แล้วหญิงงามผู้ชื่อกุสุมาคนนี้ก็เบนสายตาอันแข็งกร้าวนั้นไปจากไอริณ เธอเหม่อมองขึ้นไปยังด้านบนด้วยอาการเหม่อลอย ราวกับกำลังหวนนึกถึงเหตุการณ์หรือเรื่องราวอะไรบางอย่างที่มีความหมายบางอย่างกับเธอ
ผมค่อยๆ เอื้อมมือไปจับข้อมือของไอริณ เพราะพอผมได้เห็นสายตาแบบเมื่อกี้ของกุสุมาแล้ว ผมก็รู้สึกว่าดูท่าจะมีปัญหาแน่ๆ ...?!
"น้องริณ...? " ผมกระซิบออกมาเบาๆ
"ใจเย็นๆ ค่ะพี่กิต..." ไอริณกระซิบตอบกลับมา "จริงๆ มันก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรมากมายนักหรอก..."
"เรื่อง...? เรื่องอะไรกันล่ะ....? " ผมยังกระซิบถามกลับไปเบาๆ
"เรื่องระหว่างเธอผู้นี้กับพี่สาวของริณ... มันเป็นเรื่องเก่าๆ น่ะ..."
"หมายความว่า... พวกเขาเคยเจอกันมาก่อนเหรอ? "
"ใช่แล้ว... พี่สาวของริณเคยเล่าให้ริณฟังด้วยตัวเองเลยล่ะค่ะพี่กิต" ไอริณพูดเบาๆ
หลังจากที่หญิงงามที่ชื่อกุสุมานั้นเหม่อลอยและนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้ว เธอก็หันกลับมามองไอริณด้วยแววตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไรนัก"ฉันอุตส่ารู้สึกถูกชะตากับเธอ..." กุสุมาเชิดหน้าพูด "แต่ว่า... สิ่งที่พี่สาวของเธอได้เคยทำกับฉันไว้นั้น ฉันกลับไม่เคยจะลืมมันไปได้เลยจริงๆ นะแม่สาวน้อย...! "
พอสิ้นเสียงของเธอแล้ว ก็มีเสียงเหมือนมีโลหะบางอย่างเลื่อนครืดคราดอยู่ทางด้านหน้าประตูอันเป็นทางที่เราได้เข้ามากันพวกเราทั้งสามจึงรีบหันกลับไปมองทางทิศนั้นด้วยความแปลกใจสุดๆ ...?!
"รู้ไม๊... ว่าทำไมฉันถึงปล่อยให้พวกเธอเข้ามาในนี้กันได้ง่ายๆ? " กุสุมาถามพวกเรา
"ทำไมล่ะคะ พี่กุสุมา? " ไอริณถามกลับไปด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดีเท่าไร
"เจ้านายของฉัน มีความต้องการที่จะให้พวกเธอทั้งหมดถูกขังกันอยู่ในนี้ จนกว่าท่านจะกลับมา และเขาก็อยากจะทรมานให้พวกเธอได้อดอาหารกัน ตั้งแต่วันนี้ไปซะด้วยซ้ำนะ แต่ว่า... เมื่อกี้ฉันนั้นก็อดจะเวทนาขึ้นมาไม่ได้ถ้าจะต้องปล่อยให้พวกเธอมาอดกันอยู่ในนี้โดยที่ไม่ทันจะได้ตั้งตัว ก็เลยคิดว่าจะแค่ขังพวกเธอไว้โดยไม่ปล่อยให้อดอาหารจนหิวโซไปตามๆ กันก็น่าจะพอแล้ว"แล้วกุสุมาก็โคลงหัว"แต่มันก็ช่างน่าเสียดายนัก... ที่ฉันก็ไม่สามารถจะทำอย่างนั้นได้เหมือนอย่างที่คิด"
สายตาของกุสุมากลับมาจดจ้องไอริณเขม็ง"ก็เพราะเธอนั่นล่ะไอริณ ก็เพราะเธอดันเป็นลูกศิษย์ของนังอาคิราห์ผู้ที่ถือได้ว่าเป็นศัตรูคู่อริคนหนึ่งของฉัน ไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะมีข้าวปลาอาหารมาส่งให้ในระหว่างที่พวกเธอยังถูกขังกันอยู่ในนี้อย่างน้อยก็วันละหนึ่งมื้อล่ะนะ...!"
แล้วเธอก็เดินกลับไปนั่งที่แท่นศิลา ก่อนจะพูดต่อไป "มันช่างน่าเสียดายจริงๆ ที่สุดท้ายพวกเธอทั้งหมดก็จะต้องอดโดยที่จะไม่มีโอกาสได้กินอะไรกันอีกเลย นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเลยล่ะ ฮ่าๆ ๆ "
"ถ้างั้นเสียงที่ดังจากหน้าประตูเมื่อกี้นั่น...? " ผมหันไปมองหน้าไอริณ
"เราถูกขังกันซะแล้วล่ะพี่กิต...! " ไอริณตอบด้วยรอยยิ้มแค่นๆ
"อะ... อะไรนะ เรา... เราถูกขังเหรอพี่กิต?! " จันที่กำลังเกาะแขนผมอยู่ถามขึ้นมาด้วยเสียงอันดัง พลางหันมามองผมกับไอริณด้วยสีหน้าอันตื่นตระหนก
แล้วกุสุมาก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างขันๆ ออกมาอีกครั้งหนึ่ง "ใช่แล้ว... ประตูนั่นมันยังมีชั้นนอกอยู่อีกชั้นนึงล่ะนะ แต่ว่าพวกเธอคงจะไม่ทันที่จะได้สังเกตุกันให้ดี เพราะตอนนั้นประตูชั้นนอกได้ถูกเปิดเอาไว้ก่อนแล้ว แต่บัดนี้มันก็ได้ถูกปิดและล็อกไว้จากด้านนอก ด้วยบริวารที่น่ารักของฉันเอง...อ้อ ไม่รู้ว่าพวกเธอจะได้สังเกตุกันมาก่อนหน้านี้บ้างหรือเปล่าว่า แถวๆ รอบๆ บ้านนี้ มักจะมีแมวมาป้วนเปี้ยนวนเวียนอยู่หลายตัว และพวกมันนั้นต่างก็เป็นบริวารของฉันซะส่วนใหญ่เลยล่ะนะ.... อ้อ... แล้วเมื่อตอนหัวค่ำ ฉันก็ได้สั่งให้พวกมันไปสั่งสอนพวกเธอมาซะรอบหนึ่งแล้วนี่นะ เป็นไงสนุกกันมากไม๊ล่ะ? "
"แต่ฉันก็อดจะทึ่งพวกเธอไม่ได้นะ ที่สามารถเอาตัวรอดไปจากคมเขี้ยวคมเล็บของเหล่าบริวารของฉันไปได้อย่างหวุดหวิดน่ะ" กุสุมาว่าแล้วก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอีก
"ก็แล้ว... ก็แล้วเธอล่ะ จะออกไปจากห้องนี้ได้ยังไง...? " พอผมหลุดปากถามไปยังงั้น ผมก็รู้สึกตัวทันทีว่า มันช่างเป็นคำถามที่โง่เขลานัก ส่วนไอริณเองก็ถึงกับเลิกคิ้วมองหน้าผมทันที
"ฮิฮิ... ที่จริงฉันน่ะเป็นแมวเหมียวนะ แถมเป็นแมวเหมียวปิศาจด้วย และฉันนั้นก็สามารถที่จะหาทางออกไปทางไหนก็ได้นะพ่อรูปหล่อ..." กุสุมายักคิ้วพูดยิ้มๆ แต่ดวงตาของเธอกลับส่องประกายอันน่าขนลุก
ผมหันกลับไปมองไอริณ "ทำไมวิญญาณของชายที่ชื่อสิงห์นั่น ถึงชักนำให้พวกเราลงมาถูกขังกันแบบนี้ล่ะน้องริณ ...? "
"ถึงตอนนี้... ริณก็พอเข้าใจแล้ว..." ไอริณมองตาผม "ว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงมีสายตาเศร้าๆ แปลกๆ ก่อนที่จะนำทางพวกเราลงมาที่นี่..."
ผมจ้องหน้าไอริณอย่างงงๆ "ทำไม... ทำไมล่ะน้องริณ...? "
"ก็เขาถูกควบคุม หรือถูกบังคับให้ทำอย่างนั้นไงล่ะคะพี่กิต...! "
"ห๋า...?!! " ผมอุทานออกมาเสียงดังแล้วกุสุมาก็หัวเราะขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังยิ่งขึ้นกว่าเดิม ราวกับว่าจะสะใจซะเหลือเกินกับการที่ได้เห็นความโง่เขลาเบาปัญญาของพวกเราทั้งสามคน"รู้ไม๊ว่า... เจ้าผีขนดกนั่นอาจจะกำลังแอบหลั่งน้ำตาอยู่ในตอนนี้ก็ได้นะ...? ฮิๆ ๆ "
น้ำเสียงของกุสุมาออกแนวเย้ยหยัน
แล้วผมก็อดรนทนไม่ได้อีกต่อไป "ก็แล้ววิญญาณของชายผู้น่าสงสารคนนั้น ตอนนี้เขาไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ..! รีบบอกฉันออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ...?!! "เสียงของผมดังสนั่นลั่นห้อง และสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดินอันมืดสลัว ก็เพราะในใจของผมในขณะนี้นั้น อดจะเกิดความเวทนาต่อวิญญาณของชายที่ชื่อสิงห์จนถึงขีดสุดไม่ได้
ไอริณนั้นถึงกับตาโตอย่างแปลกใจกับเสียงอันดังลั่นเกินปกติของผม ส่วนจันก็ถึงปากค้างตาค้างราวกับถูกใครสตั๊ฟไว้ทันทีแล้วผมก็มารู้สึกตัว ว่าเสียงของผมนั้นดูท่าจะโชว์พาวเวอร์มากเกินไปสักหน่อย โดยที่ผมเองนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจไว้สักนิด...
และเมื่อได้ยินเสียงแบบนั้นของผมแล้ว กุสุมาก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งจากนั้น เธอก็ค่อยๆ ลุกออกมาจากแท่นศิลา และก้าวย่างเข้ามาหาผมอย่างช้าๆ ด้วยประกายตาอันแสนจะน่ากลัวน่าขนลุกยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ซะอีก..!ส่วนผมก็อดจะก้าวถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าวไม่ได้
และไม่ใช่ว่าผมจะกลัว... แต่ผมกลับมีความรู้สึกเหมือนกับว่า กำลังถูกสายตาของเธอเข้าสะกดให้ความคิดและร่างกายของผมได้ตกไปอยู่ในอำนาจควบคุมของเธอขึ้นมาทีล่ะน้อยๆ ผมจึงต้องการที่จะสลัดหรือหนีจากอำนาจแห่งการสะกดนั้นไปให้จงได้ในตอนนี้...!!