ตอนที่ 1 คุณคือพรหมลิขิตของผม (1)
อิ่นลั่ววางสายโทรศัพท์ด้วยความรำคาญ
ห้านาทีก่อนเขาเพิ่งโวยวายใส่หมออัลฟ่าคนหนึ่ง ปกติหมออัลฟ่าคนนั้นค่อนข้างเคร่งขรึม แต่กลับโดนเขาต่อว่าจนไม่กล้าเถียงกลับ
ใครใช้ให้อีกฝ่ายเป็นหมอในโรงพยาบาลบ้านตัวเองกันล่ะ
อิ่นลั่วเป็นโอเมก้าคนหนึ่ง หลังจากที่ต่อมของเขาเจริญเติบโตเต็มที่ตอนอายุสิบหกปี ช่วงฮีตของเขาก็ไม่คงที่เป็นอย่างมาก บางครั้งผ่านช่วงนั้นไปเพียงหนึ่งเดือนก็เข้าสู่ช่วงฮีตอีกแล้ว บางครั้งผ่านไปเป็นปียังไม่มีอะไรเกิดขึ้น สร้างปัญหาให้เขาเป็นอย่างมาก อิ่นซื่ออันพ่อของตนคือผู้อำนวยการโรงพยาบาลชื่อดัง เป็นผู้มีอิทธิพลในวงการแพทย์เวลานี้ ตอนอายุสิบหกเขาได้ไปตรวจร่างกายในโรงพยาบาลของครอบครัว พบว่าไม่มีอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย สุดท้ายจึงสรุปว่าเป็นเพราะร่างกายที่ผิดปกติของเขา ตอนนี้อายุยี่สิบปีแล้วยังต้องทนกับปัญหาช่วงฮีตไม่คงที่
สัปดาห์ก่อนหมออัลฟ่าคนนี้ยังวิเคราะห์ช่วงฮีตของเขาผิด ทำให้เขาฮีตขึ้นตอนไปต่างประเทศจนวุ่นวาย เกือบสร้างปัญหาใหญ่ หากโอเมก้าคนหนึ่งเกิดอาการฮีตในที่สาธารณะ ผลที่ตามมาไม่ต้องบอกก็รู้ ดีที่เขาเตรียมการไว้ล่วงหน้า ครั้งนั้นได้พาบอดี้การ์ดที่เป็นเบต้าไปด้วย จึงไม่เกิดเรื่อง
ถึงอิ่นลั่วจะเป็นโอเมก้า มีรูปร่างและรูปลักษณ์ที่อ่อนแอแบบโอเมก้า แต่กลับไม่มีนิสัยอ่อนโยน ตรงกันข้ามเขานั้นมีความมั่นใจและเย่อหยิ่งมาตลอด ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่เกิดผลกระทบทางใจกับเขา แต่ไม่รู้เป็นเพราะร่างกายที่แปลกประหลาดนี้หรือเปล่า แรงกดดันจากอัลฟ่าเลยส่งผลต่อเขาน้อยมาก นี่จึงเป็นเหตุผลที่อิ่นซื่ออันวางใจให้หมออัลฟ่าที่ดีที่สุดของตนมาเป็นหมอประจำตัวอิ่นลั่ว นึกไม่ถึงว่าอัลฟ่าที่มีความไวต่อฟีโรโมนที่สุดรายนี้ยังคาดการณ์ช่วงฮีตของลูกชายสุดที่รักของตนไม่ได้
หากแค่หนึ่งหรือสองครั้งยังพอป้องกัน แต่ถ้าต้องคอยระวังอยู่ตลอดก็ยากจะรับรองว่าจะไม่มีตอนพลั้งเผลอ
เพราะร่างกายที่ไม่เหมือนใครของลูกชายสุดที่รักคนนี้ อิ่นซื่ออันจึงปวดหัวอย่างยิ่ง
ดังนั้นตอนนี้อิ่นลั่วเลยมายืนอยู่หน้าประตูโรงพยาบาลอื่น เพื่อไปตรวจฟีโรโมนตามที่นัดหมายล่วงหน้าไว้ ได้ยินมาว่าอุปกรณ์การแพทย์เป็นเครื่องมือใหม่ล่าสุดนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งประเทศมีเพียงเครื่องเดียว
เขากำลังโกรธ อีกทั้งจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเล็กน้อย ตอนเดินเข้าไปในโรงพยาบาลจึงไม่ทันสังเกตเห็นคนที่เดินเหม่อมาทางตน
ทั้งสองคนจึงเดินชนกันอย่างไม่เกินความคาดหมายสักนิด
อิ่นลั่วมีรูปร่างผอมบาง ถูกอัลฟ่าที่ตัวสูงใหญ่กว่าตัวเองชนจนถอยไปก้าวหนึ่ง เขาที่เพิ่งเดินขึ้นบันไดจึงทรงตัวไม่อยู่เสียหลักไปด้านหลัง ขณะที่กำลังจะล้มลง อัลฟ่าตรงหน้าดึงแขนเขาไว้อย่างรวดเร็ว รั้งเขาเข้าหาตัวอีกฝ่ายทันที
อิ่นลั่วถลาเข้าไปในอ้อมอกอัลฟ่าคนนั้นอย่างมึนงง ความคิดแรกไม่ใช่อยากจะด่าว่า แต่รู้สึกว่าคนคนนี้กลิ่นหอมจริงๆ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายใบหน้าหล่อเหลากล่าวอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษครับ ผมไม่ได้มองทาง”
อัลฟ่าคนดังกล่าวดันโอเมก้าที่ตัวเองชนออกอย่างสุภาพ ก่อนถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ข้อเท้าพลิกหรือเปล่า ยังบาดเจ็บตรงไหนไหม
อิ่นลั่วไม่ตอบ เพียงจ้องหน้าอีกฝ่าย ภายใต้แสงที่ย้อนมา ตนมองเห็นเพียงดวงหน้าหล่อเหลามีสีหน้าเศร้าหมอง ขมวดคิ้วแน่นราวกับมีเรื่องกลุ้มใจอะไร ทำให้นึกอยากจะยื่นมือไปลูบรอยขมวดตรงหว่างคิ้วนั้นให้คลายลงอย่างน่าประหลาด ทว่าพอยื่นมือไปเพียงครึ่งทาง ชายคนนั้นก็ปล่อยเขาออก ไม่มีการปฏิบัติที่ล้ำเส้นแม้แต่น้อย
การกระทำนี้ทำให้อิ่นลั่วไม่พอใจนิดๆ รูปร่างหน้าตาของเขานั้นสืบทอดยีนเด่นมาจากคุณพ่อทั้งสองของตน มักเป็นจุดสนใจของผู้คนอยู่เสมอ ทว่าอัลฟ่าคนนี้กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งหลังจากแน่ใจว่าเขาไม่เป็นอะไร ยังจะรีบจากไปอีก
ทั้งคู่เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เจอกันครั้งแรก อิ่นลั่วไม่มีเหตุผลที่จะยื้ออีกฝ่ายไว้ ชายคนนั้นเพียงยื่นนามบัตรตัวเอง มุมขวาบนของนามบัตรมีตราของโรงพยาบาลแห่งนี้อยู่ ตรงกลางมีชื่อของเจ้าตัวปรากฏ ‘หลินเซวียน’
อิ่นลั่วใช้นิ้วโป้งค่อยๆ ลูบชื่อนั้นบนนามบัตร ชะงักตรงคำว่า ‘เซวียน’ เล็กน้อย
เขาไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งตนจะตกหลุมรักอัลฟ่าคนหนึ่งตั้งแต่แรกพบ
...
“ปะป๊า ปะป๊าครับ...” อิ่นลั่วเรียกซ่านชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน เอนพิงกายเขาราวกับกำลังอ้อน ตอนอยู่ด้านนอกเขามีท่าทีแข็งกร้าวดื้อรั้น ทว่าเมื่ออยู่บ้านกลับอ่อนหวานน่ารัก
พ่อทั้งสองของอิ่นลั่ว อิ่นซื่ออันและซ่านชิงนั้นเป็นการแต่งงานระหว่างอัลฟ่ากับโอเมก้าตามแบบฉบับ ตระกูลซ่านมีภูมิหลังทางการเมือง แม้ทั้งสองจะแต่งงานกันเพื่อความร่วมมือทางการเมืองและธุรกิจเป็นหลัก แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ไม่ได้เป็นตามท้องเรื่องในละครที่ปฏิเสธการแต่งงานหรือนอกใจ ครั้งแรกที่ทั้งสองเจอกันก็พอใจในตัวอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก หลังจากแต่งงานก็รักกันมาก เพียงแต่ซ่านชิงสุขภาพไม่แข็งแรงนัก หลายปีที่ผ่านมามีเพียงอิ่นลั่วลูกชายสุดที่รักคนนี้คนเดียว เพราะแบบนี้ทั้งคู่จึงรักใคร่เขามาก ทำให้อิ่นลั่วมีนิสัยเอาแต่ใจแบบนี้
ซ่านชิงรู้ว่าทุกครั้งที่ลูกชายตนใช้น้ำเสียงแบบนี้ ย่อมหมายถึงอีกฝ่ายมีเรื่องอยากขอ “มีอะไร จะขอให้ป๊าช่วยอะไรอีก”
อิ่นลั่วกล่าวอย่างไม่เขินอายเลยสักนิด “ผมชอบอัลฟ่าคนหนึ่ง”
ซ่านชิงชะงักมือไปครู่หนึ่งก่อนถาม “หมออัลฟ่าที่ทำงานกับพ่อของลูกคนนั้นน่ะเหรอ”
“ไม่ใช่เขาสักหน่อย” อิ่นลั่วรู้ว่าคุณพ่ออยากจะให้ตนคบกับหมออัลฟ่าคนนั้น จึงให้อีกฝ่ายมาเป็นหมอประจำตัว แต่เขาไม่ต้องการแบบนั้น และบอกอีกฝ่ายไปตั้งนานแล้ว แต่ไม่รู้เป็นเพราะชื่อเสียงของพ่อเขาโด่งดังเกินไปหรือเปล่า หมออัลฟ่าคนนี้เลยไม่ถอดใจ ยืนยันจะเป็นหมอประจำตัวเขาเหมือนเดิม คงอยากให้เขาค่อยๆ รักอีกฝ่ายเพราะอยู่ด้วยกันมานาน นี่ก็เป็นสาเหตุหลักที่อิ่นลั่วถือโอกาสครั้งนี้โวยวายใส่เจ้าตัว เขาไม่ใช่คุณหนูที่ไม่รู้อะไรเลย การที่ร่างกายตัวเองผิดปกติจะโทษคนอื่นคงไม่ได้ ที่เขาทำแบบนี้แค่อยากให้อีกฝ่ายถอยออกไปก็เท่านั้น
เขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่นเพราะเป็นโอเมก้า กลับกันยังรู้จักใช้ข้อได้เปรียบของโอเมก้าที่มีมาแต่เกิดเป็นอย่างดี อาจเพราะพ่อทั้งสองของเขาต่างเป็นคนที่เก่งกาจด้วยกันทั้งคู่ ด้านพฤติกรรมตนจึงเหมือนอัลฟ่ามากกว่า พอเผชิญกับการตามจีบอย่างไม่ลดละของหมออัลฟ่า จึงอยากจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และไม่อยากขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อหรือคนอื่นๆ