โรงพยาบาล Seventh Health
ในห้อง X-ray ผู้ช่วยฯสาวนั่งรอคนไข้ห้อง601ด้วยอาการท้องไส้เริ่มปั่นป่วนความคิดสับสนอยู่เรื่องเดียว “คุณหมอราชทำไมต้องแกล้งฉัน” ริต้าผู้ช่วยพยาบาลของนายแพทย์ฌานสังเกตอาการผิดปกติของเพื่อนหญิง“มาธูร เธอบ๊องส์ไปแล้ว นึกอะไรวันนี้มาขอเปลี่ยนเวรกับฉัน ถ้าคุณหมอราชรู้ เธอโดนสั่งให้อยู่เวรทั้งวันทั้งคืน” มาธูรนั่งลงจดเขียนรายงานผลตรวจอย่างละเอียด ค้อนมองเพื่อนสาวด้วยอาการน้อยใจ “ก็เพราะเธอไปตอบข้อความแบบนั้นทำให้ฉันไม่กล้าสู้หน้าเขา”
เสียงประกาศเรียกชื่อนางพยาบาลริต้าด่วน “มาธูร เอารายงานนี้ให้คุณหมอราช ฉันต้องเข้าห้องผ่าตัดด่วนเจอกันตอนเที่ยงนะ” ร่างสูงบางวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว มาธูรเริ่มหายใจติดๆขัดๆ เปิดประตูห้องทำงานของคุณหมอราช เสียงถอนหายใจแผ่วเบาออกมา “ไม่มีคนอยู่ ค่อยยังชั่ว เฮ้ออ” หญิงสาววางแฟ้มรายงานและแผ่นฟิมฟ์เอ็กเรย์เสียบในกล่องหลอดไฟ เปิดสวิทต์ไฟรอ เดินวนกลับมาเริ่มทำความสะอาดเครื่องตรวจคนไข้ปรอท และถาดต่างๆ เสียงเคาะประตูดัง 2 ครั้ง ร่างชายหนุ่มรูปงาม กลิ่นโคโลญหอมฟุ้งลอยปะทะจมูกของเธอ มาธูรหยุดนิ่งอึดใจรีบก้มหน้าทำความสะอาดต่อ “อรุณสวัสดิ์มาธูร” เสียงทักทายที่ได้ยินเป็นประจำ “อรุณสวัสดิ์ค่ะ” ราชเลื่อนเก้าอี้ทำงาน นั่งลงสายตาจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ลุกขึ้นมองผลตรวจแผ่นฟิมฟ์เอ็กเรย์ “ผมขอกาแฟ 1ถ้วย” น้ำเสียงนุ่มๆ สายตาของคุณหมอยังจดจ้องรายงานผลตรวจเลือด นิ้วมือกดโทรศัพท์ภายใน มาธูรรีบออกมาชงกาแฟร้อน ในใจของเธอเริ่มมีอาการกังวล เธอควรจะเปิดบทสนทนาเรื่องเมื่อวานหรือรอให้คุณหมอราชเริ่มก่อน เธอเทน้ำร้อนในถ้วย เติมผงกาแฟและน้ำตาลทราย วางถ้วยลงบนถาดพร้อมขนมคุกกี้สอดไส้
มาธูรกลับเข้ามาในห้องทำงาน ถาดกาแฟวางไว้ใกล้ๆมือราช เขาจิบกาแฟแล้วเงยมองหน้าของผู้ช่วยสาว สีหน้าบึ้งตึงหัวคิ้วขมวดย่นเข้าหากัน “ใครเป็นคนชงกาแฟให้ผม คุณควรเป็นคนชงไม่ใช่เหรอ“ ผู้ช่วยสาวรีบลุกขึ้นเดินมาที่หน้าโต๊ะทำงานหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาชิม เปลือกตาของเธอปิดลง หลุดปากพูด “มันหวานเจี๊ยบได้ไง” สองมือของเธอยกถาดหันหลัง “ฉันชงใหม่ดีกว่าค่ะ”
ราชเดาอาการของเธอออก เขาหุบยิ้มแกล้งตวาดเสียงใส่เธอ “รอเดียว คุณผู้ช่วย“ ร่างเธอหยุดนิ่งเหมือนโดนไฟช็อต ราชก้าวเข้าไปยืนด้านหลังเธอ เอื้อมมือคว้าถาดกาแฟมาถือแทน “คุณไปกลับผมดีกว่า” ราชคว้ามืออีกข้างของเธอกุมแน่น ทั้งคู่ตรงมาที่เคาน์เตอร์พยาบาลประชาสัมพันธ์ชั้น 5 “สนธิยา วันนี้ ผมมีธุระด่วนกับคุณมาธูร ฝากโน๊ตนี้ให้คุณหมอสมราช ส่วนผลตรวจเลือดคนไข้ห้อง601 อาการน้ำตาลในเลือดสูงต้องควบคุมให้ได้ก่อนถึงจะนัดทำการผ่าตัดกระดูกที่แตกได้ ถ้ามีอะไรด่วนโทร.หาผม เจอกันตอนเย็นครับ” “ คุณหมอจะพาฉันไปไหนคะ” มาธูรขยับกรอบแว่นตาถามราช คุณหมอถอดเสื้อกาวน์ออกฝากนางพยาบาล และขอเสื้อกาวน์เธอฝากไว้เช่นกัน ชายหนุ่มกระซิบข้างใบหู “ผมมีเวลาว่าง 6 ชั่วโมง เราทำได้ตั้งหลายอย่าง” หน้ามาธูรถอดสีในอาการตกใจ “กลัวผมมากขนาดนั้นเชียวหน้าถอดสีแล้ว ผมไม่ปล้ำคุณแน่นอน“ ทั้งคู่เดินลงมาด้านหลังโรงพยาบาล สวนดอกไม้นานาพันธ์เริ่มบานสะพรั้ง สวนนี้เปิดให้ญาติคนไข้นั่งรอระหว่างการผลัดเปลี่ยนสลับชมสวนดอกไม้ ลดความแออัดภายในโรงพยาบาล แต่เช้าวันนี้ ไม่มีผู้คนแม้แต่คนเดียว ทั้งคู่เดินมาหยุดที่กำแพงหินอ่อน เมื่อพ้นสายตาผู้คนราชดันร่างมาธูรพิงกำแพงหินอ่อน เขายืนคร่อมหญิงสาวไว้ ทั้งคู่สบตากัน ต่างฝ่ายต่างเงียบ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเหมือนสีน้ำผึ้งเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ราชถึงกับพูดไม่ออก เหมือนโดนมนต์สะกดไว้ เมื่อเสียงผู้คนดังขึ้นห่างจากพวกเขาเล็กน้อย “ผมว่าเราไปคุยกันที่บ้านของผมดีกว่า”ราชกุมมือเธอเดิน มาธูรดึงมือเธอกลับ “ฉันไม่ไปค่ะ ฉันขอโทษที่เคยล้อเล่นกับคุณหมอ ต่อไปฉันจะไม่ล้อเล่นอีกค่ะ“ ร่างสูงก้มลงกระซิบอีกครั้ง “ผมทราบในเจตนาของคุณครับ เพียงแต่ตอนนี้มีผู้คนเริ่มเข้ามาในสวนและพวกเขาจ้องมองพวกเรา ผมไม่ต้องการให้ใครนินทาคุณเสียๆหายๆ เราคุยตรงนี้ไม่สะดวกเท่านั้“ นิ้วมือเรียวอุ่นของคุณหมอลูบไล้ลงความโค้งของใบหน้าหญิงสาว “ผมไม่เคยโกรธคุณแม้แต่ครั้งเดียว คุณกลัวว่าผมไม่จริงใจ หรือ คุณว่าไม่กล้าไปกับผม คุณบรรลุนิติภาวะแล้วนะ คุณควรมีความคิดเป็นของตัวเอง” คำพูดของริต้าก้องขึ้นในสมองเธอ "ยายบ๊องส์ เธอ...อย่าตัดสินคุณหมอจากภายนอก ฉันไม่เคยเห็นคุณเจ้าชู้กับใครเลย เขาหยอกล้อกับเธอคนเดียว ไม่เคยพูดจาทะลึ่งหรือแกล้งแต๊ะอั๋งใคร เปิดใจและกล้าๆหน่อย ไม่งั้นชาตินี้เธอเตรียมตัวเป็นแม่ชีซะ ถ้าเป็นฉันจะรีบตะครุบคุณหมอไว้ ถ้าหลุดมือไปเธอจะนั่งร้องไห้ทั้งชีวิต พี่ชายเธอก็แค่พี่ชาย เขาก็มีคู่รักของเขาไปแล้ว" เปลือกตาของมาธูรค่อยๆปิดลงเมื่อปลายนิ้วมือราชหยุดที่ริมฝีปากล่างของเธอ มาธูรลืมตาขึ้น “ฉันทราบว่าคุณหมอเป็นคนดีค่ะ คุณหมอไม่เคยแต๊ะอั๊งใครด้วย” ฝ่ามือหญิงสาวผลักร่างของเขา ราชงงในคำพูดของเธอ “ไม่เคยแต๊ะอั๊งใคร….มันแปลว่าอะไร ผมไม่เข้าใจ” ราชเริ่มหงุดหงิดตัดสินใจจูงเธอให้เดินต่อไปที่ลานจอดรถ “เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง และผมขอภาษาฮินดีที่ผู้ใหญ่คุpกัน หรือภาษาอังกฤษก็ได้”คอนโดฯยานกี้
รถเอนกประสงค์สีน้ำเงินเข้มเลี้ยวเข้ามาอย่างช้าๆที่หน้าตึก B ในเวลา 08.05 น ผู้กองเดฟยืนปัดฝุ่นรถเก๋ง เตรียมไปส่งนิทตี้กับภาวนาที่โรงเรียน สายตาเหยี่ยวกวาดมองไปรอบๆ พบรถเอนกประสงค์ของคุณหมอราขอีกครั้งหนึ่ง เขาหรี่ตาลง “ คุณหมอพาใครมา อืมเด็กใหม่หรือเปล่า” เดฟหัวเราะในลำคอ “คั่วเม็ดมะขามตั้งแต่เช้าเลยนะคุณหมอ” เดฟปัดฝุ่นมาถึงท้ายรถ ในใจอยากร้องทักแต่กลัวจะไร้มารยาท เหลียวมองซ้ำอีกครั้งเพื่อเก็บรายละเอียดเพื่อจะเอาไปเม้าท์ให้นักบินหนุ่มฟัง “เฮ้ยยย นั่นใครวะ ทำไมคล้ายมาธูร หรือว่า.....“ ผู้กองทรุดตัวลงนั่งในเบาะหลังรถทันที คุณหมอราชเดินอ้อมเปิดประตูรถให้หญิงสาว “ เชิญครับ“ มาธูรก้าวลงจากรถเดินตามหลังราช คุณหมอหยุดยื่นกุญเเจรถให้ยาตัสเจ้าหน้ารปภเอารถไปจอดแทนเขา ร่างทั้งสองหายเข้าในลิฟต์ไม่กี่วินาทีผู้กองเดฟไม่เชื่อสายตาของตัวเองลุกออกมาจากรถเก๋ง ชะโงกหน้ามองคนขับรถเอนกประสงค์ด้วยความสงสัย “ผู้กองเดฟ เป็นอะไรคะ ยืนตาค้าง หน้าซีด เกิดอะไรขึ้นคะ” นิทตี้หันหน้ามองตามไม่พบใคร “เปล่าๆ ผมตาฝาดไปเองเรารีบไปดีกว่า” ผู้กองเดฟเกาหัวตัวเอง หันไปคุยกับภาวนา “เลิกงาน ผมจะมารับ วินนี่จองโต๊ะที่ร้านอาหารเปิดใหม่ใกล้สนามบิน วันนี้คุณชายบินแค่สามเที่ยวครับ เรา......” เดฟส่ายหน้าเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง
