ท่ามกลางหุบเขาเมฆาดำที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบและไอสังหาร รังโจรป่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแถบนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงชัน มีกำลังพลโจรชั่วกว่าสามพันคน พร้อมกับกับดักและป้อมธนูที่แ่า แม้แต่ทหารของทางการยังไม่กล้าหยิบยื่นความตายให้คนกลุ่มนี้ ทว่าวันนี้... มันกำลังจะกลายเป็ลานประลองของสองพี่น้องแห่งพรรคมารทมิฬ
"บุกเข้าไป! ใครเด็ดหัวหัวหน้าโจรได้ ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม!"
กงจื่อเอ้อ ตวาดก้องพลางควบม้าสีนิลนำหน้ากองทัพนักรบเกราะเหล็กที่เขาจ้างมาด้วยราคาสูงลิ่ว กองกำลังของเขาพุ่งทะยานเข้าใส่ค่ายโจรราวกับพายุ เสียงดาบปะทะกันและเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วหุบเขา พี่รองหัวเราะอย่างลำพองใจพลางหันไปมองรถม้าของน้องสี่ที่จอดนิ่งสนิทอยู่เื้ั
"น้องสี่! ถ้าเ้ายังไม่เริ่มลงมือ เหมืองเกลือนั่นข้าจะขอรับไปก่อนนะ!"
ภายในรถม้า กงจื่อสี่ ขยับตัวเปลี่ยนท่านอนอย่างเกียจคร้าน เขาไม่ได้ลืมตาขึ้นมองความวุ่นวายภายนอกแม้แต่นิดเดียว มือหนึ่งควานหาหมอนข้าง ส่วนอีกมือนิ้วชี้ไปทางประตูรถม้าเบาๆ
"พวกเ้า... ได้ยินที่พี่รองพูดแล้วใช่ไหม? ไปจัดการซะ ข้าจะนอนงีบสักยี่สิบนาที ถ้าข้าตื่นมาแล้วยังเห็นค่ายโจรนี่เหลือแม้แต่เสาไม้ต้นเดียว... พวกเ้าไม่ต้องกินข้าวเย็น"
ทาสทั้งสามที่ยืนนิ่งอยู่หน้าถัดจาก โม่ขวาง และ หานเสวี่ย พยักหน้าพร้อมกัน
"รับบัญชา..."
[ติ๊ง! โฮสต์เข้าสู่สภาวะ 'หลับสนิท' (Deep Sleep Mode)] [เปิดใช้งานทักษะพิเศษ: รัศมีจอมี้เี (Lazy Domain)] [ผลลัพธ์: บริวารในรัศมี 1 กิโลเมตร ได้รับการกระตุ้นศักยภาพแฝง เพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกัน 300%!]
สิ้นเสียงระบบ ร่างของทาสทั้งสามก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ชายแก่ตาบอดที่เคยดูเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ก้าวเดินออกไปข้างหน้าด้วยท่าทางที่มั่นคงอย่างประหลาด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเป็หมอกสีเขียวจางๆ
"นั่นใคร! ไอ้แก่ตาบอดนั่นอยากตายนักรึ!" โจรป่านับสิบพุ่งเข้าหาเขาพร้อมง้างดาบ
ชายแก่ไม่ได้ขยับตัวหลบ เขาเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ ราวกับไล่แมลงวัน ทันใดนั้น เข็มพิษขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่านับพันก็พุ่งออกจากแขนเสื้อ ปักเข้าที่จุดตายของพวกโจรอย่างแม่นยำ พวกมันล้มลงโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้อง ิัเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำภายในเวลาไม่กี่วินาที
"พิษมรณะห้าอเวจี..." หานเสวี่ยที่ยืนมองอยู่ถึงกับหน้าซีด "ชายแก่คนนี้คือ 'าาพิษไร้เนตร' ที่หายสาบสูญไปเมื่อสามสิบปีก่อนจริงๆ ด้วย!"
ขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มแขนด้วน ที่ดูอ่อนแอ กลับพุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากคัน ร่างของเขาเคลื่อนที่เร็วจนเกิดภาพติดตา แม้จะมีเพียงแขนซ้ายเพียงข้างเดียว แต่มันกลับทรงพลังมหาศาล เขาซัดหมัดเข้าใส่ประตูค่ายโจรที่ทำจากไม้ซุงหนาหนัก
ตู้มมมมมมม!
ประตูค่ายที่กงจื่อเอ้อพยายามจะพังอยู่นานกลับแตกละเอียดเป็เศษไม้เพียงการโจมตีเดียว! เด็กหนุ่มคำรามกึกก้อง ร่างกายของเขาแผ่ซ่านไปด้วยแสงสีทองจางๆ ของ 'กายามหาเทพ' ใครก็ตามที่เข้าใกล้เขาจะถูกแรงกดดันมหาศาลจนกระดูกแตกละเอียด
ส่วน หญิงสาวขี้โรค ที่ดูเหมือนจะเดินไม่ไหว นางค่อยๆ กางร่มกระดาษน้ำมันในมือขึ้นมาบังแดด ทุกครั้งที่นางไอออกมาเบาๆ 'ค่อก... ค่อก...' คลื่นพลังงานสีครามที่คมกริบดุจกระบี่จะพุ่งออกจากร่ม ตัดหัวของโจรที่อยู่รอบข้างกระเด็นหายไปในพริบตา
"กระบี่ไร้ลักษณ์..." กงจื่อเอ้อที่กำลังต่อสู้อยู่ถึงกับหยุดชะงัก สายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นว่า "กองทัพคนพิการ" ของน้องชายกำลังทำลายล้างรังโจรป่าอย่างรวดเร็วยิ่งกว่ากองทัพเกราะเหล็กของเขาเสียอีก
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น! คนพวกนี้เป็ใครกันแน่!" พี่รองะโลั่นอย่างเสียสติ
ไม่เพียงแค่ทาสทั้งสาม แต่แม้แต่ โม่ขวาง ที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างรถม้าก็รู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้น เขาชักดาบั์ที่กงจื่อสี่มอบให้ออกมา "นายท่านบอกว่าให้เสร็จในยี่สิบนาที... ตอนนี้เหลือเวลาอีกห้านาที"
โม่ขวางกระโจนเข้าสู่ใจกลางรังโจร ดาบั์ของเขาวาดผ่านอากาศสร้างคลื่นกระแทกขนาดใหญ่ที่ทำลายป้อมธนูทั้งหมดให้พินาศลงในคราวเดียว
หัวหน้าโจรป่าเมฆาดำ 'หน้ากากเหล็ก' ผู้มีวรยุทธ์ระดับปรมาจารย์ เห็นลูกน้องถูกฆ่าตายเป็เบือก็พยายามจะหลบหนีทางลับหลังเขา ทว่าเขากลับต้องหยุดชะงักเมื่อพบกับหญิงสาวขี้โรคที่ยืนถือร่มดักรออยู่
"แม่นาง... ปล่อยข้าไป แล้วข้าจะมอบสมบัติทั้งหมดให้!" หัวหน้าโจรขอร้องด้วยความหวาดกลัว
หญิงสาวไอออกมาอีกครั้ง "ขออภัย... คุณชายบอกว่าถ้าข้าทำงานไม่เสร็จ ข้าจะไม่ได้กินข้าวเย็น"
ฉัวะ!
ศีรษะของหัวหน้าโจรหลุดออกจากบ่าทันที โดยที่นางยังไม่ได้หุบร่มด้วยซ้ำ
ยี่สิบนาทีผ่านไปพอดี...
เสียงความวุ่นวายค่อยๆ สงบลง หมอกพิษเริ่มจางหายไป เหลือเพียงซากปรักหักพังของรังโจรที่เคยเกรียงไกร กงจื่อเอ้อและกองกำลังเกราะเหล็กที่เหลือรอดเพียงหยิบมือนั่งคุกเข่าอยู่กลางกองศพด้วยสภาพสะบักสะบอม พวกเขามองดูคนพิการสามคนที่เดินกลับมาที่รถม้าอย่างเงียบเชียบ ราวกับพึ่งไปเดินเล่นในสวนมา
"อือ... จบแล้วรึ?"
เสียงหาวหวอดดังออกมาจากรถม้า กงจื่อสี่เปิดม่านออกมาพลางขยี้ตา เขาเห็นกงจื่อเอ้อนั่งหน้าซีดอยู่บนพื้นหิน "อ้าว พี่รอง... ท่านยังไม่เสร็จอีกเหรอ? ข้านึกว่าท่านจะจัดการหัวหน้าโจรไปนานแล้วนะเนี่ย"
กงจื่อเอ้อพูดไม่ออก เขาจ้องมองน้องสี่ด้วยสายตาที่สับสนปนหวาดกลัว "จื่อสี่... เ้า... เ้าซ่อนพลังอะไรไว้กันแน่? คนพวกนี้คือใคร?"
"คนพวกนี้รึ?" กงจื่อสี่เดินลงจากรถม้าอย่างช้าๆ พลางหยิบสัญญาเหมืองเกลือออกมาโบกไปมา "ก็แค่คนน่าสงสารที่ข้าซื้อมาด้วยเงินไม่กี่อีแปะไงพี่รอง... ท่านบอกเองไม่ใช่เหรอว่าทาสราคาถูกมันไม่มีค่า?"
เขาก้าวเข้าไปใกล้พี่ชายคนรองแล้วโน้มตัวลงกระซิบ "ข้าบอกท่านแล้วว่าข้าี้เีสู้... แต่ถ้าท่านยังหาเื่ให้ข้าต้องตื่นมาทำงานบ่อยๆ แบบนี้ ครั้งหน้าข้าอาจจะให้คนของข้าไป 'นอนเล่น' ที่คฤหาสน์ของท่านดูบ้างนะ"
กงจื่อเอ้อตัวสั่นเทิ้ม เขาเข้าใจในวินาทีนั้นเองว่า น้องชายที่เขาเคยดูถูกว่าเป็ขยะ แท้จริงแล้วคือมัจจุราชที่ซ่อนตัวอยู่ในคราบของจอมี้เี
[ติ๊ง! ภารกิจ 'ทำลายรังโจรป่าและสยบพี่รอง' สำเร็จเสร็จสิ้น!] [ได้รับแต้มเกียจคร้าน: 5,000 แต้ม] [ได้รับเหมืองเกลือท้ายเมือง (กรรมสิทธิ์สมบูรณ์)] [โบนัสพิเศษ: ได้รับแต้มความหวาดกลัวจากศัตรูรวม 15,000 แต้ม!] [ระบบ: ปลดล็อกเมนูอัปเกรด 'โรงเตี๊ยมจอมมารี้เี' (ใช้สร้างฐานอำนาจเศรษฐกิจ)]
"โม่ขวาง กลับพรรคเถอะ" กงจื่อสี่ปีนกลับขึ้นรถม้า "ข้าอยากกลับไปอาบน้ำนอนยาวๆ แล้ว วันนี้ขยับตัวเยอะเกินไปจริงๆ"
หานเสวี่ยมองตามเ้านายของนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นางรู้ดีว่าหลังจากวันนี้ไป พรรคมารทมิฬจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ขยะที่ทุกคนเคยมองข้าม กำลังเริ่มกลืนกินอำนาจทั้งหมดด้วยการ 'นอน' เพียงอย่างเดียว
ระหว่างทางกลับ กงจื่อสี่แอบตรวจสอบหน้าต่างระบบเพื่อดูแต้มที่ได้มามหาศาล
'เหมืองเกลือมีแล้ว... ต่อไปก็คงต้องเป็เื่เหล้าสินะ ถ้าข้ามีเหล้าดีๆ และเงินเยอะๆ ข้าจะได้ไม่ต้องออกไปทำงานอีกตลอดชีวิต'
เขายิ้มอย่างมีความสุขพลางกอดหมอนข้างแน่นขึ้น โดยไม่รู้เลยว่าข่าวการถล่มรังโจรป่าเมฆาดำด้วย 'คนพิการสามคน' กำลังจะทำให้ทั้งยุทธภพต้องสั่นะเืในเช้าวันพรุ่งนี้
Wisan-Mars