพลังมืดของกรดันออกไปไกล
PALMER46 ะโออกมาด้วยความโกรธ "บ้าไปแล้วหรือไง คิดจะรับบทฮีโร่เหรอแกยังมีคนที่รักรอแกกลับไปอยู่ โถ่เว้ย ฝ่าแรงดันนั้นไปได้แกตายแน่ทำไมเธอไม่ห้ามเขาล่ะ มายา"
มายาหันมามองPALMER46 ด้วยสายตาจริงจัง "นายเองก็รู้ดีนี่ ถ้าศึกนี้เขาแพ้คนที่เขารักจะต้องตาย นายซึ่งเคยสูญเสียคนที่รัก คงจะเข้าใจมันดี"
PALMER46 กำหมัดแน่น "ก็เพราะแบบนั้น คนที่ควรเข้าไปควรเป็ฉันฉันตายไปก็ไม่มีใครแคร์หรอก"
มายาส่ายหน้าและพูดอย่างอ่อนโยน"ฉันแคร์นะ... และเขาเองก็แคร์นาย"
PALMER46 มองไปที่พีทที่กำลังฝ่าพลังมืดเข้าไปอย่างเต็มกำลังและะโออกมาอย่างสิ้นหวัง "ฉันไม่เข้าใจเลย!ทำไมต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงแบบนี้"
มายามองพีทที่เข้าไปใกล้กรทีละก้าวด้วยความมุ่งมั่นเธอตอบเบาๆ แต่หนักแน่น "ก็เพราะเขา... คือ ฮีโร่ไงล่ะ"
พีทก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆแม้พลังมืดจะดันเขากลับ เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เพราะสำหรับเขาความหวังยังคงอยู่แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
พีทเดินฝ่าแรงดันมหาศาลเข้าไปหากรทีละก้าวแม้ว่าทุกสิ่งรอบตัวจะพุ่งเข้ามาปะทะ เศษดิน, ไม้,และซากสิ่งต่างๆ ลอยมาชนและเฉียดร่างของเขาเืไหลออกจากแผลที่ถูกเฉียดความเ็ปที่ทวีความรุนแรงพร้อมกับแรงดันที่แทบจะบดขยี้เขาให้แหลกละเอียดแต่พีทยังคงเดินต่อไป ความมุ่งมั่นในใจเขาไม่สั่นคลอนไม่ว่าจะต้องเสียเืมากแค่ไหนก็ตาม
กรที่กำลังรับพลังจากอีกโลกไม่รู้เลยว่าพีทฝ่าแรงดันมาจนยืนอยู่ด้านหลังเขากรมัวแต่ดึงพลังจากโลกหิมพานต์เข้าสู่ร่าง แต่เมื่อเขาหันกลับมามันก็สายเกินไปแล้ว พีทเสียบมีดกริซทะลุหัวใจกรในทันที
กรส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปและพยายามดึงมีดกริซออกจากร่างแต่ไม่สำเร็จ เขาเพิ่มพลังแรงดันมหาศาล และปล่อยพลังงานมืดออกจากมือแรงดันนั้นทำให้แขนซ้ายของพีทถูกตัดจนขาดกระเด็นแต่มือขวาของเขายังคงจับมีดกริซไว้อย่างมั่นคง ไม่ยอมปล่อยให้มันหลุดจากหัวใจกร
กรกรีดร้องเสียงดัง "ไม่!ข้ากำลังจะชนะอยู่แล้ว"
ร่างของกรเริ่มมีรอยแตกแสงสีม่วงส่องออกมาจากรอยแตกนั้น พลังงานมืดแผ่พุ่งออกมาเป็วงกว้างขณะที่ร่างของกรเริ่มแตกออกและะเิเป็เศษพลังงานมืดไปทั่วบริเวณ
ทันทีที่กรร่างะเิPALMER46 รีบดึงมายาลงมาหมอบกับพื้นเขานอนทับเธอไว้เพื่อป้องกันแรงะเิที่เกิดจากพลังงานมืดซึ่งกำลังทำลายทุกสิ่งรอบตัวแรงะเิพุ่งออกมาไกลอย่างน่ากลัว ทำลายทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีของมัน
พลังของกรที่เคยดูเหมือนจะไม่มีใครหยุดยั้งได้ตอนนี้สลายไปพร้อมกับร่างของเขา พื้นที่รอบๆ กลายเป็ซากปรักหักพัง
PALMER46 ที่ถูกเศษดินทับอยู่ค่อยๆ พลิกตัวและดันตัวขึ้นมายาที่อยู่ใต้ร่างเขาปลอดภัยดี เธอลุกขึ้นยืนและพยุง PALMER46 ให้ลุกตาม
ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและเศร้าโศกPALMER46 พูดขึ้น "เขาคือฮีโร่ที่แท้จริง...เขาเสียสละตัวเองเพื่อช่วยพวกเรา และปกป้องโลกใบนี้ไว้"
มายายืนนิ่ง ร้องไห้ออกมาด้วยความเศร้า"ฉันจะจดจำเขาไว้ตลอดไป..."
บัดนี้ภัยร้ายอย่างกรได้ถูกกำจัดไปแล้วแต่การกำจัดครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยการเสียสละชีวิตของPEETORDER ชายผู้ที่ PALMER46 ยอมเอ่ยปากเรียกว่าฮีโร่ชายผู้ที่ยอมแลกชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องโลกใบนี้ และเพื่อปกป้องคนที่เขารัก
เมื่อ มายา เดินทางกลับมายังกรุงเทพมหานครเธอตัดสินใจไปพบ ฟาง เพื่อบอกข่าวร้ายที่ไม่มีใครอยากได้ยิน เธอเล่าเื่ราวของ พีทให้ฟางฟัง โดยเริ่มจากวีรกรรมความกล้าหาญของเขาจนถึงการเสียสละชีวิตที่ไม่มีใครรู้ ฟางเมื่อได้ยินข่าว เธอเสียใจจนแทบยืนไม่ไหวน้ำตาของเธอไหลออกมาไม่หยุด ขณะที่มายาพยายามปลอบเธอด้วยความเข้าใจและเห็นใจ
"พีทเป็ฮีโร่เขายอมเสียสละเพื่อปกป้องพวกเราและโลกนี้... เขารักเธอมากนะ ฟาง"มายากล่าวเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกจริงใจ
พีธีศพของพีทถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอาลัยฟางและมายาเป็ผู้จัดการทุกอย่างเพื่อระลึกถึงการเสียสละของเขา แต่ไม่ใช่แค่นั้น—PALMER46ซึ่งไม่้าเปิดเผยตัวเอง ได้แอบขโมยเงินจาก มอส มาช่วยค่าใช้จ่ายในพิธีศพและมอบเงินเ่าั้ให้ฟางโดยฝากมายาไปให้ในงาน
แม้ว่าจะเป็การเสียสละที่ไม่มีคนมากมายรู้แต่คนที่รักและเคารพในตัวพีทจะจดจำเขาไว้เสมอ เขาไม่ใช่แค่ฮีโร่ในสายตาของพวกเขาแต่ยังเป็คนที่ทำทุกอย่างเพื่อคนที่เขารักอย่างแท้จริง
ณ ที่หนึ่งในดินแดนหลังความตาย กรนั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่เหี่ยวเฉารอบตัวเขาเต็มไปด้วยความเงียบงันและความอ้างว้าง เขามองไปข้างหน้าสายตาเบลอเล็กน้อย ราวกับยังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น
"นี่ฉันตายแล้วเหรอ..."กรถามตัวเองเบาๆ
ทันใดนั้นเขาเห็นเงาของหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหา ด้วยท่าทางโกรธจัด กรพยายามเพ่งมองแต่ภาพยังคงเบลอ จนกระทั่งหญิงคนนั้นเข้ามาใกล้พอ
"ใครกัน"กรถามอย่างงุนงง แต่ก่อนที่เขาจะได้คำตอบหญิงสาวตรงหน้าตบเขาเต็มแรง
"คิดจะทำบ้าอะไรนะ"เธอพูดเสียงดัง "นายเกือบจะฆ่าคนทั้งโลกแล้วนะ"
กรชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อมองดูหญิงสาวตรงหน้าให้ชัดขึ้น เขาก็ตระหนักว่าเธอคือ แพร คนรักของเขาคนที่เขาเคยสูญเสียไป
แพรยังคงต่อว่าเขา"นี่ฟังฉันอยู่ไหม อย่าเมินกันแบบนี้สิ อย่าให้ฉันต้องลงไม้ลงมืออีกนะ"
กรที่เต็มไปด้วยความคิดถึงลุกขึ้นยืนและโผเข้ากอดแพรด้วยความโศกเศร้าและดีใจ น้ำตาของเขาไหลออกมาทันทีเมื่อได้ัักับคนที่เขารักอีกครั้ง
"ฉัน...ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน... ในที่สุดก็ได้เจอกันแล้ว" เขาพูดทั้งน้ำตา
ทันใดนั้นทุ่งดอกไม้ที่เคยเหี่ยวเฉารอบตัวทั้งคู่ก็เริ่มกลับมามีสีสันอีกครั้ง ดอกไม้ต่างๆค่อยๆ บานสะพรั่งรอบตัวพวกเขา สร้างความสดใสในดินแดนหลังความตายอันเงียบเหงานั้นขณะที่กรกอดแพรไว้แน่น ความรู้สึกผิด ความโศกเศร้าและความดีใจหลอมรวมกันในวินาทีนั้น
กร ยืนกอด แพร ไว้แน่นท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่กลับมาสดใสและเบ่งบานอีกครั้งหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจในสิ่งที่เคยทำลงไปแต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความโล่งใจ เมื่อได้พบกับคนที่เขารักอีกครั้ง
"ฉันจะไม่ทำผิดพลาดแบบนั้นอีกแล้ว"กรพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา
แพรมองเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนกว่าเดิม"มันจบแล้วล่ะ... ตอนนี้นายสามารถพักได้แล้ว อยู่กับฉันที่นี่"
กรพยักหน้าเบาๆราวกับทุกความวุ่นวายในหัวใจเขาได้สงบลงเขารู้ว่าชีวิตของเขาในโลกใบเก่านั้นจบสิ้นแล้ว แต่ที่นี่—ในดินแดนหลังความตายเขาได้พบกับความสงบและความรักที่เขาสูญเสียไป
และในที่สุด...กรและแพรก็เดินไปด้วยกัน ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่งดงาม