สาด!
น้ำถังขนาดเหมาะมือที่มีความเย็นตามธรรมชาติของธารน้ำจากน้ำตกบริเวณใกล้เคียงถูกคนใจร้ายสาดเทใส่สาวน้อยร่างเล็กในชุดเก่าจนเปียกปอนไปหมดและเพราะความเย็นของมันทำให้คนที่หลับใหลเป็เวลาหลายชั่วโมงฟื้นตื่นคืนสติกลับมาทีละเล็กละน้อย
ใบบัวมองสภาพห้องเล็กและแคบทุกด้านทำด้วยไม้ไผ่สภาพทรุดโทรมเป็ห้องที่ไม่มีอะไรอยู่เลย นอกจากตนที่เปียกชุ่มไปทั้งตัวถังน้ำขนาดกลางบนพื้นไม้ใกล้ๆและผู้ชายใส่หมวกไหมพรมปกปิดใบหน้า ได้เห็นแค่แววตาชิงชังโกรธแค้นที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตจริงแววตาเขาคนนั้นเหมือนโจรผู้ร้ายโเี้ในละครที่ป้านงเยาว์และคนอื่นในบ้านชอบดูนัก
สาวน้อยตื่นตระหนกใเมื่อคิดได้ว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย และนี่เป็ความจริงหาใช่ความฝันไม่
“คุณเป็ใครคะ?”เสียงหวานส่งคำถามออกไป
“ฮ่า ฮ่า ฉันนะเหรอฉันคือเ้าชีวิตของนังฆาตกรอย่างเธออย่างไรเล่า ฉันจะทำให้เธอตกนรกทั้งเป็โดยที่เธอไม่ต้องตายหรือต้องติดคุกจริงเพราะฉันจะสร้างคุกให้เธอเอง ฮ่าฮ่าฮา” ชายหมวกไหมพรมนั้นหัวเราะด้วยความสะใจก่อนเดินออกไปจากห้องแคบเหม็นอับแห่งนี้ใบบัวสำรวจหน้าต่างบานประตูถูกล๊อคไว้อย่างแ่าจากภายนอกแรงเท่ามดอย่างเธอไม่สามารถหลุดออกไปจากสถานที่นี้ได้เลย สาวน้อยชะตาโศกนั่งพิงผนังพยายามครุ่นและคิดต่างๆนานาจิตตัง สิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูดเมื่อสักครู่หมายถึงอะไรกันนะสักพักใหญ่เธอก็ย้อนกลับไปคิดเื่ของพี่สาวร่วมบิดาโจรคนนั้นด่าว่าเธอเป็ฆาตกรเืเย็นเขาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ชายที่เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุครั้งนั้นหรือไม่นะ?แล้วถ้าเกี่ยวเธอจะทำอย่างไรต่อไป?จะอธิบายออกไปว่าเธอไม่ใช่คนที่ขับรถในวันนั้นหรือจะยอมรับความผิดครั้งนี้ไว้กับตัวเองเพื่อให้พี่สาวใจดีอยู่รอดปลอดภัยถ้าเป็แบบนั้นคุณท่านทั้งสองก็จะสบายใจ แล้วตอนนี้คนที่บ้านจะรู้หรือยังว่าเธอถูกจับตัวมาอย่างนี้คุณท่านเทพไทจะออกตามหาเธอหรือเปล่า พอคิดมาถึงตรงนี้ใบบัวก็เริ่มน้ำตาไหลออกมาอีกครั้งจริงๆโอกาสนี้อาจจะกลายเป็ข่าวดีของท่านก็ได้ที่มีคนช่วยมากำจัดลูกชังออกจากชีวิตลูกรักอย่างบัวชมพูปลอดภัยอยู่ในหอคอยช้างเผือกแห่งนั้นดังเดิมใบบัวคิดอย่างเหนื่อยล้าทั้งกายและใจทำให้สาวน้อยหลับลงไปอย่างง่ายดายท่ามกลางความคิดที่ยังวุ่นวายสับสนอยู่
สาด!
น้ำเย็นอีกถังถูกสาดลงไปยังสาวน้อยคนเดิมในเช้าวันใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมนั่นคือตอนนี้เธอนอนไม่ได้สติพร้อมเสื้อผ้าที่แห้งสนิทตอนนี้กลับมาเปียกปอนเช่นเดิม
“ตื่นนังฆาตกรฉันบอกให้ลุก”เสียงดังแผดเผาแต่ไม่ได้ช่วยปลุกคนที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นไม้ไผ่เย็นๆแต่อย่างใดภีระใช้เท้าที่หุ้มด้วยรองเท้าหนังอย่างดี มาสะกิดเขี่ยเสมือนว่าร่างตรงหน้าเป็ขยะมูลฝอยสกปรกประมาณนั้นและเมื่อเพิ่มความแรงของน้ำหนักเท้าแล้วแม่ตัวดีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นอสูรร้ายก็เดือดดานขึ้นมาทันทีอีกหลายเท่าตัว
“ฉันบอกให้ลุกไง ลุกเดี๋ยวนี้”มือหนาพยายามจะกระชากผมของคนหมดสติตรงหน้า แต่เพราะไอร้อนจากตัวเธอทำให้เ้าของไร่ต้องวางเธอลงมือขาวเนียนตามแบบฉบับคนร่ำรวยและสุขภาพดีเตะบริเวณหน้าผากของคนที่นอนมอมแมมบนพื้นไม้แข็งปรากฏว่ามันร้อนยิ่งกว่าไฟเสียอีก
“โธ่เอ้ย!ยัยคุณหนูอ่อนแอ ฉันไม่ยอมให้เธอมาตายที่นี่หรอกนะ ยังไม่ทรมานเธอให้สะใจเลย”หนุ่มหัวเสียเดินออกจากกระท่อมหลังโทรมออกไปด้วยความเจ็บใจเช้าวันแรกของการแก้แค้นลงทัณฑ์ไม่เป็ไปตามที่คิดไว้เสียแล้ว แต่ว่าหล่อนมาป่วยแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะความคิดชั่วร้ายเข้ามาในสมองเฉียบแหลมทันที
“นายครับนังอ้อยมาแล้วครับ” ดาวน้อยรายงานผู้เป็นายก่อนที่อ้อยแม่บ้านที่ดูแลที่พักอาศัยให้กับเ้านายจะเดินผ่านประตูเข้ามาในห้องทำงาน
“นายเรียกใช้อ้อยเหรอจ้ะ?”สอบถามนายผู้ใจดี ผู้มีพระคุณคอยช่วยเหลือเจือจุนครอบครัวยากไร้ของนางให้มีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้
“ฉันมีเื่รบกวนอ้อยหน่อยจะให้ไปดูแลคนป่วยที่กระท่อมท้ายไร้ พรุ่งนี้เช้านังผู้หญิงคนนั้นต้องหายป่วยและพร้อมเป็คนงานไร่คนใหม่ของฉันดาวน้อยตามไปดูกับอ้อยด้วยนะ ออกไปได้แล้ว” ภีระสั่งการ ลูกน้องทั้งคู่ออกไปแล้วเขาหันไปเปิดลิ้นชักของโต๊ะทำงานช้าๆหยิบและมองดูภาพน้องชายคู่กับรถบิ๊กไบต์คันหรูคู่ใจภาพที่รภีภัทรกำลังส่งยิ้มมาให้เขาที่เป็ผู้ถ่ายรูปใบนั้น
ต่อจากนี้ไม่มีโอกาสอีกแล้ว
โอกาสที่จะได้เห็นรอยยิ้มจากน้องผู้เป็ที่รัก
“ภัทรพี่จะแก้แค้นมันให้น้องเอง” น้ำตาเ้าของไร่มณีการไหลรินพร้อมกอดกรอบรูปถ่ายใบนั้นแนบอกแน่น
สองคนสี่เท้ารีบก้าวไปยังกระท่อมร้างท้ายไร่ข้าวโพดซึ่งตอนนี้มีแขกได้ถูกรับเชิญให้มาพักอาศัยในที่ที่ลับตาคนและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆทั้งสิ้น
“ดาวน้อยข้าถามเอ็งหน่อยเถอะ คนที่จะให้ไปดูเนี่ยเป็ใครกัน ทำไมตอนนายพูดถึงดูน่ากลัวอย่างนั้นว่ะ”
“อย่าถามมากนะนังอ้อยนายให้ทำอะไรเอ็งก็ทำๆไปเถอะ เื่ของเ้านายเขา” ดาวน้อยพยายามเลี่ยงบอกความจริง
ประตูไม้ไผ่ที่ถูกตรึงด้วยโซ่เส้นใหญ่ถูกเปิดออกก่อนที่แม่บ้านสาวใหญ่จะโผล่หน้าเข้าไปด้านใน
“นี่มันเด็กผู้หญิงนี่หว่า”อ้อยใจใที่ได้เห็นสภาพมอมแมมของเด็กสาวตรงหน้า คนที่กำลังนอนละเมอเรียกหามารดาของตนอยู่มองเผินน่าจะอายุน่าจะสัก 17-18 ปี
“หนาวจ๊ะ แม่จ๋าแม่จ๋า” ใบบัวมีไข้ขึ้นสูงมากแล้วตอนนี้หญิงสาวก็กำลังเพ้อหามารดาผู้ล่วงลับ
“โอ้ย! ตายแล้วตัวร้อนจี๋ยังกะไฟ ตายๆแล้ว ตายๆ” แม่บ้านอุทานเสียงหลงด้วยความตื่นใเด็กคนนี้มันจะมาตายที่นี่หรือเปล่าว่ะ?
“ไหนดูสิ เห้ย!จริงๆด้วย” คนงานหนุ่มให้มือหยาบอังหน้าผากของคนที่เขาและเ้านายจับตัวมาจากกรุงเทพเมื่อวานแต่วันนี้กลับมาป่วยซมไม่รู้สึกตัวแต่อย่างใด
“แกไปหาเสื้อผ้าผู้หญิงผ้ากับน้ำมานะต้องเช็ดตัวให้แม่หนูคนนี้ก่อนปล่อยไว้แบบนี้ได้เป็ผีเฝ้ากระท่อมแน่ๆ” อ้อยใจจัดการแก้ปัญหาตรงหน้า
“ได้ๆ ฉันจะรีบไป”คนหนุ่มรีบกล่าวลนลาน
คนป่วยถูกจับให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเช็ดเนื้อตัวทำความสะอาดร่างกายและลดความร้อนผ่าวของอุณหภูมิภายในร่างกายเป็ที่เรียบร้อยตอนนี้ดูดีเป็ผู้เป็คนขึ้นมาบ้างไม่ได้มอมแมมและหยุดละเมอไปแล้ว
“เดี๋ยวให้นอนพักสักแปบนึงข้าจะไปหาข้าวหายามาให้แม่หนูคนนี้ ทีนี้เอ็งจะบอกข้าได้แล้วยังว่านังเด็กคนนี้มันเป็ใคร ข้าไม่ได้โง่นะโว้ย มองดูก็รู้ว่าเ้านายลักพาตัวเด็กคนนี้มาหน้าตาผิวพรรณราวผู้ดีชาวกรุงแบบนี้อยู่ๆจะมานอนป่วยถูกขังไว้ในกระท่อมรกร้างแบบนี้ได้ยังไงว่ะไอ้ดาวน้อย”ใจร้ายเหลือเกิน เด็กผู้หญิงบอบบางคนหนึ่งถูกปล่อยให้ไม่สบายอยู่กลางป่ากลางเขาหากนางมาช้าไปสัก 4-5 ชั่วโมง คงได้กลายเป็ศพไร้ญาติ
นายนะนายทำไมถึงได้ทำกับลูกสาวคนอื่นได้อำมหิตอย่างนี้อดที่จะต่อว่าผู้มีบุญคุณของตัวเองไม่ได้
“เอาเถอะนาอ้อยใจอย่าไปยุ่งเลย” ยังยืนกรานปฎิเสธ
“ว่ะ ไม่ให้ยุ่งได้ยังไงเด็กนี้จะเป็จะตายยังไม่มีใครยอมบอกสักคำ ถ้าเด็กตายแล้วจะให้ข้าตกเป็ผู้ต้องหาด้วยหรือไง?เอ็งจะบอกไม่บอกห่ะไอ้ดาวน้อย หากยังไม่บอกข้าจะไปแจ้งตำรวจหรือไม่ก็นายอำเภอจริงๆนะเว้ย”
“โธ่! เห้อ...บอกก็บอกแต่ต้องเก็บไว้เป็ความลับนะเื่นี้ห้ามคนอื่นๆรู้เป็อันขาด”
“จะบอกก็บอกสักทีพูดสาธยายมากความอยู่ได้”
“ผู้หญิงคนนี้นะคุณหนูบัวคนที่ทำให้น้องชายของนายตายเมื่อ 2 เดือนที่แล้วไงนายบอกว่ากฎหมายทำอะไรคนรวยแบบนี้ไม่ได้นายกับข้าเลยไปจับตัวมาเมื่อวานแล้วตอนนี้ก็เป็แบบที่เอ็งกับข้าเห็นนี้แหละ”ดาวน้อยเล่าเื่ราวต่างๆ ไปจนหมดสิ้น
“นังหนูคนนี้นะเหรอจะเป็ฆาตกร?”พูดแล้วย้อนกลับไปมองสาวน้อยตัวเล็กบอบบางที่นอนซมอยู่บนพื้นไม้แข็งไร้หมอนผ้าห่มคลุมกาย ก่อนจะส่ายหน้าไปมา ด้วยความไม่เชื่อ...
“จริงสิเอ็งก็รู้จักนายดีนี่น้าถ้าไม่ใช่คนผิดจริง นายเราจะทำแบบนี้ทำไมว่ะเอ็งดูนังคุณหนูนี้ให้ดีด้วยนะ พรุ่งนี้หากไปทำงานไม่ได้ นายได้อาละวาดพวกเราแน่ๆข้าไปล่ะ” คนงานหนุ่มลุกออกจากเรือนไม้ใกล้พังแห่งนี้ไป
“โธ่เอ้ยเวรกรรมจริงๆแม่คุณแต่ก็คิดเสียว่าชดใช้กรรมเวรที่ตัวเองได้สร้างไว้ก็แล้วกันนะ ข้าก็ไม่รู้จะช่วยเอ็งยังไงนังหนูเอ้ย”สาวใหญ่บ่นพึมพร่ำก่อนจะกลับไปบ้านใหญ่หุงหาอาหารยูกยามาให้สาวน้อยชะตาชีวิตเศร้าคนนี้คนที่ต้องชดใช้กรรมเวรที่ไม่ได้เป็คนก่อเสมอในทุกๆครั้งไป
“นะ น้ำ น้ำ”รุ่งสางของวันใหม่เวลาที่คนป่วยนอนซมมาทั้งวันกลับฟื้นได้สติ ร้องเรียกหาน้ำเพื่อดับความกระหายในช่องคอ
“เอาๆ นี้ ค่อยๆดื่มค่อยๆกินนะนังหนู”
น้ำจำนวนน้อยถูกดื่มลงคอลดความกระหายอยากของสาวน้อยเมืองกรุงได้มาก ใบบัวค่อยๆมองไปรอบๆ...ที่นี่ยังเป็กระท่อมที่เธอโดนจับตัวมาเมื่อวานแปลกก็แต่มีผู้หญิงผิวขาวเพิ่มมาอีกคนค่อยนั่งอยู่ใกล้ๆ
“ตื่นแล้วเหรอนังหนู?”
“น้าคือใครเหรอคะ?”เสียงแหบแห้งถามออกไป
“ข้าเป็แม่บ้านหลังใหญ่ของนายคุณภีมนะ เขาให้ข้ามาดูแลเอ็ง ตื่นแล้วก็กินข้าวกินปลาเสียหน่อยนะ เดี๋ยวจะได้กินยาต่อ”
“ขอบคุณนะคะคุณน้า”
“โอ้ยไม่ต้องเรียกคงคุณอะไรหรอก เอ็งจะเรียกข้าว่าน้าหรือน้าอ้อยก็ได้ ข้าชื่ออ้อยใจ”
“ค่ะน้าอ้อยขอบคุณนะคะ” พนมมือขอบคุณคนใจดีตัวอ่อน
“รีบๆกิน มัวแต่ขอบคุณเดี๋ยวต้องไปทำงานทำการอีก” แม่บ้านสาวใหญ่พอใจในความนอบน้อมถ่มตนของคุณหนูตระกูลดังคนนี้เป็อย่างมากใบบัวแม้ไม่เข้าใจทุกประโยคของคนตรงหน้า แต่เธอก็เลือกที่จะกินข้าวเบื้องหน้าแต่โดยดีเป็เพราะว่าไม่มีอะไรตกถึงท้องตลอดทั้งวันของเมื่อวานและเมื่อวันก่อนด้วยกระมังทำให้เธอจัดการอาหารตรงหน้าด้วยความกระหายหิวและรีบร้อน
“แอด”ประตูโทรมๆถูกเปิดอย่างแรงตามด้วยการเข้ามาของคนที่เคยบอกว่าเป็เ้าชีวิตคนใหม่ของเธอ ภีมยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปากด้วยความพออกพอใจที่เชลยสาวมีอาการดีขึ้นวันนี้เขาจะเริ่มลงมือแก้แค้นให้น้องชายเสียที
“ไง ยังไม่ตายเหรอ หนังเหนียวเหมือนกันนี่คุณหนูบัว”มองด้วยความเครียดแค้น ใบบัววางช้อนลงเมื่อกี้เขาเรียกเธอว่าคุณหนูบัวจะใช่เหมือนในความคิดของเธอหรือเปล่านะ?
“คุณหนูบัว?” สาวน้อยทวนคำพูดของชายหนุ่ม
“ฮ่า ฮ่าป่วยจนสมองกลับลืมชื่อตัวเองไปแล้วหรือไงหรือจะมามารยาสาไถ่อะไรอีก บอกไว้ก่อนนะว่ามันไม่ได้ผล”
“คุณเป็ใครคะหรือว่าคุณคือเออ...เป็พี่ชายของ...โอ้ย”ชายหนุ่มตัวโตรีบเข้ามาประชิดตัว มือหนาส่งแรงบีบคอเล็กๆของสาวน้อยที่กำลังจะเปร่งคำพูดนั้นทันทีด้วยความโกรธเกลียด
“รู้ตัวเหมือนกันเหรอว่าฉันเป็พี่ชายของคนที่เธอทำให้ตายนะเพราะความประมาทของเธอแท้ๆ” บีบจนสาแก่ใจ เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังจะไม่ไหวเขาจึงยอมปล่อยมือออก
“แฮ่ก แฮ่ก ไม่ใช่นะคะมะ มันเป็อุบัติเหตุ ฮือออ” เจ็บและหายใจไม่ออกไม่ทันที่เธอจะอธิบายอะไรเพิ่มเติม แรงบีบจากมือใหญ่ก็เพิ่มขึ้นอีกแล้ว
“ไม่ใช่ได้ไง มันเป็เพราะความชุ้ยความโง่ ความประมาทของเธอต่างหากนางฆาตรกร ลุกขึ้นมาไปทำงานตอบแทนบุญคุณที่ซุกหัวนอน ข้าวปลาอาหารที่ให้เธอกิน” มือใหญ่เปลี่ยนจากลำคอขาวผ่องที่ตอนนี้มีรอยแดงเป็รอยนิ้วรอบคอเปลี่ยนไปกระชากผมนุ่มที่ยาวสะลวยไปถึงกลางหลังแทน
“เออ นายจ๊ะ”แม่บ้านที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ใกล้ๆ ถึงกับร้องอุทานไม่คิดว่าเ้านายที่ตัวเองรู้จักมักจี่ดีเป็เวลาหลายปีจะมีมุมความโหดร้ายอีกมุมซ่อนอยู่แบบนี้
“อ้อยใจจะไปทำอะไรก็ทำไป ฉันจะดูยัยคุณหนูนี่เอง”เสียงเรียบหันไปบอกกล่าวหรือไล่ทางอ้อมแก่บุคคลที่สาม
“ค่ะ ค่ะนาย”แม่บ้านรีบออกไปจากกระท่อม แต่อีกใจก็อดเป็ห่วงสาวน้อยไม่ได้
“เ้าพ่อคู้ณณณขอให้นายอย่าถึงกับฆ่าแกงกันเลย” แม่บ้านบ้านหลังใหญ่เดินออกห่างจากบริเวณท้ายไร่พร้อมอธิษฐานบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย
“ปล่อย นะคะ ฮือฉันไม่ใช่คนที่ขับรถชนน้องชายของคุณนะ โอ้ยๆๆ”หญิงสาวที่ปวดหัวตัวร้อนอยู่แล้วยังแรงกระชากผมที่เธอโดนคนตัวโตกว่าคุกคามอยู่อีกล่ะใบบัวได้แต่ร้องไห้และเพราะเจ็บจนทนไม่ไหวเธอจึงพยายามบอกความจริงออกไปให้เขาฟัง
ภีระมองดูมาตรกรใจทรามที่นั่งก้นจ้ำเบ้าบนถนนลูกรังด้วยความเ็ปเมื่อกี้ยังบอกอยู่กับปากว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็อุบัติเหตุ ไม่มีใครตั้งใจแต่พอโดนดี เจอดีเข้าหน่อยแม่คุณดันพลิกลิ้นเปลี่ยนคำพูดบอกว่าเธอเองไม่ใช่คนที่ขับรถชนน้องชายเขาในวันนั้น...ระยำ!
“ไม่ใช่เธอแล้วจะเป็หมาที่ไหนบอกมาสิ ถ้าไม่บอกแล้วยังยืนยันว่าไม่ใช่คนทำ ฉันจะไปจับตัวพ่อเธอด้วยอีกคนคนที่รักทุกคน ฉันจะทรมานพวกมันให้ถึงที่สุด ทรมานจนกว่าจะยอมรับ จะสำนึกจนกว่าฉันจะพอใจ” น้ำเสียงดุดันและวาจาอาฆาตทำเอาสาวน้อยนั่งส่ายหน้าไปมา น้ำตาคลอปากสั่น ตัวสั่น ผู้ชายตรงหน้านี้โเี้จริงๆ ทั้งๆที่เขาเองก็น่าจะรู้เห็นหลักฐานว่ามันเป็อุบัติเหตุพี่สาวของเธอเองก็เจ็บไม่ใช่น้อยกับอุบัติเหตุครั้งนั้น เธอยังต้องนอนเฝ้าอยู่โรงพยาบาลตั้งหลายวันเขายังคิดแค้นจะทำร้าย ทำลายพี่สาวของเธอ แล้วไหนจะคนครอบครัวของเธออีกด้วย
“ไอ้คนใจดำ อำมหิต”คนเ้าน้ำตาสบถออกไปครั้งแรกในชีวิต เธอไม่เคยคิดว่าจะมีคนแบบนี้อยู่บนโลก
“ใจดำ อำมหิตเหรอยัยตัวดี...ก็ได้...ฉันจะแสดงให้เธอดูว่าใจดำ อำมหิตที่แท้จริงมันเป็อย่างไร?”คนตัวโตกัดกรามแน่นกล่าวลอดไรฟันออกมา
“คุณจะทำอะไรนะ อย่านะอย่า...กรี๊ดดดด”
“กรี๊ดดดด”เสียงแหลมดังไปตลอดเส้นทางระยะสั้นๆภายในไร่ข้าวโพดชื่อดัง ใบบัวถูกคนใจร้ายพาดขึ้นบนบ่าห้อยหัว เขาเดินทะลุเข้าฝ่าในดงข้าวโพดที่มีความสาก ความระคายของตัวใบโดนผิวขาวๆทำให้แดงเป็เส้นทั่วตามแขนและขาเรียวสวย ระยะทางเกือบ 100 เมตรแต่ภีระใช้เวลาอุ้มแบกคนปากดีภายในเวลาเพียงไม่เกิน2 นาทีก่อนจะถึงสายธารน้ำไหลเอื้อนๆสีเขียวขุ่นสะอาดอยู่เบื้องหน้า
ตู้ม!
ร่างน้อยลอยขึ้นสู่อากาศก่อนโดนแรงโน้มถ่วงของโลกดูดลงพื้นน้ำในชั่วพริบตาตามความ้าของปีศาจร้ายหน้าหล่อเ้าของไร่แห่งนี้
“ชะ ช่วยด้วย ช่วย...ชะ” ใบบัวตะเกียดตะกายให้หัวเธออยู่เหนือผืนน้ำเพื่อหายใจก่อนที่มันจะจมลงไปอีก เป็อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายนาที จนตอนนี้คนชะตาอาภัพไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออีกแล้วมันมืดมิดไปทุกที
“ยัยโง่เอ้ย”คนผลักไสเมื่อสักครู่จำต้องลงไปช่วยศัตรูคู่แค้นตรงหน้า
“บัวหยุด หายใจเดี๋ยวนี้”เผล่อเรียกชื่อหล่อนในครั้งแรกและไม่ได้ตั้งใจ
“ฮึก หึ หืออ”ใบบัวเกาะร่างสูงตรงหน้าแน่น แล้วสูดหายใจเข้าปอดทันทีที่มีโอกาส
“ยัยโง่ น้ำตื้นแค่นี้เธอก็จะตายแล้วเหรอ?”เขาฉุนแทบบ้า น้ำแค่ปริ้มๆคางของคนตัวเล็ก ก็กระต่ายตื่นตูมจนเกือบจมตายน้ำตื่นต่อหน้าเขาจริงๆ
“ฮืออออ หือออ”หญิงสาวได้แต่เกาะเขาไว้เช่นเดิมแล้วร้องไห้ก็คนมันว่ายน้ำไม่เป็แล้วยังเคยจมน้ำตอนเด็กๆอีก ภาพในวันวานยังไม่เคยจางหายไปจากหัวใจคนใจร้ายไม่มีทางรู้ว่าตอนนี้เธอกลัวจะเป็บ้าแล้วแล้วจู่ๆร่างน้อยก็สลบคาอกแข็งแกร่งไม่ให้อีกคนได้ตั้งตัว
“นี่เธอ โธ่เอ้ยทำไมอ่อนแอขนาดนี้ว่ะเนี่ย” ภีระกรอกตามองบน เมื่อเห็นว่าครั้งนี้ไม่ใช่การแสดงละครหญิงสาวบอบบางได้สลบไปจริงๆ เขาจึงรีบอุ้มเธอขึ้นจากน้ำก่อนแล้วย้อนกลับไปยังทางเดิมที่ลากเธอมาเมื่อสักครู่
“โธ่เอ้ยฉันจะทำอย่างไงกับยัยคุณหนูนี่ดีวะ อย่าฟื้นขึ้นมานะพ่อจะเล่นงานให้หนักเลยทำตัวเป็ภาระอยู่ได้” ภีระรับรู้ว่าไอร้อนจากกายสาวก่อนหน้านี้มันยังมีหลงเหลืออยู่แล้วตอนนี้รู้สึกว่ามันจะมีอุณหภูมิิเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกครั้ง หากปล่อยให้อยู่ในสภาพอย่างนี้เธอได้ตามน้องชายเขาไปอีกคนสมใจแน่นอน
“เอาว่ะ”มือใหญ่เริ่มจากปลดเสื้อผ้าเปียกชุ่มของสาวสวยมันค่อยๆสั่นเพิ่มขึ้นอย่างอัตโนมัติเมื่อได้เห็นอะไรต่ออะไรที่ซุกซ้อนอยู่ใต้ร่มผ้าจนตอนนี้แสนจะโดดเด่นชัดเจนอยู่ในสายตาคม
“กรึบ กรึบ” เ้าของไร่มณีกรกลืนน้ำลายลงคออย่างห้ามไม่ได้ต้องยอมรับรูปร่างและผิวพรรณขาวผ่องของเธอคนนี้สวยกว่าผู้หญิงที่เขาเคยผ่านมาเสียอีก...สวยกว่าทุกคนตามองมือไม้เริ่มคงคลำลูบไล้ตามสัญชาตญาณบุรุษสั่งการ เรียวปากหนาโน้นลงไปอ้างับบัวตูมที่ขนาดใหญ่เกินกว่ามือเล็กน้อยด้วยความกระหายหิวบดจูบดูดเลียเสียพอใจ ก่อนค่อยๆเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆช้าบรรจงฝากร่องรอยเอาไว้บนผิวกายด้วยสุดจะห้ามใจอีกแล้วภีระยกขาทั้งสองข้างขึ้นผาดบ่าแกร่ง จมูกสูดดมโลมเลียปลีหน่องสวยดั่งลำเทียนทั้งสองข้างจึงค่อยๆเคลื่อนมาจนถึงกึ่งกลางกายที่มีกุหลาบงามเบ่งบานสีสัน กลิ่นหอมล่อตาล่อใจชวนเชิญหมู่ภมรตัวนี้เข้าไปหยอกเล่นจมูกร้ายเป็อวัยวะแรกที่เข้าไปแตะต้องสิ่งมหัศจรรย์ตรงหน้าริมฝีปากก็ไม่น้อยหน้ามันซุกััสิ่งต้องตาต้องใจ สอดประสานกับเรียวลิ้นนุ่มก็จู่โจมเข้าไปช่องภายในด้วยความสามัคคีกลมเกลียว
“อ้า” เสียงดังออกมาจากคนที่ยังคงหลับใหลไม่รู้ตัวว่าตนเองนั้นถูกต้องััไปถึงไหนต่อไหนอย่างสุดกู่ในแบบที่ไม่เคยไม่มีใครทำกับเธอมาก่อน
ทั้งหอมทั้งหวานภีระเย้าแย่ดูดเลียกุหลาบงามตรงหน้านานเท่าไร่ไม่รู้มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่น้องชายปวดแกร่งจนสุดจะกลั้น
“อ้า ไม่ได้ทำ อ้า ใบบัวไม่ได้ทำ”เสียงแหบแห้งละเมอของเ้าตัวปลุกสติของหนุ่มหล่อตรงหน้าให้คืนกลับมา ภีระ มณีกรชะงักตัวนิ่งมองหน้าละเมอเพ้อพกของเธอ แล้วคิดทบทวนสิ่งวาบหวามที่เกิดขึ้นก่อนหน้า...บ้าไปแล้ว!นี่เขาเป็อะไรไป เกือบเผลอมีอะไรกับคนที่ทำให้น้องชายต้องตายอย่างนั้นเหรอ?
“บ้าไปแล้วเหรอวะไอ้ภีม เห้อ...” สบถด่าตัวเองในใจเสร็จแล้วต้องถอนหายใจอย่างหนักหน่วงเมื่อน้องน้อยของเขาไม่มีทีท่าจะสงบโดยง่าย....ก็มันตื่นแล้วนี่ ไม่แคล้วภีระต้องปฏิบัติการโลกสวยด้วยมือตัวเองอีกตามเคย
“อ่า อ่า บัว อู้ว”เสียงเหนื่อยหอบราวสัตว์ป่าโดนทำร้ายดังก้องไปทั่วกระท่อมหลังน้อยนับหลายนาที
เ้าของไร่หลังจากที่ได้ปลดปล่อยความเครียดกดดันที่สะสมอยู่ภายในจนหมดสิ้นเปรอะเปื้อนเต็มกางเกง เขาก็ล้มตัวลงนอนใกล้หญิงสาวสวยด้วยความหมดไร้เรี่ยวแรง
“เธอนี่มัน...” ภีระเท้าแขนมองหน้าเธอชัดๆ เธอช่างร้ายกาจจริงๆ เพียงแค่เขาััด้วยสายตามือลูบไล้หน้าอกเธอไปมา เพียงเท่านี้ก็สามารถรีดพลังเขาไปทั้งหมด ถ้าเขาได้เข้าไปในตัวเธอล่ะ...มันจะวิเศษขนาดไหนนะคิดมาถึงตรงนี้ภีระก็ต้องสะบัดหัวไปมาอีกรอบ เขาจะคิดแบบนั้นกับเธอได้อย่างไรลืมไปแล้วเหรอว่าสาวน้อยที่ภายนอกดูบอบบางน่าทะนุถนอมคนนี้ ภายในจริงๆของเธอจิตใจช่างมืดดำอำมหิตทำให้น้องชายญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขาต้องตายไปส่วนตัวเองก็ทำตัวเป็คนขี้ขลาด เป็คุณหนูที่หลบอยู่ในปราสาททอง หลีกเลี่ยงการตอบคำถามกับสังคม
ภีระมองด้วยสายตาเคียดแค้นชายหนุ่มลุกขึ้นก่อนรีบออกจากที่นี่โดยเร็วด้วยความหงุดหงิด สับสนภายในใจ ก็ได้...เขาจะให้เวลากับเธออีกหน่อยก็ได้เพราะถึงอย่างไรเธอก็หนีความผิดครั้งนี้ที่เขาจะเป็ผู้พิพากษาไม่พ้นแน่นอน